เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 31 การรวมตัวของทั้งสามฝ่าย

ตอนที่ 31 การรวมตัวของทั้งสามฝ่าย

ตอนที่ 31 การรวมตัวของทั้งสามฝ่าย


จี้หลี่ถึงกับชะงักงัน วินาทีที่แล้วเขายังได้ยินเสียงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือดังทึบๆ มาจากในลิฟต์อยู่เลย ทว่าพอเปิดประตูลิฟต์ออกในวินาทีต่อมา กลับพบเพียงซากศพที่ตายสนิทไปแล้วถึงสามร่าง!

"แกนี่มันเป็นยมทูตชัดๆ ไปที่ไหนก็มีคนตายที่นั่น" บุคลิกที่สองคำนวณจำนวนผู้เสียชีวิตในตอนนี้ ซึ่งกว่าครึ่งล้วนตายอยู่รอบตัวจี้หลี่ทั้งสิ้น มันจึงเอ่ยค่อนขอดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

"ผี... มันใช้วิธีไหนฆ่าคนได้เงียบเชียบขนาดนี้กัน..." บุคลิกที่สามตั้งข้อสงสัย อันที่จริงนับตั้งแต่พนักงานชายคนแรกตาย มันก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้มาตลอด

ต่อให้วิญญาณร้ายจะมีพลังแยกร่าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะสังหารพนักงานได้ตามอำเภอใจโดยไม่มีลางบอกเหตุใดๆ ล่วงหน้าเลย ไม่อย่างนั้น ภารกิจในครั้งนี้ก็คงถึงทางตัน ไม่มีทางคลี่คลายได้แน่

สีหน้าของจี้หลี่มืดครึ้มลงถึงขีดสุด บุคลิกที่สองพูดถูก เขาแทบจะเดินไปเหยียบความตายในทุกที่ที่ก้าวผ่าน

ตอนนี้มีคำถามผุดขึ้นมาสองข้อ... ผีตัวนี้ซ่อนอยู่ที่ไหน? และมันแทรกซึมเข้าไปในร่างของคนเป็นเพื่อลงมือฆ่าได้อย่างไร?

เขาหันไปมองเครื่องแต่งกายของศพทั้งสาม ชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินบ่งบอกชัดเจนว่า ช่างซ่อมบำรุงสามคนที่หายตัวไปและไม่ได้ลงไปรวมกลุ่มที่ชั้นใต้ดิน ก็คือคนที่ติดแหง็กอยู่ในลิฟต์ตัวนี้... และพวกเขาก็เพิ่งจะสิ้นใจไปหมาดๆ

ในเมื่อเป็นแบบนี้... ก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาตามหาอีกต่อไป

จี้หลี่ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากอกเสื้อ แสงสว่างโทนเย็นสาดกระทบใบหน้าจนเขารู้สึกระคายเคืองตาเล็กน้อย ชายหนุ่มกดโทรออกหาฟางเซิ่นเหยียนทันที

รอเพียงไม่นานปลายสายก็ตอบรับ จี้หลี่เป็นฝ่ายชิงถามขึ้นก่อน "ทางนายแน่ใจใช่ไหมว่าจะกู้ระบบไฟฟ้ากลับมาได้?"

ฟางเซิ่นเหยียนปรายตามองแผ่นหลังของช่างซ่อมบำรุงทั้งสามที่กำลังวุ่นวายกับการซ่อมแซม สลับกับมองมีดพกในมือของตนเอง ก่อนจะให้คำตอบที่คลุมเครือกลับไป "ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน"

จี้หลี่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไร การซ่อมแซมด้วยฝีมือมนุษย์... ใช่ว่าจะเอาชนะพลังอำนาจของวิญญาณร้ายได้เสมอไป

ทว่าลึกๆ แล้วเขากลับรู้สึกเสียดาย หากระบบไฟฟ้ากลับมาใช้งานได้ การมุ่งหน้าไปยังห้องควบคุมกล้องวงจรปิดจะทำให้เขากุมสถานการณ์ภาพรวมไว้ในมือได้ทั้งหมด หรือกระทั่งข้อสงสัยสองข้อเกี่ยวกับวิญญาณร้ายก่อนหน้านี้ ก็อาจจะมีช่องทางให้สืบหาความจริงได้

แต่ในเมื่อตอนนี้ยังไม่รู้ชะตากรรมว่าไฟจะมาหรือไม่ แผนการของเขาจึงชะงักงันลงกลางคัน จี้หลี่ไม่เซ้าซี้ถามอะไรต่อ เพียงกำชับให้อีกฝ่ายระวังตัว แล้วจึงกดตัดสายไป

ทันทีที่สายนี้เพิ่งจะตัดไป โทรศัพท์จากถงกวนก็สายซ้อนเข้ามาพอดิบพอดี จี้หลี่พ่นลมหายใจยาว ภาวนาในใจขอให้เป็นข่าวดี ก่อนจะกดรับสาย

"ฉันจี้หลี่"

"จี้หลี่ ทีมของผมกับทีมของฟางเซิ่นเหยียนจัดการต้อนพนักงานส่วนใหญ่จากชั้นบนลงไปรวมกันที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่งหมดแล้ว แต่จำนวนคนยังขาดอยู่อีกเยอะ... ผมขอเสนอให้พวกเราทั้งสามทีมไปรวมตัวกัน"

น้ำเสียงของถงกวนทุ้มต่ำและหนักแน่น ไม่ได้เผยให้เห็นถึงความสั่นคลอนจากการที่มีคนตายติดๆ กันในเวลาอันสั้นเลยแม้แต่น้อย

จี้หลี่ไม่ได้ตอบรับอะไร เขาหันกลับไปมองร่างไร้วิญญาณทั้งสามที่เย็นชืดไปแล้วอีกครั้ง ก่อนจะกดตัดสาย แล้วสับเท้าเดินลงบันไดไป

……

ล็อบบี้ชั้นหนึ่งในเวลานี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน พนักงานในชุดยูนิฟอร์มสีดำแต่ละคนต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกหวาดกลัว ทว่ากลับไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

ลำแสงจากอาคารฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องทะลุกระจกเข้ามา ช่วยขับไล่ความมืดมิดออกไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนต่างนั่งหดคอซุกตัวเข้าหากัน บรรยากาศรอบด้านเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก

จะมีก็เพียงมุมตะวันตกเฉียงใต้เท่านั้นที่ถูกเว้นว่างไว้ ไม่มีใครกล้าเฉียดกรายเข้าไปใกล้ เพราะตรงนั้น... มีร่างของพนักงานหญิงรายแรกที่ถูกยิงดับอนาถนอนจมกองเลือดอยู่

ถงกวนยืนหันหลังให้ประตูกระจก ร่างกายซีกหนึ่งกลืนหายไปกับความมืดมิด แผ่นหลังของเขาตั้งตรงสง่างาม มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ ส่วนอีกข้างกำลังกดโทรศัพท์มือถือเพื่อบันทึกจำนวนคนและข้อมูลของพนักงานทั้งหมดในล็อบบี้

ฉางเนี่ยนมองดูภาพตรงหน้า เธอใช้หนังยางรวบมัดผมยาวที่สยายอยู่ให้ทะมัดทะแมง ก่อนจะเดินเข้าไปหาถงกวน

"ผีคราวนี้... ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

ถงกวนไม่ได้หันไปมองเธอ เขายังคงง่วนอยู่กับงานในมือพลางเอ่ยเสียงเรียบ "พลังแยกร่าง... แทบจะก้าวข้ามขีดจำกัดของภารกิจระดับหนึ่งดาวไปแล้ว ฉันก็แปลกใจเหมือนกันว่าทำไมมันถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้"

ฉางเนี่ยนแค่นหัวเราะหยัน ก่อนจะตวัดสายตาค้อนขวับใส่ถงกวน "ก่อนเริ่มภารกิจ ใครกันนะที่กล้าคุยโวว่าภารกิจนี้หมูๆ เป็นไงล่ะ หน้าแตกเลยสิ? พลังแยกร่าง กับพนักงานสี่สิบสามคน... ถ้ามันนึกครึ้มอยากจะฆ่าให้เหี้ยน แค่ 3 ชั่วโมงก็เกินพอที่จะล้างบางทุกคนแล้ว!"

เธอเอ่ยถึงความเป็นจริงอันโหดร้าย ทว่าสีหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดหวั่นใดๆ ราวกับว่าเธอยังคงไม่แยแสต่อสถานการณ์วิกฤตที่อยู่ตรงหน้า

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ... เธอเชื่อมั่นในตัวผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายอย่างเต็มเปี่ยม แม้ว่าถ้อยคำที่เพิ่งจะเอื้อนเอ่ยออกไป จะเป็นการพูดจาประชดประชันความมั่นใจของเขาก็ตาม

"ต่อให้มันจะเก่งกาจแค่ไหน นี่ก็เป็นแค่ภารกิจระดับหนึ่งดาวของโรงแรม ต่อให้มีพลังแยกร่าง ก็ใช่ว่าจะไร้เทียมทานจนหาทางแก้ไม่ได้ ฉันเชื่อว่า... แค่เราหากฎการฆ่าของมันให้เจอ หรือหาช่องโหว่ของมันให้พบ แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำลายภารกิจนี้ได้แล้ว!"

ถงกวนจดรายชื่อยาวเหยียดลงในลิสต์ เขากวาดตามองหมายเลขลำดับ ซึ่งมาหยุดอยู่ที่หมายเลข 33

"จี้หลี่น่าจะมาถึงแล้ว" เขานวดคลึงลำคอที่เริ่มแข็งเกร็ง สายตามองทะลุฝูงชนไปยังความมืดมิดตรงบันได

เมื่อได้ยินดังนั้น ร่างของฉางเนี่ยนก็สะท้านไปเล็กน้อย เธอล้วงเอาสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากอกเสื้อด้วยท่าทีครุ่นคิด ก่อนจะเปิดดูผ่านๆ แล้วเอ่ยขึ้น

"จี้หลี่เพิ่งเข้ามาในโรงแรมตอนต้นเดือนตุลาคมปีนี้ ดูจากบันทึกการทำภารกิจพวกนี้แล้ว เขาผ่านภารกิจมาสามครั้งด้วยตัวคนเดียว ลงมือทำภารกิจคนเดียวสามครั้ง ลากจูงตัวเองขึ้นมาจนถึงระดับหนึ่งดาวได้... ผู้ชายคนนี้ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

ระหว่างที่พูด สายตาของเธอก็ทอดมองไปยังร่างของผู้ที่ถือว่าเป็น 'ผู้ตายรายแรก' ในทางทฤษฎี... หญิงสาวที่ถูกจี้หลี่ลั่นไกสังหารด้วยปืน

"ตอนที่พวกเราเพิ่งจะมาถึงสาขาสิบเอ็ด ตอนนั้นโรงแรมก็อยู่ระดับหนึ่งดาวอยู่แล้ว แถมยังมีผู้จัดการชั่วคราวคุมอยู่ด้วย พอเขาตาย นายถึงได้เข้ารับตำแหน่งแทน เอาเข้าจริง พวกเราเองก็เพิ่งจะผ่านภารกิจมาแค่สามครั้งเหมือนกัน แถมยังไม่เคยลุยเดี่ยวเลยสักครั้ง"

น้ำเสียงของฉางเนี่ยนเจือความทอดถอนใจ เธอหวนนึกถึงอดีตสหายที่เคยร่วมเป็นร่วมตาย ซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าถูกจับแยกย้ายไปอยู่สาขาไหนบ้างแล้ว

ถงกวนพยักหน้ารับ "จี้หลี่คนนี้... โหดเหี้ยมอำมหิต เห็นแก่ตัวขั้นสุด เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เขายอมทำทุกวิถีทางโดยไม่เลือกวิธี"

พูดถึงตรงนี้ เขาก็หันกลับไปมองอวี๋กัวที่กำลังยืนคุยกับหลี่ซิงอยู่ด้านหลัง

"ฟางเซิ่นเหยียนคนนั้นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน ฉันมองออกเลยว่าสไตล์การทำงานของเขาคล้ายคลึงกับจี้หลี่แบบสุดขั้ว ฉันแค่คิดไม่ตกว่า ทำไมคนดูซื่อๆ อ่อนโยนอย่างอวี๋กัว ถึงต้องไปจับกลุ่มคลุกคลีกับพวกนั้นด้วย"

ฉางเนี่ยนยกมือป้องปากหัวเราะเบาๆ "บางที... คนประเภทนี้นี่แหละ ถึงจะเอาชีวิตรอดในโลกโสมมแบบนี้ได้"

ถงกวนแค่นเสียงหยันขึ้นจมูก "คนเรา ถ้าต้องมีชีวิตรอดด้วยสภาพแบบนั้น จะยังเรียกตัวเองว่าคนได้อยู่อีกเหรอ? ฉันเชื่อแค่ว่าในความมืดมิดยังมีความยุติธรรมซ่อนอยู่ ไม่ต้องพึ่งพาเล่ห์เหลี่ยมสกปรก ฉันก็พารอดกลับไปได้เหมือนกัน"

ฉางเนี่ยนถลึงตาค้อนใส่ ก่อนจะยกมือขึ้นทุบไหล่เขาไปหนึ่งที "ไม่แน่ว่า อาจจะเป็นฉันต่างหากที่พานายรอดกลับไป"

"ครึกครื้นกันดีนี่ คนมากันเกือบครบแล้วสินะ"

จังหวะนั้นเอง จี้หลี่ก็เดินทอดน่องเข้ามาในที่สุด ทันทีที่เขาปรากฏตัว ความโกลาหลระคนหวาดผวาก็ลุกลามไปทั่วกลุ่มพนักงาน

พนักงานกลุ่มแรกที่ลงมาถึงที่นี่ ได้นำวีรกรรมสุดโหดของจี้หลี่ไปเล่าปากต่อปากจนกระจายไปทั่วอย่างรวดเร็ว แทบทุกคนในตอนนี้ต่างปักใจเชื่อไปแล้วว่า... พวกจี้หลี่คือกลุ่มโจรผู้ก่อการร้ายดีๆ นี่เอง

จี้หลี่กวาดสายตามองกลุ่มคนมืดฟ้ามัวดินตรงหน้า เขาลอบนับจำนวนในใจเงียบๆ ก่อนจะขมวดคิ้ว

เขาเดินเข้าไปหาถงกวน พร้อมกับกวักมือเรียกอวี๋กัวและหลี่ซิงที่อยู่ด้านหลัง

"ทั้งสามฝ่ายมารวมตัวกันครบแล้ว ถึงเวลาเอาข้อมูลจากปฏิบัติการครั้งแรกมาเทียบกันสักที"

จบบทที่ ตอนที่ 31 การรวมตัวของทั้งสามฝ่าย

คัดลอกลิงก์แล้ว