- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 38 ความผิดพลาดระดับพื้นฐาน
ตอนที่ 38 ความผิดพลาดระดับพื้นฐาน
ตอนที่ 38 ความผิดพลาดระดับพื้นฐาน
"พนักงานสี่สิบสามคน หักลบคนที่จี้หลี่ยิงทิ้งไปหนึ่งคน ตายหกคน พาตัวไปห้าคน และหายสาบสูญอีกสามคน ตอนนี้ที่นี่... พวกเราเหลือกันแค่ยี่สิบแปดคน!"
ถงกวนขมวดคิ้วมุ่นขณะกวาดตามองรายชื่อพนักงานที่บันทึกไว้ในโทรศัพท์ของโรงแรม เขามองอวี๋กัวกับฟางเซิ่นเหยียนที่ยืนอยู่ข้างๆ สลับกับฉางเนี่ยนที่คอยยืนอยู่ด้านหลังเขาตลอดเวลา แล้วจึงก้มลงเช็กเวลา
"ตอนนี้ผ่านไป 2 ชั่วโมง 40 นาทีแล้วตั้งแต่เริ่มภารกิจ จี้หลี่หายไปนานเกินไปและไม่มีข่าวคราวอะไรเลย แต่ในเมื่อเขาไม่ได้ติดต่อมา ก็แสดงว่าสถานการณ์ทางนั้นน่าจะยังอยู่ในการควบคุมของเขา ก่อนหน้านี้พวกเราทดสอบทฤษฎีเป้าหมายโดดเดี่ยวไปหลายรอบแล้ว แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย"
สำหรับถงกวนในตอนนี้ ภารกิจครั้งนี้ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกแห่งความปริศนา ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาพยายามพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของจี้หลี่ แต่กลับไม่เป็นผล
เริ่มจากการแยกคนออกไปห้าคน ไม่มีใครถูกฆ่า จากนั้นก็ลองสุ่มแยกออกไปอีกสามคน ก็ยังไม่มีใครตาย กระทั่งท้ายที่สุด ถงกวนถึงขั้นพาพนักงานคนหนึ่งปลีกตัวออกจากกลุ่มใหญ่ ไปซ่อนตัวรอนานถึง 30 นาที ทว่าก็ยังไม่มีวี่แววของวิญญาณร้ายปรากฏตัว
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ถงกวนยากจะทำความเข้าใจ
เรียกได้ว่าตั้งแต่เริ่มภารกิจจนถึงตอนนี้ นอกเหนือจากช่วง 5 นาทีแรกที่มีคนตายใกล้ๆ เขาแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่มีความสูญเสียใดๆ เกิดขึ้นอีกเลย
ความสงบราบเรียบที่มากเกินไปนี้กลับยิ่งทำให้เขารู้สึกมืดแปดด้าน
นี่ยิ่งทำให้เขาตั้งข้อกังขาถึงความเป็นไปได้ของทฤษฎีเป้าหมายโดดเดี่ยวซ้ำแล้วซ้ำเล่า สำหรับเขา ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่การทดสอบหา 'ทางรอด' อีกต่อไป
แต่เป็นการควานหาว่า 'เส้นตาย' ซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่
เพราะมีเพียงการรู้เงื่อนไขของเส้นตายเท่านั้น ถึงจะสามารถคิดย้อนกลับไปหาทางรอดได้
ไม่มีใครตายเลยสักคน ท่ามกลางความสงบเงียบนี้ สิ่งที่เขาหวาดหวั่นก็คือ หากปล่อยให้ยืดเยื้อไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายแล้วทุกอย่างเกิดปะทุขึ้นมาพร้อมกัน... ถึงตอนนั้น เขาคงไม่เหลือเรี่ยวแรงจะตอบโต้ใดๆ อีกแล้ว
กระทั่งกระแสไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ตามปกติ เขาจึงรวบรวมตัวฟางเซิ่นเหยียนและคนอื่นๆ เตรียมจะเปลี่ยนมุมมองใหม่ในการทดสอบเส้นตาย
เขามองอวี๋กัวที่กำลังทำหน้าเบื่อหน่ายอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา
"พฤติกรรมฆ่าตัวตายที่คุณทดสอบก่อนหน้านี้ ลองจำลองให้ดูอีกรอบได้ไหม?"
อวี๋กัวสูญเสียความอดทนไปกับการรอคอยอันยาวนานเกือบ 3 ชั่วโมงแล้ว พอได้ยินว่ามีอะไรให้ทำ เขาก็หูผึ่งขึ้นมาทันที
"ได้สิ ยังไงก็รู้วิธีแก้อยู่แล้ว"
อวี๋กัวไม่ใช่คนโลเล แทบจะวินาทีเดียวกับที่ถงกวนเอ่ยปาก เขาก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาจับศีรษะตัวเองทันที
ไม่มีอะไรพลิกโผ แขนขาของเขาเริ่มแข็งทื่อและชาหนึบตามการเคลื่อนไหวของร่างกาย มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่ยังคงประกายรับรู้เอาไว้ได้
ฟางเซิ่นเหยียนเพิ่งเคยเห็นภาพนี้เป็นครั้งแรก จึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นตระหนกและสงสัย เขาหันมองถงกวนอย่างไม่เข้าใจ
เมื่อถงกวนเห็นว่าอวี๋กัวสามารถจมดิ่งเข้าสู่สภาวะจำลองเส้นตายอันแปลกประหลาดนั่นได้จริงๆ เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย แล้วยื่นมือออกไปประคองร่างของอวี๋กัวให้นอนราบลงกับพื้น
เวลาผ่านไปไม่นาน อวี๋กัวก็เด้งตัวลุกขึ้นมายืนอย่างกระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง
"นายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?"
ถงกวนลองยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาไว้ใกล้ๆ ศีรษะของตัวเองบ้าง และก็เป็นอย่างที่คิด เขารู้สึกได้ถึงความแข็งทื่อแบบเดียวกัน หลังจากทดลองดูครู่หนึ่ง เขาก็ล้มเลิกความตั้งใจ
"ดูเหมือนว่า... พนักงานโรงแรมอย่างพวกเราทุกคน พอเลียนแบบท่าทางตอนตาย ก็จะเกิดอาการประหลาดแบบนั้นขึ้น"
ถงกวนไล่สายตาหาชื่อบนโทรศัพท์ สายตาไปหยุดอยู่ที่ชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง เขาใช้ปลายนิ้วกดทำเครื่องหมายถูกที่ชื่อนั้น
จากนั้นเขาก็มองไปยังเจ้าของชื่อ โบกมือเรียกพลางเอ่ยว่า
"ก่วนผิง? ผมมีเรื่องอยากให้คุณช่วยหน่อย"
พูดจบเขาก็เดินเข้าไปในกลุ่มคน พร้อมกับอธิบายให้คนที่เดินตามมาฟังว่า
"พวกคุณไม่คิดเหรอว่า การจำลองวิธีตายของอวี๋กัวเมื่อกี้... มันดูพิลึกมาก?"
อวี๋กัวได้ยินดังนั้นก็หันไปสบตากับฟางเซิ่นเหยียน ชายสวมแว่นตาขยับแว่นเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้น
"ฉันเองก็เพิ่งได้ยินเรื่องนี้ แต่ฉันรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ นะ ข้อมูลภารกิจระบุไว้ชัดเจนแจ่มแจ้ง ในเมื่อโรงแรมบอกว่าพนักงานต้องตายหมดก่อน วิญญาณร้ายถึงจะลงมือกับพวกเราได้ ถ้าอย่างนั้น ต่อให้พวกเราจะรนหาที่ตายยังไง ก็ไม่มีทางถูกวิญญาณร้ายเล่นงานได้หรอก"
เมื่ออวี๋กัวได้ยินเช่นนั้น เขาก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายว่า
"แต่ความจริงแล้ว ภารกิจค่อนข้างคลุมเครือในจุดนี้นะ เรื่องที่ว่าจะฆ่าพนักงานก่อนแล้วค่อยฆ่าพวกเรา... มันก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้น"
ฉางเนี่ยนหยิบโทรศัพท์ของโรงแรมขึ้นมาดู ก่อนจะเอ่ยแทรกขึ้นมาเบาๆ จากด้านข้าง
"ไม่ใช่หรอก มันเขียนไว้ว่า หากไม่สามารถทำภารกิจปกป้องให้สำเร็จภายในเวลา 6 ชั่วโมง จะทำการฆ่าทุกคนแบบไร้ทางแก้ต่างหาก ซึ่งนั่นก็เป็นการขีดเส้นแบ่งภารกิจไว้ชัดเจนแล้วว่า พวกเราจะถูกฆ่าก็ต่อเมื่อภารกิจปกป้องล้มเหลวเท่านั้น แล้วถ้าพวกเราถูกโจมตีในขั้นตอนนี้ จะเอาเวลาที่ไหนไปปกป้อง... เอ๊ะ?"
เธอพูดค้างไว้แค่นั้น ทั้งอวี๋กัวและฟางเซิ่นเหยียนเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
ถงกวนค่อยๆ หันขวับกลับมา เขามองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังขาของทุกคน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"พวกคุณก็รู้สึกได้ใช่ไหม?"
ฟางเซิ่นเหยียนตีหน้าขรึม พยักหน้ารับ
"ใช่ ข้อมูลภารกิจครั้งนี้เต็มไปด้วยช่องโหว่ แถมยังขัดแย้งกันเองด้วยซ้ำ!"
ถงกวนกล่าวเสริม
"จริงอยู่ที่โรงแรมมักจะให้เงื่อนไขข้อมูลมาแบบคลุมเครือ แต่มันก็จำกัดอยู่แค่เรื่องเวลา สถานที่ หรือเงื่อนไขการบรรลุเป้าหมาย ผมไม่เคยเห็นภารกิจไหนที่มีความกำกวมในภาพรวมทั้งหมดแบบนี้มาก่อนเลย และที่สำคัญที่สุดก็คือ... ในข้อมูลภารกิจ มันดันมีคำว่า 'ฉัน' รวมอยู่ด้วย!"
ฉางเนี่ยนรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า เธอรีบเปิดดูอีเมลในโทรศัพท์ทันที
ในบรรทัดล่างสุดของภารกิจ มีประโยคหนึ่งเขียนระบุไว้อย่างชัดเจนว่า:
"ภายใน 6 ชั่วโมง หากภารกิจปกป้องไม่สำเร็จ ฉันจะปลดพันธนาการวิญญาณร้าย แล้วทุกคนจะต้องถูกฆ่าแบบไร้ทางแก้!"
"มีใครเคยเห็นภารกิจของโรงแรมใช้คำว่า 'ฉัน' บ้างล่ะ นี่มันสรรพนามบุรุษที่หนึ่งที่แสดงความเป็นปัจเจกอย่างชัดเจนที่สุด โรงแรมไม่เคยใช้คำแบบนี้... อย่างน้อยผมก็ไม่เคยเห็น"
ถงกวนพูดฉะฉาน เขาท่องจำข้อมูลภารกิจได้ขึ้นใจโดยไม่ต้องเหลือบมองโทรศัพท์เลยสักนิด
หน้าผากของฟางเซิ่นเหยียนผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อ เขาล้วงซองบุหรี่ออกมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย แล้วจุดสูบให้ตัวเองมวนหนึ่ง
ข้อสันนิษฐานอันน่าสะพรึงกลัวผุดขึ้นมาในหัว ทว่ามันเหลือเชื่อเกินไป และไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะลงมือพิสูจน์
แต่อวี๋กัวกลับไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจ เขาโพล่งขึ้นมาอย่างไม่อ้อมค้อม
"นายกำลังจะบอกว่า... ข้อมูลภารกิจที่พวกเราได้รับมา อาจจะผิดงั้นเหรอ?"
