เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 ไม่มีข้อยกเว้น

ตอนที่ 40 ไม่มีข้อยกเว้น

ตอนที่ 40 ไม่มีข้อยกเว้น


"ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ข้อมูลภารกิจในอีเมลของโรงแรมจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้"

แม้ฟางเซิ่นเหยียนจะเพิ่งผ่านบททดสอบภารกิจมาเพียงแค่ครั้งเดียว ทว่าระบบความคิดของเขากลับปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว บางทีอาจจะเป็นอย่างที่เขาพูด... เขาเกิดมาเพื่อเป็นคนของโรงแรมแห่งนี้

อวี๋กัวมีสีหน้ามึนงงเล็กน้อย เขาเอ่ยสนับสนุนอยู่ด้านข้าง

"นั่นสิ ฉันอ่านคู่มือพนักงานที่ได้มาจากฝั่งของจี้หลี่ ก็ไม่เห็นมีกรณีศึกษาอะไรทำนองนี้บันทึกไว้เลยนะ"

ถงกวนปรายตามองกลุ่มพนักงานทั่วไปกว่ายี่สิบชีวิตที่ยืนเบียดเสียดกันด้วยความหวาดผวาอยู่ตรงล็อบบี้ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

"ข้อมูลภารกิจจะผิดพลาดจริงหรือไม่ ตอนนี้ก็ยังพูดยาก

"สาขาสิบเอ็ดมีการสืบทอดตำแหน่งพนักงานจากรุ่นสู่รุ่นมาโดยตลอด ไม่เคยมีช่วงไหนที่ขาดช่วง ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลและกรณีศึกษาของภารกิจเก่าๆ จึงถูกเก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี หลังจากผมขึ้นเป็นผู้จัดการชั่วคราว ผมก็เคยลองค้นๆ ดู... และพบว่ามีอยู่แค่ภารกิจเดียวเท่านั้นที่คล้ายกับสถานการณ์ของพวกเราในตอนนี้"

สาขาสิบเอ็ด... ซึ่งก็คือสาขาอื่นๆ ในเครือของโรงแรมเทียนไห่ คำพูดของถงกวนถือเป็นการเปิดเผยข้อมูลใหม่ที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน

ฟางเซิ่นเหยียนและอวี๋กัวสบตากันอย่างรู้ความหมาย

'ที่แท้สาขาอื่นๆ ก็มีการสืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง มีเพียงสาขาเจ็ดเท่านั้นที่เกิดการขาดตอน!

พนักงานรุ่นก่อนตายเรียบยกทีมในภารกิจเดียว แถมยังไม่มีการเติมคนใหม่เข้ามาเลย จนกระทั่งจี้หลี่ก้าวเข้ามา เขาก็ถูกแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการชั่วคราวในทันที'

บทสนทนานี้ดังลอดผ่านระบบกระจายเสียงเข้าไปถึงหูของจี้หลี่ที่อยู่ในห้องกล้องวงจรปิดด้วย

เขาขมวดคิ้วมุ่น กระแอมไอเบาๆ หันไปปรายตามองหลี่ซิงที่กำลังทำหน้ามึนงง ก่อนจะหันกลับมาโดยไม่พูดอะไร

ทางฝั่งของหลี่ซิงเองก็เต็มไปด้วยความสับสนงุนงง เขารู้สึกเหมือนความทรงจำบางส่วนขาดหายไป โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับ 'ข้อมูลภารกิจ'

ทว่าการที่จี้หลี่หันขวับมามองอย่างกะทันหัน ก็ทำให้ความคิดที่จะล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาเช็กดูต้องหยุดชะงักไป

ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกต่อตัวจี้หลี่ ทำให้หลี่ซิงค่อยๆ ดึงมือออกจากอกเสื้ออย่างช้าๆ... พลาดโอกาสที่จะได้สัมผัสกับฝ่ามือสีเลือดในหน้าจอไปอย่างเฉียดฉิว

หลังจากจี้หลี่ปรายตามองหลี่ซิงเสร็จ เขาก็หันกลับไปจดจ่อกับหน้าจออีกครั้ง

ความลับของสาขาอื่นๆ ที่ถงกวนเล่าให้ฟัง ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอยู่ลึกๆ จี้หลี่ขยี้ก้นบุหรี่ในมือ นัยน์ตาสีหม่นทอประกายลึกล้ำ

ถึงแม้เขาจะไม่ได้คิดว่าตัวเองพิเศษวิเศษวิโสกว่าใคร ทว่าเขาก็แตกต่างจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด

สาขาเจ็ด... กับภารกิจระดับสองดาวในครั้งแรก มันจะกวาดล้างพนักงานจนตายเรียบยกตึกโดยไม่มีคนใหม่มาแทนที่ได้ยังไง

ลึกๆ แล้วจี้หลี่มีความคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ว่า…

'หรือโรงแรมเทียนไห่ตั้งใจกวาดล้างสาขาเจ็ด เพื่อจัดเตรียมสถานที่ว่างเปล่าไว้รอรับการมาเยือนของเขาโดยเฉพาะ'

นี่เป็นความคิดที่ไร้เหตุผลสิ้นดี เป็นเพียงสัญชาตญาณลึกๆ เท่านั้น

แต่มันมีพื้นฐานมาจากทฤษฎีสมคบคิดของเขา เพราะจี้หลี่ไม่เคยละทิ้งความพยายามที่จะตามหาความจริงเลยสักวินาทีเดียว

โรงแรมเทียนไห่... การคืนชีพอันเป็นปริศนา... และความทรงจำที่ขาดหายไปของเขา... ทั้งสามสิ่งนี้จะต้องมีความเชื่อมโยงกันอย่างแน่นอน

"จี้หลี่ ผมรู้ว่าคุณกำลังฟังอยู่ กรณีศึกษาที่ผมกำลังจะพูดถึง... มันเป็นอะไรที่พิเศษมาก พวกเรารู้กันดีว่า โรงแรมอนุญาตให้วิญญาณร้ายเข้ามาภายในได้! เพียงแต่วิญญาณร้ายที่ถูกพาเข้ามาภายใต้เงื่อนไขสุดโต่งพวกนั้น จะถูกจำกัดพลังเอาไว้ ทำให้ไม่สามารถลงมือกับพวกเราได้ แต่พวกเราไม่มีทางรู้เลยว่า... ขีดจำกัดที่ว่านั่น มันครอบคลุมถึงระดับไหน ในกรณีศึกษาของสาขาสิบเอ็ดตอนนั้น... วิญญาณร้ายใช้พลังบังตาพนักงาน! ทำให้ข้อมูลภารกิจที่พวกพนักงานเห็น ขัดแย้งกับความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิง ถ้าหากผลลัพธ์ของการทดสอบในครั้งนี้เกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นมา บางที... พวกเราทุกคนอาจจะถูกผีบังตาไปตั้งแต่ตอนที่ได้รับข้อความภารกิจแล้วก็ได้!"

ถงกวนแหงนหน้าขึ้น จ้องมองตรงไปยังกล้องวงจรปิดที่อยู่ใกล้ที่สุด พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

นี่คือข้อสันนิษฐานที่ถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์และการวิเคราะห์ของเขา... มีวิญญาณร้ายลักลอบเข้ามาในโรงแรม และใช้พลังบังตาเพื่อหลอกให้พวกเขาเห็นข้อมูลภารกิจปลอมๆ

"แล้วผี... คือใคร?"

น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นเยียบของจี้หลี่ดังผ่านลำโพงออกมา คล้ายกับเสียงเสียดสีของกิ่งไม้แห้ง

ถงกวนไม่ได้หันไปมองพวกพนักงานที่อยู่ด้านหลัง เขาเพียงแค่จ้องมองจี้หลี่ผ่านเลนส์กล้องวงจรปิดอย่างเงียบงัน

จี้หลี่มองเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความนัยของอีกฝ่ายผ่านจอภาพขาวดำ เขายังคงเยือกเย็น และเข้าใจความคิดของถงกวนทะลุปรุโปร่ง

"ผี... คือหลี่ซิง"

เรื่องนี้เชื่อมโยงไปถึงหลี่ซิงได้ไม่ยากเลย เดิมทีเขาควรจะก้าวเข้ามาในโรงแรมพร้อมกับพวกถงกวน ทว่าเขากลับล่าช้าไปถึง 3 นาที

และเวลาในการส่งข้อมูลภารกิจก็ถูกเลื่อนออกไปหลายชั่วโมงเช่นเดียวกัน

หลี่ซิง... คือผี…

ข้อสรุปนี้อาจจะฟังดูเลื่อนลอยและไร้หลักฐาน แต่มันกลับสอดคล้องกับสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้อย่างน่าประหลาด

ทฤษฎีของบุคลิกที่สามที่ว่า... ต้นตอของคำสาปอยู่บนตัวของพนักงานโรงแรม

หากหลี่ซิงคือผีจริงๆ เขาจงใจสร้างข้อมูลภารกิจปลอมๆ ขึ้นมา แล้วแฝงตัวเข้ามาอยู่ร่วมกับพวกพนักงานเพื่อแพร่กระจายคำสาป... แบบนี้ทุกอย่างก็มีคำอธิบาย

จี้หลี่ไม่ได้หันไปมอง เขายังคงจดจ่ออยู่กับภาพบนหน้าจอมอนิเตอร์ จ้องมองกลุ่มพนักงานทั่วไปที่กำลังยืนกระวนกระวายใจอยู่ตรงล็อบบี้ชั้นหนึ่ง

และในขณะเดียวกัน เขาก็มองเห็นภาพของหลี่ซิงผ่านเงาสะท้อนบนหน้าจอ... ชายหนุ่มยังคงนั่งขดตัวอยู่ตรงมุมห้อง นิ่งเงียบ และสงบเสงี่ยมจนผิดปกติ

การที่วิญญาณร้ายสิงร่างเท่ากับการฆ่าแบบไร้ทางแก้... การเข้าใกล้เหยื่อจึงเป็นทางเลือกที่ใช้ไม่ได้ผล

แต่ถ้าหากการรักษาระยะห่างจากพวกพนักงาน ยังคงนำไปสู่การตายแบบไร้ทางแก้อีก... นั่นก็พิสูจน์ได้เพียงอย่างเดียวว่า ข้อมูลภารกิจที่พวกเขาเห็น... เป็นเรื่องโกหกทั้งเพ

เพราะโรงแรม... ไม่มีทางออกภารกิจที่ไร้ 'ทางรอด'

จี้หลี่ไม่เชื่อหรอกว่าเป็นเพราะพวกเขาหาทางรอดไม่เจอเอง เพราะหากอิงตามข้อมูลภารกิจในตอนนี้ พวกเขาก็ทำทุกวิถีทางเท่าที่มนุษย์จะทำได้ไปหมดแล้ว

ตอนนี้... ก็แค่รอ

และทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น

"ปริศนาตัวตนของหลี่ซิง ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความเป็นความตายของพนักงานทั้งยี่สิบแปดคนบนชั้นหนึ่ง"

จี้หลี่ไม่รู้สึกร้อนใจเลยสักนิด เพราะเขารู้ดีว่า ต่อให้หลี่ซิงจะเป็นผีจริงๆ แต่มันก็ไม่มีทางลงมือกับเขาตราบใดที่พวกพนักงานทั่วไปยังตายไม่หมด

และที่สำคัญที่สุดก็คือ ต่อให้ข้อมูลภารกิจที่มีอยู่ตอนนี้จะถูกปัดตกไป เขาก็ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

เพราะเขารู้ดีว่า ภายในอาคารแห่งนี้... ยังมีคนอีกคนหนึ่งหลงเหลืออยู่ และคนคนนั้นก็กุมความลับทั้งหมดของภารกิจในครั้งนี้เอาไว้

เสี่ยวฉี... ชื่อที่ฟังดูคล้ายผู้หญิง

ขอเพียงตามหาคนคนนั้นจนพบ ความจริงของภารกิจในครั้งนี้ก็จะถูกเปิดโปง

นี่คือไพ่ตายของจี้หลี่ และเป็นแผนการสำคัญหลังจากจบการทดสอบในครั้งนี้

เขาไม่รีบร้อน ทว่าพวกถงกวนที่กำลังซุ่มดูสถานการณ์บนชั้นหนึ่งอยู่ตรงหัวมุมชั้นสอง กลับร้อนรุ่มดั่งไฟสุม

"ถ้าเกิดชั้นหนึ่งมีเรื่องพลิกโผขึ้นมาจริงๆ แล้วข้อมูลภารกิจถูกปัดตกไปอย่างสิ้นเชิง พวกเราจะไปหาภารกิจที่แท้จริงจากไหนล่ะ?"

ใจของอวี๋กัวเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกระเบียบ เขาพูดรัวเร็วด้วยความตื่นเต้นตึงเครียด

แต่บนใบหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความรู้สึกลุ้นระทึกต่อสิ่งที่ไม่รู้เท่านั้น

ฟางเซิ่นเหยียนนั่งอยู่บนขั้นบันได เขาก้มลงมองรอยสักรูปดวงตาบนหลังมือ จุดบุหรี่ขึ้นสูบแล้วเอ่ยเสียงเรียบ "จี้หลี่กำลังปิดบังอะไรบางอย่างกับพวกเรา"

ถงกวนถามกลับด้วยความสนใจ "ยังไงล่ะ?"

"ความจริงคนตาดีที่ไหนก็มองออกว่า ชั้นหนึ่งยังไงก็ต้องมีคนตาย ถ้าเป็นอย่างนั้น ภารกิจที่บอกให้ปกป้องพนักงานก็มีโอกาสสูงที่จะพังทลายลง แต่แผนการของจี้หลี่กลับบอกแค่ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น โดยไม่ยอมบอกวิธีรับมือหลังจากนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนหัวไวอย่างเขาจะคิดแผนรับมือไม่ออก ถ้าอย่างนั้นก็เป็นไปได้แค่สองกรณี… หนึ่ง เขาเองก็ไม่มั่นใจว่าวิธีรับมือนั้นจะได้ผลหรือเปล่า สอง เขามีข้อกังขาบางอย่างเลยไม่กล้าพูดออกมา"

ฉางเนี่ยนที่ยืนฟังอยู่ด้านข้าง เริ่มตระหนักถึงความรอบคอบของจี้หลี่มากขึ้น

"จะมีข้อกังขาอะไรอีกล่ะ? ในบรรดาพวกเราหกคน นอกเหนือจากตัวหลี่ซิงเองแล้ว คนอื่นๆ ก็เริ่มสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของเขากันหมดแล้วไม่ใช่เหรอ"

"บางที... จี้หลี่อาจจะมองการณ์ไกลและระแวดระวังตัวมากกว่าพวกเรา เขาอาจจะกลัวว่าผี... ไม่ใช่หลี่ซิง

"เขาก็เลยไม่สามารถเชื่อใจใครได้เลย..."

……

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา ตี 3 ของวันที่ 26 ตุลาคม 2015 แล้ว

5 ชั่วโมงผ่านไปแล้วนับตั้งแต่เริ่มภารกิจ... เป็น 5 ชั่วโมงอันแสนยาวนาน

พวกพนักงานโรงแรมเลิกตั้งข้อสงสัยกันไปตั้งนานแล้ว กระทั่งอวี๋กัวที่นั่งเฝ้าอยู่ตรงช่องบันไดยังผล็อยหลับตาลงอย่างช้าๆ ความง่วงงุนจู่โจมโดยไม่รู้ตัว

ค่ำคืนอันยาวนานนี้ยังไม่สิ้นสุดลง ทว่าเวลาของภารกิจกลับเหลือเพียงแค่ 1 ชั่วโมงสุดท้ายเท่านั้น

จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครตายเพิ่ม ทว่ากลับไม่มีใครกล้าผ่อนคลายความระมัดระวัง แล้วทึกทักไปเองว่าพบทางรอดแล้ว

พายุฝน... มักจะโหมกระหน่ำรุนแรงที่สุดในช่วงเวลาสุดท้ายเสมอ

และตอนนี้... ก็ถึงเวลาสุดท้ายที่ว่านั่นแล้ว!

"เฮ้ย? แกทำอะไรน่ะ?"

"เสี่ยวตง แกเป็นอะไรไป?"

"ทำไมฉันถึง..."

"ใครก็ได้ช่วยด้วย! เร็วเข้า..."

อวี๋กัวเพิ่งจะสัปหงกไปได้เดี๋ยวเดียว ก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเอะอะโวยวายแห่งความโกลาหลจากชั้นหนึ่ง เขาเด้งตัวพรวดขึ้นมาจากบันไดทันที

ถงกวน ฟางเซิ่นเหยียน ฉางเนี่ยน... พนักงานโรงแรมทั้งสี่คนก้าวออกมาจากชั้นสอง ยืนทอดสายตามองกลุ่มพนักงานทั่วไปบนชั้นหนึ่งจากระยะไกล

บนใบหน้าของทุกคน... ล้วนฉาบไปด้วยความหวาดผวาถึงขีดสุด!

พนักงานทั้งยี่สิบแปดคน หลังจากส่งเสียงร้องเอะอะได้เพียงครู่เดียว จู่ๆ พวกเขาก็หุบปากเงียบลงพร้อมกัน

แต่ละคน... แต่ละมือ... ล้วนยกขึ้นมาตะปบจับศีรษะของตัวเอง สีหน้าของพวกเขาอ่านไม่ออก ทว่าภาพอันวิปริตพิลึกพิลั่น ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดราวกับป่าช้า กลับสลักลึกลงในจิตใจของคนเป็นอย่างยากจะลบเลือน

ฝ่ามือของถงกวนสั่นเทาเล็กน้อย เขามองเห็นไม่ชัดนัก... ทว่ากลับได้ยินมันอย่างชัดเจน

"กรอบ... แกรบ..."

ทีละคน... ทีละคน... และทีละคน…

ทุกคนยืนเรียงแถวหน้ากระดาน ก่อนจะออกแรงบิดคอตัวเองจนหักสะบั้นลงอย่างต่อเนื่อง!

ไม่มีใคร... รอดพ้นสถานการณ์ไปได้เลยสักคน!

จบบทที่ ตอนที่ 40 ไม่มีข้อยกเว้น

คัดลอกลิงก์แล้ว