เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 สามีของเจ้า ใช้แต่ ‘ความจริงใจ’ ฆ่าคน

บทที่ 32 สามีของเจ้า ใช้แต่ ‘ความจริงใจ’ ฆ่าคน

บทที่ 32 สามีของเจ้า ใช้แต่ ‘ความจริงใจ’ ฆ่าคน


บทที่ 32 สามีของเจ้า ใช้แต่ ‘ความจริงใจ’ ฆ่าคน

ใต้ร่มเงาต้นไทร

สองพ่อลูกกู้ชิงเสวี่ยและกู้เทียนสยงนั่งเผชิญหน้ากันบนเก้าอี้หิน จ้องมองหยกแผ่นสีเขียวเข้มตรงหน้าด้วยความเงียบงัน

แสงแดดยามเที่ยงวันไม่ได้ช่วยมอบความอบอุ่นให้พวกเขาเลยแม้แต่น้อย

แผ่นหลังของทั้งสองเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบโดยไม่รู้ตัว

ปฏิกิริยาของกู้เทียนสยงนี้ เสิ่นอี้พอจะเข้าใจได้

ท้ายที่สุดแล้ว ทักษะการแสดงของขงเจี๋ยก็นับว่ายอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมาในชีวิต

การที่กู้เทียนสยงจะถูกขงเจี๋ยปั่นหัวจนหัวปักหัวปำจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

แต่ชิงเสวี่ยน้อย เจ้าจะตกใจไปทำไมกัน?

เมื่อคืนเจ้าก็แอบฟังเย่จีรายงานอยู่ตลอดไม่ใช่หรือไง

หากขงเจี๋ยไม่มีปัญหา แล้วข้าจะส่งคนไปสืบเรื่องของเขาทำไมกันเล่า?

กู้ชิงเสวี่ยผู้เป็นถึงธิดาเทพ ถูกเสิ่นอี้เลี้ยงดูจนเสียคนไปโดยสมบูรณ์แล้ว...

จนถึงวินาทีนี้ ในที่สุดเสิ่นอี้ก็ตระหนักได้ว่า...

ขอเพียงได้อยู่ด้วยกัน กู้ชิงเสวี่ยก็จะโยนสมองทิ้งไปโดยธรรมชาติ และเลือกที่จะเชื่อเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข

นอกเหนือจากเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเสิ่นอี้แล้ว กู้ชิงเสวี่ยก็ไม่สนใจไยดีสิ่งใดอีก

ตอนนี้ในหัวของนางมีเพียงเสิ่นอี้คนเดียวเท่านั้น

หลังจากได้ข้อสรุปนี้ เสิ่นอี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะร้องไห้หรือหัวเราะดี...

"ท่านผู้สืบทอด..."

"เช่นนั้นตอนนี้ข้าควรทำเช่นไรดีขอรับ?"

ความรู้สึกเสียใจพลุ่งพล่านขึ้นในใจของกู้เทียนสยง การกระทำของเขาไม่ต่างอะไรกับการชักศึกเข้าบ้าน

ในเมื่อขงเจี๋ยสามารถทรยศพันธมิตรสามตระกูลได้

เช่นนั้นไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องทรยศตระกูลกู้เหมือนที่ทำกับพันธมิตรสามตระกูลเป็นแน่

ทางด้านกู้ชิงเสวี่ยก็โผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมาจากอ้อมอกของเสิ่นอี้

เพียงแต่ว่า แววตาของนางกลับแฝงไปด้วยความใสซื่อบริสุทธิ์... แบบโง่งม

ในสายตาของกู้ชิงเสวี่ย...

ท่านสามีของนางคือผู้ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และไม่มีจุดอ่อนใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งสองคนต่างยกให้เสิ่นอี้เป็นเสาหลักไปแล้วอย่างเป็นธรรมชาติ

"ผู้นำตระกูลกู้คิดจะจัดการกับขงเจี๋ยอย่างไร?"

"จะฆ่า หรือจะเก็บไว้?"

"ฆ่าทิ้งขอรับ!"

"สังหารเขาทิ้งเสีย!"

"ขงเจี๋ยอันตรายเกินไป จิตใจล้ำลึกและลงมือเหี้ยมโหด"

"กู้เทียนสยงอย่างข้ามิอาจควบคุมเขาได้ เก็บไว้ก็รังแต่จะเป็นภัยในภายภาคหน้า"

กู้ชิงเสวี่ยโผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมาจากอ้อมอกของเสิ่นอี้อีกครั้ง ดวงตาจ้องมองเสิ่นอี้ตาแป๋ว เอ่ยถามเสียงเบา

"ท่านสามี" (เปลี่ยนจากท่านพี่ เป็นท่านสามีนะครับ)

"หรือว่าท่านจะลงมือด้วยตัวเองเจ้าคะ?"

เสิ่นอี้ส่ายหน้า

"สามีของเจ้า ใช้แต่ ‘ความจริงใจ’ ฆ่าคนเสมอมา"

"บอกว่าจะไม่ฆ่าขงเจี๋ย ก็คือไม่ฆ่า"

มุมปากของเสิ่นอี้ยกขึ้นเล็กน้อย เผยรอยยิ้มลึกลับ

"แต่ว่า มีคนสามารถลงมือแทนข้าได้"

"คนผู้นี้เกลียดชังขงเจี๋ยเข้ากระดูกดำ แค้นแทบอยากจะถลกหนังเลาะเอ็นเขาเสียให้ได้"

"เพียงแต่ติดที่หน้าตาของตนเอง จึงไม่กล้าลงมือก็เท่านั้น"

สิ้นคำพูด เสิ่นอี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้

เขาก้มศีรษะลงมองเด็กสาวในอ้อมแขน

กู้ชิงเสวี่ยเงยหน้าขึ้น ดวงหน้าจิ้มลิ้มงดงาม นัยน์ตาสีดำขลับเต็มไปด้วยความเทิดทูนที่มีต่อเสิ่นอี้

ในยามนี้ เมื่อนางได้เห็นท่าทางวางแผนอย่างแยบยลของสามี มุมปากก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ใบหน้างดงามแดงระเรื่อดูเย้ายวนใจเป็นอย่างยิ่ง

เสิ่นอี้ยกมือขึ้น โอบกอดนางไว้อย่างทะนุถนอม กดปลายจมูกลงบนกระหม่อมของกู้ชิงเสวี่ย แล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม

"ชิงเสวี่ยน้อย ความรู้สึกที่เจ้ามีต่อวังเหมันต์จันทราเป็นอย่างไรบ้าง?"

เมื่อกล่าวถึงวังเหมันต์จันทรา รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้ชิงเสวี่ยก็กว้างขึ้นกว่าเดิม

"วังเหมันต์จันทราหรือเจ้าคะ..."

"ที่นั่นนับว่าเป็นบ้านหลังที่สองของข้าเลย"

"ท่านอาจารย์ดีต่อข้ามาก"

"นางมีนิสัยอ่อนโยน ทุกครั้งที่การบำเพ็ญเพียรของข้าพบเจอคอขวด นางก็จะคอยชี้แนะอย่างใจเย็นเสมอ"

นางเจื้อยแจ้วเล่าเรื่องราวต่างๆ

พูดถึงความอ่อนโยนของลั่วโหรวผู้เป็นอาจารย์ พูดถึงเรื่องเล่าขานในวังเหมันต์จันทรา และเรื่องน่าสนุกระหว่างผู้อาวุโสหลายท่าน

พอพูดถึงวังเหมันต์จันทรา กู้ชิงเสวี่ยก็ราวกับเปิดสวิตช์เครื่องคุย ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว เล่าอย่างออกรสออกชาติ

เสิ่นอี้กอดนางไว้ในอ้อมแขนแล้วรับฟังอย่างเงียบๆ คอยเออออรับคำเป็นระยะ

ฝ่ามือของเขาลูบไล้เส้นผมดำขลับนุ่มสลวยของกู้ชิงเสวี่ยอย่างเผลอไผล ปลายนิ้วสางผ่านเรือนผมอย่างแผ่วเบา

กู้เทียนสยงได้ยินคำถามของเสิ่นอี้ก็รู้สึกงุนงงไม่เข้าใจ

แต่เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้ท่านผู้สืบทอดก็เคยสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับวังเหมันต์จันทราในห้องโถง

กู้เทียนสยงอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงเรื่องราวบางอย่าง จึงอ้าปากเตรียมจะพูด

แต่เสิ่นอี้กลับยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปาก ทำท่า 'ชู่ว' เพื่อส่งสัญญาณไม่ให้เขาพูดต่อ

กู้เทียนสยงจึงทำได้เพียงกลืนคำพูดที่อยู่ตรงมุมปากลงคอไป

ทว่าในใจของเขากลับมีความคาดเดาบางอย่างที่ทำให้รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีนัก

เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดกู้ชิงเสวี่ยก็เล่าจบ

น้ำเสียงของนางค่อยๆ แผ่วลง ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ว่า

"แม้ในเวลาต่อมา ระดับพลังบำเพ็ญเพียรของข้าจะสูญสิ้นจนหมด และถูกปลดจากตำแหน่งธิดาเทพ ข้าก็ไม่เคยกล่าวโทษวังเหมันต์จันทราเลยเจ้าค่ะ"

"ข้าแค่รู้สึกว่า ตัวข้าในเวลานั้น ไม่คู่ควรกับฐานะนี้อีกต่อไปแล้วจริงๆ"

ยามที่นางเอ่ยคำเหล่านี้ น้ำเสียงช่างราบเรียบ ซ้ำยังมีรอยยิ้มที่แสดงถึงการปล่อยวางเจืออยู่เล็กน้อย

เสิ่นอี้ฟังคำพูดของกู้ชิงเสวี่ย ทว่าในใจกลับรู้สึกปวดร้าว

วินาทีนี้ เขาไม่อยากให้กู้ชิงเสวี่ยได้รับรู้ความจริงทั้งหมดเลย

การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความฝันอันงดงามที่ถูกถักทอขึ้นมา บางทีอาจเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับกู้ชิงเสวี่ย

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เหมาะกับการเป็นตัวร้ายที่ได้มาตรฐานจริงๆ

เสิ่นอี้นั้นเด็ดขาดและเหี้ยมโหดก็จริง แต่เขาก็เป็นคนใจอ่อนมากเช่นกัน...

หลังจากกู้ชิงเสวี่ยพูดจบ นางก็พลันได้สติ เงยหน้าขึ้นมองเสิ่นอี้

"ท่านสามี..."

"เหตุใดจู่ๆ ท่านถึงถามเรื่องการบำเพ็ญเพียรที่วังเหมันต์จันทราของข้าล่ะเจ้าคะ?"

มุมปากของเสิ่นอี้ยกขึ้นเล็กน้อย แววตาซับซ้อนที่ซ่อนอยู่เบื้องลึกถูกบดบังด้วยความอ่อนโยนและทะนุถนอม

"ข้าก็แค่… อยากจะรู้จักชิงเสวี่ยน้อยของข้าให้มากขึ้นอีกหน่อยเท่านั้นเอง"

พอได้ยินประโยคนี้ ใบหน้าของกู้ชิงเสวี่ยก็แดงซ่านขึ้นมาทันที

นางก้มหน้าด้วยความเขินอาย ไม่กล้าสบตาเสิ่นอี้ ริมฝีปากพึมพำเสียงเบา

"ท่านพ่อยังอยู่นะเจ้าคะ..."

"ท่านสามีอย่าพูดจาเลี่ยนๆ แบบนี้สิเจ้าคะ..."

ทว่าร่างกายของกู้ชิงเสวี่ยกลับซื่อสัตย์เป็นอย่างยิ่ง

นางสวมกอดเอวของเสิ่นอี้แน่นขึ้นเรื่อยๆ จนร่างทั้งร่างแทบจะมุดเข้าไปในอ้อมกอดของเขา

รอยยิ้มตรงมุมปากของกู้ชิงเสวี่ยที่พยายามกดลงอย่างไรก็ไม่มิด ได้เปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงในใจของนางออกมาจนหมดสิ้น

เสิ่นอี้บีบแก้มแดงระเรื่อของกู้ชิงเสวี่ยด้วยความเอ็นดู

จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นและกล่าวกับกู้เทียนสยง

"เรื่องขงเจี๋ย ข้ามีวิธีจัดการของข้าเอง"

"ท่านผู้สืบทอด ตอนนี้ตระกูลกู้ยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการ..."

"ยามนี้ขงเจี๋ยมีบารมีในตระกูลกู้สูงมาก หากสังหารเขาทิ้งโดยตรง เกรงว่าจะเกิดความวุ่นวายได้นะขอรับ"

เสิ่นอี้ยักไหล่ เอ่ยปากว่า

"เรื่องนี้ผู้นำตระกูลกู้ต้องไปหาวิธีเอาเองแล้วล่ะ"

ท้ายที่สุดแล้วนี่ก็เป็นเรื่องภายในของตระกูลกู้ เสิ่นอี้ไม่ชอบเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากจนเกินไปอยู่แล้ว

กู้เทียนสยงถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนแล้วประสานมือคารวะอย่างจริงจัง

"ท่านผู้สืบทอดได้ช่วยเหลือตระกูลกู้มามากพอแล้วขอรับ"

"เรื่องที่เหลือ ผู้นำตระกูลกู้อย่างข้าจะหาทางจัดการเอง"

"ขอบพระคุณท่านผู้สืบทอดที่ช่วยชี้แนะ"

"เช่นนั้นผู้น้อยขอตัวลา"

รอจนกู้เทียนสยงจากไป ภายในเรือนก็เหลือเพียงเสียงสายลมพัดผ่านต้นไทรดังสวบสาบ

เสิ่นอี้ก้มหัวลงมองเด็กสาวในอ้อมแขน สีหน้าของเขากลายเป็นเคร่งขรึมอย่างยิ่ง

"ชิงเสวี่ยน้อย"

กู้ชิงเสวี่ยเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับแววตาจริงจังของเสิ่นอี้ก็ชะงักไปเล็กน้อย

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นท่านสามีมองตนด้วยสายตาเคร่งขรึมเช่นนี้

เสิ่นอี้จ้องมองกู้ชิงเสวี่ย เอ่ยถามทีละคำ

"เจ้าอยากรู้ความจริงทั้งหมดหรือไม่?"

"เกี่ยวกับพันธมิตรสามตระกูล เรื่องที่ว่าเหตุใดลั่วโหรวผู้เป็นอาจารย์ของเจ้าถึงหายตัวไป และเรื่องที่วังเหมันต์จันทราแอบทำเรื่องบัดซบอะไรไว้ลับหลัง..."

"ถ้าความจริงที่ซ่อนอยู่นั้นโหดร้ายมาก และมันจะทำให้เจ้าเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส เจ้ายังอยากจะรับรู้อยู่หรือไม่?"

เสิ่นอี้ลังเลอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะมอบสิทธิ์ในการตัดสินใจให้กับนาง

กู้ชิงเสวี่ยเห็นสีหน้าจริงจังของเสิ่นอี้ นางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าในท้ายที่สุด

"อืม"

"ข้าเชื่อใจท่านสามีเจ้าค่ะ..."

"ขอเพียงท่านสามียังยินดีที่จะอยู่เคียงข้างข้า ข้าก็ไม่หวาดกลัวสิ่งใดทั้งสิ้น"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ เสิ่นอี้ก็เผยรอยยิ้มบางๆ ประทับจุมพิตลงบนหน้าผากของนาง

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะพาเจ้าไปพบคนผู้หนึ่ง"

"เขาจะบอกคำตอบทั้งหมดแก่เจ้าเอง"

จบบทที่ บทที่ 32 สามีของเจ้า ใช้แต่ ‘ความจริงใจ’ ฆ่าคน

คัดลอกลิงก์แล้ว