ถงกวนไม่ได้หันกลับไป ทว่าสองเท้าของเขาก้าวไปหยุดอยู่ข้างพนักงานที่ชื่อก่วนผิงแล้ว
"การด่วนสรุปจากข้อมูลภารกิจเพียงอย่างเดียว มันดูเลื่อนลอยเกินไป บางทีโรงแรมอาจจะจงใจปล่อยข้อมูลมาแบบนี้ก็ได้ เพราะอย่างนั้นพวกเราถึงต้องทดสอบดูยังไงล่ะ"
"จะทดสอบยังไง?"
ถงกวนไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขายัดโทรศัพท์ใส่มือฉางเนี่ยน แล้วเดินตรงดิ่งไปยังก่วนผิงที่กำลังยืนกระสับกระส่าย
รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าของเขา ถงกวนตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ แล้วเอ่ยว่า
"ไม่ต้องกลัวนะ ผมกับคนที่ชักปืนยิงก่อนหน้านี้ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ ก่อนหน้านี้พวกเราลองทดสอบมาหลายวิธีแล้ว ตอนนี้ผมอยากให้คุณช่วยอะไรสักอย่าง"
ท่าทีของถงกวนดูเป็นมิตรอย่างผิดหูผิดตา นี่ไม่ใช่การเสแสร้ง แต่เขาคิดจากใจจริงว่า ถึงแม้คนตรงหน้าจะเป็นเพียงตัวละครที่โรงแรมจัดฉากขึ้นมา ทว่าพวกเขาก็มีชีวิตจิตใจ เขาอาจจะไม่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปช่วยชีวิตใคร แต่ก็ไม่ได้คิดจะมุ่งร้ายใครเช่นกัน
ก่วนผิง... ผู้ชายคนนี้ ถงกวนเคยคุยด้วยมาก่อนแล้ว ตอนนั้นอารมณ์ของหมอนั่นไม่ค่อยดีนักและพยายามจะต่อต้าน แต่ถงกวนก็ใจเย็นพอที่จะอธิบายและเกลี้ยกล่อมจนสงบลงได้ ถือว่าพอจะคุ้นเคยกันอยู่บ้าง ยิ่งไปกว่านั้น คนส่วนใหญ่ที่อยู่ที่นี่ล้วนตามมาทีหลัง และได้เห็นสภาพศพอันพิลึกพิลั่นตรงช่องบันไดชั้นหนึ่งกันหมดแล้ว แม้ว่าจนถึงตอนนี้จะยังไม่มีใครเห็นวิญญาณร้ายฆ่าคนด้วยตาตัวเอง แต่เรื่องผีที่ถงกวนพร่ำบอกมาตลอด พวกเขาก็เริ่มจะกึ่งเชื่อกึ่งสงสัยขึ้นมาบ้างแล้ว
ก่วนผิงกัดฟันกรอด ดูไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็ยอมเอ่ยถาม
"คุณจะให้ผมช่วยอะไร?"
เขาคิดว่าคำว่าช่วย ก็คงไม่พ้นเรื่องเดียวกับที่ถงกวนทำไปก่อนหน้านี้ นั่นคือการพาเขาไปหลบซ่อนตัวในที่ลับตาคน แต่ทว่าคราวนี้... คำพูดของถงกวนกลับทำให้เขาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ผมอยากให้คุณใช้มือซ้ายจับขมับขวา แล้วใช้มือขวาจับคางตัวเอง ค่อยๆ ออกแรงบิด... ทำท่าเดียวกับศพตรงบันไดนั่นแหละ ลองดู! แล้วผมจะทำท่าเดียวกันกับคุณ เพื่อจำลองการตายไปพร้อมๆ กัน!"
เขาไม่สนใจสายตาตื่นตะลึงของก่วนผิง หันขวับไปมองฟางเซิ่นเหยียน แล้วเอ่ยเสียงแผ่ว
"การที่คนเป็นจำลองท่าทางการตาย ก็คือการจงใจล่อให้วิญญาณร้ายมาสิงร่าง การที่มันไม่ยอมโผล่หัวออกมาเลย ทำให้ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากใช้วิธีนี้ แต่การที่ผมกับก่วนผิงลงมือทำพร้อมกัน ในทางกลับกัน... มันจะช่วยพิสูจน์ความคลุมเครือของข้อมูลภารกิจได้"
"ถ้าข้อมูลภารกิจถูกต้อง ผมก็จะไม่มีทางจำลองการตายได้สำเร็จ อย่างน้อยๆ ในขั้นตอนสุดท้ายก็ต้องถูกขัดขวางด้วยพลังที่มองไม่เห็น เพราะไม่ว่าจะอธิบายในมุมไหน สิ่งที่ภารกิจบอกก็คือ... พนักงานต้องตายก่อนพวกเรา"
"กรณีแรก ก่วนผิงจะบิดคอตัวเองจนหักโดยไม่รู้ตัว ส่วนผมรอด... ถ้าเป็นแบบนี้ แสดงว่าข้อมูลภารกิจถูกต้อง และพวกเราจำเป็นต้องหาทิศทางกันใหม่"
"กรณีที่สอง ผมกับก่วนผิงตายพร้อมกัน... ถ้าเป็นแบบนั้น ข้อมูลภารกิจก็คือเรื่องโกหกทั้งเพ มันขัดแย้งกับความหมายตามตัวอักษรอย่างสิ้นเชิง พวกเราก็จำเป็นต้องตีความภารกิจครั้งนี้เสียใหม่"
ฉางเนี่ยนขมวดคิ้วมุ่น เธอรู้สึกว่าวิธีของถงกวนออกจะหุนหันพลันแล่นเกินไปหน่อย แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะรู้วิธีแก้ทางแล้ว นั่นก็คือการกระโจนเข้าไปกดทับร่างเอาไว้ แต่การจงใจล่อให้วิญญาณร้ายมาสิงร่างแบบนี้ มันเสี่ยงเกินไปหน่อยไหม ขืนเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมานิดเดียว นั่นหมายถึงชีวิตเลยนะ
ทว่าฟางเซิ่นเหยียนกับอวี๋กัวกลับสบตากัน พวกเขามองถงกวนด้วยสายตาชื่นชม พร้อมกับลอบพยักหน้าให้กันเงียบๆ พวกเขามองว่าแผนนี้เข้าท่า
ถงกวนสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองก่วนผิงที่อยู่ตรงหน้า
"ไม่ว่าคุณจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม แต่คุณต้องร่วมมือในครั้งนี้ คุณสามารถหยุดมือได้เมื่อสัมผัสถึงอันตรายในวินาทีสุดท้าย... แต่อนุญาตแค่ในวินาทีสุดท้ายเท่านั้น"
แผนการของถงกวนมองผิวเผินแล้ว ดูเป็นวิธีทลายทางตันได้จริงๆ แถมยังสามารถพิสูจน์ข้อสันนิษฐานในใจของเขาได้ด้วย
แต่มันกลับแฝงความผิดพลาดอันใหญ่หลวงเอาไว้... หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นความผิดพลาดระดับพื้นฐานเลยด้วยซ้ำ
นั่นก็คือการไม่สืบข้อมูลให้ถี่ถ้วน!
นี่เป็นผลพวงมาจากอคติที่เขามีต่อจี้หลี่ ประกอบกับความประมาทที่มีต่อภารกิจระดับหนึ่งดาว ทำให้เขาไม่เคยคิดจะต่อสายหาจี้หลี่เพื่อสอบถามสถานการณ์ทางฝั่งนั้นเลยสักครั้ง
เขาจึงไม่รู้ความจริงที่ว่า... ทันทีที่ถูกวิญญาณร้ายสิงร่าง จะมีเพียงการถูกฆ่าตายแบบไร้ทางแก้เท่านั้น!