เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7: งั้นผมลุยละนะ!

บทที่ 7: งั้นผมลุยละนะ!

บทที่ 7: งั้นผมลุยละนะ!


ร่างของจ้าวคงเฉิงหงายหลังลงไปนอนกับพื้น ตัวกระเด้งอยู่สองทีก่อนจะแน่นิ่งไปโดยสมบูรณ์

วินาทีที่จ้าวคงเฉิงคว่ำลงไป ดวงตาของอู๋เซียงหนานและหงอิงก็เบิกกว้าง ปากอ้าค้างด้วยความตกใจอย่างลืมตัว

เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? จ้าวคงเฉิงโดนเด็กใหม่ระดับ "เบิกเนตร" ซัดร่วงในหมัดเดียวเนี่ยนะ? ดูจากฟุตเวิร์กและความเร็วหมัดเมื่อครู่ เจ้าเด็กนี่ไม่ได้ออมมือเลยสักนิด!

เด็กสมัยนี้มันปีศาจกันหมดแล้วหรือไง?!

"เหล่าจ้าว!"

"พี่จ้าว!"

ทั้งสองคนรีบถลาเข้าไปดูอาการของจ้าวคงเฉิงทันที พวกเขาเห็นจ้าวคงเฉิงหลับตาปี๋ กัดฟันแน่น และมีเลือดกำเดาไหลซึมออกมาจากรูจมูกซ้าย

ดูเหมือนว่าลูกหลบแบบเบี่ยงหัวเมื่อกี้จะช่วยเซฟดั้งจมูกไว้ได้ทัน ทำให้อย่างมากก็แค่ถลอก แต่เลือดกำเดาก็ยังทะลักอยู่ดี

"เหล่าจ้าว! เป็นยังไงบ้าง?"

อู๋เซียงหนานตรวจเช็กอาการบาดเจ็บ พลางเอื้อมมือไปถ่างเปลือกตาของจ้าวคงเฉิงดู และพบว่าไม่มีปัญหาใหญ่อะไร

แต่บริเวณที่โดนหมัดมันมีเครื่องป้องกันเซฟอยู่ แถมไม่ใช่จุดศูนย์รวมเส้นประสาท ทำไมถึงได้สลบเหมือดขนาดนี้ล่ะ?

หงอิงค่อยๆ ถอดเฮดการ์ดออกจากหัวของจ้าวคงเฉิง แล้วเขย่าแขนเขาเบาๆ

"พี่จ้าว ตื่นดิ"

"เฮือก!" จ้าวคงเฉิงสะดุ้งสุดตัวลุกพรวดขึ้นมานั่ง เขาใช้มือที่สวมนวมลูบหน้าลูบตาตัวเอง พอเห็นว่าหน้าตาไม่ได้เสียโฉมและมีแค่เลือดกำเดาไหลข้างเดียวก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่

ขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์! หน้าไม่พัง! ไม่งั้นฉันคงหมดหล่อแน่ๆ!

"เมื่อกี้ฉันนึกว่าเห็นทวดมารับแล้ว! ไอ้เด็กเปรต หมัดเมื่อกี้มันคือวิชาอะไรของแกฮะ?!"

จ้าวคงเฉิงที่มี่คราบเลือดติดอยู่ที่จมูกเอ่ยปากถามหลี่เหลียนที่กำลังยืนบื้ออยู่ตรงนั้น: "แรงปะทะของหมัดมันก็แรงกว่าคนธรรมดานิดหน่อยเองนะ แต่ทำไมตอนกระแทกหน้าเข้าจังๆ ความรู้สึกมันเหมือนสมองโดนค้อนปอนด์ทุบเลยวะ?"

หลี่เหลียนกางมือออกทั้งสองข้าง ทำสีหน้าใสซื่อบริสุทธิ์แบบสุดๆ

หลี่เหลียน

"ก็ลุงบอกเองไม่ใช่เหรอว่าให้ใช้พลังวิญญาณได้น่ะ?"

ตอนที่หลี่เหลียนใช้ทักษะ 【ฮาคุดะ: อิชิโอ】 อานุภาพของมันทำเอาตัวเขาเองยังลอบตกใจ สัญชาตญาณบอกเขาว่าถ้าซัดหมดปลอกมีหวังเป็นเรื่องใหญ่แน่

ด้วยความกลัวว่าจะทำเหล่าจ้าวไส้แตกจริงๆ เขาเลยพยายามกดพลังวิญญาณเอาไว้สุดชีวิต โดยใช้ไปไม่ถึงหนึ่งในสามของที่ทักษะกำหนดไว้ด้วยซ้ำ

ขนาดออมมือให้ขนาดนี้ ยังซัดเหล่าจ้าวสลบเหมือดไปแวบหนึ่งเลย

ทักษะ 【ฮาคุดะ: อิชิโอ】 ดูภายนอกเหมือนเป็นแค่มวยสากลธรรมดา แต่หัวใจสำคัญของมันคือการประยุกต์ใช้พลังวิญญาณ โดยการบีบอัดพลังวิญญาณไว้ที่หมัดแล้วระเบิดออกในวินาทีที่ปะทะเพื่อทำลายล้างจากภายใน

ปริมาณพลังวิญญาณที่ใช้จะกำหนดอานุภาพของท่าโดยตรง และตำแหน่งที่โจมตีก็สำคัญมากเช่นกัน

เพราะฉะนั้นเหล่าจ้าวที่สลบไป หลักๆ เป็นเพราะพลังวิญญาณมันวิ่งไปเขย่าสมองโดยตรงนั่นเอง เรื่องนี้ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ เอาไว้ใช้กับภารกิจที่ต้องจับเป็นเชลยได้ดีนักเชียว

หรือเอาไว้ใช้ตอนเพื่อนร่วมทีมดื้อไม่ฟังคำสั่ง ก็แค่ต่อยให้สลบแล้วแบกกลับบ้านซะเลย!

"ยังดีนะที่ฉันเบี่ยงหัวทัน ไม่งั้นแกซัดดั้งฉันหักแน่!"

จ้าวคงเฉิงบ่นอุบอิบขณะถอดชุดป้องกันและนวมออก จากนั้นก็ใช้มืออุดรูจมูกที่เลือดไหลเอาไว้

"รองกัปตัน ผมขอตัวไปจัดการไอ้นี่ก่อนนะ ที่เหลือฝากลุงกับหงอิงด้วย"

"ฉันไปเป็นเพื่อนเอง ตอนนี้กัปตันมีธุระอย่างอื่นต้องทำพอดี" อู๋เซียงหนานพพยักหน้าแล้วหันไปสั่งหงอิง "หงอิง ฝากเธอทดสอบพลังต้องห้ามของเขาต่อทีนะ รู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง เสร็จแล้วไปหาฉันกับกัปตันที่ห้องโถงใหญ่ด้วย!"

"รับทราบค่ะ!"

หลังจากจ้าวคงเฉิงและอู๋เซียงหนานเดินออกจากลานฝึกยุทธ์ หงอิงก็เดินไปที่ราวตากอาวุธข้างๆ แล้วหยิบกระบองยาวขึ้นมาเล่มหนึ่ง เธอควงกระบองโชว์หนึ่งรอบอย่างทะมัดทะแมงแล้วหันมามองหลี่เหลียน

"เอาล่ะ ชักดาบของเธอออกมา แล้วให้ฉันดูความสามารถที่แท้จริงของเธอหน่อยซิ!"

"พี่หงอิง พี่จะไม่ใส่ชุดป้องกันหน่อยเหรอครับ?"

"ไม่ต้องลีลา เข้ามาได้เลย!"

"งั้นผมลุยละนะ!"

...

ณ ห้องโถงใต้ดินของสำนักงานจัดหางานผิงอัน หลี่เหลียนนอนแผ่อยู่บนโซฟา จ้องมองเพดานอย่างว่างเปล่าพลางขบคิดถึงความหมายของชีวิต รูจมูกทั้งสองข้างมีกระดาษทิชชู่อุดอยู่ และมีรอยเลือดสีแดงเข้มซึมออกมาจางๆ

เมื่อสิบห้านาทีที่แล้ว หลี่เหลียนอัญเชิญดาบฟันวิญญาณออกมา เปิดใช้งาน 【ก้าวพริบตา】 แล้วฟันดาบเข้าใส่กระบองยาวในมือของหงอิง

หงอิงตกใจกับความเร็วในการเคลื่อนที่ของหลี่เหลียนนิดหน่อย แต่เธอก็เบี่ยงตัวหลบได้อย่างฉับไว พร้อมกับหวดกระบองสวนกลับในแนวราบเข้าที่ขาของหลี่เหลียน บวกกับแรงส่งจากก้าวพริบตาที่พุ่งมาข้างหน้า ผลคือหลี่เหลียนหน้าคว่ำคะมำไปกองกับพื้น ดาบฟันวิญญาณหลุดมือกระเด็นไปไกล

หลี่เหลียน

เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้นวะน่ะ?

หลังจากนั้นก็คือมหกรรมการยำอยู่ฝ่ายเดียวราวกับพายุทอร์นาโด ถ้านึกภาพไม่ออกลองนึกถึงกระสอบทรายดู ถ้าไม่มีชุดป้องกันคอยเซฟจุดสำคัญไว้ อย่างน้อยหลี่เหลียนคงได้กระดูกหักไปหลายท่อนแน่ๆ

นี่เขาไปเอาความมั่นใจผิดๆ แบบนั้นมาจากไหนกัน? แค่ฆ่ามอนสเตอร์กิ๊กก๊อกได้สองตัวก็นึกว่าตัวเองไร้เทียมทานแล้วเหรอ?

การดูถูกคนอื่นมันมีราคาที่ต้องจ่าย และการลงไปนอนนับดาวบนพื้นก็คือบทลงโทษที่เขาสมควรได้รับแล้ว!

การโดนหงอิงสั่งสอนในครั้งนี้ช่วยดึงสติหลี่เหลียนให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอย อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้ซึ้งถึงขีดจำกัดความแข็งแกร่งของตัวเอง และตระหนักได้ว่าเขายังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ

เขาตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กทารกที่ถือปืนพกกระบอกโต ถ้าไม่ระวังหรือคุมพลังไม่อยู่ อาจจะพาตัวเองไปตายเอาได้ง่ายๆ

เขาต้องเริ่มฝึกซ้อมทันที! มีเรื่องที่ต้องทำเต็มไปหมดเลย!

ทั้งการควบคุมพลังให้เชี่ยวชาญ การเพิ่มการควบคุมทักษะ 【ก้าวพริบตา】 การเรียนรู้วิชาต่อสู้ระยะประชิด และการคำนวณแรงส่งสูงสุดของ 【ฮาคุดะ: อิชิโอ】

ดาบฟันวิญญาณของเขาออกจะทรงพลัง แต่อิสระในการใช้ดาบของเขากลับกากยิ่งกว่านักเลงคุมซอยเสียอีก ไร้กระบวนท่าและไร้ระเบียบแบบแผนสิ้นดี น่าอายชะมัด

พอคิดถึงตรงนี้ หลี่เหลียนก็รู้สึกเจ็บจมูกจี๊ดขึ้นมา วันแรกที่ปลุกพลังก็ดันไป "ซัดบัตรประกันสังคม" ของคนในหน่วยกู้ราตรีปลิวหายไปคนนึง

นี่ยังไม่ได้เข้าหน่วยอย่างเป็นทางการเลยนะ เขาก็จินตนาการถึงชีวิตอัน "แสนสุข" ในวันข้างหน้าได้ล่วงหน้าแล้ว คงโดนพวกพี่ๆ คอย "เอ็นดู" กันเป็นพิเศษแน่ๆ

แล้วตอนแรกฉันจะไปโชว์เหนือทำไมวะเนี่ย? ตอนนี้เปลี่ยนใจหนีทันไหมนะ?

