เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 เลื่อนภารกิจงั้นหรือ?

ตอนที่ 25 เลื่อนภารกิจงั้นหรือ?

ตอนที่ 25 เลื่อนภารกิจงั้นหรือ?


"เอ๊ะ?"

เมื่อแสงสีขาวจางหายไป ร่างที่กำลังตื่นตระหนกก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแผดเสียงร้องลั่นอย่างเสียสติ!

จี้หลี่กุมขมับด้วยความปวดหัว แต่ก็ไม่ได้เดินเข้าไปช่วย

ฟางเซิ่นเหยียนเองก็ทำเพียงยืนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้พูดอะไร

มีเพียงถงกวนที่ขมวดคิ้ว แล้วก้าวเข้าไปดึงตัวผู้ชายคนนั้นที่เพิ่งมาใหม่ให้ลุกขึ้นจากร่างของอวี๋กัว

บางทีอาจจะเป็นเพราะว่าในระหว่างกระบวนการเทเลพอร์ต ผู้มาใหม่ยังไม่ถือว่าเป็นพนักงานของโรงแรมอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการเหยียบอวี๋กัวเมื่อครู่นี้จึงไม่นับว่าเป็นการทำร้ายร่างกาย

ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงถูกคำสาปของโรงแรมเผาจนตายไปแล้ว

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? คุณเป็นใคร? แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน?!"

ผู้ชายคนนั้นหน้าตาดูซื่อ ๆ อายุน่าจะราว ๆ ยี่สิบต้น ๆ ทันทีที่เห็นถงกวน เขาก็รัวคำถามใส่เป็นชุด

"ที่นี่คือโรงแรมเทียนไห่... โชคร้ายหน่อยนะที่คุณถูกเลือก..."

ถงกวนยังพูดไม่ทันจบ จี้หลี่ก็คว้า 'คู่มือสำหรับพนักงานใหม่' ที่เตรียมไว้บนโต๊ะ โยนใส่หน้าผู้ชายที่กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตก

แค่ปรายตามอง จี้หลี่ก็รู้แล้วว่าเด็กใหม่คนนี้ไม่ได้มีความพิเศษอะไรเลย นอกจากความขี้สงสัยที่มากเกินไปหน่อย

ในเมื่อเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป เขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาด้วยมากนัก

แต่การกระทำของเขากลับทำให้ถงกวนและฉางเนี่ยนรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก

จี้หลี่เดินไปหาอวี๋กัว มองดูรอยรองเท้าที่ประทับหราอยู่บนใบหน้าของอีกฝ่ายพลางกระตุกยิ้มมุมปาก

"เชี่ยเอ๊ย! เจ็บเป็นบ้าเลย จี้หลี่ นายดูสิ หน้าฉันเสียโฉมไปแล้วใช่ไหมเนี่ย?"

อวี๋กัวกุมแก้มซ้ายโอดครวญ รัวคำถามไร้สาระใส่จี้หลี่ไม่หยุด

"นายชื่ออะไร?"

"หลี่... หลี่ซิง นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? ผมกำลังจะเข้าห้องน้ำ เพิ่งถอดกางเกงเสร็จ แล้วโผล่มาที่นี่ได้ไง?" หน้าของเขาแดงก่ำ แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่เพราะความเขินอาย น่าจะปวดฉี่จนทนไม่ไหวมากกว่า

ฉางเนี่ยน ผู้หญิงเพียงคนเดียวในที่นั้นถึงกับคิ้วกระตุก ตวาดแหว "ห้องน้ำอยู่ทางโน้น รีบไสหัวไปซะ!"

ฟางเซิ่นเหยียนปรายตามองเธอแวบหนึ่งพลางเม้มปาก

เขาเริ่มจะมั่นใจแล้วว่า ผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่ค่อยปกติเหมือนกัน อย่างน้อยอารมณ์ก็คงจะร้อนกว่าสามีเธอเยอะ

กลายเป็นว่าถงกวนคือคนที่ดูปกติที่สุดในโรงแรมแห่งนี้ไปซะงั้น

"ใจเย็น ๆ ก่อน เดี๋ยวผมจะอธิบายสถานการณ์ตอนนี้ให้ฟังเอง ลองคลำกระเป๋าเสื้อดูสิ น่าจะมีโทรศัพท์มือถืออยู่ในนั้น"

……

"ตามกฎเดิม พอพนักงานใหม่มาถึง โรงแรมก็จะประกาศภารกิจใหม่ทันที ทำไมจนป่านนี้ถึงยังเงียบอยู่ล่ะ?"

หลังจากพูดคุยกันได้สักพัก ทุกคนก็กลับมานั่งประจำที่

ถงกวนคีบบุหรี่ไว้ในมือพลางเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

แม้จี้หลี่จะเคยผ่านประสบการณ์พนักงานใหม่เข้ามารอบเดียว แต่ตอนนั้นพวกเขาก็ได้รับภารกิจทันทีเหมือนกัน

ประสบการณ์ของถงกวนมีมากกว่าเขาเยอะ ดังนั้นสิ่งที่พูดมาก็มีความเป็นไปได้สูง

แต่หลังจากพวกเขามาถึงโรงแรม นี่ก็ผ่านไปตั้ง 2 ชั่วโมงแล้ว กลับยังไม่มีวี่แววของภารกิจใหม่เลย

จี้หลี่พอจะจับจุดนิสัยของถงกวนและฉางเนี่ยน คู่สามีภรรยาคู่นี้ได้คร่าว ๆ แล้ว

ถงกวน เห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่มีความโดดเด่นทั้งเรื่องสติปัญญาและความเด็ดขาด เมื่อกี้เขาเล่าประสบการณ์การทำภารกิจที่ผ่านมา และขั้นตอนการอนุมานหาทางรอดให้ทุกคนฟัง

ความสามารถในการวิเคราะห์เชิงตรรกะระดับสูงของเขา ทำเอาแม้แต่จี้หลี่ยังรู้สึกถึงความกดดัน

แน่นอนว่าการได้คนแบบนี้มาเป็นพวกถือเป็นเรื่องดี แต่สิ่งที่ทำให้จี้หลี่กังวลจริง ๆ ก็คือ... นิสัยของเขาต่างหาก

ถงกวน เป็นคนที่กำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการตัวจริง กลิ่นอายความเป็นผู้นำที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้น คนตาดีมองแวบเดียวก็รู้

แต่ผู้ชายคนนี้ กลับต่างจากพวกจี้หลี่หรือฟางเซิ่นเหยียนที่มีความเจ้าเล่ห์และเลือดเย็นโดยสิ้นเชิง เขาแผ่กลิ่นอายของความเป็นผู้ผดุงคุณธรรมออกมาอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อกี้ที่ไม่มีใครสนใจหลี่ซิงเลย แม้แต่ฉางเนี่ยนยังทำหน้าขยะแขยง มีแต่เขาเพียงคนเดียวที่เดินเข้าไปอธิบายเรื่องราวให้กับเด็กใหม่

ถงกวน... ดูเหมือนผู้จัดการมากกว่าจี้หลี่ซะอีก

ตอนนี้อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบอะไรมากนัก แต่ถ้าในอนาคตโรงแรมถูกอัปเกรดและมีพนักงานเพิ่มมากขึ้น

เมื่อถึงจุดหนึ่ง การแบ่งพรรคแบ่งพวกย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถึงตอนนั้น ตำแหน่งผู้จัดการสาขาเจ็ดจะยังเป็นของจี้หลี่อยู่หรือเปล่าก็ยากจะบอก

แม้เขาจะไม่แคร์เรื่องตำแหน่งผู้จัดการบ้าบอนี่เลยสักนิด

แต่จากประกาศของโรงแรมก่อนหน้านี้ ทำให้พอเดาได้ว่า ผู้จัดการตัวจริงย่อมมีสิทธิพิเศษอะไรบางอย่างแน่นอน

การมาของถงกวน อาจจะส่งผลดีต่อภาพรวมของสาขาเจ็ด แต่สำหรับจี้หลี่... นี่คือภัยคุกคามเงียบ

อีกอย่าง สไตล์การทำงานของพวกเขาขัดแย้งกับถงกวนอย่างสิ้นเชิง ไม่แน่ว่าในภารกิจต่อไป ถงกวนอาจจะกลายเป็นก้างขวางคอชิ้นใหญ่ในแผนการของเขาก็ได้

และนี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมจนถึงตอนนี้ ฟางเซิ่นเหยียนถึงแทบจะไม่ปริปากพูดอะไรเลย

เพราะฟางเซิ่นเหยียน... เลือกที่จะยืนอยู่ข้างจี้หลี่ ที่มีสไตล์การทำงานคล้ายคลึงกันไปแล้วนั่นเอง

"พวกนายบอกว่า รูปหน้าศพข้างบนนี้คืออดีตผู้จัดการทั้งหมดเลยเหรอ? ตายเยอะขนาดนี้เลย?"

ในขณะที่พนักงานคนอื่น ๆ เอาแต่นั่งจ้องโทรศัพท์บนโต๊ะอย่างเงียบ ๆ เพื่อรอภารกิจใหม่ หลี่ซิงกลับเดินสำรวจไปทั่วโรงแรมมาไม่ต่ำกว่าห้ารอบแล้ว

แทบจะทุกครั้งที่เดินวนกลับมา เขาก็จะยิงคำถามใส่เป็นชุด สมกับเป็นเด็กหนุ่มขี้สงสัยตัวยง

แน่นอนว่านอกจากถงกวนกับอวี๋กัวแล้ว ก็ไม่มีใครอยากจะเสวนาด้วยเลย

"นี่น้องชาย นายจะว่างเกินไปไหมเนี่ย ภารกิจใกล้จะมาแล้ว เก็บแรงไว้หน่อยเถอะ เดี๋ยวก็ลืมตาอ้าปากไม่ได้ตอนเข้าไปในนั้นหรอก"

ขนาดคนอารมณ์ดีอย่างอวี๋กัวยังรำคาญ ก็คงไม่ต้องจินตนาการเลยว่าหลี่ซิงสร้างความปวดหัวให้ทุกคนขนาดไหน

หลี่ซิงเดาะลิ้นเบา ๆ เดินจ๋อย ๆ กลับมาที่โต๊ะไม้เนื้อแข็ง เขามองดูสีหน้าเคร่งเครียดของทุกคน ก่อนจะเลือกที่นั่งริมนอกสุด ซึ่งอยู่ติดกับฉางเนี่ยน

แต่ยังไม่ทันจะได้หย่อนก้นลง ฉางเนี่ยนก็ถลึงตาใส่ "ไสหัวไปนั่งตรงนู้นเลยไป!"

หลี่ซิงสะดุ้งโหยง ไม่กล้าต่อกรกับหญิงสาวที่หน้าตาจิ้มลิ้มแต่ดุยิ่งกว่าเสือ เขาจึงต้องกระถดไปนั่งเบียดอวี๋กัวแทน

"โทรศัพท์ของพวกเราหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลยเนอะ?"

เขาเห็นว่าอวี๋กัวคุยง่ายที่สุด เลยถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์โรงแรมของอีกฝ่ายขึ้นมาเทียบกับของตัวเองหน้าตาเฉย

อวี๋กัวไม่ได้ว่าอะไร เขามัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ไลฟ์สดของตัวเอง พยายามยื่นเรื่องขอปลดแบนอยู่

จี้หลี่เริ่มรู้สึกหงุดหงิด เขากัดก้นบุหรี่ ใช้มือซ้ายคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหลายรอบ แต่ก็ยังไม่มีอีเมลภารกิจส่งมาสักที

"นายถนัดซ้ายเหรอ?" ฟางเซิ่นเหยียนที่นั่งมองอยู่ข้าง ๆ เอ่ยถามด้วยความสงสัย

คำถามนั้นทำเอาจี้หลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาเพิ่งจะรู้ตัวว่าตอนนี้กำลังถือโทรศัพท์ด้วยมือซ้ายอยู่

นิ้วทั้งห้าพิมพ์ข้อความและเลื่อนหน้าจออย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่ามันเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว

จี้หลี่รู้สึกแปลกใจตัวเอง "มือซ้ายฉันโดนฟันมาตั้งหลายครั้ง แถมมันก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกแล้วด้วย ปกติฉันแทบไม่ใช้มันเลยนะ..."

แต่เมื่อกี้... การเคลื่อนไหวมันกลับดูเป็นธรรมชาติ ลื่นไหล ราวกับว่ามือซ้ายข้างนี้มันถูกสร้างมาเพื่อใช้งานแบบนี้อยู่แล้ว

ทันใดนั้นเอง! เสียงกระแทกอย่างแรงก็ดังสนั่นมาจากชั้นสอง ตามมาด้วยเสียงกระจกแตกละเอียด!

หน้าต่างชั้นสองถูกปิดตายด้วยแผ่นเหล็กหนาเตอะไปแล้ว เสียงที่ได้ยินเหมือนมีอะไรบางอย่างจากข้างนอกพุ่งเข้าชนอย่างแรง จนกระจกหน้าต่างแตกกระจาย แต่ทะลุแผ่นเหล็กเข้ามาไม่ได้!

จี้หลี่ทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ก่อนจะวิ่งตามคนอื่น ๆ พุ่งพรวดขึ้นไปยังชั้นสองทันที!

เหลือเพียงหลี่ซิงคนเดียวที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะในโถงชั้นล่าง

ใบหน้าซื่อบื้อของเขาแปรเปลี่ยนเป็นมืดมน ท่าทางการเคลื่อนไหวของเขาแข็งทื่อราวกับหุ่นเชิด

ดวงตาที่เลื่อนลอยไร้แวว... จับจ้องไปยังโทรศัพท์ของโรงแรมทั้งห้าเครื่องที่วางอยู่บนโต๊ะ…

จบบทที่ ตอนที่ 25 เลื่อนภารกิจงั้นหรือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว