เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 108 ข้าจะข้ามหัวเจ้า P2

ตอนที่ 108 ข้าจะข้ามหัวเจ้า P2

ตอนที่ 108 ข้าจะข้ามหัวเจ้า P2


มีเหตุผลก็คืออสูรที่ไม่ได้ทำสัญญาจะนำขึ้นเวทีไม่ได้  โชดดีที่กฎนี้ตั้งขึ้นมาเมื่อไม่กี่ร้อยปีที่ผ่านมา  มิฉะนั้น'เย่ว์ปิง'คงต้องพลิกแพลงอีกครั้ง  บรรพบุรุษตระกูลเย่ว์กังวลว่าเป็นเรื่องง่ายที่คนจะสูญเสียการควบคุมอสูรที่ไม่ได้ทำสัญญา

เมื่อสมาชิกในตระกูลสู้กันเอง  พวกเขาอาจพลั้งมือฆ่าญาติของพวกเขาก็ได้  มันจึงเป็นสิ่งต้องห้าม  สำหรับเรื่องนี้ 'เย่ว์หยาง'ได้แต่ยิ้มและรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ เขาต้องการจัดการเด็ดขาด และเขาจะต้องทำด้วยตัวเอง ทำไมจะต้องใช้'ฮุยไท่หลาง'ด้วยเล่า? 'เย่ว์หยาง'เตะ'ฮุยไท่หลาง' ที่ต้องการจะขึ้นเวทีต่อสู้พร้อมกับเขา ให้มันกลับลงไป จากนั้นดึงดาบจันทร์เสี้ยวออกมา  'เย่ว์หยาง'มั่นใจเต็มเปี่ยม  พูดไปหาวไปว่า

“น้องเก้า!   เจ้าก็รู้ว่าพี่เสี่ยวซานเป็นแค่สวะ  ข้าหวังว่าเจ้าจะออมมือให้ข้านะ  จะรังแกข้าก็ไม่ว่า  แต่อย่างน้อยให้ข้ามีชีวิตรอดไปจากตรงนี้ ตกลงนะ?”

คนนับจำนวนไม่ถ้วนมองมาที่เขาอย่างชิงชัง

พวกเขาอยากจะให้ตาของพวกเขายิงแสงคล้ายเลเซอร์ออกมาฆ่าเจ้าสวะหน้าด้านนี่ได้ในทันที 'เย่ว์เฟิง'มั่นใจว่าเขาคงไม่กล้า แต่ก็สงบใจรวบรวมสมาธิอยู่ภายใน เนื่องจากเขาอยู่ในโล่แสง เขาจึงไม่ต้องกลัวดาบจันทร์เสี้ยวในมือของ'เย่ว์หยาง'  เขาใช้มือน้อยๆ กดลงที่คัมภีร์  ใช้เวลารวบรวมสมาธิเพื่ออัญเชิญอยู่นาน  หุ่นเสือลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3 ก็ถูกเรียกออกมา

แม้ว่าเขาอาจเป็นเด็กอัจฉริยะ  แต่เขาฝึกมาในระยะเวลาสั้นเกินไป สำหรับ'เย่ว์เฟิง'ที่เพิ่งจะเรียกหุ่นเสือลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3 เกิดขีดจำกัดเขาไปมาก ดูเหมือนพลังของ'เย่ว์เฟิง'แทบจะถูกสูบเหือดแห้ง   เขาเหงื่อออกมากและหอบหายใจ กอดคัมภีร์เงินที่ยังลอยอยู่  การอัญเชิญเกินขีดจำกัดทำให้เขาไม่เหลือเรี่ยวแรง เสียงปรบมือดังสนั่นจากกลุ่มคนดู อายุเพียง 7 ขวบก็ยังสามารถอัญเชิญหุ่นเสือลายทอง

อสูรทองแดงระดับ 3 ออกมาได้ ช่างน่าอัศจรรย์เหลือจะกล่าว ไม่ใช่แค่เฉพาะประชาชนทั่วไป แม้แต่'จุนอู๋โหย่ว'และตัวแทนจากครอบครัวชั้นสูงต่างก็ปรบมือชื่นชม บิดาของ'เย่ว์เฟิง' หัวหน้าครอบครัวที่สอง 'เย่ว์หลิง'มีความสุขมาก เขาแค่ขาดป้ายหนังสือแปะไว้ที่หน้าผากระบุไว้ว่า “ข้าคือบิดาของอัจฉริยะผู้นี้”

คนที่ล้อมรอบเขาต่างก็ยืนขึ้นและแสดงความยินดีและประจบเขาไม่หยุด ขณะที่สามตัวแทนจากนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ นอกจากมีผู้อาวุโสนักสู้ระดับ 6 ผู้หลับตาตั้งแต่เริ่มและอยู่ในอาการสงบมาโดยตลอด  อีกสองคนที่นั่งอยู่ข้างเป็นบุรุษวัยกลางคน เขาเป็นนักสู้ระดับ 5 นั่งยิ้มเต็มใบหน้าของพวกเขา  พวกเขาจับมือกับคนรอบตัวพวกเขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญ ทั้งสองคนนี้พูดอย่างถ่อมตัวว่า

“เสี่ยวจิ่วฝึกฝนมาอย่างหนัก  แต่เขาก็ยังฝึกสั้นเกินไปนิด ดังนั้นจึงได้แค่ทำสัญญากับหุ่นเสือลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3   เขายังคงมีความสามารถเพิ่มขึ้นได้อีกในอนาคต  แผนของเราคือจะให้เขาได้ทำสัญญากับอสูรชั้นเงินให้ได้ในปีต่อไป  จากนั้นก็ทำสัญญากับอสูรทองภายในห้าปี  เราชาวนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ จะดูแลเสี่ยวจิ่วเป็นอย่างดี”

“หวา..ได้ยินอย่างนี้แล้ว  ยังมีอสูรชั้นเงินและทองรอให้คุณชายเก้าได้ทำสัญญาด้วย”

“เป็นไปตามที่คาดเลย นิกายภูเขาหมอกแดนใต้ของสี่นิกายใหญ่”

“ทุบไอ้สวะนั่นให้ตายซะ”

“ไปเลยพยัคฆ์ศึก กัดไอ้สวะนั่นให้ตาย!”

“ไม่มีหมาป่าปีศาจ 2 หัวไอ้สวะนั่นตายแน่ๆ กัดมันเลย ทำให้มันกลัวให้ได้”

'เย่ว์ปิง'โกรธและหดหู่มากที่ได้ยินคำพูดแบบนั้น

นางรู้สึกว่าตระกูลลำเอียงมากเกินไป  พวกเขาให้หุ่นหนูระดับ 1 5 ตัวแก่พี่ชายนาง  แต่กลับให้เสือลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3 แก่เสี่ยวจิ่ว นี่มันมากเกินไปแล้ว  นางไม่เชื่อจริงๆ ว่าเป็นอสูรที่บิดานางจับสลากได้มา  แน่นอนว่าเป็นการจงใจของลุงใหญ่และลุงรอง  ความจริงทางตระกูลครอบครองอสูรหุ่นเป็นจำนวนมาก

แม้ว่าพวกเขาจะจับแบบสุ่มๆ ก็ยังได้หุ่นวัวเหล็กระดับ 2 ด้วยซ้ำ ก็ยังไม่ถึงกับทำให้คนอื่นผิดหวัง แต่..พวกเขาไม่ใช่ให้มาแค่เพียงหนึ่งตัว กลับให้หุ่นหนูระดับ 1 มาถึง 5 ตัว นางเคยเห็นคนถูกรังแกมาก่อน แต่ก็ยังไม่ถึงขนาดนี้ ถ้าพี่ชายของนางไม่เก่งขนาดนี้ คนที่น่ารังเกียจพวกนี้คงจะแอบยิ้มลับหลังก็ได้ ต่อหน้าเสือศึกลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3 เย่ว์หยางแกล้งแสดงสีหน้าว่ากลัวจัด

เขาชูดาบจันทร์เสี้ยวขึ้นสูง ด้วยความเร็วปานสายฟ้า มีแสงแว่บอยู่ในอากาศ  ขณะที่ประกายแสงยังคงส่องกระทบตาของผู้ชม  เสือศึกลายทองชั้นทองแดงระดับ 3 ส่งเสียงครางและโดน'เย่ว์หยาง'จัดการจนกระเด็นไปในอากาศสูงถึง 10 เมตร มันร่วงลงเวทีต่อสู้อย่างแรงมีประกายไฟขนาดใหญ่พุ่งออกจากปากของมัน เสียงของแตกหักดังอยู่ตลอดเวลา  ตอนแรกดูเหมือนมันยังลุกขึ้นมาได้อีก แต่ว่ามันเดินเซไปเซมาเหมือนกับคนเมา

“เสือศึกลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3 มันสุดยอดจริงๆ เล่นเอาซะข้ากลัวจนขวัญกระเจิงเลยนะ”

'เย่ว์หยาง'ตะโกนพลางเตะหุ่นเสือที่กำลังเดินโซเซไปมา และแล้วหุ่นเสือก็ล้มลงกับพื้นเสียงดังสนั่น มันหัวทิ่มลงกับพื้น

ภายในหัวของมันมีเสียงระเบิดดังกึกก้อง ตาของมันที่่ส่องแสงสีแดงเรื่อก็ค่อยๆ หรี่ลงและดับไปในที่สุด  ทุกคนต่างก็งุนงงและไม่เชื่อเรื่องอย่างนี้  เสือศึกลายทอง ชั้นทองแดงระดับ 3 จะพบจุดจบในลักษณะนี้หรือ? 'เย่ว์หยาง'เดินมาหา'เย่ว์เฟิง'ช้าๆ พร้อมกับกระชับดาบจันทร์เสี้ยวในมือ เขาเดินเข้ามาหา'เย่ว์เฟิง'ที่สูญเสียโล่แสงไปแล้ว เขายิ้มเหมือนกับไม่มีพิษมีภัย

“เสี่ยวจิ่ว! พี่เสี่ยวซานเป็นเหมือนสวะนะ  รังแกกันนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่เป็นไร  ถ้าเจ้ารังแกข้ามาก เดี๋ยวข้าร้องไห้นะ รู้ไหม?”

ขณะที่เขาพูด 'เย่ว์เฟิง'เริ่มเบะปาก น้ำตาเริ่มไหลออกเป็นทาง ฝูงชนมองดู'เย่ว์หยาง'อย่างโกรธแค้น พวกเขาอยากโดดลงมาที่เวทีมาฆ่าไอ้สวะจอมเพี้ยนน่ารังเกียจนี่ซะ 'เย่ว์หลิง' บิดาของ'เย่ว์เฟิง'กำหมัดตัวเองแน่น  ความโกรธในดวงตาเขาบ่งบอกว่าต้องการจะเผาผลาญ'เย่ว์หยาง'ให้เป็นจุล

อย่างไรก็ตาม 'เย่ว์ปิง'ตื่นเต้นมาก นางไม่สามารถลืมได้ว่าเมื่อปีที่แล้วเวลานี้ เด็กในครอบครัวที่หนึ่งและครอบครัวที่สอง ร่วมมือกันรังแกพี่ชายของนาง ความทรงจำเหล่านี้ยังคงแจ่มชัดอยู่ในหัวของนาง  'เย่ว์เฟิง'ไม่ใช่เหรอที่โยนประทัดใส่ตัวพี่สาม?

ถ้าเขาไม่ได้รับบทเรียนเสียบ้าง เขาก็จะไม่รู้ว่าโลกกว้างใหญ่เพียงใด และไม่รู้วิธีให้เกียรติคนอื่น  แล้วเป็นไงถ้าเขาได้พบคนที่ทำให้เขาได้รับคัมภีร์เงิน?  ความแข็งแกร่งที่แท้จริงไม่ต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก  โดยเฉพาะทำงานอย่างหนักและการฝึกฝนจะสามารถเดินไปตามเส้นทางที่แท้จริงจนสามารถไต่ระดับไปจนถึงเป็นนักสู้ระดับสูงได้

“แง้....นี่เป็นไปไม่ได้ อสูรของข้า เสือศึกลายทอง อสูรทองแดงระดับ 3 เจ้าเอาชนะมันได้ยังไง โดยไม่ได้เรียกอสูรออกมา?   หุ่นก็กระจอก วิทยายุทธไม่มีทางเอาชนะเสือศึกลายทองได้..”

'เย่ว์เฟิง'ทำท่าเหมือนเด็กเหลือขอที่รู้สำนึกผิด และเริ่มตะโกนถามคำถาม'เย่ว์หยาง'

“มันเหมือนกับดาบผ่าปฐพีนิดหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ เป็นแค่พลิกแพลงใช้ พี่ไห่ ฝีมือเสี่ยวซานไม่เบาเลยนะ เขามีเสน่ห์บางอย่างที่สืบทอดมาจากบิดาของเขา”

'จุนอู๋โหย่ว'ยิ้มขณะที่เห็นภาพนี้  ในฐานะฮ่องเต้อาณาจักรต้าเซี่ย  พระองค์เป็นฮ่องเต้ที่คิดว่ามีฝีมือระดับสูง  ภายในทวีปมังกรทะยาน มีหลายคนที่สบประมาทพระองค์ บอกว่าพระองค์เป็นฮ่องเต้ที่เขลา  ถ้าไม่ใช่เพราะพระองค์เป็นนักสู้ระดับ 7 กับมีพลังที่น่ากลัว พวกเจ้าเมืองหัวเมืองต่างๆ คงก่อกบฎไปแล้ว

“หลานคนนี้อดทนอยู่เงียบๆ ไม่ยอมเปิดเผยความลับมาหลายปี  ข้าก็ยังเข้าใจเขาผิดไปเหมือนกัน”

ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ผงกศีรษะอย่างเงียบๆ

“…”

ผู้แทนจากสี่ตระกูลใหญ่ได้เห็นฝีมือของ'เย่ว์หยาง'แล้ว ถึงกับหน้าซีดลงเล็กน้อย พวกเขาไม่หวังให้'เย่ว์ชิว'ปรากฏตัวเป็นครั้งที่สอง คุณชายสามผู้เป็นสวะที่สุดในแผ่นดินมังกรทะยาน ในวันนี้เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง  ดูเหมือนว่าเขาได้รับสืบทอดวิชาของบิดาเขา 'เย่ว์ชิว' และมันก็ปรากฏในตัวเขาในตอนนี้แล้ว 'เสวี่ยทันหลาง'ขมวดคิ้วขณะที่เห็นเหตุนี้  เขาไม่แปลกใจว่า'เย่ว์หยาง'ครอบครองพลังอย่างนั้น  ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อพวกเขาเข้าไปในแดนปีศาจ

คุณชายสามผู้สวะผู้นี้สามารถกลับมาพร้อมกับกลุ่มสวะของเขาโดยปลอดภัยหลังจากสู้กับขุนปีศาจ  อย่างไรก็ตาม  เขายังรู้สึกว่า'เย่ว์หยาง'ไม่ใช่คนที่แค่ครอบครองพลังง่ายๆ อย่างนั้นแน่ นักสู้ที่มีแต่วิทยายุทธยากที่จะฆ่าขุนพลปีศาจได้ ขุนพลปีศาจหลายตนจะถูกฆ่าโดยสัตว์อสูร  ตัวอย่างเช่นขุนพลแห่งความตายและขุนพลเมฆปีศาจไม่มีรูปแบบชัดเจน  ไม่ว่าจะมีวิทยายุทธดีอย่างไรก็ตามก็ไร้ประโยชน์เมื่อเอามาใช้กับพวกมัน

คุณชายสามผู้นี้ครอบครองสัตว์อสูรแน่นอน  เขาแค่ยังไม่ได้แสดงมันออกมา 'เสวี่ยทันหลาง'รู้สึกตื่นเต้นและคาดหมายอยู่เต็มหัวใจ ความแข็งแกร่งที่เจ้านี่ปกปิดเอาไว้จะมีมากขนาดไหน? เขาต้องการเห็นให้ชัดก่อนที่จะสู้เสี่ยงตายกัน 'เย่ว์หยาง'ไม่ใส่ใจว่าคนอื่นจะมองเขาอย่างไร เขาขึ้นมาบนเวทีเพื่อประกาศศักดาและกอบกู้ศักดิ์ศรีของสหายผู้น่าสงสารและแม่สี่กลับคืนมา  เขาจะเล่นบทคนเกเรและจะไม่สุภาพกับเย่ว์เฟิงอีกแล้ว  จึงยิ้มแล้วพูดว่า

“เสี่ยวจิ่ว! แม่เรียกกลับไปกินนมแน่ะ ไป...”

เขาเตะอัจฉริยะ'เย่ว์เฟิง'ต่อหน้าต่อตาทุกคนจนปลิว การลงมือที่เกินเลยครั้งนี้ของ'เย่ว์หยาง'ทำให้ยอดฝีมือของนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ 2 คนโกรธแค้น  พวกเขาเคลื่อนไหวทันที คนหนึ่งเข้าไปรับ'เย่ว์เฟิง'ที่ถูกเตะจนปลิวไว้  อีกคนโดดขึ้นไปบนเวทีร้องด่า'เย่ว์หยาง'

“เจ้าสวะเสี่ยวซาน เจ้ามันบ้าจริงๆ เย่ว์เฟิงเป็นศิษย์คนสำคัญของนิกายภูเขาหมอกแดนใต้ของเรา  เจ้ากล้าทำเรื่องเลวร้ายกับเขาได้อย่างไร?”

ยอดฝีมือผู้นี้ไม่ยอมรับฟังคำอธิบายใดๆ  เขาเรียกอสูรของเขาออกมากลางอากาศและผสานร่างกับเขากลายเป็นมนุษย์หมาป่ากรงเล็บยาว กรงเล็บที่ตัดฟ้าและโลกได้ ในที่สุด หมาป่าสวรรค์ก็ได้กระโจนลงแผ่นดิน เขากระโจนเข้าใส่ศีรษะของ'เย่ว์หยาง'

“ดาบที่สอง ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย”

'เย่ว์หยาง'ซัดดาบจันทร์เสี้ยวใส่ยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าในลักษณะหมุนวน

จากนั้นเขาชักดาบวิเศษฮุยจินออกมาจากสะเอว บรรจุปราณก่อกำเนิดไว้  แสงสีทองปรากฏออกมาในมือของเขาและยิงใส่ไปที่หน้าอกของยอดฝีมือมนุษย์หมาป่า กรงเล็บของยอดฝีมือมนุษย์หมาป่านั้นใกล้จะถึงศีรษะของ'เย่ว์หยาง'เต็มที

อย่างไรก็ตาม เขาไม่มีโอกาสที่จะเคลื่อนเข้าใกล้แม้แต่นิ้วเดียว เขาร้องออกมาอย่างโหยหวนและกระอักเลือดออกมาขณะที่หงายหลังออกไป ที่สำคัญ พวกเขาเป็นนักสู้ระดับ 5 เมื่อยอดฝีมือมนุษย์หมาป่ากระแทกลงกับพื้น เขารีบกลิ้งตัวออกไปพร้อมกับหลบคมมีดของ'เย่ว์หยาง' แล้วรอความช่วยเหลือจากสหายของเขา

อย่างไรก็ตาม เขาคิดตื้นเกินไป มีเท้าข้างหนึ่งย่ำลงมาจากท้องฟ้าเข้าที่หลังของเขา ทำให้ร่างของเขากระแทกกลับไปบนพื้นเวที  'เย่ว์หยาง'ย่ำลงบนหัวยอดฝีมือมนุษย์หมาป่าอย่างแรงและจ้องมองเขาด้วยสายตาดุจมัจจุราช

“นิกายภูเขาหมอกแดนใต้เหรอ?   นั่นทำให้ข้ากลัวตายเลยสินะ  พวกเจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นแค่สวะ และข้ามีความกล้าอยู่เพียงเล็กน้อย  ถ้าพวกท่านข่มขู่ข้าอย่างนี้  นั่นขู่ขวัญข้าจนตายเลยไม่ใช่หรือ?  เย่ว์ปิง, ดูสิ นักสู้ระดับ 5 เชียวนะนี่  โอว..นักสู้ระดับ 5  เขากล้าเปิดฉากจู่โจมภายใต้สายตาผู้ชม กับสวะผู้นี้หรือ  พวกท่านต้องการทุบตีคนให้ตายหรือ?”

 ”

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=108

จบบทที่ ตอนที่ 108 ข้าจะข้ามหัวเจ้า P2

คัดลอกลิงก์แล้ว