- หน้าแรก
- ตัวร้ายอย่างข้า ทำไมสตรีพวกนี้ถึงรักข้านัก
- บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย
บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย
บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย
บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย
ยอมให้เจ้าตรวจสอบงั้นหรือ?
หากปล่อยให้เจ้าพบว่า ข้าย้อนเวลาจากอนาคตกลับมาในปัจจุบัน แถมยังชิงร่างของกู้หานมาอีก
ข้าจะยังมีทางรอดอยู่อีกหรือ?
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันหนักอึ้งดั่งขุนเขาของเสิ่นอี้ กู้หานก็ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง เข่าอ่อนยวบ เกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้นตรงหน้าของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เพื่อเอาชีวิตรอด มันทำได้เพียงหนีตายออกไปจากที่นี่ให้จงได้
ฉับพลัน พลังวิญญาณของกู้หานก็ไหลเวียน พลังปราณแท้เดือดพล่านสูบฉีดไปทั่วร่าง ทำให้มันกลับมามีความมั่นใจอีกครั้งในพริบตา
เดี๋ยวก่อน...
ทำไมข้าต้องหนีด้วยล่ะ?
เสิ่นอี้อย่างเจ้าเป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลเสิ่น นายน้อยแห่งตำหนักอมตะ โอรสสวรรค์ผู้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก
แต่ตัวข้าในเวลานี้ ไม่ใช่ทาสชั้นต่ำเหมือนในชาติก่อนอีกแล้ว แต่เป็นถึงอัจฉริยะในรอบร้อยปีของตระกูลกู้ต่างหาก
เจ้ากับข้าต่างก็เป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังบำเพ็ญเพียรมานานกว่าเจ้าถึงสองปี มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะต้องหลบเลี่ยงคมดาบของเจ้าด้วย?
ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ความได้เปรียบก็อยู่ที่ข้า!
เมื่อคิดได้ดังนี้ บนใบหน้าของกู้หานก็ปรากฏร่องรอยของความโอหัง มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"เสิ่นอี้..."
"อย่ามารังแกกันให้มากนัก ที่นี่คือตระกูลกู้ ยังไม่ถึงคราวที่คนนอกอย่างเจ้าจะมาทำตัวเป็นใหญ่"
"หึ..."
"ไม่เจียมกะลาหัว"
วินาทีต่อมา สิ้นสุดน้ำเสียงราบเรียบไร้ความแยแสของเสิ่นอี้
เพียงแค่ยกมือขึ้น ฝ่ามือสีทองอร่ามที่แผ่กลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัวก็ควบแน่นขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันพกพาแรงกดดันจนชวนอึดอัดแทบขาดใจ ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ร่างของกู้หานโดยตรง
กู้หานไม่มีแม้แต่เวลาจะหลบหลีก มันจำต้องรับการโจมตีนี้เข้าไปเต็มๆ
"เป็นไปไม่ได้..."
ใบหน้าของกู้หานเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง
มันกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างปลิวลอยละลิ่วไปด้านหลัง วาดเส้นสายสีแดงสดกลางอากาศ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะฝังจมลึกลงไปในกำแพงด้านนอก
ในวินาทีนี้เอง กู้หานถึงได้ตระหนักว่า ตำแหน่งอัจฉริยะตระกูลกู้ของตนนั้น มันช่างดูน่าขันเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นอี้
"พี่กู้อวิ๋น พวกเราต้องเข้าไปช่วยนายน้อยหรือไม่ขอรับ"
บรรดาองครักษ์ที่กู้หานพามาด้วยต่างหน้าซีดเผือด พวกเขาหันขวับไปมองกู้อวิ๋นผู้เป็นหัวหน้าเป็นตาเดียว
นี่มันไปล่วงเกินท่านผู้สืบทอดตระกูลเสิ่นเข้าแล้วนะ หากถูกหางเลขไปด้วยมีหวังได้โดนล้างตระกูลแน่...
กู้อวิ๋นผู้เป็นหัวหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักด้วยคมมีด ระหว่างคิ้วแฝงไปด้วยความสุขุมเยือกเย็นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน
"ไม่ต้อง..."