...

"ระดับพลังของเขาอยู่ประมาณช่วงพีคของระดับ 'เบิกเนตร' ค่ะ มีทักษะการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และมีวิชาต่อสู้ที่เน้นการบีบอัดพลังวิญญาณไว้ที่หมัด สามารถสร้างเปลวไฟที่มีอุณหภูมิประมาณ 1000 องศาเซลเซียส และอัญเชิญดาบคะตะนะความร้อนสูงออกมาในมือได้ตลอดเวลา"

"ด้านทักษะยังเป็นศูนย์ ไม่มีวิชาดาบหรือศิลปะการต่อสู้ที่เป็นระบบ ช่วงล่างค่อนข้างหลวมและล้มง่าย สมรรถภาพทางกายดีกว่าคนทั่วไปนิดหน่อย น่าจะเป็นผลพลอยได้จากการปลุกพลังต้องห้าม"

"สรุปคือ: เป็นแค่เด็กมัธยมปลายที่เพิ่งปลุกพลังได้และยังไม่รู้อะไรเลย แต่ถ้าดูจากคุณสมบัติของพลังต้องห้ามแล้ว ถือเป็นบุคลากรที่มีพรสวรรค์คุ้มค่าแก่การปั้นค่ะ"

ในห้องทำงานชั้นบนของฐานทัพ เฉินมู่เหย่และอู๋เซียงหนานพยักหน้าพลางฟังรายงานผลประเมินตัวหลี่เหลียนจากหงอิง พวกเขาเพิ่งจะใช้ทรัพยากรของหน่วยกู้ราตรีสืบค้นประวัติภูมิหลังของหลี่เหลียนมาหมาดๆ

เติบโตในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี และไม่มีประวัติอาชญากรรม

เมื่อพิจารณาประกอบกับพฤติกรรมต่างๆ ของเขาแล้ว พวกเขาก็ตัดความเป็นไปได้ที่หลี่เหลียนจะเป็นสายลับจากองค์กรอื่นออกไปได้เกือบทั้งหมด สามารถรับเข้าหน่วยกู้ราตรีได้อย่างสบายใจ!

"เข้าใจแล้ว หงอิง ไปเรียกเจ้าหนูนั่นขึ้นมาเถอะ ได้เวลาทดสอบขั้นสุดท้ายแล้ว"

"ค่ะ!"

เมื่อหลี่เหลียนเดินตามหงอิงเข้ามาในห้อง เขาก็พบเฉินมู่เหย่และอู๋เซียงหนานยืนหันหน้ามาทางประตู โดยมีแผนที่กางอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ข้างหน้าพวกเขา

"ฉันเพิ่งจะปะทะกับราชาหน้าผีมาที่แถบชานเมืองใกล้กับกำแพงเมืองฝั่งเหนือ มันบาดเจ็บสาหัสและหนีไปได้ด้วยการยอมระเบิดพลังชีวิตบางส่วนทิ้ง ตอนนี้พิกัดของมันน่าจะอยู่ประมาณตรงนี้ในแผนที่" เฉินมู่เหย่พูดพลางชี้นิ้วลงบนจุดหนึ่งในแผนที่

จากนั้นเขาก็หันมามองหลี่เหลียนที่เพิ่งเดินเข้ามา แล้วเอ่ยขึ้นว่า "ตอนนี้ พวกฉันอยากฟังความคิดเห็นของเธอหน่อย"

"ผมเหรอ?!"

จบบทที่ บทที่ 7: งั้นผมลุยละนะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว