เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย

บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย

บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย


บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย

ยอมให้เจ้าตรวจสอบงั้นหรือ?

หากปล่อยให้เจ้าพบว่า ข้าย้อนเวลาจากอนาคตกลับมาในปัจจุบัน แถมยังชิงร่างของกู้หานมาอีก

ข้าจะยังมีทางรอดอยู่อีกหรือ?

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันหนักอึ้งดั่งขุนเขาของเสิ่นอี้ กู้หานก็ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง เข่าอ่อนยวบ เกือบจะทรุดลงไปกองกับพื้นตรงหน้าของอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เพื่อเอาชีวิตรอด มันทำได้เพียงหนีตายออกไปจากที่นี่ให้จงได้

ฉับพลัน พลังวิญญาณของกู้หานก็ไหลเวียน พลังปราณแท้เดือดพล่านสูบฉีดไปทั่วร่าง ทำให้มันกลับมามีความมั่นใจอีกครั้งในพริบตา

เดี๋ยวก่อน...

ทำไมข้าต้องหนีด้วยล่ะ?

เสิ่นอี้อย่างเจ้าเป็นถึงผู้สืบทอดตระกูลเสิ่น นายน้อยแห่งตำหนักอมตะ โอรสสวรรค์ผู้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก

แต่ตัวข้าในเวลานี้ ไม่ใช่ทาสชั้นต่ำเหมือนในชาติก่อนอีกแล้ว แต่เป็นถึงอัจฉริยะในรอบร้อยปีของตระกูลกู้ต่างหาก

เจ้ากับข้าต่างก็เป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์ ยิ่งไปกว่านั้นข้ายังบำเพ็ญเพียรมานานกว่าเจ้าถึงสองปี มีเหตุผลอะไรที่ข้าจะต้องหลบเลี่ยงคมดาบของเจ้าด้วย?

ไม่ว่าจะพูดอย่างไร ความได้เปรียบก็อยู่ที่ข้า!

เมื่อคิดได้ดังนี้ บนใบหน้าของกู้หานก็ปรากฏร่องรอยของความโอหัง มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า

"เสิ่นอี้..."

"อย่ามารังแกกันให้มากนัก ที่นี่คือตระกูลกู้ ยังไม่ถึงคราวที่คนนอกอย่างเจ้าจะมาทำตัวเป็นใหญ่"

"หึ..."

"ไม่เจียมกะลาหัว"

วินาทีต่อมา สิ้นสุดน้ำเสียงราบเรียบไร้ความแยแสของเสิ่นอี้

เพียงแค่ยกมือขึ้น ฝ่ามือสีทองอร่ามที่แผ่กลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัวก็ควบแน่นขึ้นมาจากความว่างเปล่า มันพกพาแรงกดดันจนชวนอึดอัดแทบขาดใจ ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ร่างของกู้หานโดยตรง

กู้หานไม่มีแม้แต่เวลาจะหลบหลีก มันจำต้องรับการโจมตีนี้เข้าไปเต็มๆ

"เป็นไปไม่ได้..."

ใบหน้าของกู้หานเผยให้เห็นถึงความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง

มันกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างปลิวลอยละลิ่วไปด้านหลัง วาดเส้นสายสีแดงสดกลางอากาศ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะฝังจมลึกลงไปในกำแพงด้านนอก

ในวินาทีนี้เอง กู้หานถึงได้ตระหนักว่า ตำแหน่งอัจฉริยะตระกูลกู้ของตนนั้น มันช่างดูน่าขันเพียงใดเมื่ออยู่ต่อหน้าเสิ่นอี้

"พี่กู้อวิ๋น พวกเราต้องเข้าไปช่วยนายน้อยหรือไม่ขอรับ"

บรรดาองครักษ์ที่กู้หานพามาด้วยต่างหน้าซีดเผือด พวกเขาหันขวับไปมองกู้อวิ๋นผู้เป็นหัวหน้าเป็นตาเดียว

นี่มันไปล่วงเกินท่านผู้สืบทอดตระกูลเสิ่นเข้าแล้วนะ หากถูกหางเลขไปด้วยมีหวังได้โดนล้างตระกูลแน่...

กู้อวิ๋นผู้เป็นหัวหน้ามีรูปร่างสูงใหญ่บึกบึน ใบหน้าคมคายราวกับถูกสลักด้วยคมมีด ระหว่างคิ้วแฝงไปด้วยความสุขุมเยือกเย็นที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน

"ไม่ต้อง..."

"เรื่องนี้บ่าวไพร่ชั้นผู้น้อยอย่างพวกเรายื่นมือเข้าไปสอดไม่ได้แล้ว"

ยังไม่ต้องพูดถึงความแข็งแกร่งที่ท่านผู้สืบทอดแสดงออกมา ว่าตัวเขาเองจะสามารถสยบอีกฝ่ายได้หรือไม่

แค่ประเมินจากความผิดปกติสารพัดอย่างของกู้หานนับตั้งแต่ออกจากด่านฝึกตน กู้อวิ๋นก็เริ่มสงสัยในตัวตนของมันอยู่เหมือนกัน

ตอนแรกกู้หานนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน

ไม่เพียงแต่จะทะลวงสู่ระดับแก่นทองคำ แต่ยังตั้งเป้าที่จะฝึกวิชาต้องห้ามที่ไม่มีคนในตระกูลกู้ฝึกสำเร็จมาหลายปีให้จงได้

ทว่าหลังจากออกจากด่าน ระดับพลังไม่เพียงแต่จะหยุดนิ่งอยู่ที่ระดับสร้างรากฐานขั้นปลาย แต่มันยังถ่อมาที่ตระกูลสายรองอันห่างไกลที่ปกติมันไม่เคยแม้แต่จะชายตามองด้วยตัวเองอีก

พฤติกรรมเช่นนี้ ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้กู้อวิ๋นเกิดความคลางแคลงใจ

ในเมื่อตอนนี้เสิ่นอี้ลงมือทดสอบด้วยตัวเอง ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะได้พิสูจน์ว่ามันถูกคนชิงร่างไปจริงหรือไม่

กู้อวิ๋นดึงสติกลับมา หันหน้าไปสั่งการองครักษ์หนุ่มท่าทางหัวไวข้างกายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"เสี่ยวลิ่วจื่อ"

"เจ้ารีบไปรายงานท่านผู้นำตระกูลกู้ นำเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ไปบอกกล่าวให้หมดจดทุกกระเบียดนิ้ว เชิญพวกท่านรีบมาจัดการปัญหาที่นี่โดยด่วน"

ทางด้านกู้ชิงเสวี่ยที่ได้รับการปกป้องอยู่ในอ้อมกอดของเสิ่นอี้ จนถึงตอนนี้เพิ่งจะกะพริบตาปริบๆ ดึงสติกลับมาจากความตื่นตะลึงได้เล็กน้อย

"ทำเอาเจ้าตกใจเลยหรือ?"

เสิ่นอี้ก้มหน้าลง น้ำเสียงอ่อนโยนลงหลายส่วน

กู้ชิงเสวี่ยพยักหน้าตอบรับโดยสัญชาตญาณ ภายในดวงตาคู่สวยยังคงหลงเหลือความตกตะลึง นางถูกความแข็งแกร่งที่เสิ่นอี้แสดงออกมาทำให้ตกใจเข้าแล้วจริงๆ

ต้องรู้ก่อนว่า กู้หานในเวลานี้มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะถูกผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงชิงร่างมา

ถึงแม้จะมีระดับพลังแค่สร้างรากฐานขั้นปลาย แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะนำไปเปรียบเทียบกับคนทั่วไปได้

ทว่ามันกลับรับการโจมตีของเสิ่นอี้ไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

ผู้สืบทอดตระกูลเสิ่น ช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ...

"เรื่องเมื่อครู่นี้ รบกวนคุณชายเสิ่น..."

นางชะงักไปเล็กน้อย เมื่อนึกถึงข้อตกลงก่อนหน้านี้ ใบหน้างดงามก็ซับสีเลือด เปลี่ยนสรรพนามทันควัน

"รบกวนท่านพี่แล้วเจ้าค่ะ..."

หากเสิ่นอี้ไม่ได้อยู่ข้างกายนาง ก็ไม่รู้ว่าไอ้เฒ่าสารพัดพิษอย่างกู้หานจะทำอะไรกับนางบ้าง

ในมุมมองของกู้ชิงเสวี่ย

กู้หานถูกคนชิงร่างไปแล้ว และคนที่สามารถทำเช่นนี้ได้ ล้วนต้องอยู่ในระดับวิญญาณก่อกำเนิดขึ้นไปทั้งสิ้น

แต่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดทั่วไป มีใครบ้างที่ไม่ใช่ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เพทุบาย?

แล้วจะมาแสดงท่าทีหื่นกระหายน้ำลายสอเพียงแค่เห็นหน้านางได้อย่างไร

เรื่องนี้ทำให้กู้ชิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงไปถึงพวกผู้บำเพ็ญเพียรสายมารบางกลุ่ม โดยเฉพาะพวกโจรเด็ดบุปผาที่ใช้วิชาดูดหยินเสริมหยาง

เมื่อคิดได้ดังนี้ กู้ชิงเสวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน ความหวาดผวาย้อนหลังแล่นปราดเข้าเกาะกุมหัวใจ

โชคดีจริงๆ ที่เสิ่นอี้ยั้งอยู่ข้างกายนาง

กู้ชิงเสวี่ยยกท่อนแขนเรียวราวกับรากบัวโอบรัดเอวสอบของเสิ่นอี้ไว้โดยสัญชาตญาณ เบียดเรือนร่างอรชรแนบชิดกับเขามากยิ่งขึ้น

ราวกับว่ามีเพียงสิ่งนี้เท่านั้นที่จะมอบความรู้สึกปลอดภัยให้กับนางได้

เมื่อเห็นท่าทางออดอ้อนติดหนึบของกู้ชิงเสวี่ย เสิ่นอี้ก็ส่งยิ้มเอ็นดู เขาโอบเอวนางไว้ แล้วก้าวเดินเนิบนาบไปหยุดอยู่เบื้องหน้ากู้หาน

"พูดมาสิ"

"ตกลงแล้วเจ้าเป็นใคร? แล้วชิงร่างของกู้หานมาได้อย่างไร?"

"หากสารภาพมาตามตรง ข้าอาจจะยังเก็บชีวิตน้อยๆ ของเจ้าไว้ก็ได้นะ"

เสิ่นอี้มองต่ำลงมาพิจารณากู้หานจากมุมสูง

แค่ลองหยั่งเชิงดูนิดหน่อยก็ออกอาการร้อนรนซะขนาดนี้ พฤติกรรมของกู้หานแทบจะยืนยันได้แล้วว่าตัวตนของมันมีปัญหาจริงๆ

เมื่อได้ยินคำซักไซ้ของเสิ่นอี้ กู้หานที่ฝังร่างลึกอยู่ในกำแพงก็กระอักเลือดออกมาอีกหลายคำ ภายในใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงสุดขีด

อุตส่าห์ดิ้นรนแทบตายกว่าจะได้เกิดใหม่ย้อนอดีตกลับมา ยังไม่ทันจะได้เสวยสุขอุ้มซ้ายกอดขวา ยังไม่ทันจะได้ทำความฝันที่จะเป็นใหญ่ในใต้หล้าให้สำเร็จเลย

ข้าไม่อยากมาตายอยู่ที่นี่นะเว้ย

"ท่านผู้สืบทอดโปรดเมตตาด้วย!"

"ข้า... ข้าไม่ใช่กู้หานจริงๆ ขอรับ!"

เพื่อไขว่คว้าโอกาสรอดชีวิตแม้เพียงริบหรี่ ไอ้กระดูกอ่อนอย่างกู้หานก็รีบคุกเข่าโขกศีรษะขอความเมตตาจากเสิ่นอี้ทันที มันเปิดโปงความลับที่ใหญ่ที่สุดของตัวเองต่อหน้าธารกำนัลจนหมดเปลือก

"เดิมทีข้าเป็นเพียงทาสรับใช้ต่ำต้อยของตระกูลกู้ในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า ไม่รู้ทำไมจู่ๆ ถึงได้ย้อนเวลากลับมาในปัจจุบัน"

"แถมยังบังเอิญมาชิงร่างของกู้หานที่ธาตุไฟแตกซ่านจนตายเพราะแอบฝึกวิชาต้องห้ามพอดีขอรับ..."

วินาทีต่อมา เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวของเสิ่นอี้

"ติ๊ง! ตรวจพบว่าบุตรแห่งโชคชะตา กู้หาน ถูกเปิดโปงสถานะผู้ช่วงชิงร่าง หักค่าลิขิตสวรรค์ 25,000 แต้ม"

"เจ้านายทำการปล้นชิงค่าลิขิตสวรรค์ของกู้หานมาได้ 25,000 แต้ม"

แบบนี้มันจะไม่เปราะบางไปหน่อยหรือไง แค่นี้ก็แย่งค่าลิขิตสวรรค์มาได้ครึ่งหนึ่งแล้วหรือเนี่ย?

ไร้ประโยชน์เกินไปแล้วมั้ง?

เสิ่นอี้ทอดสายตามองกู้หานที่คุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยความเย็นชา ช่างโง่เขลาไร้เดียงสาซะจริง

คิดจริงๆ หรือว่าสารภาพทุกอย่างแล้วข้าจะปล่อยแกไปน่ะ?