"เรื่องนี้บ่าวไพร่ชั้นผู้น้อยอย่างพวกเรายื่นมือเข้าไปสอดไม่ได้แล้ว"
ยังไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งที่ท่านผู้สืบทอดแสดงออกมา ว่าตัวเขาเองจะสามารถสยบอีกฝ่ายได้หรือไม่
แค่ประเมินจากความผิดปกติสารพัดอย่างของกู้หานนับตั้งแต่ออกจากด่านฝึกตน กู้อวิ๋นก็เริ่มสงสัยในตัวตนของมันอยู่เหมือนกัน
ตอนแรกกู้หานนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน
ไม่เพียงแต่จะทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำ แต่ยังตั้งเป้าที่จะฝึกวิชาต้องห้ามที่ไม่มีคนในตระกูลกู้ฝึกสำเร็จมาหลายปีให้จงได้
ทว่าหลังจากออกจากด่าน ระดับพลังไม่เพียงแต่จะหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย แต่มันยังถ่อมาที่ตระกูลสายรองอันห่างไกลที่ปกติมันไม่เคยแม้แต่จะชายตามองด้วยตัวเองอีก
พฤติกรรมเช่นนี้ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้กู้อวิ๋นเกิดความคลางแคลงใจ
ในเมื่อตอนนี้เสิ่นอี้ลงมือทดสอบด้วยตัวเอง ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้พิสูจน์ว่ามันถูกคนชิงร่างไปจริงหรือไม่
กู้อวิ๋นดึงสติกลับมา หันหน้าไปสั่งการองครักษ์หนุ่มท่าทางหัวไวข้างกายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"เสี่ยวลิ่วจื่อ"
"เจ้ารีบไปรายงานท่านผู้นำตระกูลกู้ นำเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ไปบอกกล่าวให้หมดจดทุกกระเบียดนิ้ว เชิญพวกท่านรีบมาจัดการปัญหาที่นี่โดยด่วน"
ทางด้านกู้ชิงเสวี่ยที่ได้รับการปกป้องอยู่ในอ้อมกอดของเสิ่นอี้ จนถึงตอนนี้เพิ่งจะกะพริบตาปริบๆ ดึงสติกลับมาจากความตื่นตะลึงได้เล็กน้อย
"ทำเอาเจ้าตกใจเลยหรือ?"
เสิ่นอี้ก้มหน้าลง น้ำเสียงอ่อนโยนลงหลายส่วน
กู้ชิงเสวี่ยพยักหน้าตอบรับโดยสัญชาตญาณ ภายในดวงตาคู่สวยยังคงหลงเหลือความตกตะลึง นางถูกความแข็งแกร่งที่เสิ่นอี้แสดงออกมาทำให้ตกใจเข้าแล้วจริงๆ
ต้องรู้ก่อนว่า กู้หานในเวลานี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงชิงร่างมา
ถึงแม้จะมีระดับพลังแค่สร้างรากฐานขั้นปลาย แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปเปรียบเทียบกับคนทั่วไปได้
ทว่ามันกลับรับการโจมตีของเสิ่นอี้ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว
ผู้สืบทอดตระกูลเสิ่น ช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ...
"เรื่องเมื่อครู่นี้ รบกวนคุณชายเสิ่น..."
นางชะงักไปเล็กน้อย เมื่อนึกถึงข้อตกลงก่อนหน้านี้ ใบหน้างดงามก็ซับสีเลือด เปลี่ยนสรรพนามทันควัน
"รบกวนท่านพี่แล้วเจ้าค่ะ..."
หากเสิ่นอี้ไม่ได้อยู่ข้างกายนาง ก็ไม่รู้ว่าไอ้เฒ่าสารพัดพิษอย่างกู้หานจะทำอะไรกับนางบ้าง
ในมุมมองของกู้ชิงเสวี่ย
กู้หานถูกคนชิงร่างไปแล้ว และคนที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ล้วนต้องอยู่ในระดับวิญญาณก่อกำเนิดขึ้นไปทั้งสิ้น
แต่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดทั่วไป มีใครบ้างที่ไม่ใช่ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เพทุบาย?
แล้วจะมาแสดงท่าทีหื่นกระหายน้ำลายสอเพียงแค่เห็นหน้านางได้อย่างไร
เรื่องนี้ทำให้กู้ชิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงไปถึงพวกผู้บำเพ็ญเพียรสายมารบางกลุ่ม โดยเฉพาะพวกโจรเด็ดบุปผาที่ใช้วิชาดูดหยินเสริมหยาง
เมื่อคิดได้ดังนี้ กู้ชิงเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน ความหวาดผวาย้อนหลังแล่นปราดเข้าเกาะกุมหัวใจ
โชคดีจริงๆ ที่เสิ่นอี้ยั้งอยู่ข้างกายนาง
กู้ชิงเสวี่ยยกท่อนแขนเรียวราวกับรากบัวโอบรัดเอวสอบของเสิ่นอี้ไว้โดยสัญชาตญาณ เบียดเรือนร่างอรชรแนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น
ราวกับว่ามีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่จะมอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับนางได้
เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนติดหนึบของกู้ชิงเสวี่ย เสิ่นอี้ก็ส่งยิ้มเอ็นดู เขาโอบเอวนางไว้ แล้วก้าวเดินเนิบนาบไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากู้หาน
"พูดมาสิ"
"ตกลงแล้วเจ้าเป็นใคร? แล้วชิงร่างของกู้หานมาได้อย่างไร?"
"หากสารภาพมาตามตรง ข้าอาจจะยังเก็บชีวิตน้อยๆ ของเจ้าไว้ก็ได้นะ"
เสิ่นอี้มองต่ำลงมาพิจารณากู้หานจากมุมสูง
แค่ลองหยั่งเชิงดูนิดหน่อยก็ออกอาการร้อนรนซะขนาดนี้ พฤติกรรมของกู้หานแทบจะยืนยันได้แล้วว่าตัวตนของมันมีปัญหาจริงๆ
เมื่อได้ยินคำซักไซ้ของเสิ่นอี้ กู้หานที่ฝังร่างลึกอยู่ในกำแพงก็กระอักเลือดออกมาอีกหลายคำ ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงสุดขีด
อุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้เกิดใหม่ย้อนอดีตกลับมา ยังไม่ทันจะได้เสวยสุขอุ้มซ้ายกอดขวา ยังไม่ทันจะได้ทำความฝันที่จะเป็นใหญ่ในใต้หล้าให้สำเร็จเลย
ข้าไม่อยากมาตายอยู่ที่นี่นะเว้ย
"ท่านผู้สืบทอดโปรดเมตตาด้วย!"
"ข้า... ข้าไม่ใช่กู้หานจริงๆ ขอรับ!"
เพื่อไขว่คว้าโอกาสรอดชีวิตแม้เพียงริบหรี่ ไอ้กระดูกอ่อนอย่างกู้หานก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะขอความเมตตาจากเสิ่นอี้ทันที มันเปิดโปงความลับที่ใหญ่ที่สุดของตัวเองต่อหน้าธารกำนัลจนหมดเปลือก
"เดิมทีข้าเป็นเพียงทาสรับใช้ต่ำต้อยของตระกูลกู้ในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงได้ย้อนเวลากลับมาในปัจจุบัน"
"แถมยังบังเอิญมาชิงร่างของกู้หานที่ธาตุไฟแตกซ่านจนตายเพราะแอบฝึกวิชาต้องห้ามพอดีขอรับ..."
วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของเสิ่นอี้
"ติ๊ง! ตรวจพบว่าบุตรแห่งโชคชะตา กู้หาน ถูกเปิดโปงสถานะผู้ช่วงชิงร่าง หักค่าลิขิตสวรรค์ 25,000 แต้ม"
"เจ้านายทำการปล้นชิงค่าลิขิตสวรรค์ของกู้หานมาได้ 25,000 แต้ม"
แบบนี้มันจะไม่เปราะบางไปหน่อยหรือไง แค่นี้ก็แย่งค่าลิขิตสวรรค์มาได้ครึ่งหนึ่งแล้วหรือเนี่ย?
ไร้ประโยชน์เกินไปแล้วมั้ง?
เสิ่นอี้ทอดสายตามองกู้หานที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความเย็นชา ช่างโง่เขลาไร้เดียงสาซะจริง
คิดจริงๆ หรือว่าสารภาพทุกอย่างแล้วข้าจะปล่อยแกไปน่ะ?
กู้อวิ๋นที่อยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนั้น ในใจยิ่งแค่นเสียงเย็นชา
ทาสชั้นต่ำจากอีกร้อยปีข้างหน้าจะสามารถข้ามผ่านสายธารแห่งกาลเวลามาเกิดใหม่แย่งชิงร่างผู้อื่นได้งั้นหรือ?
เจ้าคิดว่าท่านผู้สืบทอดจะเชื่อคำพูดของเจ้า หรือจะเชื่อว่าข้าคือจิ๋นซีฮ่องเต้มากกว่ากันล่ะ?
ไอ้เฒ่าปีศาจนี่จะแต่งเรื่องโกหกทั้งที ก็ไม่รู้จักแต่งให้มันเนียนกว่านี้หน่อย
น่าเสียดายที่นายน้อยของตนต้องมาถูกคนวิปริตพรรค์นี้แย่งร่างไปเสียนี่...
ในตอนนั้นเอง ในที่สุดกู้เทียนสยงก็นำเหล่าผู้อาวุโสรีบรุดหน้ามาถึง
กู้เทียนสยงก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหา ก่อนจะโค้งคำนับเสิ่นอี้อย่างนอบน้อม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคารพยำเกรงว่า
"ท่านผู้สืบทอด ข้าน้อยได้รับรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วขอรับ"
เสิ่นอี้พยักหน้าเล็กน้อย เอ่ยกับกู้เทียนสยงว่า
"ผู้นำตระกูลกู้มาได้ถูกเวลาพอดี"
"คนผู้นี้ได้สารภาพจากปากของมันเองแล้ว ว่ามันไม่ใช่กู้หาน แต่เป็นทาสชั้นต่ำจากอีกร้อยปีข้างหน้าที่มาชิงร่างนี้ไป"
ร้อยปีข้างหน้า? ทาส? ชิงร่าง?
แต่ละคำกู้เทียนสยงล้วนรู้จักดี แต่ทำไมพอเอามารวมกันแล้วเขาถึงฟังไม่รู้เรื่องเลยล่ะเนี่ย?
ช่างเถอะ การที่ท่านผู้สืบทอดทำเช่นนี้ ย่อมต้องมีความหมายลึกซึ้งแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน
ทำตามที่บอกไปก็พอ
จากนั้น กู้เทียนสยงก็หันไปสั่งการเหล่าองครักษ์ที่ยืนตั้งแถวอย่างขึงขังอยู่ด้านหลังว่า
"ใครก็ได้!"
"นำตัวกู้หานไปขังคุกใต้ดิน ทำลายระดับพลังของมันทิ้งซะ แล้วรอรับคำตัดสินจากท่านผู้สืบทอด"
เมื่อกู้หานได้ยินประโยคนี้ ความหวังทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา
กู้เทียนสยงรวบรวมพลังปราณไว้ในฝ่ามือ แล้วซัดเข้าใส่ตันเถียนของกู้หานโดยตรง กลิ่นอายรอบกายของมันแตกซ่านในทันที กลายเป็นคนไร้ค่าไปอย่างสมบูรณ์
ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านมาจากตันเถียน ภาพตรงหน้ากู้หานดับวูบ แล้วมันก็หมดสติล้มพับไปทั้งอย่างนั้น
ปล่อยให้องครักษ์หน้าตายสองคนลากตัวมันออกไป ทิ้งรอยเลือดลากยาวคดเคี้ยวไว้บนพื้น
"ติ๊ง! ตรวจพบว่ารากฐานของบุตรแห่งโชคชะตา กู้หาน ถูกทำลาย โชคชะตาแตกซ่าน หักค่าลิขิตสวรรค์ 25,000 แต้ม"
"เจ้านายทำการปล้นชิงค่าลิขิตสวรรค์มาได้ 25,000 แต้ม"
"ค่าลิขิตสวรรค์ของกู้หานเหลือศูนย์ เจ้านายสามารถสังหารกู้หานเพื่อรับรางวัลได้"
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของเสิ่นอี้อีกครั้ง
จนถึงตอนนี้ ค่าลิขิตสวรรค์ของ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ คนนี้ ก็ถูกเขาเก็บเกี่ยวไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
ถึงเวลาปิดฉากเรื่องนี้เสียที...
เสิ่นอี้มองตามร่างของกู้หานที่ถูกลากตัวไปยังคุกใต้ดิน นัยน์ตาของเขาทอประกายวูบวาบยากจะคาดเดา...