เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 111 ท้ารบในตระกูล P2

ตอนที่ 111 ท้ารบในตระกูล P2

ตอนที่ 111 ท้ารบในตระกูล P2


นักรบพฤกษาร้อยปียกแขนขนาดใหญ่ของมันและใช้หมัดของมันกระหน่ำลงบนพื้นเวที การทุบลงไปที่แผ่นหินเวทีทำให้จิ้งจอกเพลิงสับสนและวุ่นวาย มันยิงกิ่งหนามแหลมออกมาซึ่งทะลวงเข้าไปในพื้นจนแผ่นหินแตกกระจาย เมื่อหนามโผล่ออกออกมาอีกครั้ง มันแทงเข้าที่ลำตัวของจิ้งจอกเพลิง  ถ้าจิ้งจอกเพลิงไม่ใช่อสูรผู้พิทักษ์ของ'เย่ว์เป่า'  มันก็คงจะตายจริงๆ 'เย่ว์ปิง'ควบคุมนักรบพฤกษาร้อยปีในใจสั่งให้มันคว้าหางจิ้งจอกแล้วชูขึ้น

จากนั้น นางสั่งให้มันเหวี่ยงร่างจิ้งจอกลงพื้นอย่างแรง จิ้งจอกเพลิงไม่มีโอกาสได้ร้อง ขณะที่มันเปลี่ยนสภาพเป็นแสงสีทองและกลับเข้าไปในคัมภีร์ของ'เย่ว์เป่า'...

“อย่านึกว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ในลักษณะนี้เชียว ฝันไปเถอะ”

ทันใดนั้น'เย่ว์เป่า' เรียกแมมมอธศึกขนาดสูง 4 เมตรตัวหนักมากออกมา  แม้ว่ามันจะไม่ใช่อสูรระดับชั้นทองแดง แต่มันก็ยังเป็นอสูรระดับ 5  เขาวางแผนใช้อสูรขนาดใหญ่นี้เป็นโล่เนื้อเพื่อให้ต่อกรกับนักรบพฤกษาร้อยปี

จากนั้นโจมตีมันด้วยอาวุธลับของเขา หุ่นติดล้อฟันเลื่อยซึ่งถูกสร้างมาใช้ตอบโต้นักรบพฤกษาโดยเฉพาะ  เป็นคราวซวยของนักรบพฤกษาแล้ว  ไม่ว่านักรบพฤกษาจะแข็งแกร่งแค่ไหนภายใต้การโจมตีของจักรหมุนมันจะต้องพ่ายแพ้แน่ พอเห็นแมมม็อธศึกและหุ่นฟันเลื่อยตรงเข้ามาหานาง  'เย่ว์ปิง'แค่นเสียงเย็นชา

“การกระทำอย่างนี้ไร้ประโยชน์ที่จะต่อต้านข้า”

นางยกมือทั้งสองขึ้น

ทันใดนั้นกิ่งพุ่มหนามโผล่ออกมาจากพื้น แม้ว่าพุ่มหนามและหนามจะไม่สามารถตรึงร่างใหญ่โตของแมมมอธศึกไว้ได้  แต่มันตรึงขาของแมมมอธไว้ได้ข้างหนึ่งแล้ว การวิ่งเข้าจู่โจมของแมมมอธสดุดหยุดลงทันที แม้ว่าพุ่มหนามและหนามจะฉีกขาดจากแรงกระแทก  แต่ร่างมหึมาของแมมมอธก็สูญเสียสมดุลล้มลงบนพื้นเสียงดังสนั่น บนพื้นเวทีไม่มีใครรู้ว่ามันไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ และไปอยู่ได้อย่างไร พื้นเวทีเต็มไปด้วยขวากขนาด 1 เมตร

เมื่อแมมมอธล้มลงหนามขวากแต่ละท่อนแทงเข้าที่ตัวของแมมมอธ  แมมมอธดิ้นรนลุกขึ้นอย่างเจ็บปวด ตัวของมันเต็มไปด้วยหนามของนักรบพฤกษา พอเห็นแมมมอธได้รับบาดเจ็บหนัก  'เย่ว์เป่า'พยายามเรียกมันกลับเข้าไปในคัมภีร์ทันที เขาคิดว่ามันจะสามารถกลับเข้าไปในคัมภีร์ได้ ใครกันจะคิดว่าแมมมอธศึกร้องลั่นออกมาคราหนึ่งก่อนที่จะล้มลงกับพื้นทันที

“นี่เป็นไปไม่ได้ มันไม่น่าจะตายแบบนั้นได้นี่  แมมมอธศึกของข้าเป็นอสูรที่มีพลังชีวิตแข็งแกร่งที่สุด มันจะล้มลงอย่างนั้นได้อย่างไร?  นี่เป็นไปไม่ได้แน่”

'เย่ว์เป่า'เกือบจะบ้าไปแล้ว จิ้งจอกเพลิง อสูรพิทักษ์ของเขา แม้ว่ามันจะไม่ตายจริงๆ ก็ตาม  แต่แมมมอธศึกไม่เป็นแบบนั้น เนื่องจากเขาเรียกมันกลับไปไม่สำเร็จ นี่จะหมายความว่าแมมมอธศึกจะต้องตายจริงๆ เขาไม่มีโอกาสนำมันไปรักษาได้อีกต่อไป “มันโดนพิษ” พอเห็นแบบนี้ 'เย่ว์เทียน'รู้สึกหนาวสะท้านเข้าไปในใจ

“ท่านกำลังพูดว่าเย่ว์ปิงสามารถเอาทักษะพิษร้ายแรงที่เป็นทักษะธรรมชาติของนางมาประยุกต์ใช้กับหนามของนักรบพฤกษาเหรอ?”

'เย่ว์เยี่ยน'กำหมัดแน่น พยายามระงับความกลัวในใจด้วยกำลังของเขา

“ไม่ใช่อย่างนั้น เป็นพุ่มหนามและหนามของมันทำร้ายร่างกายของมันบาดเจ็บ พิษรุนแรงก็แล่นเข้าไปในตัวของแมมมอธศึกแล้ว  มิฉะนั้น หนังของแมมมอธศึกคงจะไม่โดนหนามแทงได้ง่ายๆ แน่ และมันก็จะไม่ตาย”

'เย่ว์หลิ่ง'จับไหล่'เย่ว์เยี่ยน'บุตรชายตนเล็กน้อย และเตือนเบาๆ ว่า

“เยี่ยนเอ๋อ, เมื่อเจ้าสู้กับเย่ว์ปิง เจ้าต้องรักษาระยะห่างจากนักรบพฤกษาของนางไว้ ใช้อาวุธไฟโจมตีจากระยะไกล จะเป็นวิธีที่ดีที่สุด”

“ยิงไฟความร้อนสูง!”

วิธีนั้น'เย่ว์เป่า'ก็เพิ่งจะใช้ไป

หุ่นล้อฟันเลื่อยเริ่มพ่นไฟออกมาขณะที่แขนอีกข้างเริ่มหมุนด้วยความเร็วที่น่ากลัว  เลื่อยที่อยู่บนวงล้อเปลี่ยนเป็นเครื่องตัดไม้ที่น่ากลัว เมื่อนักรบพฤกษาติดไฟ  มันออกอาการหวาดกลัวทันที  เย่ว์ปิงจะสูญเสียการควบคุมของนางที่มีต่อมัน  ดังนั้นแผนโจมตีต่อไปก็คือโค่นตัดนักรบพฤกษาให้ขาดกลางด้วยวงเลื่อย

ในบรรดาอสูรหุ่น หุ่นล้อฟันเลื่อยสร้างขึ้นเพื่อตอบโต้นักรบพฤกษาโดยเฉพาะ มันใช้ได้ผลมาก  เมื่อนักรบพฤกษาเผชิญกับมันจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมาก  จุดอ่อนประการเดียวที่มันมีอยู่ก็คือมันต้องคอยเติมพลังงานและคอยเปลี่ยนเกียร์เมื่อโจมตีไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม  'เย่ว์เป่า'ไม่สนใจอีกต่อไป  เขาแค่ต้องการล้างแค้น เขาต้องการใช้หุ่นล้อฟันเลื่อยฆ่านักรบพฤกษา จากนั้นก็ฆ่า'เย่ว์ปิง' มิฉะนั้นเขาคงระเบิดตายเพราะความชังและโกรธ 'เย่ว์หยาง'ยืนอยู่ข้างล่างเวที ส่งสัญญาณมือให้'เย่ว์ปิง'จบการต่อสู้ให้ได้

พอเห็นเช่นนั้น 'เย่ว์ปิง'เข้าใจความตั้งใจของเขาและพยักหน้ารับทราบ นางสั่งให้นักรบพฤกษาร้อยปีกระโดดสูง

*บึ้ม!*

หุ่นล้อฟันเลื่อยทั้งตัวโดนย่ำจนแหลกเป็นเสี่ยง  ชิ้นส่วนของหุ่นล้อฟันเลื่อยกระจายไปทั่วมีประกายไฟจนดูเหมือนพลุ รากนับไม่ถ้วนออกมาจากตัวนักรบพฤกษาร้อยปีและพันรอบตัวของหุ่นล้อฟันเลื่อยไว้แน่น หุ่นล้อฟันเลื่อยไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่นิ้วเดียวมีเสียงแกรกๆ ดังออกมาจากภายใน จากนั้นนักรบพฤกษาร้อยปียกมือทั้งสองจับที่หัวโลหะของหุ่นล้อฟันเลื่อยและบิดหัวของมันอย่างโหดเหี้ยม จนหัวของมันหลุดออกจากกัน แค่เพียงชั่วครู่ ในทันใดนั้น ประกายไฟแล่บออกจากคอของหุ่นล้อฟันเลื่อยพร้อมกับมีเสียงดังซี่ออกมา

*แป๊ง*

นักรบพฤกษาร้อยปีโยนหัวเหล็กลงมันพื้น จากนั้นย่ำใส่มันอย่างแรง หุ่นล้อฟันเลื่อยถูกทำลายหมดสภาพ อสูรที่'เย่ว์เป่า'เรียกออกมาแต่ละตัวตายแล้ว อีกทั้งโล่แสงก็หายไปด้วย เขามองดูนักรบพฤกษาร้อยปีอย่างหวาดกลัวสุดขีด  พอเห็นมันยกแขนขึ้นสูงเท่านั้น เขาถึงกับร้องลั่นพร้อมกับปัสสาวะราดกางเกง ตาของเขาเหลือกขาวและหมดสติไปในทันที  'เย่ว์ปิง'ไม่ได้สั่งให้นักรบพฤกษาฆ่า'เย่ว์เป่า' แต่สั่งให้มันยื่นแขนออกมาข้างหนึ่งซึ่งหนากว่าลำต้นเสียอีกและหวดใส่'เย่ว์เป่า'กระเด็นลงจากพื้นเวทีราวกับว่าเขาบินได้

“พี่ไห่! แม่หนูจากตระกูลของท่านคนนี้ เก่งจริงๆ ทั้งพุ่มหนาม, หนามของต้น, พิษและขนดราก มีพวกหัวกะทิไม่มากนักที่มีทักษะแบบนี้  ในอนาคตข้าคิดว่า ใครก็ตามที่สู้กับนางคงได้เก็บกดจนตายแน่ ฮ่าฮ่าฮ่า   ข้าชอบแม่หนูนี่เสียแล้ว  จะเป็นไรไหม? ข้าขอรับนางเป็นธิดาของเรา โอว..ไม่ได้ๆ เดี๋ยวนางจะกลายเป็นผู้ใหญ่ในตระกูลโดยปริยาย  จะเป็นอย่างไรไหมข้าจะขอรับนางเป็นหลานสาว?”

ฮ่องเต้'จุนอู๋โหย่ว'ทรงพระสรวลขณะตรัสกับประมุขตระกูลเย่ว์ไห่  เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าฮ่องเต้พระองค์นี้ไม่ทรงประพฤติพระองค์เหมาะสมกับสถานะพระองค์นัก  อย่างไรก็ตามสถานะของพระองค์มั่นคงไม่คลอนแคลน พระองค์ปฏิบัติหน้าที่ฮ่องเต้มานานกว่าร้อยปีแล้ว  แม้จนบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดเขย่าบัลลังก์พระองค์ได้

“ชะตาของปิงเอ๋อไม่ค่อยดี นี่จะทำให้นางเสียโอกาสนะ”

ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ยังคงปลาบปลื้มอยู่ เขาไม่เคยนึกว่านอกจาก'เย่ว์หยาง'แล้ว 'เย่ว์ปิง'ยังทำให้เขาแปลกใจอย่างหนัก

“ผู้เฒ่าไห่ อัจฉริยะ ในครอบครัวของท่านทุกคนแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนเสียอีก  เราสามตระกูลไม่สามารถเทียบกับท่านได้แล้ว น่าอิจฉาจริงๆ”

ตัวแทนจากอีกสามตระกูลเข้ามาแสดงความยินดีกับผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ทีละคน

“เป็นโชคร้ายของบุตรข้า เฮ้อ พวกเขาเป็นคู่ที่สมกันดี”

ตัวแทนจากตระกูลเฟิง 'เฟิงเสี่ยวหยุน' ประมุขตระกูลเฟิงพูดขณะที่เขามองดู'เย่ว์ปิง' แล้วระลึกถึงบุตรชายของเขาที่ตายทันทีเมื่อไปพบกับจ้าวอสูรทองระหว่างการฝึก  เมื่อทำอะไรไม่ได้ เขาได้แต่ถอนหายใจยาว  กลับกลายเป็นว่านอกจาก'เฟิงชิชา'แล้ว ประมุขตระกูลเฟิงยังตั้งความหวังไว้กับบุตรของตน ใครจะคิดว่าบุตรชายของเขากลับมาประสบเหตุพิบัติดังกล่าว

“บางทีอาจมีการทำนายผิดพลาดก็ได้ จะเป็นอย่างไรถ้าจะขอให้ราชครูของอาณาจักรทำนายดูอีกครั้ง”

สมาชิก 2- 3 ตระกูลถามขึ้น

พวกเขาจะหาสะใภ้ดีๆ อย่าง'เย่ว์ปิง'ได้จากไหนกัน? ถ้าเป็นการทำนายชะตาที่ผิดพลาดจริงๆ ถ้าตระกูลอื่นสามารถเกี่ยวดองกับตระกูลเย่ว์ผ่านการแต่งงานและรับตัวดรุณีน้อย'เย่ว์ปิง'ไว้ในฐานะลูกสะใภ้หรือหลานสะใภ้ของพวกเขา  ตระกูลของพวกเขาก็จะมีอำนาจเพิ่มขึ้น

ในเวลาเพียงชั่วครู่ประกายโลภก็แสดงออกมาผ่านสายตาของตัวแทนตระกูลนับไม่ถ้วน ผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'เห็นเหตุนี้ทั้งหมด แต่ยังคงนิ่งเงียบ แม้ว่า'เย่ว์ปิง'จะชนะ  นางก็ยังไม่ลงมาจากเวทีทันที นางหันไปท้าท้าย'เย่ว์เยี่ยน'

“คู่ต่อสู้คนต่อไปของน้องเจ็ดก็คือพี่สี่  ไหนๆ ข้าก็อยู่ตรงนี้แล้ว ถ้าพี่สี่ยินดี เรามาสู้กันตอนนี้เลยก็ได้  ถ้าพี่สี่เห็นด้วยข้าอยากจะรวมทีมกับพี่สามและเรา ครอบครัวที่สี่อยากจะขอท้าพวกเท่านทั้งคู่ครอบครัวที่หนึ่งและที่สอง  ข้าขอเชิญพี่สี่และพี่ห้ามาสู้ด้วยกันเถอะ”

“ไม่, เราทุกคนไม่โง่หรอกนะ   เราต้องฟังคำชี้แนะของผู้อาวุโสในตระกูลของเรา  ลุงใหญ่กับลุงรองโปรดลงมาสู้กับเราด้วยก็ได้”

เมื่อ'เย่ว์หยาง'พูดประโยชน์นี้  ทุกคนต่างคิดว่าเจ้าเด็กนี่บ้าไปแล้วโดยสิ้นเชิง สู้กับ'เย่ว์เทียน', 'เย่ว์เยี่ยน'และ'เย่ว์ถิง'ก็ยังนับว่าดีแล้ว แต่นี่เขากลับบังอาจท้าสู้กับลุงใหญ่ลุงรองงั้นหรือ? ต้องรู้กันว่าลุงใหญ่'เย่ว์ซาน'และลุงรอง'เย่ว์หลิ่ง'เป็นนักสู้ที่รู้จักกันดีในโลกนี้

'เย่ว์ซาน'เป็นนักสู้ระดับ 6 ขั้นกลาง  ขณะที่'เย่ว์หลิ่ง'เป็นนักสู้ระดับ 6 ขั้นต้น  เจ้าเด็กบ้านี่ต้องการสู้กับพวกเขาโดยลำพังงั้นหรือ? เป็นไปได้ว่าเขามีความแข็งแกร่งระดับ 7 งั้นหรือ? แต่เขาจะเอาชนะนักสู้ระดับ 6 ทั้งสองคนตามลำพังได้อย่างไร

เขาช่างเพื่อฝันจริงๆ ในหมู่ผู้ชมทุกคนรู้สึกว่าเจ้าเด็กนี่วิกลจริตไปแล้ว เมื่อเสวี่ยทันหลางได้ยินเช่นนี้  ถึงกับเบิกนัยน์ตากว้างด้วยความตกใจ เขาคาดว่าเย่ว์หยางคงจะท้า'เย่ว์เทียน'และ'เย่ว์เยี่ยน' แต่ไม่มีทางคิดว่า'เย่ว์หยาง'จะหาญกล้าท้าลุงใหญ่'เย่ว์ซาน'และลุงรอง'เย่ว์หลิ่ง' เจ้าเด็กนี่กล้าหรือว่าบ้ากันแน่? เขาเคยเห็นคนบ้ามาแล้ว  แต่ไม่เคยเห็นคนบ้าอย่างนี้มาก่อน

'เสวี่ยทันหลาง'รู้สึกเหมือนมีแรงกระตุ้นอยู่ในใจเขา  เขาต้องการเข้าไปสู้กับ'เย่ว์หยาง'ด้วยเช่นกัน  เขาต้องการรู้ให้ได้ว่าวิทยายุทธของเจ้าบ้านี่ดีจริงหรือว่าเป็นเพราะสัตว์อสูรของเขาแข็งแกร่ง 'จุนอู๋โหย่ว'และผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'ก็ตกใจอย่างหนัก

พวกเขามองหน้ากันเองอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะเผยอยิ้มที่มุมปาก คล้ายจริงๆ เจ้าเด็กนี่ช่างคล้าย'เย่ว์ชิว'บิดาของเขาจริงๆ อารมณ์ของ'เย่ว์ชิว'ก็เป็นแบบนี้  เขาไม่เคยกลัวอะไร เพียงแต่'เย่ว์ชิว'ไม่ได้มีไหวพริบและกะล่อนเหมือนเจ้าเด็กนี่ เหมือนพ่อ เหมือนลูกแน่นอน

พอเห็นเจ้าลูกชายที่ไร้ประโยชน์กลายเป็นคนน่าทึ่งมาก กลายเป็นนักสู้ที่เด็ดเดี่ยวในโลก  บางทีวิญญาณบนสวรรค์ของเย่ว์ชิวคงยิ้มอย่างเป็นสุขแล้วกระมัง เมื่อผู้เฒ่า'เย่ว์ไห่'นึกถึงเรื่องนี้  นัยน์ตาของเขาที่ไม่เคยแสดงออกถึงความกังวลทั้งที่เห็นคนตายมาเป็นร้อยเป็นพันในสนามรบ

เริ่มมีน้ำตาคลอเล็กน้อย เมื่อเขามองดู'เย่ว์หยาง' ก็รู้สึกมีความอุ่นในดวงตามากขึ้น ตอนนี้ สายตาทุกคนมองไปที่'เย่ว์ซาน'และ'เย่ว์หลิ่ง' เผชิญหน้ากับการท้าทายที่เจ้าหลานชายบ้าของพวกเขาท้าทายอยู่ ในฐานะลุงของเขา เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร? จะปฏิเสธดีไหม? หรือว่าจะยอมรับคำท้า ผู้ชมทุกคนรอคอยคำตอบของคนทั้งสองอย่างแทบไม่ได้หายใจ

 

ที่มา:https://writer.dek-d.com/tanay2507/story/viewlongc.php?id=1429532&chapter=111

จบบทที่ ตอนที่ 111 ท้ารบในตระกูล P2

คัดลอกลิงก์แล้ว