กู้อวิ๋นที่อยู่ด้านข้างได้ยินเช่นนั้น ในใจยิ่งแค่นเสียงเย็นชา

ทาสชั้นต่ำจากอีกร้อยปีข้างหน้าจะสามารถข้ามผ่านสายธารแห่งกาลเวลามาเกิดใหม่แย่งชิงร่างผู้อื่นได้งั้นหรือ?

เจ้าคิดว่าท่านผู้สืบทอดจะเชื่อคำพูดของเจ้า หรือจะเชื่อว่าข้าคือจิ๋นซีฮ่องเต้มากกว่ากันล่ะ?

ไอ้เฒ่าปีศาจนี่จะแต่งเรื่องโกหกทั้งที ก็ไม่รู้จักแต่งให้มันเนียนกว่านี้หน่อย

น่าเสียดายที่นายน้อยของตนต้องมาถูกคนวิปริตพรรค์นี้แย่งร่างไปเสียนี่...

ในตอนนั้นเอง ในที่สุดกู้เทียนสยงก็นำเหล่าผู้อาวุโสรีบรุดหน้ามาถึง

กู้เทียนสยงก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหา ก่อนจะโค้งคำนับเสิ่นอี้อย่างนอบน้อม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคารพยำเกรงว่า

"ท่านผู้สืบทอด ข้าน้อยได้รับรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วขอรับ"

เสิ่นอี้พยักหน้าเล็กน้อย เอ่ยกับกู้เทียนสยงว่า

"ผู้นำตระกูลกู้มาได้ถูกเวลาพอดี"

"คนผู้นี้ได้สารภาพจากปากของมันเองแล้ว ว่ามันไม่ใช่กู้หาน แต่เป็นทาสชั้นต่ำจากอีกร้อยปีข้างหน้าที่มาชิงร่างนี้ไป"

ร้อยปีข้างหน้า? ทาส? ชิงร่าง?

แต่ละคำกู้เทียนสยงล้วนรู้จักดี แต่ทำไมพอเอามารวมกันแล้วเขาถึงฟังไม่รู้เรื่องเลยล่ะเนี่ย?

ช่างเถอะ การที่ท่านผู้สืบทอดทำเช่นนี้ ย่อมต้องมีความหมายลึกซึ้งแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน

ทำตามที่บอกไปก็พอ

จากนั้น กู้เทียนสยงก็หันไปสั่งการเหล่าองครักษ์ที่ยืนตั้งแถวอย่างขึงขังอยู่ด้านหลังว่า

"ใครก็ได้!"

"นำตัวกู้หานไปขังคุกใต้ดิน ทำลายระดับพลังของมันทิ้งซะ แล้วรอรับคำตัดสินจากท่านผู้สืบทอด"

เมื่อกู้หานได้ยินประโยคนี้ ความหวังทั้งหมดก็พังทลายลงในพริบตา

กู้เทียนสยงรวบรวมพลังปราณไว้ในฝ่ามือ แล้วซัดเข้าใส่ตันเถียนของกู้หานโดยตรง กลิ่นอายรอบกายของมันแตกซ่านในทันที กลายเป็นคนไร้ค่าไปอย่างสมบูรณ์

ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นพล่านมาจากตันเถียน ภาพตรงหน้ากู้หานดับวูบ แล้วมันก็หมดสติล้มพับไปทั้งอย่างนั้น

ปล่อยให้องครักษ์หน้าตายสองคนลากตัวมันออกไป ทิ้งรอยเลือดลากยาวคดเคี้ยวไว้บนพื้น

"ติ๊ง! ตรวจพบว่ารากฐานของบุตรแห่งโชคชะตา กู้หาน ถูกทำลาย โชคชะตาแตกซ่าน หักค่าลิขิตสวรรค์ 25,000 แต้ม"

"เจ้านายทำการปล้นชิงค่าลิขิตสวรรค์มาได้ 25,000 แต้ม"

"ค่าลิขิตสวรรค์ของกู้หานเหลือศูนย์ เจ้านายสามารถสังหารกู้หานเพื่อรับรางวัลได้"

เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นในหัวของเสิ่นอี้อีกครั้ง

จนถึงตอนนี้ ค่าลิขิตสวรรค์ของ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ คนนี้ ก็ถูกเขาเก็บเกี่ยวไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว

ถึงเวลาปิดฉากเรื่องนี้เสียที...

เสิ่นอี้มองตามร่างของกู้หานที่ถูกลากตัวไปยังคุกใต้ดิน นัยน์ตาของเขาทอประกายวูบวาบยากจะคาดเดา...

จบบทที่ บทที่ 4 ความได้เปรียบพาไปสู่ความตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว