- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 23 จัดระเบียบผู้เข้าพัก
ตอนที่ 23 จัดระเบียบผู้เข้าพัก
ตอนที่ 23 จัดระเบียบผู้เข้าพัก
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!"
จี้หลี่เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ ล้างความเหนื่อยล้าออกไปจนหมด กำลังเตรียมตัวจะล้มตัวลงนอน
แต่กลับมีเสียงเคาะประตูอย่างร้อนรนดังขึ้นมาจากข้างนอก
จี้หลี่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชื้นอย่างลวก ๆ แล้วคาบบุหรี่เดินไปเปิดประตู
เมื่อประตูเปิดออก ใบหน้าซูบผอมของอวี๋กัวก็ปรากฏขึ้น สีหน้าของเขาดูแปลกประหลาดและซับซ้อนจนจี้หลี่เดาอารมณ์ไม่ถูกในแวบแรก
"มีอะไร?"
ลางสังหรณ์บางอย่างบอกจี้หลี่ว่า เรื่องที่อวี๋กัวจะบอกต้องไม่ใช่เรื่องปกติแน่ ๆ
อวี๋กัวเม้มปากแน่น หันซ้ายหันขวามองตามทางเดิน ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้จี้หลี่อนุญาต
"นายรีบมาดูนี่เร็ว!"
เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงของจี้หลี่ แล้วรีบล้วงโทรศัพท์มือถือที่ใช้ไลฟ์สดออกมาอย่างร้อนรน
บัญชีไลฟ์สดโดนแบนถาวรไปแล้ว ทำเอาอวี๋กัวใจสลายไปไม่น้อย แต่เรื่องคอขาดบาดตายตอนนี้ไม่ใช่เรื่องไลฟ์สด
แต่เป็น... ผีอีกตัวที่โผล่มาในคลิปต่างหาก!
จี้หลี่นั่งลงข้าง ๆ อวี๋กัวด้วยความงุนงง เขาจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างสงสัย พลางดูคลิปวิดีโอที่เล่นซ้ำ
และแล้ว... สีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้นเรื่อย ๆ
เขาเห็นผีหัวขาดจากห้อง 210 และในขณะเดียวกัน เขาก็เห็นเงาปีศาจใต้เสื้อคลุมลอยอยู่ข้างหน้าต่างโรงแรม ราวกับกำลังสื่อสารอะไรบางอย่างกับผีหัวขาดตัวนั้น!
จี้หลี่พ่นควันบุหรี่ออกมาทางปากยาวเหยียด ใบหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเงียบไปพักใหญ่
เขาเคยสงสัยมาตลอดว่า จนถึงตอนนี้ ภารกิจหลักของพนักงานทุกคนรวมถึงตัวเขาเอง ยังคงเป็นการรับรองวิญญาณร้ายเท่านั้น
ส่วนภารกิจที่สองที่โรงแรมมอบหมายมา คือ การควบคุมดูแลวิญญาณร้าย
จนถึงตอนนี้ ภารกิจนี้ก็มีแค่การเดินตรวจตราผู้เข้าพักในแต่ละวัน คอยเตือนให้พวกมันอยู่แต่ในห้องก็เท่านั้น
ตั้งแต่ที่ผีในกระจกโลงศพเข้ามาพัก เขาก็รู้สึกมาตลอดว่าพวกผีที่อยู่ชั้นสองนั้นเงียบเกินไป
ความเงียบสงบแบบนี้... เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่
แล้วตอนนี้ดันมาเจอว่ามีผีอีกตัวลอยอยู่ข้างนอกโรงแรม แถมยังมาติดต่อกับพวกผู้เข้าพักอีก
ถ้าอย่างนั้น…
"หลังจากนายเห็นฉากนี้แล้ว ไอ้ผีหัวขาดมันทำอะไรต่อ?" จี้หลี่หันไปถาม
อวี๋กัวเกาหัวแกรก ๆ "ตอนแรกฉันไม่ทันสังเกตเห็นไอ้เงาเสื้อคลุมนั่นหรอก มาเห็นก็ตอนที่ดูคลิปย้อนหลังเนี่ยแหละ แต่ตอนนั้นไอ้ผีข้างนอกมันก็หายไปแล้วล่ะ ส่วนไอ้ผีหัวขาด... ท่าทางมันดูมีพิรุธแปลก ๆ รีบเดินกลับเข้าห้องตัวเองไปเลย"
จี้หลี่สูดควันบุหรี่เข้าปอดลึก ๆ อย่างกลัดกลุ้ม นานพักใหญ่กว่าเขาจะโยนก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้เท้าขยี้จนดับ
เขาพาอวี๋กัวเดินขึ้นไปยังชั้นสองอย่างรวดเร็ว จี้หลี่มองดูโถงทางเดินที่บัดนี้อาบไล้ไปด้วยแสงแดดยามเช้า แต่เขากลับยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความมืดมนที่แผ่ซ่านเฉพาะที่นี่
ครู่ต่อมา เขาก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวาน "ฉัน จี้หลี่ ขอใช้สิทธิ์ในฐานะผู้จัดการชั่วคราว สั่งให้จัดสรรห้องพักของผู้เข้าพักใหม่ทั้งหมด"
สิ้นเสียงของเขา เสียงหวานใสของพนักงานหญิงซึ่งเป็นตัวแทนของโรงแรมก็ดังก้องขึ้น
【สวัสดีค่ะ คุณจี้หลี่ นี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ควบคุมดูแลผู้เข้าพัก และเป็นสิทธิที่คุณพึงมี กรุณาระบุคำสั่งของคุณมาได้เลยค่ะ】
จี้หลี่พยักหน้ารับ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีประสบการณ์ในการจัดการกับเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย
แต่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น การที่ไอ้เงาเสื้อคลุมนั่นมาหาผีหัวขาดได้ ก็คงเป็นเพราะห้องพักของมันอยู่ริมสุดทางเดิน ติดกับหน้าต่าง ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้กับโลกภายนอกมากที่สุด
ในฐานะที่เป็นแค่คนธรรมดา เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะขัดขวางการสมรู้ร่วมคิดระหว่างผีข้างในกับผีข้างนอกได้ยังไง ก็คงทำได้เท่าที่กำลังจะอำนวย
"ผีถ้ำมองที่เพิ่งมาใหม่ ไม่ต้องย้าย ให้อยู่ห้อง 201 ตามเดิม ผีในกระจกโลงศพก็ไม่ต้องย้าย ให้อยู่ห้อง 203 เหมือนเดิม ส่วนผีกรีดข้อมือ ให้ย้ายจากห้อง 205 ไปห้อง 204 แล้วก็ย้ายผีหัวขาดจากห้อง 210 ไปห้อง 202"
【การจัดสรรห้องพักเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ คุณจี้หลี่】
เสียงผู้หญิงตอบรับโดยไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทันทีที่พูดจบ วิญญาณร้ายสองตนที่ถูกสั่งให้ย้ายห้อง ก็ปรากฏกายขึ้นกลางโถงทางเดินอย่างกะทันหัน!
นี่เป็นครั้งแรกที่อวี๋กัวได้เห็นผีในโรงแรมชัด ๆ ขนาดนี้ เขาเบิกตากว้างจ้องมองพวกมันตาไม่กะพริบ
ผีหัวขาดจากห้อง 210 ดูจากรูปร่างแล้วน่าจะเป็นเด็กวัยรุ่น สวมเสื้อผ้าลายดอกไม้ ในมือของมันกำลังกลิ้งลูกแก้วไปมาเล่นอยู่
ส่วนผีกรีดข้อมือจากห้อง 205 นั้น สภาพน่าเกลียดน่ากลัวกว่าเยอะ ร่างกายแห้งกรังราวกับเลือดถูกสูบออกไปจนหมดตัว ดูเผิน ๆ เหมือนมัมมี่ไม่มีผิด
ทันทีที่มันเดินพ้นประตูห้อง 205 ออกมา มันก็ถือมีดเล่มหนึ่งแทงเข้าที่ข้อมือซ้ายของตัวเองอย่างแรง เลือดสีแดงฉานหยดแหมะลงบนพรมสีทึม
จี้หลี่ขมวดคิ้ว "เอาเลือดแกไปทิ้งที่ห้อง 204 ให้หมดด้วย!"
……
หลังจากที่ผีทั้งสองตนย้ายห้องเสร็จเรียบร้อย จี้หลี่ก็พาอวี๋กัวเดินเข้าไปด้านในสุดของชั้นสอง และหยุดยืนอยู่หน้าหน้าต่างบานนั้น
"ตอนนั้นไอ้เงาเสื้อคลุมนั่น มันลอยอยู่ตรงนี้แหละ" อวี๋กัวยกนิ้วชี้ไปที่ตำแหน่งหนึ่งนอกหน้าต่าง
จี้หลี่พยักหน้ารับ อันที่จริงจนถึงตอนนี้ เขาก็พอจะเดาออกแล้วว่า พวกผีที่เข้าพักเริ่มไม่สงบเสงี่ยมเจียมตัวเหมือนเมื่อก่อน จากแค่คิดต่อต้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนี้เริ่มมีการวางแผนและแอบติดต่อกับผีข้างนอกแล้ว
แต่ในเมื่อหน้าที่ในการ 'ควบคุมดูแลวิญญาณร้าย' ยังคงคลุมเครือ เขาก็ยังไม่รู้ว่าจะป้องกันหรือจัดการกับเรื่องแบบนี้ยังไงดี
หลังจากคิดอยู่พักใหญ่ จี้หลี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอความช่วยเหลือจากระบบของโรงแรม
"โรงแรม เธอได้ยินไหมว่าไอ้เงาเสื้อคลุมนั่นคุยอะไรกับผีหัวขาด?"
【ขออภัยด้วยค่ะ คุณจี้หลี่ ฉันไม่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวใด ๆ ภายนอกโรงแรมได้ค่ะ】
จี้หลี่ไม่ได้คาดหวังว่าพนักงานหญิงจะให้คำตอบเขาได้อยู่แล้ว แต่จากประโยคนี้ มันกลับทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมา
คำพูดของเธอ... ดูเหมือนจะแฝงความหมายอะไรบางอย่าง
ถ้าเธอไม่รู้ความเคลื่อนไหวข้างนอกหน้าต่าง... ก็แปลว่าเธอรู้ความเคลื่อนไหวข้างในหน้าต่างใช่ไหม?
"งั้นไอ้ผีหัวขาดที่อยู่ข้างในล่ะ มันพูดอะไรบ้าง?"
เสียงผู้หญิงตอบกลับมาทันทีโดยไม่มีการลังเล
【มันไม่ได้พูดอะไร และไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะ】
คำตอบนี้ทำให้จี้หลี่แปลกใจไม่น้อย ตอนแรกเขาคิดว่าที่ผีหัวขาดมีท่าทีแปลก ๆ เป็นเพราะมันสมรู้ร่วมคิดกับเงาเสื้อคลุมซะอีก
จุดประสงค์หลักก็คงหนีไม่พ้นการหาทางหลุดพ้นจากพันธนาการของโรงแรม
แต่จากที่ฟังดู กลายเป็นว่าไอ้เงาเสื้อคลุมข้างนอกต่างหากล่ะ ที่เป็นฝ่ายมาหามันก่อน
ส่วนผีหัวขาดก็แค่รับฟังเฉย ๆ แถมดูเหมือนจะรู้สึกลำบากใจกับสิ่งที่เงาเสื้อคลุมนั่นเสนอมาด้วย
บางทีมันอาจจะยังคิดไม่ตก หรือไม่ก็อาจจะปฏิเสธไปแล้วก็ได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ จี้หลี่ก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา ทำเอาอวี๋กัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สะดุ้งโหยง
"มีอะไรเหรอ?"
"เปล่า ฉันแค่คิดว่ามันน่าตลกดี ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ผีด้วยกันเอง ก็ยังมีเรื่องให้ต้องมานั่งแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันด้วย"
อวี๋กัวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะตาม ก่อนจะพูดลอย ๆ ว่า "นั่นสิ บางทีพวกผีอาจจะไม่ได้แค่ชิงดีชิงเด่นกัน แต่อาจจะมีโอกาสซัดกันเองด้วยซ้ำ"
จี้หลี่พยักหน้าเห็นด้วย เขาโบกมือเตรียมเดินกลับห้องตัวเอง
"โรงแรม ปิดตายหน้าต่างชั้นสองให้หมด ห้ามมีช่องโหว่แม้แต่นิดเดียว!"
【รับทราบค่ะ คุณจี้หลี่】
……
ตลอดสามวันที่ผ่านมา จี้หลี่มัวแต่ง่วนอยู่กับการรวบรวมข้อมูลกฎระเบียบใหม่ของโรงแรม เพื่อเตรียมไว้แจกให้พนักงานใหม่
ส่วนอวี๋กัวก็หมกมุ่นอยู่กับการหาวิธีปลดแบนบัญชีไลฟ์สดของตัวเองแทบจะตลอดเวลา
ด้านฟางเซิ่นเหยียนหายหน้าหายตาไปพักใหญ่ ไม่รู้ว่าไปหมกตัวทำอะไรอยู่ที่ไหน
จนกระทั่งบ่ายโมงตรงของวันที่ 26 ตุลาคม จี้หลี่ถึงได้ก้าวออกจากห้องพักพร้อมกับเอกสารข้อมูลใหม่สามชุด
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือที่โรงแรมแจกให้ออกมา เคาะลงบนกำแพงสามครั้ง
ไม่นานนัก ฟางเซิ่นเหยียนและอวี๋กัวก็เดินออกจากห้องของตัวเองมาพร้อมกัน
จี้หลี่มองทั้งสองคนที่เดินเข้ามาใกล้ พลางเอ่ยเสียงเรียบ "ไปกันเถอะ ไปดูกันว่ารอบนี้จะมีเด็กใหม่ไม่ธรรมดาโผล่มาบ้างไหม"
ฟางเซิ่นเหยียนยังคงแต่งตัวเนี๊ยบเหมือนเดิม ผมสีดอกเลาบริเวณขมับถูกหวีจนเรียบกริบ เขาเดินเคียงข้างทั้งสองคนด้วยก้าวย่างที่มั่นคง
"ผีถ้ำมองนั่น... มีอะไรแปลก ๆ ตลอดสามวันที่ผ่านมา พอถึงเที่ยงคืนปุ๊บ มันจะมาเกาะอยู่หน้าประตูห้องฉัน แล้วก็แอบดูฉันผ่านตาแมวตลอดเลย"