เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 109 จงทำให้ศัตรูสั่นสะท้านต่อหน้าเจ้า

ตอนที่ 109 จงทำให้ศัตรูสั่นสะท้านต่อหน้าเจ้า

ตอนที่ 109 จงทำให้ศัตรูสั่นสะท้านต่อหน้าเจ้า


“ซานเอ๋อ, เจ้าไม่ควรฆ่านะ”

ผู้เฒ่า'ห้า'รีบตะโกนทันทีเมื่อเขาเห็น'เย่ว์หยาง'เงื้อดาบฮุยจินขึ้น

“เสียใจด้วยปู่ห้า, ในสมัยเด็กๆ ข้าโดนลุงรองตบ ตั้งแต่นั้นมาหูของข้าก็เลยไม่ค่อยดี  ท่านว่ากระไรนะ? ข้าไม่ได้ยินเลย”

'เย่ว์หยาง'เอาเท้าข้างหนึ่งเหยียบหัวยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าไว้ แล้วค่อยกดลงทีละนิ้วๆ ในที่สุด หัวของเขาก็จมคาอยู่ในพื้นหินเวที ยอดฝีมืออีกคนพอเห็นเช่นนี้ก็สั่นและตกใจจนระงับไม่ได้ เขารีบพาตัว'เย่ว์เฟิง'ออกมา เกรงว่าตัวเขาเองอาจประสบชะตากรรมเดียวกัน แม้ว่าผู้อาวุโสที่เป็นนักสู้ระดับ 6 จะเป็นคนสอนหลักๆ ให้'เย่ว์เฟิง'

'เย่ว์หยาง'อดแปลกใจไม่ได้ถึงท่าทีเขา  เขามองลูกศิษย์ถูกโจมตี แต่สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย ยังคงนั่งอยู่อย่างสงบ สำหรับยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าถึงกับขายหน้าที่ถูก'เย่ว์หยาง'เหยียบหัว  เขาก็ยังทำไม่สนใจ 'เย่ว์หลิ่ง'รีบยืนขึ้น  ใบหน้าเขามีความกังวลเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามพอเห็นว่าลูกชายของเขาแค่เป็นลมไม่มีอันตรายใดๆ เขาถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก เขามองบิดาของเขาและฮ่องเต้'จุนอู๋โหย่ว'แห่งอาณาจักรต้าเซี่ย  ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครตั้งใจห้าม'เย่ว์หยาง'เลย  เขารีบนั่งลงและไม่ออกไปช่วยยอดฝีมือมนุษย์หมาป่า ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าตกอยู่ในความลำบากอย่างหนัก เพียงลำพังโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ เขาใช้กรงเล็บขุดพื้นลงไป

เมื่อสบโอกาส เขาจะใช้พลังของสัตว์อสูรหนีให้รอดจากขาที่'เย่ว์หยาง'เหยียบยันศีรษะของเขาไว้ด้วยน้ำหนักที่ดูเหมือนจะมากกว่าพันกิโลกรัม ตอนนี้เขาไม่คิดจะเอาชนะเจ้าสวะจอมเพี้ยนนี่อีกต่อไปแล้ว เขาพียงแต่หวังว่าจะหนีพ้นจากสภาพที่น่าขายหน้าถูกเหยียบยันศีรษะนี้ให้ได้  ในฐานะที่เป็นยอดฝีมือของสี่นิกายที่ยิ่งใหญ่กลับถูกผู้เยาว์รุ่นหลังเหยียบหัวต่อหน้าจุน'อู๋โหย่ว'ฮ่องเต้และตัวแทนของสี่ตระกูลใหญ่ อีกทั้งยังถูกกดจนจมลงไปในพื้นโดยที่เขาขยับตามที่ตัวเองต้องการไม่ได้ มันเป็นเรื่องอัปยศอดสูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต

ถ้าเป็นไปได้  เขาอยากจะฆ่าเจ้าเด็กนี่ให้ได้ทันที  แต่เขาไม่สามารถดิ้นรนให้หลุดจากสภาพนี้ได้ ขณะที่ศีรษะของเขาถูกเหยียบยันไว้อยู่  ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าใช้เล็บของตนขุดลึกลงไปในพื้นหิน  พยายามใช้แรงจากส่วนหลังช่วย แม้จะกระดูกของเขาจะส่งเสียงแตกหักเป็นระยะ  แต่เขาก็ยังดิ้นรนเพื่อให้หลุด เขารู้สึกว่าเท้าของ'เย่ว์หยาง'ที่กดลงนั้นเหมือนภูเขาใหญ่ลูกหนึ่ง นักรบธรรมดาต่างตกตะลึงที่เห็นภาพเช่นนี้ คิดกันว่าเจ้าสวะผู้นี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

ไม่น่าแปลกเลยว่าเขาสามารถต่อสู้ตามวิธีของตนเองเพื่อเข้ามาในปราสาทตระกูลเย่ว์ด้วยดาบในมือเพียงเล่มเดียว สำหรับนักรบที่มีพลังเพียงพอ เกือบทุกคนพยายามค้นดูว่า “ท่าดาบที่ 2 ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย” ที่'เย่ว์หยาง'ใช้ออกมาก่อนหน้านั้น

แม้ว่าจะไม่เหมือนวิชาดาบของ'เย่ว์ชิว'  แต่ความแข็งแกร่งและความตั้งใจของมันเป็นของจริงแท้  เป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กผู้นี้ได้ปรับเปลี่ยนและปรับปรุงวิชาของบิดาของเขา?  หรือว่าวิชามันเพี้ยนไปเพราะเขาไม่สามารถฝึกให้สำเร็จวิชาของบิดาเขาได้? กลุ่มผู้ชมไม่เข้าใจและเพียงหวังว่าจะมีโอกาสได้เห็นอีก ครั้งนี้จะดูให้ชัดๆ ไปเลย นั่นคือเหตุผลหลักที่ไม่มีผู้ใดสอดมือเข้าห้ามปรามความดื้อด้านของ'เย่ว์หยาง'

เมื่อเห็นยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าดิ้นรนสุดแรง  'เย่ว์หยาง'หัวเราะอย่างเยือกเย็นและผ่อนแรงที่ขาลงเล็กน้อย เมื่อเขารู้สึกว่าแรงที่กดที่ศีรษะของเขาผ่อนลงแล้ว  ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่ารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง หรือเป็นไปได้ว่าเจ้าเด็กนี่เริ่มหมดแรง? ได้เวลาที่เขาจะตอบโต้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่ายกศีรษะขึ้นได้เล็กน้อย  แรงกดทับขนาดยักษ์ก็กดลงมาอีก เสียงดังบึ้ม ศีรษะของเขาถูก'เย่ว์หยาง'ยันกดลงไปที่พื้นอีกครั้ง  เฉพาะตอนนี้เอง ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าถึงได้เข้าใจ  เจ้าเด็กบ้านี่จงใจล้อเขาเล่นต่อหน้าสาธารณชนจนทำให้เขาอับอายขายหน้ายิ่งขึ้น โดยเฉพาะเขาคือยอดนักสู้ระดับ 5 ไม่มีทางที่เขาจะร้องขอความเมตตาภายใต้สายตาของมหาชนที่จ้องมองดู?

แค่คิดเพียงเท่านี้ นัยน์ตาของยอดฝีมือมนุษย์หมาป่ามีน้ำตาคลอด้วยความอับอาย เขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้  เขาเป็นคณาจารย์ผู้สั่งสอนจากนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ เขาอาจเสียหน้าได้  แต่ไม่อาจทำให้นิกายภูเขาหมอกแดนใต้หนึ่งในสี่นิกายใหญ่เสียศักดิ์ศรีได้ เขาจะถูกเจ้าเด็กบ้านี่ฆ่าจริงๆ หรือนี่? ไม่, เขายังมีสัตว์อสูรของเขา  ทำไมถึงไม่ใช้ทุกอย่างที่มีมาเผชิญหน้ากับเจ้าเด็กนี่เล่า?    ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าไม่ยอมจำนนและเตรียมจะเรียกสัตว์อสูรออกมากอบกู้สถานการณ์  ทันใดนั้นเสียงของ'เย่ว์ซาน'ดังกึกก้องขึ้นทันที

“หลานซานเอ๋อ,  เจ้าไม่อาจไร้มารยาทต่อแขกผู้มีเกียรติของเราจากนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ได้นะ  นิกายภูเขาหมอกแดนใต้เป็นหนึ่งในสี่นิกายใหญ่  คนรุ่นเก่าของพวกเขามีอยู่เป็นจำนวนมากและมีความสามารถพอๆ กับเขาเรา  ผู้เยาว์รุ่นหลังก็ได้รับการนับถือ  ยิ่งไปกว่านั้นเสี่ยวจิ่วยังเป็นศิษย์ของนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ ถ้าเจ้าทำร้ายอาจารย์ผู้สอน  ข้าเกรงว่าการเล่าเรียนของเสี่ยวจิ่วจะได้รับผลกระทบไปด้วย  หลานซานเอ๋อ  เชื่อคำแนะนำของลุงใหญ่เถอะ  รีบปล่อยอาจารย์ผู้สอนท่านนั้นเสียเถอะ”

“…..”

ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าแอบสบถในใจ เห็นได้ชัดว่าเจ้ารู้ว่า'เย่ว์หยาง'จะต้องทำอะไรห่ามๆ และยังไม่พอใจ'เย่ว์เฟิง'อีกด้วย

“เนื่องจากลุงใหญ่สั่งมา  ผู้หลานขอรับคำสั่งและฆ่าเจ้าคนขี้โกงนี้ที่จะขัดขวางเสี่ยวจิ่วในอนาคต”

'เย่ว์หยาง'ใช้ดาบปีศาจในมือฟันที่หลังของยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าจนเลือดเขากระเซ็นออกมา  ในตอนแรกยอดฝีมือมนุษย์หมาป่ากลัวจนคิดอะไรไม่ออก  อย่างไรก็ตาม เมื่อเขารู้สึกเจ็บปวด  เขาตระหนักว่าแม้จะได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ก็เป็นบาดแผลเพียงผิวเผิน เขาไม่ได้รับอันตรายถึงชีวิต  เขาเข้าใจได้ทันทีว่าเจ้าเด็กแสบนี่ไม่ใช่จะรับมือได้ง่าย  ดูเหมือนสาเหตุที่เขาไม่ถูกฆ่าเป็นเพราะความจริงแล้ว'เย่ว์หยาง'ต้องการฉวยโอกาสล้างแค้นกับลุงใหญ่'เย่ว์ซาน'

“ไม่ ไม่ ไม่ ซานเอ๋อ เจ้าเข้าใจผิดแล้ว  ความตั้งใจของข้าคือต้องการให้เจ้าปล่อยอาจารย์ท่านนี้เท่าที่เป็นไปได้”

'เย่ว์ซาน'แนะนำ'เย่ว์หยาง'ด้วยท่าทางเหมือนจริงใจไม่มีใครเหมือน

“ได้เลย, ลุงใหญ่ อย่าห่วง ผู้หลานจะเชื่อฟังคำสั่งท่านลุงและฉีกหน้าเจ้าขี้โกงนี้  ที่ไม่มีความสามารถ แต่อวดเก่งว่ามีความสามารถ”

เขาฟันซ้ำแล้วซ้ำอีก จนเลือดกระเซ็น

อย่างไรก็ตาม ไม่มีแผลใดที่บาดเจ็บรุนแรง ฝูงคนเหงื่อตกเพราะความโกรธแค้น  ดูเหมือนเจ้าเด็กบ้านี่ตั้งใจหาเรื่อง'เย่ว์ซาน' ดูเหมือนเจ้าเด็กบ้านี่เตรียมชำระล้างชื่อเจ้าสวะออกไปต่อหน้าคนทั้งตระกูลเย่ว์  เขายังต้องการเรียกร้องทุกสิ่งที่ตนเองสูญเสียไปกลับคืนมา  ท่าทีของ'เย่ว์หยาง'ทำให้ตระกูลอื่นแอบยินดี  ตระกูลเย่ว์มีอัจฉริยะมากเกินไปและยังมีสมาชิกที่ได้ดีอยู่มาก

ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขามีการกระทบกระทั่งภายในและมีการต่อสู้ที่น่ากลัวแล้ว  ตระกูลเย่ว์จะเป็นตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในสี่ตระกูลใหญ่  ความขัดแย้งที่รุนแรงมากขึ้นระหว่างคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์และตระกูลเย่ว์จะเป็นผลดีต่อตระกูลอื่น  ถ้าคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ผู้นี้ตายเร็วเหมือนบิดาของเขา 'เย่ว์ชิว' หรือถูกกำจัดในการต่อสู้แย่งชิงอำนาจของตระกูล  น่าจะเป็นผลดีที่สุด

“ซานเอ๋อ!  ดูเหมือนว่าเจ้าจะเข้าใจความตั้งใจของข้าผิดไปแล้ว”

'เย่ว์ซาน'ทำท่าทางเหมือนทุกข์ใจมากเหลือเกิน  ด้วยทักษะการแสดงที่ยอดเยี่ยมนี้ แม้แต่ผู้ชนะเลิศรางวัลออสการ์ยังไม่คู่ควรหิ้วรองเท้าให้เขา

“โปรดอย่าพูดอีกต่อไปเลย  เมื่อลุงใหญ่เข้ามาขอ ข้าจัดให้ก็แล้วกัน ข้าจะฟันล่ะ”

ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่านึกเดือดดาลอยู่ในใจ เขาคับข้องใจเป็นอย่างมากจนพูดไม่ออก เขารู้สึกว่าถ้า'เย่ว์ซาน'จริงใจที่จะช่วยเขา ทำไมไม่ขึ้นเวทีมาแล้วซัดเจ้าเด็กเปรตสักหมัดเล่า? แน่นอนว่า อยู่ต่อหน้าฮ่องเต้อาณาจักรต้าเซี่ยหรือผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่' เขาคงไม่กล้าตำหนิ'เย่ว์ซาน'หรือตระกูลเย่ว์ได้

นอกจากนี้  เขายังฝ่าฝืนกฎเข้าไปช่วย'เย่ว์เฟิง' นั่นคือสาเหตุที่โดนเจ้าสวะจอมเพี้ยนทุบตีเอาอย่างเจ็บปวด แม้แต่นักรบทั่วไปจะรู้สึกว่ายอดฝีมือมนุษย์หมาป่าสมควรถูกทุบตีต่อหน้าฮ่องเต้'จุนอู๋โหย่ว'หรือผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่' แม้ว่าเขาต้องการปกป้อง'เย่ว์เฟิง' เขาก็ควรดูกำลังของตนเองเสียก่อน แม้แต่อาจารย์ของ'เสี่ยวจิ่ว'และบิดาของเขาก็ยังไม่ออกตัว  แล้วทำไมเขาที่เป็นอาจารย์สอนวิชาสัตร์อสูรต้องแส่ด้วยเล่า ? มันคงดีถ้าเป็นแค่วิ่งเข้ามาไกล่เกลี่ยห้ามปราม  แต่เขากลับพยายามลอบทำร้ายต่อหน้านักสู้จำนวนมาก?

เจ้าเด็กบ้านี่เมื่อเร็วๆ นี้ ใช้กำลังตนเองต่อสู้เบิกทางเข้าปราสาทโดยไม่มีผู้ใดหยุดยั้งเขาได้  ถ้าไม่ใช่เพราะผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ประมุขตระกูลเข้ามาขวางควบคุมสถานการณ์ไว้ คงได้มีการนองเลือดแน่  สำหรับเจ้าเด็กบ้านี่ ดูเหมือนว่าจะลงมืออย่างไร้ความปราณีกับฝ่ายตรงข้ามที่ขัดกับกฎ  เขาจะยินดีกับการเจรจาต่อรองหรือไม่? ถ้ายอดฝีมือมนุษย์หมาป่านี้พูดผิดประโยคเดียว เท่ากับแสวงหาที่ตาย

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ, ซานเอ๋อ, ฟังทุกคนสิ, เจ้าสามารถทุบตีฝ่ายตรงข้ามระหว่างแข่งขันได้ แต่ที่นี่ไม่อนุญาตให้ฆ่า  เจ้าชนะไปแล้ว จงรีบลงมาซะ ตอนนี้ถึงรอบเย่ว์ปิงขึ้นไปสู้บ้างแล้ว”

ปู่'ห้า'รู้ว่า'เย่ว์หยาง'กำลังเผชิญหน้ากับ'เย่ว์ซาน'และ'เย่ว์หลิ่ง'   แต่พวกเขาเป็นเหมือนจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์  ดังนั้นพวกเขาไม่ยอมหลงกลแผนง่ายๆ อย่างนี้แน่  ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้จะไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้

“เอาล่ะ เอาล่ะ หลานชาย, เจ้าไม่ควรไม่แสดงความไม่เกรงใจต่อหน้าฮ่องเตและประมุขตระกูล”

'เย่ว์หลิ่ง'บิดาของ'เย่ว์เฟิง'ยืนขึ้นเล่นบทคนดีบ้าง

“ข้าไม่ได้ยินอะไรเลย  พูดท่านพูดว่าไงนะ?”

'เย่ว์หยางย่ำลงบนหลังของยอดฝีมือมนุษย์หมาป่า เหมือนกับย่ำคางคกที่น่ารังเกียจ

“อาเซียน, เขาฟังแต่เจ้า ช่วยแนะนำเขาด้วย  ไม่ว่าอย่างไร เจ้าต้องรีบเอาตัวเขาลงมา”

ปู่'ห้า'หันไปขอร้องหญิงงาม

“ซานเอ๋อ! ลงมานี่”

ตอนแรกนางไม่อยากรบกวนเรื่องของ'เย่ว์หยาง'  แต่ขัดคำขอร้องของผู้อาวุโสไม่ได้

“โอว..ได้เลย มีแต่แม่สี่พูดชัดถ้อยชัดคำ ข้าได้ยินชัดเจนทันทีที่ท่านพูด”

'เย่ว์หยาง'ผ่อนแรงขาและดึงยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าขึ้นมา  เขาช่วยจัดเสื้อผ้าที่ฉีกขาดของยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าและพูดด้วยเสียงจริงใจว่า

“โปรดยกโทษให้ขยะอย่างข้าด้วย  ท่านเป็นนักสู้ระดับ 5 แล้วยังเป็นอาจารย์ผู้สอนของนิกายภูเขาหมอกแดนใต้  ขณะที่ข้าเองเป็นสวะที่ใครๆ ก็รังแกได้ง่าย  นอกจากแม่สี่คอยประคบประหงมข้าแล้ว  ไม่มีใครอื่นสนใจข้าหรอก โปรดเอื้อเฟื้อยอมละเว้นข้าสักครา  เรื่องต่างๆ อย่างพวกค่ารักษาที่ท่านทุบตีข้า, ฟันหลังข้า, เหยียบหัวข้า  ข้าคงไม่กล้าพูดถึงมันแล้ว เรื่องทั้งหมดต้องโทษตัวข้าเองที่เป็นเพียงเศษสวะเท่านั้น  ท่านก็เห็นตอนนี้ข้าทั้งเสียเลือด และเสื้อผ้าก็ขาดวิ่นไปหมดแล้ว  ข้าเสียใจจริงๆ ท่านโปรดไว้ชีวิตข้าและยอมปล่อยให้ข้าได้กลับลงไปหาครอบครัวได้ไหม?”

“….”

ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าไม่ได้ร้องไห้  แต่เขารู้ว่าสีหน้าของเขาคงย่ำแย่ไม่ต่างจากคนร้องไห้

ถ้าเขาทำได้ เขาอยากทึ้งศีรษะตัวเองจนตาย อย่างไรก็ตาม  ตอนนี้ชีวิตของเขายังอยู่ในเงื้อมมือเจ้าบ้านี่และเขายังทำอะไรไม่ได้ แม้ว่าเขาอยากจะฆ่าตัวตาย  เขาเกรงว่าต้องรอให้'เย่ว์หยาง'พูดจบเสียก่อน  ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าเพียงหวังว่าเขาจะหมดสติไปเอง แต่เขาก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ตาม 'เย่ว์หยาง'ปล่อยยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าไปแถมโบกมือให้อีก

“ขอบคุณอาจารย์ที่ไว้ชีวิตข้านะ  ข้ารู้แต่แรกแล้วว่าท่านโชกเลือด เอ๊ย.. ไม่ใช่.. ข้าประทับใจอาจารย์อย่างท่าน แน่นอนว่าท่านคงไม่ถือสาคนอ่อนแออย่างข้า  ขอบคุณนะท่านอาจารย์ ตอนนี้ข้าจะส่งท่านลงเวทีละนะ”

ด้วยแรงยันของเขา ส่งผลให้อาจารย์ผู้นั้นลอยละลิ่วไป 10 เมตร ขณะที่เขาพึมพำว่า

“ข้าจะส่งท่านไปสักพันไมล์ก็แล้วกัน”

เพียงไม่นานเขาก็ลงมาอยู่ข้างหญิงงามและทำตัวเหมือนเด็กว่านอนสอนง่าย เขาโค้งคำนับนางอย่างสุภาพและพูดว่า

“แม่สี่! ข้ากลับมาแล้ว โชคดีจริงๆ ที่ทุกคนช่วยกันอ้อนวอนขอร้องแทนข้า อาจารย์ท่านนั้นก็เลยใจดีไว้ชีวิตข้า แค่เรื่องนี้ก็เลยทำให้ข้าพ้นจากอันตรายได้  ข้ารู้สำนึกผิดแล้ว ต่อไปข้าไม่กล้าไม่เชื่อฟังคำของท่านอีกแล้ว”

“เด็กโง่!”

หญิงงามเข้าใจว่า'เย่ว์หยาง'พยายามทำให้นางดูมีความสำคัญด้วยคำพูดของเขา  จึงอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาทันที

“….”

กลุ่มคนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี

ขณะที่มองการกระทำที่ประหลาดของเจ้าเด็กนี่ มันเป็นเรื่องบ้าขณะที่เขาขึงขังคาดคั้นต่อหน้าทุกคน  เขาทำตัวมีเหตุผลตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือคำพูดของเขา  ไม่ได้มีทีท่าว่าเขาจะยอมลดความก้าวร้าวของตน  แต่การกระทำของเขาดูไม่มีเหตุผลเลย  เพราะเขาประเมินตัวเองสูงเกินและกันศัตรูออกจากทุกคน  เขากล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ หนึ่งในสี่นิกายใหญ่

ขณะที่เขาตั้งประจันหน้ากับตระกูลและขัดขืนไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่งของผู้อาวุโสของเขา  แต่กลับมีใจกตัญญูต่อแม่สี่ ทุกอย่างที่เขาทำมาก็เพื่อยกระดับให้ความสำคัญต่อแม่สี่ของเขา เจ้าเด็กบ้านี่มีเรื่องขัดแย้งมากมายเหลือเกิน สำหรับเจ้าเด็กนี่มีอารมณ์ที่ไม่สมดุลเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เดี๋ยวกบฏเดี๋ยวก็เคารพ นับว่าเป็นคนแปลกโดยแท้

“พี่ไห่! คุณชายสามของตระกูลท่านน่าสนใจจริงๆ เก่งจริงๆ เขาน่าสนใจมากกว่าบิดาของเขาที่ดื้อรั้นเสียอีก  ถ้าข้ามีโอรสที่น่ารักอย่างนั้น จะเป็นเรื่องดีสักเพียงไหน”

ฮ่องเต้'จุนอู๋โหย่ว'ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นพลางตบไหล่ของผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'

“องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน ก็กตัญญูมากมิใช่หรือ?”

ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'หัวเราะอย่างอารมณ์ดีพลางมองดู'เย่ว์หยาง'ด้วยสายตาแปลกๆ

อาจเป็นไปได้ว่าเขาเตือนให้ท่านระลึกถึงเย่ว์ชิวบุตรชายผู้ล่วงลับที่ทำให้ท่านยินดีและภาคภูมิใจที่สุดเมื่อก่อนนี้  สีหน้าของเขาเคร่งขรึมเล็กน้อย  สีหน้าของฮ่องเต้'จุนอู๋โหย่ว'ก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมเหมือนกับผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'

“น่าเสียดายที่นางเป็นสตรีไม่ใช่บุรุษ เสียดายจริงๆ”

“ใช่ น่าเสียดาย”

แม้ว่าผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'จะพูดว่ามันน่าเสียดาย

แต่ไม่ชัดเจนว่าหมายถึงองค์หญิง'เชียนเชียน'หรือว่า'เย่ว์ชิว'บุตรชายผู้ล่วงลับในการศึก 'เย่ว์เทียน', 'เย่ว์เยี่ยน'และคนอื่นๆ มองดู'เย่ว์หยาง'จากระยะไกล  แม้ว่า'เย่ว์หยาง'จะเอาแต่แสดงฝีมือของเขาล้วนๆ แต่พวกเขาก็ยังมั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถเอาชนะ'เย่ว์หยาง'ได้  มีอสูรที่สามารถสู้กับคนที่เอาแต่ใช้วิทยายุทธสู้ได้ และพวกเขาทั้งคู่ต่างก็มีอสูรชนิดนั้นอยู่ในคลังของเขา ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่เหมือน'เย่ว์หยาง'ที่สามารถเรียกสัตว์อสูรได้เพียงตัวเดียว แต่พวกเขาได้ฝึกมาหลายปีแล้ว

นอกจาก 3 ดาวเพชฌฆาตผู้ยิ่งใหญ่  'เย่ว์เทียน'และ'เย่ว์เยี่ยน'ไม่รู้สึกว่าจะมีผู้ใดสามารถต่อกรพวกเขาได้ คุณชายสามผู้สวะนี่น่ะหรือ? แม้ว่าเขาจะมีวิทยายุทธที่สูงส่ง เขาจะไม่เหนื่อยจนได้หรือ? กับอีแค่คัมภีร์อัญเชิญที่เพิ่งทำสัญญามาได้เพียงครึ่งปี ไม่มีสัตว์อสูรเก็บไว้เลย  แล้วเขาจะมาต่อกรพวกเขาได้อย่างไร?  ยิ่งไปกว่านั้น

หลังจากได้รับสิ่งนี้มาเมื่อสามวันที่แล้ว  เจ้าสวะสามคงถึงคราวที่จะพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของพวกเขาแล้ว  ตอนนี้พวกเขาปล่อยให้เจ้าสวะผยองไปก่อน  ดังนั้นพวกเขาจะได้รับความนับถือมากขึ้นเมื่อเอาชนะเขาได้ในภายหลัง  ปล่อยให้เขาเหลิงไปก่อนแล้วค่อยล้มเขาในภายหลัง

ในความคิดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของ'เย่ว์เทียน'และ'เย่ว์เยี่ยน' 'เย่ว์หยาง'ได้แต่หัวเราะสะใจ เขาเชื่อว่ามีเหตุผลที่ทั้งสองคนสงบอยู่ได้นานเป็นเพราะพวกเขามีวิธีจัดการกับเขานั่นเอง อย่างไรก็ตาม โชคไม่ดี พวกเขาไม่รู้ว่าฝีมือของเขาคือระดับปราณก่อกำเนิด และเขาไม่จำเป็นต้องใช้สัตว์อสูรใดๆ เลย ไม่ต้องพูดถึงทักษะนักสู้ชั้นปราณก่อกำเนิด

'เย่ว์หยาง'มองล่วงหน้าว่าพวกเขาจะทำสีหน้าแบบไหนเมื่อเขาปล่อย'โคเงา'ออกมาสู้กับพวกเขา ถ้าเขาเรียกนางพญากระหายเลือดออกมาฆ่าสัตว์อสูรของพวกเขาไม่เหลืออะไรเลยในที่สุด พวกเขาจะทำสีหน้าเช่นไร? ที่หน้าปราสาทตระกูลเย่ว์ เหตุผลที่เย่ว์หยางหยุดสู้หยุดพยายามสู้เสี่ยงชีวิตกับ'เย่ว์ซาน' เป็นเพราะเขากลัวว่า'เย่ว์เทียน'และ'เย่ว์เยี่ยน'จะยอมแพ้ในการแข่งขัน พวกเขาหยิ่งผยองมานานเกินไปแล้ว...

'เย่ว์หยาง'ตัดสินในกำจัดพวกเขาจากการจัดอันดับในหมู่อัจฉริยะรุ่นเยาว์ผู้มีพรสวรรค์ ไม่เหลืออะไรให้พวกเขาเลย ดังนั้น เขาทนเก็บความโกรธเอาไว้จนถึงช่วงแข่งขันประจำปีของตระกูล เขาตั้งใจจะกลั่นแกล้งพวกเขาให้หนักต่อหน้าสาธารณชนระหว่างแข่งขันและปล่อยให้ทุกคนตะลึงจนพูดไม่ออก  ขณะที่พวกเขากลับไปเป็นคนธรรมดาร้องไห้อย่างน่าสงสาร

“พี่สาม! ตอนนี้ถึงรอบข้าแล้ว ข้าจะเอาชนะพวกเขาให้ได้ด้วยทุกอย่างที่พี่สอนข้า”

'เย่ว์ปิง'กำหมัดแน่น

ช่วยพี่ชายนางเชิดชูศักดิ์ศรีของครอบครัวนั่นคือความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของนาง  ไม่ว่าคู่ต่อสู้ที่อยู่ต่อหน้าจะเป็นผู้ใดก็ตาม  นางจะไม่ปราณี  นางต้องคว้าชัยชนะโดยราบรื่นและสนุกสนานที่สุดให้พี่ชายของนางได้เห็นให้ได้  ซึ่งจะเป็นเหมือนกับให้ของขวัญปีใหม่แก่เขา

“ข้าเข้าใจ  น้องสาวข้าเก่งที่สุดอยู่แล้ว  ต่อให้มีสุนัขหลายตัวดูถูกเจ้า มันก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้  เจ้าจงบอกพวกเขาว่าอัจฉริยะหมายความจริงๆว่าอย่างไร  ไปเลย ปิงเอ๋อ, ทำให้คู่ต่อสู้ต้องสั่นสะท้านต่อหน้าเจ้าให้ได้”

ด้วยคำพูดปลุกใจของ'เย่ว์หยาง'  ประกายในดวงตาของ'เย่ว์ปิง'ค่อยๆ ฉายแววอบอุ่น จากนั้นก็ร้อนแรงดุจดวงอาทิตย์

“ได้เลยพี่สาม!  ข้าจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง”

'เย่ว์ปิง'กำหมัดแน่น  นางตะโกนเสียงน่ารักเจี้อยแจ้งดังผ่านอากาศทะยานเข้าไปถึงชั้นฟ้า

 

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=109

จบบทที่ ตอนที่ 109 จงทำให้ศัตรูสั่นสะท้านต่อหน้าเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว