เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 ข้อจำกัดที่แท้จริง

ตอนที่ 43 ข้อจำกัดที่แท้จริง

ตอนที่ 43 ข้อจำกัดที่แท้จริง


พายุฝนนอกอาคารหยุดตกไปนานแล้ว หยาดฝนยังไม่ทันเหือดแห้ง ทิ้งคราบน้ำเกาะพราวอยู่บนประตูกระจก

ภายในอาคารพาณิชย์ที่ทวีความหนาวเหน็บและเย็นยะเยือกขึ้นทุกขณะ กำลังฉายภาพฉากอันโหดเหี้ยมอำมหิตฉากแล้วฉากเล่า

"ไม่ต้องช่วยแล้ว!"

ฟางเซิ่นเหยียนบีบนิ้วมือที่เริ่มปวดตึงของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าตัวอวี๋กัวที่ยังพยายามจะวิ่งวุ่นเข้าไปช่วยเอาไว้

ทั้งสองคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ทอดสายตามองคนสิบคนที่เหลืออยู่ตรงหน้า

นัยน์ตาของฟางเซิ่นเหยียนเต็มไปด้วยความสับสนมืดแปดด้าน ในตอนแรกพนักงานทั้งยี่สิบแปดคนทยอยตายไปถึงสิบคนรวด

ไม่ว่าพวกเขาจะพยายามช่วยชีวิตอย่างไรก็ไร้ผล จนในที่สุดพวกเขาก็เริ่มคล้อยตามคำพูดของจี้หลี่ที่ว่า ทันทีที่ถูกสิงร่าง... ก็เท่ากับการตายแบบไร้ทางแก้

และหลังจากนั้นพวกเขาก็พบว่า ยิ่งพวกเขาก้าวเข้าไปใกล้พวกพนักงานมากเท่าไหร่ กลับยิ่งไปเร่งความเร็วในการตายของคนเป็นให้เร็วขึ้นเท่านั้น!

นี่คือการค้นพบใหม่ ทว่ามันกลับแปลกประหลาดมาก

ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ฟางเซิ่นเหยียนนึกถึงข้อสันนิษฐานของจี้หลี่ก่อนหน้านี้

ยิ่งพนักงานโรงแรมอยู่ใกล้พนักงานทั่วไปมากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้น... ดูเหมือนว่านี่จะเป็นเงื่อนไขในการฆ่าอย่างหนึ่ง

แต่สิ่งที่ทำให้ฟางเซิ่นเหยียนคิดจนหัวแทบระเบิดก็ยังคิดไม่ออกก็คือ... พนักงานพวกนี้ถูกวิญญาณร้ายสิงร่างพร้อมกันทีเดียวได้ยังไง?

เรื่องนี้ยังไม่ทันกระจ่าง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นตามมากลับยิ่งทำให้เขาสงสัยและหวาดระแวงมากขึ้นไปอีก

เมื่อฟางเซิ่นเหยียนกับอวี๋กัวถอยออกมายืนดูอยู่ห่างๆ พนักงานสิบคนที่ยังไม่ตาย ก็เกิดอาการพิลึกพิลั่นขึ้นอีกครั้ง

คนทั้งสิบคนล้วนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับศีรษะของตัวเองในท่าทางเดียวกันหมด แต่กลับไม่ยอมขยับเขยื้อนทำอะไรต่อเลย!

ราวกับถูกสตาฟฟ์ให้อยู่ในท่าทางเดียวกันนั้น ต่อให้คนรอบข้างจะทยอยล้มตายกันไปหมดแล้ว พวกเขาก็ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

อวี๋กัวเริ่มร้อนรน เขาตบกระเป๋าเสื้อค้นหาของบางอย่าง ก่อนจะล้วงซองบุหรี่ออกมา แบ่งให้ฟางเซิ่นเหยียนมวนหนึ่ง แล้วเอ่ยถามเสียงเบา

"อาจารย์ฟาง นี่มันสถานการณ์บ้าอะไรกันเนี่ย?"

ฟางเซิ่นเหยียนทอดสายตาลึกล้ำจ้องมองคนเป็นสิบคนที่เหลือรอดอยู่เบื้องหน้า เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเฮือกหนึ่งแล้วส่ายหน้าช้าๆ

"ฉันไม่รู้"

ตอนที่พูดประโยคนั้น เขาก็ยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาตี 3 20 นาที

นับตั้งแต่เกิดความโกลาหลขึ้นที่ชั้นหนึ่ง เวลาผ่านไปแล้ว 20 นาที และคนสิบคนสุดท้ายนี้กลับยืนนิ่งไม่ไหวติงมานานถึง 10 นาทีแล้ว!

พวกเขายังคงค้างอยู่ในท่าจำลองการตายอันแข็งทื่อ ทว่ากลับไม่ได้ลงมือหักคอตัวเองจริงๆ

"ฉันรู้สึกตะหงิดๆ ว่าวิญญาณร้ายมันจงใจถ่วงเวลา บางที... มันอาจจะถูกข้อจำกัดของข้อมูลภารกิจที่แท้จริงควบคุมเอาไว้

"ต้องรอให้ถึงเงื่อนไขหรือช่วงเวลาที่กำหนดเสียก่อน มันถึงจะสามารถลงมือฆ่าพวกเราทุกคนทิ้งได้อย่างไร้ความปรานี!"

ฟางเซิ่นเหยียนแหงนหน้าขึ้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะต่อสายหาจี้หลี่

แต่จนแล้วจนรอด... ก็ไม่มีคนรับสาย

……

อีกด้านหนึ่ง ถงกวนกับฉางเนี่ยนเดินขึ้นมาถึงบริเวณชั้นสามแล้ว พวกเขากำลังพยายามตามหาตัวจี้หลี่เพื่อรวมกลุ่มกัน

"ตลอดทางที่เดินมา ฉันเอาแต่คิดเรื่องกฎการฆ่าของวิญญาณร้ายมาตลอด ข้อมูลภารกิจอาจจะมีข้อผิดพลาดได้ แต่กฎการฆ่าของผีไม่มีทางเปลี่ยนไปแน่ จากจุดนี้ พวกเราสามารถใช้มันเป็นเบาะแสคิดย้อนกลับไปหาข้อมูลภารกิจที่แท้จริงได้"

ถงกวนก้มหน้าลง สายตาสอดส่ายระแวดระวังไปรอบตัว ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าสถานการณ์ความตายบนชั้นหนึ่งได้หยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน

ฉางเนี่ยนแหงนหน้ามองหลอดไฟที่สาดแสงสีเหลืองหม่นๆ ก่อนจะครุ่นคิดแล้วเอ่ยขึ้น

"แต่คนที่ตายพวกนี้ มีจุดร่วมอะไรที่เหมือนกันบ้างล่ะ..."

ถงกวนล้วงโทรศัพท์ของโรงแรมออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กดเปิดแอปพลิเคชันบันทึกข้อความอย่างลวกๆ แล้วยื่นไปตรงหน้าฉางเนี่ยน พลางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ

"โทรศัพท์! บางทีข้อสันนิษฐานของจี้หลี่อาจจะไม่ได้ผิดไปซะทีเดียว พวกพนักงานทยอยตายกันไปก็เพราะเข้าใกล้พวกเราพนักงานโรงแรมจริงๆ นั่นแหละ แต่พวกเราไม่ใช่ต้นตอของคำสาป... บางทีโทรศัพท์ของโรงแรมต่างหากล่ะที่เป็นต้นตอ!"

ฉางเนี่ยนยังคงตามไม่ทัน เธอจ้องมองรายชื่อพนักงานทั้งยี่สิบแปดคนที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ของถงกวน แล้วเอ่ยถามอย่างลังเล

"นี่หมายความว่ายังไง…

"หรือว่าข้อมูลภารกิจ... ไม่ได้ผิดงั้นเหรอ?"

ถงกวนส่ายหน้าช้าๆ จากนั้นก็กดลบรายชื่อทั้งหมดในบันทึกข้อความทิ้งจนหมดเกลี้ยง

"ฉันก็เพิ่งจะนึกออกเมื่อกี้นี้เอง โทรศัพท์ของโรงแรมอยู่บนตัวพวกเราพนักงานทุกคน ก่อนหน้านี้คนที่ตายก็ล้วนเป็นคนที่อยู่ใกล้ตัวพวกเราจริงๆ จะมีก็แค่พวกพนักงานกลุ่มสุดท้ายที่ชั้นหนึ่งนี่แหละ ที่โดนเล่นงานหลังจากพวกเราถอยออกมาแล้ว ตอนนั้นฉันยังคิดไม่ตก จนกระทั่งเมื่อกี้ตอนที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อจะอ่านข้อมูลภารกิจซ้ำอีกรอบ ฉันถึงได้ตาสว่าง ในโทรศัพท์ของฉัน บันทึกรายชื่อคนที่ยังมีชีวิตอยู่ไว้หมดแล้ว บางที... กฎการฆ่าของวิญญาณร้าย อาจจะเป็นการลงมือกับพนักงานที่อยู่ใกล้โทรศัพท์ของโรงแรม รวมถึงคนเป็นทุกคนที่สัมผัสกับโทรศัพท์ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม! นี่แหละคือเกณฑ์การฆ่าของมัน!"

ฉางเนี่ยนชะงักฝีเท้า ร่างกายของเธอเย็นเยียบขึ้นมาวูบหนึ่ง "ถ้าอย่างนั้น... ข้อมูลภารกิจก็ยังผิดอยู่งั้นเหรอ?"

ถงกวนพยักหน้ารับ

"ใช่ ประการแรก น้ำเสียงของข้อมูลภารกิจดูใช้อารมณ์ส่วนตัวเกินไป ไม่ตรงกับรูปแบบภารกิจตามปกติของโรงแรมเลยสักนิด ประการที่สอง เนื้อหาภารกิจคลุมเครือเกินไป ดูเหมือนถูกแต่งขึ้นมาแบบลวกๆ กะทันหันมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น การที่โทรศัพท์ของโรงแรมเป็นต้นตอของคำสาป ก็ยิ่งสอดคล้องกับข้อสันนิษฐานที่ว่าวิญญาณร้ายใช้พลังบังตาเพื่อซ่อนภารกิจที่แท้จริงเอาไว้ และประการสุดท้าย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่สุด... เป็นข้อพิสูจน์ว่าภารกิจในตอนนี้คือของปลอม!"

เมื่อได้ฟังการวิเคราะห์ทีละฉากทีละตอน และข้อสันนิษฐานที่หนักแน่นของถงกวน ท่ามกลางช่วงเวลาอันยากลำบากที่สุดนี้ หางตาของฉางเนี่ยนกลับปรากฏรอยยิ้มจางๆ

"อะไรล่ะ?"

"เพราะตอนนั้นยังเหลือเวลาอีก 3 ชั่วโมงกว่าภารกิจจะจบ การทดสอบของฉันกับก่วนผิงที่ชั้นหนึ่ง... มันไม่ได้เริ่มต้น ไม่ได้จบลง แต่กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า!

"ตอนนั้นฉันคิดว่า ถ้าฉันต้องตาย ก็แสดงว่าภารกิจมีช่องโหว่ และภารกิจปลอมที่วิญญาณร้ายสร้างขึ้นก็จะเผยตัวออกมาอย่างเป็นทางการ ตอนนี้พวกเรารู้แล้วว่าโทรศัพท์อาจจะเป็นต้นตอของคำสาป ถ้าอย่างนั้นวิญญาณร้ายก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะแฝงตัวอยู่ข้างกายพวกเรามาตลอด แผนการนั้นจะทำให้แผนการของวิญญาณร้ายถูกเปิดโปงก่อนเวลาอันควร ในช่วงเวลาที่ยังเหลือเฟืออีกตั้ง 2 ชั่วโมง ดังนั้นมันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องล้มเลิกแผนการของพวกเราตั้งแต่ต้น ที่แปลกที่สุดก็คือ ก่อนจะเริ่มแผน ตอนที่ฉันลองทดสอบดู พนักงานโรงแรมอย่างฉันยังสามารถเข้าสู่สภาวะตัวแข็งทื่อและบิดคอตัวเองได้ แต่พอลงมือทำจริง ฉันกลับสูญเสียความรู้สึกนั้นไปเสียดื้อๆ! นี่มันเป็นการจงใจปิดบังที่โจ่งแจ้งเกินไปของวิญญาณร้ายแล้ว"

ฉางเนี่ยนตั้งใจฟังคำพูดเหยียดยาวของถงกวนอย่างใจจดใจจ่อ เธอพยักหน้ารับหงึกหงัก ก่อนจะเอ่ยต่อยอดทฤษฎีของเขา

"ส่วนตอนที่แผนการของจี้หลี่เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง วิญญาณร้ายกลับมีความกังวลบางอย่างจึงไม่ได้ขัดขวางอีก แต่ใช้วิธีถ่วงเวลาแทน มันจงใจยื้อเวลาลากยาวมาจนถึงช่วงสุดท้ายของภารกิจแล้วค่อยลงมือ เพราะมาถึงขั้นนี้แล้ว มันก็ไม่สนอีกต่อไปว่าพวกเราจะจับได้หรือไม่ว่าข้อมูลภารกิจเป็นของปลอม!"

ถงกวนพยักหน้ารับ จังหวะที่กำลังจะอ้าปากพูด จู่ๆ โทรศัพท์ของโรงแรมก็สั่นครืดคราด หน้าจอแสดงชื่อ "ฟางเซิ่นเหยียน"

"ฮัลโหล? อาจารย์ฟาง?"

"ถงกวน ตอนนี้มีเรื่องผิดปกติ ตั้งแต่ตอน ตี 3 10 นาที เป็นต้นมา ชั้นหนึ่งเหลือพนักงานที่ยังไม่ตายอยู่สิบคน ทว่าจนถึงตอนนี้ คนอื่นๆ ตายเกลี้ยงไปหมดแล้ว แต่พวกเขากลับยังไม่ยอมบิดคอตัวเองสักที ฉันสงสัยว่าวิญญาณร้ายกำลังถ่วงเวลา เรื่องนี้ต้องเกี่ยวพันกับข้อมูลภารกิจที่แท้จริงแน่ๆ แต่ฉันโทรหาจี้หลี่แล้ว กลับไม่มีคนรับสาย ฉันสงสัยว่าทางฝั่งเขากับหลี่ซิงอาจจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น"

ถงกวนขมวดคิ้วมุ่น เขาเพิ่งจะพูดไปหมาดๆ ว่าวิญญาณร้ายกำลังถ่วงเวลา แต่คำพูดของฟางเซิ่นเหยียนกลับเป็นเครื่องยืนยันว่า จนถึงวินาทีนี้ วิญญาณร้ายก็ยังคงรอคอยอะไรบางอย่างอยู่ และยังไม่ยอมลงมือขั้นเด็ดขาด!

"พวกเราต้องรอต่อไปแบบนี้งั้นเหรอ?"

เสียงตะโกนร้องของอวี๋กัวดังลอดมาจากปลายสาย ตอนนี้เขามืดแปดด้าน จังหวะทุกอย่างตกอยู่ในกำมือของวิญญาณร้าย ความรู้สึกแบบนี้ทำให้เขาแทบจะเป็นบ้า

สีหน้าของถงกวนทะมึนลง เขาก็ตระหนักได้เช่นกันว่าวิญญาณร้ายจะต้องมีแผนการที่เตรียมการมาอย่างยาวนานแน่ๆ กระทั่งตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่า ภารกิจปกป้องพนักงานอะไรนั่น... ก็เป็นแค่ข้ออ้างในการถ่วงเวลาเท่านั้น!

ส่วนจุดประสงค์คืออะไร ถงกวนแค่คิดทบทวนเพียงวูบเดียวก็กระจ่างแจ้ง... ไม่มีอะไรมากไปกว่าการที่วิญญาณร้ายถูกข้อมูลภารกิจที่แท้จริงผูกมัดเอาไว้ บางทีในวินาทีที่พนักงานสิบคนสุดท้ายตายตกไป เอื้อมมือมัจจุราชของมันก็คงจะพุ่งเป้ามาที่พวกพนักงานโรงแรมทุกคน!

"ผมเข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะไปตามหาจี้หลี่!"

ถงกวนเพิ่งจะพูดจบประโยค จู่ๆ ที่สุดโถงทางเดินอีกฝั่งก็มีเสียงฝีเท้าสะเปะสะปะดังขึ้น

เงาร่างเลือนรางสายหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ ยืนหันหลังให้แสงสว่างจนดูเลื่อนลอยพิกล

น้ำเสียงที่ฟังเผินๆ เหมือนจะคุ้นหู ทว่าเมื่อลองฟังดูดีๆ กลับรู้สึกแปลกหน้าและเย็นเยียบ ดังก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดิน

"ถงกวน? รีบมาทางนี้เร็วเข้า... เจอ 'ทางรอด' แล้ว!"

จบบทที่ ตอนที่ 43 ข้อจำกัดที่แท้จริง

คัดลอกลิงก์แล้ว