- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 22 เงาปีศาจใต้เสื้อคลุม
ตอนที่ 22 เงาปีศาจใต้เสื้อคลุม
ตอนที่ 22 เงาปีศาจใต้เสื้อคลุม
แสงแดดยามเช้าของวันใหม่สาดส่องลงมายังตรอกซอกซอยของเมืองซานหมิง
หมู่บ้านซานเหอที่ตั้งอยู่ชานเมืองฝั่งตะวันออก ดูรกร้างว่างเปล่า แต่ก็ยังพอมีความอบอุ่นเจือปนอยู่บ้าง วันนี้อากาศดี ช่วยขับไล่ความหนาวเย็นของฤดูใบไม้ร่วงไปได้ไม่น้อย
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาแต่ใบหน้าซีดเซียว ซุกตัวอยู่ในเสื้อโค้ทตัวหลวมโคร่ง คาบบุหรี่ไว้ในปาก เดินลากเท้าโซเซออกมาจากตึกเก่า ๆ หลังหนึ่ง
ข้างกายเขาคือชายวัยกลางคนผิวขาวซีดในชุดสูทคอจีน บนแผ่นหลังของเขาแบกชายร่างผอมที่สลบไสลไม่ได้สติ และมักจะส่งเสียงครางแผ่วเบาออกมาเป็นระยะ
สภาพของพวกเขาเหมือนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบอันดุเดือดมาหมาด ๆ ต่างก็เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
ชายหนุ่มในชุดเสื้อโค้ทโบกมือเรียกแท็กซี่ ชายวัยกลางคนจัดแจงวางร่างของชายหนุ่มร่างผอมลงบนเบาะหลัง ก่อนที่ทั้งสองคนจะเบียดตัวตามเข้าไป
"ริมคลองรอบเมือง ห้องน้ำสาธารณะทิศตะวันตกเฉียงใต้"
เมื่อคนขับได้ยินจุดหมายปลายทาง เขาก็ไม่ได้เปิดระบบนำทาง ทว่าใบหน้ากลับแข็งทื่อและไร้ความรู้สึกขึ้นมาทันที
ไม่ว่าเขาจะรู้ตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำสาธารณะแห่งนั้นหรือไม่ แต่ขอเพียงแค่ได้ยินชื่อสถานที่นี้ เขาก็จะขับรถมุ่งหน้าไปตามนั้นโดยอัตโนมัติ
สู่สถานที่เร้นลับที่ซ่อนอยู่ใต้ห้องน้ำสาธารณะ... โรงแรมเทียนไห่
……
"กลับมาแล้ว! ข้ากลับมาแล้วโว้ย!"
ตั้งแต่จี้หลี่ได้รับบาดเจ็บ บุคลิกที่สองก็แทบจะไม่ได้ปริปากพูดอะไรเลย จนกระทั่งก้าวเข้ามาในโรงแรมที่ปลอดภัย มันถึงได้แผดเสียงตะโกนลั่น ราวกับอัดอั้นมานาน
มือทั้งสองข้างของจี้หลี่กำลังถูกเชื่อมต่อกระดูกกลับเข้าที่อย่างช้า ๆ ด้วยพลังพิเศษของโรงแรม กระบวนการนี้ไม่ได้เจ็บปวดแต่อย่างใด
อันที่จริงแล้ว นอกจากภารกิจสุดสยองที่โรงแรมมอบหมายให้ การดูแลพนักงานของที่นี่ก็ถือว่าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
อวี๋กัวนอนแผ่หลาอยู่กลางโถง บาดแผลที่ขาซึ่งถูกปฐมพยาบาลมาแบบลวก ๆ กำลังสมานตัวเข้าหากัน เลือดเนื้อและกระดูกกำลังก่อตัวขึ้นใหม่
สติสัมปชัญญะของเขาก็ค่อย ๆ กลับคืนมา
ฟางเซิ่นเหยียนถือว่าบาดเจ็บน้อยที่สุดในบรรดาสามคน เขาแค่สูญเสียเรี่ยวแรงไปมากเท่านั้น หลังจากนั่งพักปรับลมหายใจอยู่ครู่หนึ่ง พละกำลังก็กลับมาเป็นปกติ
【ขอแสดงความยินดีกับคุณจี้หลี่ ผู้จัดการชั่วคราวสาขาเจ็ด แห่งโรงแรมเทียนไห่ และพนักงาน ฟางเซิ่นเหยียน พนักงาน อวี๋กัว พวกคุณทำภารกิจรับรองแขกสำเร็จและกลับมาอย่างปลอดภัย! พนักงานใหม่ที่จะมาทดแทน จะเดินทางมาถึงโถงโรงแรมในอีกสามวันข้างหน้า เวลา บ่าย 2 โมงตรงขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการรอดชีวิต】
จี้หลี่รับฟังเสียงประกาศอันไพเราะของพนักงานหญิงโดยไม่พูดอะไร
ภารกิจที่ใช้คนหกคน ตายไปถึงครึ่ง อัตราการสูญเสียครั้งนี้ถือว่าสูงมาก
ตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกตงิด ๆ แล้วว่า หลังจากโรงแรมอัปเกรดเป็นระดับ 'หนึ่งดาว' ความยากของภารกิจและความน่ากลัวของวิญญาณร้ายก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
พนักงานแค่หกคน... ดูเหมือนจะไม่พอซะแล้ว
เขาถอนหายใจพลางเงยหน้ามองรูปหน้าศพขาวดำที่แขวนอยู่บนผนัง
บางทีเมื่อภารกิจดำเนินต่อไปและโรงแรมได้รับการอัปเกรด จำนวนพนักงานก็คงจะมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย
แต่กว่าจะถึงการอัปเกรดดาวครั้งต่อไป ก็ยังเหลือภารกิจอีกตั้งสองครั้ง
ในเมื่อตอนนี้คนเหลือน้อยขนาดนี้ คาดว่าพวกเขาคงต้องลงสนามทุกรอบ และต่อให้เป็นจี้หลี่เอง เขาก็ยังไม่กล้ารับประกันเลยว่าจะรอดชีวิตจากภารกิจครั้งหน้าได้
"พนักงานใหม่จะมาในอีกสามวัน หวังว่าจะมีพวกหัวกะทิโผล่มาบ้างนะ..."
"เชี่ยเอ๊ย! เจ็บฉิบหายเลยโว้ย! เกิดมายังไม่เคยเจ็บหนักขนาดนี้มาก่อนเลย!"
อวี๋กัวเพิ่งจะฟื้นคืนสติ และประโยคแรกที่หลุดออกจากปาก ก็เป็นเครื่องยืนยันว่าเขากลับมาเป็นอวี๋คนกล้าคนเดิมแล้ว
ฟางเซิ่นเหยียนมองเขา ใบหน้าที่เคยไร้ความรู้สึกก็ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ
นอกจากความเด็ดขาดในการลงมือแล้ว ข้อดีอีกอย่างของอวี๋กัวก็คือหัวใจที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยขับไล่บรรยากาศที่กดดันและตึงเครียดได้เป็นอย่างดี
"เสียดายชะมัด! โทรศัพท์ที่ใช้ไลฟ์สดดันตกอยู่ในห้อง 701 ซะได้ พวกนายไม่ได้หยิบติดมือมาให้ด้วยใช่ไหมเนี่ย?"
อวี๋กัวดีดตัวลุกขึ้นยืนปุบปับ สิ่งแรกที่ถามหาคือเรื่องไลฟ์สด
จี้หลี่มองเขาด้วยสายตากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง "นายบอกเองไม่ใช่เหรอว่าเจอผีแล้ว แล้วยังจะต้องไลฟ์สดพิสูจน์อะไรอีก?"
"ก็ต้องไลฟ์สิวะ! พวกคนดูในช่องหาว่าฉันเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมาตลอด เมื่อกี้เป็นโอกาสทองที่จะพิสูจน์ความจริงแท้ ๆ"
อวี๋กัวดูคึกคักเป็นพิเศษ ดูเหมือนว่านอกจากความดีใจที่รอดชีวิตมาได้ เขายังแอบเสียดายที่ไม่ได้ไลฟ์สดตอนเจอผีอีกต่างหาก
"งั้นนายก็ไปเบิกโทรศัพท์เครื่องใหม่ แล้วลงไปถ่ายที่ชั้นสองแทนสิ"
ฟางเซิ่นเหยียนตบไหล่เขาเบา ๆ
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง รอยสักรูปดวงตาสีดำบนหลังมือของเขาก็มีควันสีดำพวยพุ่งออกมา
ควันนั้นรวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นรูปร่างของหญิงสาวผมเผ้ายุ่งเหยิง บนหน้าผากของมันถูกพลังลึกลับบางอย่างสลักตัวเลขสามตัวเอาไว้
"201"
เมื่อสิ้นสุดกระบวนการ ร่างเงาสีดำนั้นก็พุ่งตรงขึ้นไปยังชั้นสองทันที มันไม่ได้เต็มใจ แต่เป็นเพราะกฎของโรงแรมที่คอยบีบบังคับ ไม่ว่าจะเป็นคนหรือผีก็ไม่อาจขัดขืนได้
ทันทีที่มันเข้าไป จี้หลี่ก็ได้ยินเสียงลูกบิดประตูจากห้องพักของวิญญาณร้ายผู้เข้าพักทั้งสามห้องดังขึ้นพร้อมกันอย่างชัดเจน
ดูเหมือนว่าความอยากรู้อยากเห็นจะไม่ได้มีแค่ในหมู่มนุษย์เท่านั้น พวกผีเองก็มีความปรารถนาที่จะถ้ำมองเรื่องของชาวบ้านเหมือนกัน
"ทำไมรอยสักบนมือฉัน... ถึงยังไม่หายไปอีกล่ะ?"
จนกระทั่งฟางเซิ่นเหยียนเอ่ยปากถาม ความสนใจของจี้หลี่ถึงได้ถูกดึงกลับมา
เขาหันไปมองหลังมือซ้ายของฟางเซิ่นเหยียน รอยสักแปลกตาที่ดูคล้ายศิลปะสไตล์กอทิกนั้น ยังคงปรากฏอยู่บนผิวหนังอย่างชัดเจน
อวี๋กัวกะพริบตาปริบ ๆ ตอนนั้นเขาสลบไปแล้ว เลยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย
"เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย? ออกไปทำภารกิจแค่รอบเดียว นายถึงขั้นได้รอยสักกลับมาเลยเหรอ?"
"นายรู้เรื่องนี้ไหม?" ฟางเซิ่นเหยียนดูเหมือนจะชินกับคำพูดติดตลกของอวี๋กัวแล้ว เขาจึงหันไปตั้งคำถามกับจี้หลี่แทน
แต่จี้หลี่เองก็มีความรู้เรื่องนี้น้อยนิดไม่ต่างกัน เขาสังเกตรอยสักนั้นอย่างละเอียดก่อนจะถามกลับ "นายรู้สึกผิดปกติอะไรตรงไหนไหมล่ะ?"
"ไม่อ่ะ จะมีหรือไม่มีรอยสักนี่ ฉันก็ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด"
จี้หลี่พยักหน้ารับ ก่อนจะหันไปมองรูปหน้าศพที่แขวนเรียงรายอยู่ในโถงทางเดินอย่างครุ่นคิด
ในที่สุดสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่รูปที่สาม ผู้ชายในรูปคืออดีตผู้จัดการของสาขาเจ็ด
และเป็นผู้จัดการที่แข็งแกร่งที่สุด ผู้ที่นำพนักงานในยุคนั้นยกระดับโรงแรมให้กลายเป็นโรงแรมสองดาวได้สำเร็จ
บนแก้มของผู้ชายคนนั้น... ก็มีรอยสักแปลก ๆ อยู่เหมือนกัน แม้ว่าลวดลายจะแตกต่างจากของฟางเซิ่นเหยียนอย่างสิ้นเชิงก็ตาม
แต่ทว่า... ลวดลายที่แผ่กลิ่นอายความมืดมนออกมาแบบนั้น กลับดูคล้ายคลึงกันอย่างบอกไม่ถูก
จี้หลี่ขมวดคิ้ว "ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไอ้รอยสักนี่มันมีไว้ทำอะไร แต่เดาว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับระดับของโรงแรม
ตอนนี้มันอาจจะยังไม่มีประโยชน์อะไร แต่ในอนาคตพอโรงแรมอัปเกรดระดับสูงขึ้น ประโยชน์ของมันก็จะค่อย ๆ เผยออกมาเองแหละ!"
ในเมื่อยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัด พวกเขาก็ทำได้เพียงปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ทั้งสามคนเดินเรียงหน้ากระดานขึ้นไปยังชั้นสาม เพื่อกลับห้องพักของตัวเองไปพักผ่อน
แต่อวี๋กัว ทันทีที่ก้าวเข้าห้อง สิ่งแรกที่เขาทำคือขอโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่จากโรงแรม ล็อกอินบัญชีของตัวเองเสร็จสรรพ ก็เดินกลับออกมาจากห้อง
เขากดปุ่มไลฟ์สด พลางก้มหน้ายิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย
"ฟางเซิ่นเหยียนนี่ฉลาดเป็นกรดจริง ๆ แฮะ ตั้งแต่นี้ไป ถ้าฉันมานั่งเฝ้าพวกผีพวกนี้ทุกวัน มีหวังได้ของขวัญรัว ๆ แน่!"
"สวัสดีครับพี่น้องชาวเน็ต! กลับมาเจอกับอวี๋คนกล้าอีกแล้วนะ! อย่าเพิ่งด่ากันว่าเมื่อคืนทำไมอยู่ดี ๆ ก็ตัดไลฟ์สดไปดื้อ ๆ ขอบอกเลยว่าผมเพิ่งรอดตายมาหวุดหวิดเลยนะเว้ย! จิ๊! ผมไม่ได้โม้นะเออ เดี๋ยวตอนนี้จะพาไปดูให้เห็นกับตาเลยว่า ผีตัวเป็น ๆ มันหน้าตาเป็นยังไง เรือยอร์ชหนึ่งลำ ดูผีหนึ่งตัว สองลำก็ดูไปเลยสองตัว!"
อวี๋กัวเหมือนจะค้นพบรหัสลับแห่งความมั่งคั่งเข้าให้แล้ว อันที่จริงสำหรับพนักงานโรงแรม เงินทองก็เป็นแค่ตัวเลข อยากได้เท่าไหร่ก็เบิกได้ไม่อั้น
แต่ดูเหมือนว่าระบบความคิดของอวี๋กัวจะแปลกกว่าชาวบ้านเขาหน่อย เขาหลงใหลการไลฟ์สด การอ้อนขอของขวัญจากคนดูก็เป็นแค่การตอบสนองความต้องการลึก ๆ ในใจของเขาเท่านั้นแหละ
"จัดไป! ขอบคุณสำหรับเรือยอร์ชจากพี่ 'หิมะไม่ตกฉันไม่ตก' ด้วยนะครับ! เดี๋ยวผมจะจัดให้ดูเป็นน้ำจิ้มก่อนเลยละกัน เริ่มจากผีหัวขาดก่อนเป็นไง..."
อวี๋กัวขยับขาตั้งกล้อง หันกล้องไปทางโถงทางเดินชั้นสอง แพนกล้องช้า ๆ จากริมหน้าต่างเข้าไปด้านใน พุ่งเป้าไปที่ห้อง 210 ซึ่งเป็นที่อยู่ของผีหัวขาด
แต่ทว่า... กล้องยังไม่ทันจะได้ถ่ายติดเงาผี ไลฟ์สดของเขาก็ถูกระบบตัดจบไปซะดื้อ ๆ พอเขากดเข้าแอปไปดูอีกที บัญชีไลฟ์สดก็โดนแบนถาวรไปเรียบร้อยแล้ว
อวี๋กัวหัวเสียจนแทบจะระเบิดอารมณ์ ตอนที่เขากำลังจะอ้าปากด่า จู่ ๆ คลิปไลฟ์สดเมื่อกี้ก็เด้งขึ้นมาเล่นซ้ำเอง…
ในภาพวิดีโอ ตรงหน้าต่างชั้นสองที่อยู่ห่างจากเขาไปแค่คืบ ปรากฏเงาดำเลือนรางสองร่าง
ร่างหนึ่ง... ไร้หัว ส่วนอีกร่าง... ดูเหมือนจะคลุมทับด้วยเสื้อคลุมผืนใหญ่ ร่างกายทั้งหมดถูกกลืนหายไปในนั้น ดูคล้ายกับเสื้อโค้ทที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ พลิ้วไหวไปตามแรงลม
เงาทั้งสองร่าง... เงาผีหัวขาดอยู่ในโรงแรม แต่เงาปีศาจใต้เสื้อคลุมนั้น... กลับลอยอยู่ด้านนอกของโรงแรม!