เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง

บทที่ 3 ผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง

บทที่ 3 ผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง


บทที่ 3 ผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง

ภายในเรือนส่วนตัวของกู้ชิงเสวี่ย ณ ลานหลังจวนตระกูลกู้

กู้ชิงเสวี่ยแทบจะงัดเอาความเร็วที่สุดในชีวิตออกมาใช้ นางดึงเสิ่นอี้เดินลัดเลาะผ่านระเบียงทางเดินอันคดเคี้ยว แล้ววิ่งห้อตะบึงกลับมายังเรือนของตนเองรวดเดียวจบ

จนกระทั่งประตูเรือนปิดลงด้านหลัง ตัดขาดจากสายตาสอดรู้สอดเห็นและแววตากรุ้มกริ่มจากภายนอกโดยสิ้นเชิง

นางถึงได้หยุดหอบหายใจ คลายมือที่กำปลายแขนเสื้อของเสิ่นอี้แน่นออก แล้วเกาะขอบประตูพลางโน้มตัวลง เผยให้เห็นร่องลึกที่ยากจะหยั่งถึงเล็กน้อย หน้าอกอวบอิ่มทั้งสองเต้ากระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหอบหายใจอย่างหนักหน่วง

ทางด้านเสิ่นอี้กำลังกวาดสายตามองลานเรือนแห่งนี้ด้วยความสนใจ กลางลานปลูกต้นไทรสูงเสียดฟ้า แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมให้ร่มเงา ใบไม้ไหวติงตามสายลมส่งเสียงซู่ซ่า แสงเงาตกกระทบเป็นหย่อมๆ ทุกหนแห่งล้วนอบอวลไปด้วยความเงียบสงบและร่มรื่น

ถึงอย่างไรต่อให้กลายเป็นคนไร้ค่า แต่นางก็ยังเป็นถึงบุตรีของผู้นำตระกูลกู้ การดูแลต้อนรับย่อมไม่แย่ไปกว่านี้สักเท่าไหร่หรอก

ท้ายที่สุดสายตาของเสิ่นอี้ก็ตกลงบนร่างของกู้ชิงเสวี่ยที่แทบจะหดตัวเป็นก้อนกลมอยู่ตรงหน้า ภายในแววตาปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่ยากจะสังเกตเห็น

"ไม่เชิญข้าเข้าไปดูหน่อยหรือ? จะได้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ที่เราต้องอยู่ด้วยกันไปอีกหลายวันไงล่ะ"

"อ๊ะ จริงด้วย เชิญท่านผู้สืบทอดเจ้าค่ะ" กู้ชิงเสวี่ยเหมือนเพิ่งจะได้สติ นางรีบยืดตัวขึ้น แล้วนำทางเสิ่นอี้ไปยังเรือนหลัก

"หากมีคนนอกอยู่ด้วย เจ้าก็เรียกข้าว่าท่านพี่เถอะ"

"หากไม่มีคนนอก เจ้าก็ไม่ต้องมากพิธี เรียกข้าว่าเสิ่นอี้ก็พอ"

"เวลาส่วนตัวข้าไม่ค่อยชอบพิธีรีตองอะไรมากมายนักหรอก"

เรียกชื่อเขาตรงๆ เลยงั้นหรือ? กู้ชิงเสวี่ยใจสั่นสะท้านเล็กน้อย แบบนี้มันจะไม่ดูสนิทสนมกันเกินไปหน่อยหรือ? นางส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านในหัวทิ้งไป ก็แค่สรรพนามเรียกขานเท่านั้น ไม่เห็นต้องใส่ใจให้มากความเลย

กู้ชิงเสวี่ยผลักบานประตูออก กลิ่นหอมจางๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของดรุณีแรกรุ่นซึ่งคล้ายคลึงกับกลิ่นกายของนางก็ลอยมาเตะจมูก การตกแต่งภายในห้องนอนดูเรียบหรู เน้นโทนสีฟ้าอ่อนและสีขาวนวลตาเป็นหลัก ในแจกันกระเบื้องเคลือบสีเขียวริมหน้าต่างมีกล้วยไม้เพิ่งเด็ดมาใหม่ปักไว้สองสามกิ่ง กลิ่นหอมอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นกายของเจ้าของห้องลอยอวลอยู่ในอากาศอย่างเงียบงัน

เสิ่นอี้เงยหน้ามองเข้าไปด้านใน สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือเตียงนอนกว้างขวาง เครื่องนอนถูกพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ปูลาดด้วยผ้าห่มขนหิมะ นุ่มฟูเสียจนแทบจะกลืนกินร่างคนลงไปได้

"เตียงนี้ดูเหมือนจะใหญ่มากจริงๆ ด้วยแฮะ"

เมื่อกู้ชิงเสวี่ยได้ยินคำพูดที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มหยอกเย้าของเขา ในหัวก็ขาวโพลนไปชั่วขณะ พวงแก้มร้อนผ่าวจนน่าตกใจ นางยืนทำตัวไม่ถูกอยู่กลางห้อง

"ทีตอนนี้ล่ะมาทำเป็นเขิน?"

"เมื่อครู่อยู่ที่โถงใหญ่ ตอนเอ่ยปากชวนข้ามาอยู่ด้วย ยังเห็นใจกล้าอยู่เลยไม่ใช่หรือไง?" เสิ่นอี้หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยการหยอกล้อและเอ็นดู

กู้ชิงเสวี่ยได้ยินดังนั้นก็ดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว รีบร้อนอธิบายว่า

"ไม่ใช่แบบนั้นนะเจ้าคะ! นั่นเป็นเพราะท่านพ่อเขา..."

คำพูดมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากแล้ว แต่นางกลับรู้สึกว่าการเอาเรื่องที่ท่านพ่อส่งเสียงทางจิตมาบอกมันดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่ จึงเกิดอาการน้ำท่วมปาก ได้แต่เม้มริมฝีปากสีชมพู แล้วพึมพำเสียงเบาด้วยท่าทีน้อยอกน้อยใจว่า

"ข้าเปล่าสักหน่อย..."

ท่าทางกระเง้ากระงอดแสนอ่อนหวานนั้น ทำเอาเสิ่นอี้เห็นแล้วถึงกับใจอ่อนยวบ ธิดาแห่งสวรรค์ผู้นี้ภายนอกดูเย็นชา คิดไม่ถึงเลยว่าเวลาอยู่ลับหลังผู้คนจะมีมุมที่น่ารักน่าชังถึงเพียงนี้

"ในเมื่อเตียงมันใหญ่พอ ก็แบ่งกันนอนคนละฝั่งแล้วกัน"

"ข้าเป็นคนหลับไม่ลึก ขอนอนฝั่งด้านนอกก็พอ"

"วางใจเถอะ แค่มาขออาศัยอยู่ไม่กี่วัน ก่อนที่เจ้าจะพยักหน้าตกลง ข้าไม่ล่วงเกินเจ้าหรอก" เสิ่นอี้เก็บท่าทีหยอกเล่นลงไปบ้าง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนและจริงจังขึ้น

กู้ชิงเสวี่ยลอบมองเสิ่นอี้ สบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำและจริงจังของเขา ความเปิดเผยและให้เกียรติที่แฝงอยู่ในนั้นทำให้นางรู้สึกอบอุ่นในใจ ร่างกายที่ตึงเครียดในที่สุดก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

ขณะที่เสิ่นอี้กำลังขบคิดถึงแผนการขั้นต่อไป สัมผัสวิญญาณอันเฉียบแหลมก็ตรวจพบได้ในทันทีว่ากำลังมีคนมุ่งหน้ามายังลานเรือนเล็กๆ แห่งนี้

"มีแขกมาเยือนน่ะ"

ในตอนที่กู้ชิงเสวี่ยยังคงงุนงงอยู่นั้น เสียงหัวเราะร่าเริงก็ดังมาจากนอกประตูเรือน

"น้องชิงเสวี่ยอยู่ในเรือนหรือเปล่า?"

"ข้าเอง กู้หานทายาทสายหลักตระกูลกู้ วันนี้ตั้งใจมาเยี่ยมเจ้าโดยเฉพาะเลยนะ..."

หืม? กู้หานงั้นหรือ? เขาเก็บตัวฝึกตนแบบปิดตาย เพื่อไปทำความเข้าใจวิชาต้องห้ามของสายหลักตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง? ทำไมจู่ๆ ถึงออกจากด่านมาได้ แถมยังจงใจมาหานางอีก ปกติพวกคนของสายหลักตระกูลกู้มักจะดูถูกพวกสายรองอย่างพวกนางมาตลอด การที่ถ่อมาหาถึงที่ในวันนี้ ย่อมต้องไม่ได้มาดีแน่

ในขณะเดียวกัน เมื่อกู้หานมาเยือน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของเสิ่นอี้เช่นกัน

"ติ๊ง! ตรวจพบตัวเอกแห่งโชคชะตาคนใหม่ในบริเวณใกล้เคียง"

เสิ่นอี้รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ตระกูลกู้เล็กๆ แห่งนี้คิดไม่ถึงว่าจะมีตัวเอกอยู่อีกคนด้วย?! ถือเป็นผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึงเลยแฮะ

เวลานี้กู้หานกำลังจัดระเบียบเสื้อผ้าอยู่หน้าประตู พยายามปั้นหน้าให้ดูเป็นมิตรที่สุด ในใจวาดฝันไปถึงตอนที่ได้แต่งงานกับกู้ชิงเสวี่ย จากนั้นก็อาศัยฐานะนายน้อยตระกูลกู้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิต

"นายน้อยกู้หานมาเยือนถึงที่ ไม่ทราบว่ามีธุระอันใดหรือเจ้าคะ?" กู้ชิงเสวี่ยเปิดประตูเรือนออก ไม่ได้ปั้นหน้ายิ้มแย้มต้อนรับกู้หานแต่อย่างใด น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปค่อนข้างเย็นชาและห่างเหิน

ต่อให้กู้หานจะเตรียมใจมาดีแค่ไหน แต่พอได้เห็นท่าทางของกู้ชิงเสวี่ย มันก็ยังอุตส่าห์ยืนบื้อใบ้ มุมปากเผลอปล่อยน้ำลายไหลยืดออกมาเล็กน้อย

บนใบหน้างดงามของกู้ชิงเสวี่ยยังคงมีรอยแดงระเรื่อที่ยังไม่จางหาย ดวงตาคู่สวยถูกปกคลุมด้วยม่านน้ำตาบางๆ ปอยผมสองสามเส้นทิ้งตัวระพวงแก้ม เติมแต่งความงดงามเย้ายวนใจในแบบที่ปกติไม่เคยมี

กู้หานตะโกนลั่นในใจอย่างสุดจะกลั้น นางหน้าแดงแล้ว! นางเห็นข้าแล้วถึงกับหน้าแดงเลยหรือเนี่ย! นางต้องชอบข้าแน่ๆ! ตอนนี้ข้าเป็นถึงนายน้อยตระกูลกู้ ต่อให้กู้ชิงเสวี่ยจะหยิ่งยโสแค่ไหน พอเจอฐานะของข้า เจอรูปลักษณ์ของข้าเข้าไป ก็ยังอดใจสั่นไม่ได้ล่ะสิ!

เมื่อเห็นท่าทางเสียกิริยาของกู้หาน กู้ชิงเสวี่ยก็ขมวดคิ้วเรียวสวย รู้สึกแปลกหน้าและรังเกียจมันเป็นอย่างยิ่ง ในความทรงจำของนาง กู้หานเป็นคนที่วางตัวดีและสุขุมมาตลอด ไม่มีทางที่จะแสดงท่าทีหื่นกามดูเบาปัญญาอย่างเมื่อครู่นี้ออกมาแน่

"เจ้าคือกู้หานจริงๆ หรือ?"

รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หานแข็งค้าง มันลอบร้องแย่แล้วในใจ คิดไม่ถึงว่ากู้ชิงเสวี่ยจะรับรู้ถึงความผิดปกติในตัวตนของมันได้อย่างเฉียบขาดปานนี้

"น้องชิงเสวี่ยล้อเล่นแล้ว"

"เมื่อหลายวันก่อนตอนทำความเข้าใจวิชาเกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อย ตอนนี้จิตวิญญาณเลยยังสับสนอยู่น่ะ ส่งผลให้นิสัยใจคอของข้าเปลี่ยนไปไม่น้อย"

"เพราะฉะนั้น การที่เจ้าจะรู้สึกแปลกๆ ก็เป็นเรื่องปกติแหละน่า"

แค่นิสัยเปลี่ยนไปอย่างงั้นหรือ เกรงว่าจะไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นกระมัง หรือว่าตอนที่ทำความเข้าใจวิชาต้องห้ามเกิดธาตุไฟแตกซ่าน เลยถูกคนลอบทำร้ายแล้วชิงร่างไปแล้ว?

แม้กู้ชิงเสวี่ยจะสงสัยว่ากู้หานถูกชิงร่าง ทว่าก็ไม่มีหลักฐานแน่ชัด จึงไม่สะดวกที่จะแตกหักกับมันตรงๆ ถึงอย่างไรคนที่สามารถชิงร่างผู้อื่นได้ โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ระดับวิญญาณก่อกำเนิดขึ้นไปทั้งสิ้น ตัวนางที่สูญเสียระดับพลังไปจนหมดสิ้นในเวลานี้ ย่อมไม่อาจทำอะไรอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน

"เช่นนั้นนายน้อยกู้หาน หากไม่มีธุระอื่นใดแล้ว ผู้น้อยขอตัวก่อนนะเจ้าคะ"

พอเห็นว่ากู้ชิงเสวี่ยหันหลังเตรียมจะปิดประตูหนี กู้หานก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้ว มันรีบเอ่ยปากทันที

"พอข้าออกจากด่านฝึกตนก็ได้ยินเรื่องที่น้องชิงเสวี่ยถูกถอนหมั้นกะทันหัน อารมณ์ไม่ดี ข้าเองก็พอจะเข้าใจได้"

"เพราะงั้นที่ข้ามาในวันนี้ก็เพื่อ..."

"ถอนหมั้น?"

"เจ้าไปรู้มาจากไหน ว่าข้าถูกถอนหมั้น?"

แววตาของกู้ชิงเสวี่ยแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบขึ้นมาในทันที น้ำเสียงยิ่งแฝงไปด้วยความเย็นชาขณะเอ่ยถาม

"หา? นี่เจ้าไม่ได้ถูกถอนหมั้นหรอกหรือ?"

ในที่สุดกู้หานก็ตระหนักได้ถึงความผิดปกติ สีหน้าของมันเริ่มเผยให้เห็นถึงความลุกลน

"ใครหน้าไหนมันกล้ามายุยงตะล่อมความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของพวกเรากัน?"

เสิ่นอี้โผล่มาอยู่ข้างกายกู้ชิงเสวี่ยราวกับภูตผีปีศาจเคลื่อนย้ายพริบตา ฝ่ามือใหญ่ของเขาทาบทับลงบนเอวคอดกิ่วที่อ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูกของกู้ชิงเสวี่ย ออกแรงรวบเบาๆ ดึงนางเข้ามาสวมกอดไว้ในอ้อมอก ปกป้องนางไว้ข้างกาย

"ท่านพี่ ยังมีคนนอกอยู่นะเจ้าคะ..."

กู้ชิงเสวี่ยเอ่ยตัดพ้อด้วยท่าทีขวยเขิน ทว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความหวังดีของเสิ่นอี้ นางก็ไม่ได้ผลักเขาออก ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายกอดตนเองไว้ในอ้อมอกแต่โดยดี

ทางด้านกู้หาน ในชั่ววินาทีที่สบเข้ากับสายตาของเสิ่นอี้ สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง ความหนาวเหน็บแล่นพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ จนอดไม่ได้ที่จะก้าวถอยหลังไปหลายก้าว

เสิ่นอี้ที่ดูเหมือนสุภาพชนตรงหน้านี้ แท้จริงแล้วโหดเหี้ยมอำมหิตถึงขีดสุด ในความทรงจำเมื่อชาติก่อน ก็เป็นเขานี่แหละที่นำทัพม้าเหล็กกวาดล้างสายหลักของตระกูลกู้จนสิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่คนแก่ ผู้หญิง หรือเด็ก

ในขณะเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในห้วงทะเลวิญญาณของเสิ่นอี้เงียบๆ

"ติ๊ง! ตรวจพบตัวเอกแห่งโชคชะตา กู้หาน กำลังสร้างหน้าจอข้อมูลระบบ"

[ชื่อ: กู้หาน]

[อายุ: ยี่สิบ]

[ระดับพลัง: สร้างรากฐานขั้นปลาย]

[ตัวช่วยวิเศษ: ผู้กลับชาติมาเกิดจากอนาคต]

[ค่าลิขิตสวรรค์: ห้าหมื่น]

หลังจากดูหน้าจอข้อมูลของกู้หานจบ เสิ่นอี้ก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เป็นถึงผู้ที่กลับชาติมาเกิดจากอนาคตทั้งที ทำไมถึงมีค่าลิขิตสวรรค์แค่ห้าหมื่นเองล่ะ? ออกจะดูอนาถาไปหน่อยไหมเนี่ย

ช่างเถอะ มีก็ยังดีกว่าไม่มี ขายุงถึงจะเล็กแต่มันก็คือเนื้อล่ะนะ (Note : อุปมาว่า ของเล็กน้อยก็ยังมีค่า ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย)

"ไม่ทราบว่าท่านนี้คือ?"

"เขาชื่อกู้หาน เป็นทายาทสายหลักของตระกูลกู้เจ้าค่ะ" กู้ชิงเสวี่ยได้ยินดังนั้นก็ส่งยิ้มบางๆ แล้วแนะนำประวัติความเป็นมาของกู้หานให้เสิ่นอี้ฟัง

"ทว่า ตั้งแต่กู้หานออกจากด่านมา เขาก็เปลี่ยนเป็นคนแปลกประหลาดและดูแปลกหน้าไปมาก คำพูดคำจาและท่าทีต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว"

"ข้าสงสัยว่าตอนที่เขาเก็บตัวฝึกตนคงถูกคนลอบทำร้าย จนโดนชิงร่างไปแล้วเจ้าค่ะ" กู้ชิงเสวี่ยเล่าความผิดปกติสารพัดอย่างของกู้หาน รวมถึงข้อสันนิษฐานในใจของตนให้เสิ่นอี้ฟัง

สมกับที่เคยเป็นถึงเทพธิดาแห่งวังเหมันต์จันทราจริงๆ สายตายังเฉียบแหลมอยู่ไม่สร่าง ถึงกับเดาได้ว่ากู้หานถูกชิงร่างไปแล้ว

พอได้ยินกู้ชิงเสวี่ยบอกว่าตัวเองถูกชิงร่าง ขมับของกู้หานก็มีเหงื่อเย็นผุดซึมออกมา มันแบกรับแรงกดดันทางจิตใจอันมหาศาล แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือเอ่ยว่า

"ข้าจะไปถูกคนชิงร่างได้อย่างไร?"

"ท่านผู้สืบทอด น้องชิงเสวี่ย เรื่องนี้มีเรื่องอะไรเข้าใจผิดกันอยู่หรือเปล่า?"

"เข้าใจผิดงั้นหรือ?"

"โดนคนชิงร่างไปหรือไม่ ตรวจสอบดูเดี๋ยวก็รู้"

เสิ่นอี้ค่อยๆ ยกมือขึ้น ปลายนิ้วมีแสงสีครามอันลึกล้ำสุดหยั่งคาดเต้นเร่าอยู่ ดวงตาปรากฏลวดลายดุจทองคำหลอมเหลวขึ้นมาหลายสาย กลิ่นอายกดดันน่าสะพรึงกลัวที่กว้างใหญ่ไพศาลดั่งมหาสมุทร ถาโถมเข้าใส่กู้หานราวกับขุนเขาขนาดยักษ์ที่ไร้รูปร่าง อากาศรอบด้านแข็งตัวในพริบตา ปิดผนึกพื้นที่รอบกายของกู้หานโดยสมบูรณ์

"วางใจเถอะ"

"ก็แค่ตรวจสอบดูนิดหน่อยเท่านั้น หากเจ้าบริสุทธิ์ใจจริง ข้าย่อมไม่ทำให้เจ้าบาดเจ็บแม้แต่ปลายก้อย"

เอาล่ะ ทีนี้ก็ขอข้าดูให้เต็มตาหน่อยเถอะ...

ว่าผู้ที่กลับชาติมาเกิดจากอนาคตอย่างเจ้า จะซุกซ่อนความลับและความสามารถอะไรเอาไว้กันแน่...

จบบทที่ บทที่ 3 ผลพลอยได้ที่คาดไม่ถึง

คัดลอกลิงก์แล้ว