- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 19 ใบหน้าที่ถูกสิงสู่
ตอนที่ 19 ใบหน้าที่ถูกสิงสู่
ตอนที่ 19 ใบหน้าที่ถูกสิงสู่
ภายในยูนิต 4 ที่ดูเหมือนจะมีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นแห่งนี้ กลับเงียบเชียบจนน่าประหลาด แม้จะมีการตายเกิดขึ้นถึงสองศพแล้วก็ตาม แต่กลับไม่มีเพื่อนบ้านคนไหนโผล่หัวออกมาดูเลยสักคน
แววตาของจี้หลี่กลับคืนสู่ความเย็นชาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง สถานการณ์ในตอนนี้เริ่มคลี่คลายลงบ้างแล้ว
ก่อนหน้านี้ไอ้เสื้อกันฝนออกมาจากห้อง 702 ได้เพียง 2 นาที ดูท่าเขาจะเหลือเวลาอีกแค่ 3 นาทีเท่านั้นที่ต้องกลับเข้าไปข้างใน
จี้หลี่เงยหน้าขึ้น มองผ่านรั้วกั้นบันไดขึ้นไปด้านบน ทุกอย่างยังคงเงียบสงัด
ดูเหมือนว่าหลังจากการตายของเฉาหยวนและการปรากฏตัวของคนที่หก การโจมตีของวิญญาณร้ายจะหยุดชะงักลงชั่วคราว ก้อนหินหนักอึ้งที่ทับอกของเหล่าพนักงานมานานเริ่มเบาบางลง ไม่ว่าจะมองมุมไหน พวกเขาก็ถือว่าพบ "ทางรอด" แล้ว
ต่อจากนี้ สิ่งที่ต้องทำก็แค่เฝ้าไอ้เสื้อกันฝนไว้ให้ดี จนกว่าจะถึงเช้าวันรุ่งขึ้น!
อวี๋กัวยืนพิงผนังหอบหายใจรัว แต่แววตาซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่มิด เขาพึมพำกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า
"ผีมีจริง ๆ ด้วย! ในที่สุดฉันก็หามันเจอจนได้ หลังจากตามหามานานหลายปี!"
เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เส้นประสาทที่ขึงตึงก็เริ่มผ่อนคลายลง จี้หลี่มองอวี๋กัวที่กำลังตื่นเต้นจนออกนอกหน้า เขาเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายท่าทางซื่อ ๆ คนนี้ดูจะฝังใจกับเรื่องผีมากกว่าเรื่องคนเสียอีก ปกติแล้ว คนที่เห็นทั้งติงเมี่ยวซินและเฉาหยวนตายไปต่อหน้าต่อตายังแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาได้ อย่างน้อยที่สุด... เขาก็คงไม่ใช่คนปกติธรรมดาแน่ ๆ
แต่คนที่ทำให้จี้หลี่ต้องหันไปมองมากที่สุดคือ ฟางเซิ่นเหยียน
ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกับฟางเซิ่นเหยียน จี้หลี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายจากตัวชายคนนี้ มันไม่ใช่แค่กลิ่นอายที่ติดตัวมา แต่มันคือกลิ่นที่แผ่ออกมาจากข้างในตัวเขาเลยทีเดียว
ฟังดูอาจจะเหนือธรรมชาติไปนิด แต่มันคือสัญชาตญาณ... สัญชาตญาณของจี้หลี่ คนที่เข้าใจความหมายของความตายดีที่สุด เขารู้สึกได้ว่าฟางเซิ่นเหยียนต้องเคยผ่านความตายมาแล้วแน่ ๆ ถึงจะไม่ถึงขั้นสิ้นใจ แต่ต้องเคยเฉียดกรายไปถึงขอบเหวแห่งมัจจุราชมาแล้ว!
เพราะอย่างนี้เอง เขาถึงได้มองข้ามความสำคัญของชีวิตขนาดนี้!
แผนการกำจัดเฉาหยวน แม้จี้หลี่จะเป็นคนวางหมาก แต่จุดเริ่มต้นที่ทำให้แผนดำเนินไปได้ ก็คือการลงมืออันโหดเหี้ยมของฟางเซิ่นเหยียนนั่นแหละ
โลกกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ฟางเซิ่นเหยียนกลับไปเป็นคนพูดน้อยเหมือนเดิม ผิดกับตอนที่วิเคราะห์ภารกิจอย่างเปิดเผยก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง
จี้หลี่วิเคราะห์นิสัยใจคอของคนทั้งสองอย่างเงียบเชียบ จนได้ข้อสรุปเพียงหนึ่งเดียว…
"คนที่แสดงฝีมือจนรอดชีวิตมาได้ในภารกิจของโรงแรม... ไม่มีใครปกติสักคน!"
"ตามที่พวกนายว่ามา... หมายความว่าต่อให้คืนนี้ฉันรอดไปได้ หลังจากนี้ฉันก็ต้องใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับไอ้พวกผีสางไปตลอดเลยงั้นเหรอ?"
เมื่อไม่มีใครพูดอะไร ไอ้เสื้อกันฝนที่เป็นคนธรรมดาที่สุดในกลุ่มก็ทนไม่ไหวจนต้องโพล่งออกมา
เขาคือเหยื่อที่น่าสงสารที่สุดในเรื่องนี้ อยู่ดี ๆ ก็โดนผู้หญิงโรคจิตตามตื้อ พอตายกลายเป็นผีก็ยังตามมารังควานไม่เลิก และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของภารกิจครั้งนี้
เมื่อเขาพูดขึ้น จี้หลี่จึงหันไปจ้องมองผู้ชาย "พิเศษ" คนนี้เงียบ ๆ
เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่เอาแต่จ้องมองอีกฝ่ายอยู่อย่างนั้น
บอกตามตรง จี้หลี่ดูไม่ออกเลยว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรดีนักหนา ถึงได้ทำให้ผี "พึงพอใจ" หรือดูแลเป็นพิเศษขนาดนี้
จนถึงตอนนี้ยังมีข้อสงสัยหนึ่งที่จี้หลี่รู้สึกคาใจเหมือนหนามยอกอก
ผีไม่มีอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนเหมือนมนุษย์ แล้วทำไมไอ้เสื้อกันฝนถึงได้รับการยกเว้น... ถึงขั้นที่มันไม่ลงมือฆ่าเขา…
"กลับไปที่ห้อง 702 กันเถอะ ใกล้หมดเวลาแล้ว"
ฟางเซิ่นเหยียนก้มมองนาฬิกาข้อมือพลางเอ่ยเตือน
ไอ้เสื้อกันฝนสะดุ้งโหยง ความวุ่นวายเมื่อครู่ทำให้เขาเกือบจะลืมเรื่องเวลาไปสนิท เขาไม่สนใจใครทั้งนั้น รีบจ้ำอ้าวเดินนำขึ้นบันไดไปทันที
จี้หลี่มองแผ่นหลังของเขาพลางขมวดคิ้ว
ฟางเซิ่นเหยียนเหลือบมอง "เป็นอะไรไป?"
จี้หลี่ส่ายหน้าโดยไม่พูดอะไร
วินาทีที่ไอ้เสื้อกันฝนกำลังจะเดินกลับเข้าห้อง 702 ลางสังหรณ์อันตรายบางอย่างก็สว่างวาบขึ้นในใจของเขาโดยไม่มีสาเหตุ…
อธิบายไม่ได้ว่าทำไม อาจจะเป็นเพราะข้อสงสัยที่ยังหาคำตอบไม่ได้ หรืออาจจะเป็นสัญชาตญาณที่สั่งสมมาจากการผ่านความเป็นความตายในหลายภารกิจ
แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ยังคงก้าวเดินตามแผ่นหลังของไอ้เสื้อกันฝนขึ้นบันไดไป
"พวกคุณว่า ตอนนี้ผีผู้หญิงตัวนั้นมันไปซ่อนอยู่ไหน?" จู่ ๆ อวี๋กัวก็กระซิบถามขึ้นมา
ฟางเซิ่นเหยียนหันไปมอง เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่ตอบคำถาม
จี้หลี่เองก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน เพราะตอนนี้เปลือกตาขวาของเขากำลังกระตุกถี่ ความรู้สึกแปลกประหลาดทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนร่างกายเริ่มรู้สึกปั่นป่วน!
แผ่นหลังของไอ้เสื้อกันฝนที่อยู่ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ ร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อกันฝนสีทึมนั้น กลับดูเลือนรางและพร่ามัวในสายตาของเขา…
ราวกับมีม่านหมอกบางอย่างบดบังเอาไว้ ทำให้มองเห็นไม่ทะลุปรุโปร่ง
หัวใจของจี้หลี่กระตุกวูบ พร้อมกันนั้น น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแคลงใจของบุคลิกที่สามก็ดังก้องขึ้นในหัว
"แผ่นหลังนั่น..."
"หยุด! ห้ามเดินต่อแล้ว!"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของจี้หลี่ ดึงดูดความสนใจของทุกคนให้หันขวับมามอง
ฟางเซิ่นเหยียนและอวี๋กัวหันกลับมาด้วยความงุนงง แต่กลับต้องผงะเมื่อเห็นใบหน้าด้านข้างที่ซีดเผือดราวกับกระดาษของจี้หลี่ ซึ่งบัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความดำมืดตึงเครียด!
เมื่อมองตามสายตาของเขาไป ไอ้เสื้อกันฝนกำลังค่อย ๆ หันหน้ากลับมา การเคลื่อนไหวของเขาเชื่องช้า ราวกับถูกบางสิ่งบางอย่างตรึงร่างเอาไว้
บนใบหน้าของเขาผุดพรายไปด้วยหยาดเหงื่อตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มันไหลปะปนกับคราบเลือด ดูน่าสยดสยองและบิดเบี้ยว
และเมื่อเขาหันร่างกลับมาประจันหน้าอย่างสมบูรณ์ จี้หลี่และคนอื่น ๆ ก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน!
ไอ้เสื้อกันฝน... บริเวณหน้าอกที่ถูกเสื้อกันฝนปิดทับอยู่ มีใบหน้าของคนสีขาวซีดปูดโปนทะลักออกมา!
เส้นผมสีดำขลับแนบลู่ไปกับศีรษะ ใบหน้าที่บวมเป่งจนถึงขีดสุดนั้น น่าเกลียดน่ากลัวจนแทบจะทะลุเนื้อผ้าบาง ๆ ของเสื้อกันฝนออกมา
แม้จะเห็นเพียงเลือนราง แต่ก็พอมองออกว่า ร่างของไอ้เสื้อกันฝน... กำลังถูกแขนขาของวิญญาณร้ายตัวนั้นรัดพันไว้แน่นหนา!
แต่ไอ้เสื้อกันฝนกลับไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย!
หากจี้หลี่ไม่สังเกตเห็นว่าแผ่นหลังของเขาดูหนาตึ้บขึ้นกว่าปกติ ก็คงไม่มีใครดูออกว่าแท้จริงแล้วเขาถูกผีสิงร่างไปแล้ว!
"พวกนาย... เป็นอะไรกันน่ะ?"
จนถึงตอนนี้ ไอ้เสื้อกันฝนก็ยังคงไม่รับรู้ถึงความผิดปกติใด ๆ
แต่นาทีนี้ ไม่มีใครสามารถให้คำตอบเขาได้ ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลยว่าเหตุการณ์จะพลิกผันกะทันหันแบบนี้!
ฟางเซิ่นเหยียนถอยหลังกรูดไปครึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ แล้วกระซิบข้างหูจี้หลี่เสียงสั่น
"แย่แล้ว ทางรอดผิดเต็มประตู!"
ไม่ต้องรอให้เขาบอก จี้หลี่กับอวี๋กัวที่เห็นสภาพไอ้เสื้อกันฝนโดนสิงก็ตระหนักได้ในทันที
ไอ้เสื้อกันฝนเองก็โดนวิญญาณร้ายจ้องเล่นงานเหมือนกัน!
เขาไม่ได้พิเศษอะไรเลยสักนิด!
เหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมเต็มหน้าผากของอวี๋กัว ตอนนี้เขาจะยืนอยู่ก็ไม่ได้ จะหนีก็ไม่พ้น การคาดเดาทางรอดที่ผิดพลาดมหันต์ทำเอาสมองของเขาหยุดสั่งการไปชั่วขณะ ทำได้เพียงหันไปมองจี้หลี่เพื่อขอความช่วยเหลือ!
ในเวลาเดียวกัน แม้สีหน้าของจี้หลี่จะยังคงเรียบเฉย แต่ภายในหัวของเขากลับมีพายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำ!
"แม่งเอ๊ย! พวกเราก็เพิ่งบอกไปแท้ ๆ ว่าผีมันไม่มีความรู้สึกที่ซับซ้อน! พวกเราโดนสิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้หลอกตาเข้าเต็มเปา! การที่ไอ้เสื้อกันฝนรอดตายมาได้ตั้งหลายครั้ง มันสร้างภาพลวงตาทำให้พวกเราคิดไปเองว่าหมอนี่มีสถานะพิเศษ! แต่พวกเราดันลืมไปสนิท ว่าเขาเองก็เป็นพนักงานเหมือนกัน! จะพิเศษไปกว่าคนอื่นได้สักแค่ไหนเชียววะ!"
บุคลิกที่สองสบถอย่างเกรี้ยวกราดจนแทบจะคลุ้มคลั่ง บางทีในมุมมองของมัน โอกาสที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะในตอนนี้... คงลดฮวบลงจนแทบไม่เหลือแล้ว…