- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด
ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด
ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด
ความจริงแล้ว แผนการก่อนหน้านี้ของจี้หลี่เรียกได้ว่าคิดมาอย่างแยบยล ฟังดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเฉาหยวนในสถานการณ์ตอนนี้
อวี๋กัวกับฟางเซิ่นเหยียนต่างก็เห็นพ้องกับแผนนี้ ทว่าแต่เดิมพวกเขาคิดแค่ว่าจี้หลี่จะใช้เฉาหยวนเป็นหมากเพื่อหยั่งเชิงหา 'ทางรอด' เท่านั้น
แต่พอได้ยินคำพูดอันแสนเย็นชาของจี้หลี่เมื่อครู่ พวกเขากลับรู้สึกใจหายวาบ
อวี๋กัวขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองจี้หลี่พลางเอ่ยถาม "นายยังมีแผนซ้อนแผนอยู่อีกเหรอ"
จี้หลี่ยืนหันหลังให้หน้าต่าง สองมือไพล่หลัง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว
"สิ่งที่ฉันพูดออกไป ล้วนเป็นความจริงทั้งหมด ไอ้เสื้อกันฝนมีความพิเศษอยู่ในตัวจริง ๆ และฉันก็คาดเดาว่าการไปอยู่ข้างกายเขา คือวิธีหลบเลี่ยงการโจมตีจากวิญญาณร้าย แต่ทว่า... การลงมือของเฉาหยวน จะทำให้พวกเราได้รับสองคำตอบ กับอีกหนึ่งโอกาส!"
ฟางเซิ่นเหยียนดันกรอบแว่นตาตามความเคยชิน ตอนนี้เขาเริ่มจะตามความคิดของจี้หลี่ไม่ทันเสียแล้ว "คำตอบอะไร แล้วโอกาสอะไร"
"ข้อแรก เขาจะช่วยพิสูจน์ให้เราเห็นว่า หากออกไปพ้นเขตพื้นที่ภารกิจห้อง 701 ตามที่ระบุในอีเมลแล้ว จะต้องตายหรือไม่ ถ้าเขาไม่ถูกไฟปริศนาแผดเผาจนตายในทันที พวกเราก็จะสามารถหนีออกจากห้อง 701 เพื่อตามหาไอ้เสื้อกันฝนที่กำลังบาดเจ็บสาหัสอยู่ตรงโถงทางเดินได้ ข้อสอง ถ้าข้อแรกเป็นจริง เฉาหยวนก็จะเข้าใกล้ 'ทางรอด' มากที่สุด! แต่ลองคิดดูสิ... ถ้านายเป็นวิญญาณร้าย แล้วเห็นคนเป็นที่กำลังบาดเจ็บ เดินเหินเชื่องช้า และอยู่ห่างจากทางรอดเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด... นายจะทำยังไง"
น้ำเสียงของจี้หลี่แผ่วเบา มันลอยละล่องไปตามสายลมจนเข้าหูของฟางเซิ่นเหยียน ทำเอาหัวคิ้วของเขาเลิกขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหลุดปากพึมพำออกมา
"ผี... มันจะยอมทำทุกวิถีทาง เพื่อไล่ล่าและฆ่าเขาให้ได้ในเวลาอันสั้นที่สุด!"
ใบหน้าของจี้หลี่ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ทว่าร่างกายกลับเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า
"ถูกต้อง! เฉาหยวนไม่มีทางไปถึงทางรอดได้หรอก! ประโยชน์ของเขา นอกจากจะช่วยพิสูจน์ความกำกวมของขอบเขตพื้นที่ทำภารกิจแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ… การเข้าไปใกล้ทางรอด เพื่อเป็นเป้าล่อรับการโจมตีอย่างหนักหน่วงจากผีแทนพวกเรา! ในช่วงเวลาสุดท้าย... ใครอยู่ใกล้ทางรอดมากที่สุด คนนั้นก็จะต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงที่สุดจากวิญญาณร้าย!"
แม้แต่คนเลือดเย็นอย่างฟางเซิ่นเหยียน พอได้ยินแผนการที่โหดร้ายฝังรากลึก อำมหิตสุดขั้ว แต่กลับรัดกุมไร้ช่องโหว่และคำนวณทุกสิ่งไว้หมดแล้วของจี้หลี่ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลังวาบ
"ส่วนพวกเรา... ก็จะได้รับโอกาสที่แลกมาด้วยชีวิตของเฉาหยวน เพื่อหลบหนีจากการโจมตีของผี แล้วไปรวมกลุ่มกับไอ้เสื้อกันฝนไงล่ะ!"
จี้หลี่เดินนำหน้า เขาอยู่ห่างจากเฉาหยวนที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพียงไม่กี่ก้าว ท่าทางราวกับพร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไปได้ทุกเมื่อ
ฟางเซิ่นเหยียนมองแผ่นหลังที่ดูผอมบางของจี้หลี่ ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ "จี้หลี่... ผู้จัดการ นายนี่มันเลือดเย็นกว่าฉันเสียอีก..."
ได้ยินดังนั้น จี้หลี่ก็หันขวับกลับมาสบตาด้วยแววตาลึกซึ้ง "พวกเรา... มันก็เป็นคนประเภทเดียวกันนั่นแหละ"
อวี๋กัวกำหมัดแน่นแล้วคลายออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงตั้งแต่ตอนที่ฟางเซิ่นเหยียนลงมือกับเฉาหยวน เขาก็พอจะสังหรณ์ใจถึงจุดจบของเด็กหนุ่มคนนี้ได้แล้ว
แต่ในตอนนั้นเขาไม่ได้ห้ามปราม บางทีส่วนลึกในจิตใจของเขา อาจจะเริ่มปรับเปลี่ยนความคิดไปแล้วเช่นกัน
หากอยากจะเอาชีวิตรอดในขุมนรกแห่งนี้ ก็จำต้องละทิ้งบางสิ่งบางอย่างไป มันอาจจะเป็นเรื่องผิด... แต่เขาไม่มีทางเลือก!
ทางด้านเฉาหยวนที่ยืนเผชิญหน้ากับบานประตูสีดำทะมึน ตอนนี้ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นพั่บและอ่อนปวกเปียก
แม้ก่อนหน้านี้จะรวบรวมความกล้ามาเต็มเปี่ยม และเข้าใจดีว่าการลงมือในครั้งนี้คือกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอด ซึ่งต้องใช้ทั้งความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวแบบยอมแลกด้วยชีวิต
แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ เฉาหยวนก็ยังคงเป็นแค่คนธรรมดาที่สภาพจิตใจไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก
น่องของเขาสั่นระริก สมองเริ่มมึนเบลอ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับลูกบิดประตู แต่ก็ชะงักแล้วปล่อยมือลงแทบจะทันที
ในวินาทีที่ผลักประตูออกไป เขาไม่แน่ใจเลยว่าผีผู้หญิงหน้าตาสยดสยองตัวนั้น... จะยืนดักรออยู่ตรงหน้าเขาหรือไม่!
"เลิกลังเลได้แล้ว! จะรอให้มันเป็นฝ่ายมาหานายเองหรือไง!"
คำพูดอันแสนเย็นชาของจี้หลี่ดังก้องอยู่ข้างหูเฉาหยวน ยิ่งทำให้เส้นประสาทของเขาตึงเครียดหนักขึ้นไปอีก
ทว่าพอฝ่ามือสัมผัสโดนบานประตูที่เย็นเฉียบ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ ใบหน้ายิ่งซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ร่างกายสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
จี้หลี่หรี่ตาแคบลง เขากังวลว่าหากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป อาจเป็นการกระตุ้นให้วิญญาณร้ายชิงลงมือก่อน!
หากปล่อยให้เฉาหยวนตายอยู่ในห้อง 701 แผนการทั้งหมดที่วางไว้ก็เป็นอันพังพินาศ!
คิดได้ดังนั้น เขาก็พุ่งพรวดเข้าไปหาเฉาหยวน กระชากปลดล็อกประตู จับร่างของเด็กหนุ่มไว้แน่น แล้วเหวี่ยงกระแทกออกไปนอกประตูอย่างแรง!
"ปัง!"
เฉาหยวนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูก "การลอบจู่โจม" กะทันหันของจี้หลี่ จนร่างกระแทกทะลุบานประตูออกไปอย่างจัง!
ร่างกายเสียการทรงตัว ครั้นพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของเขาก็กลิ้งหลุน ๆ ออกมาล้มลุกคลุกคลานอยู่ตรงโถงทางเดินชั้นเจ็ดเป็นที่เรียบร้อย
เฉาหยวนร้องเสียงหลง ไม่สนอาการจุกเสียดที่หน้าอก รีบตะเกียกตะกายลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น
เขายืนตระหง่านอยู่กลางโถงทางเดิน แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กกระทบลงบนร่าง เส้นประสาทตึงเครียดจนถึงขีดสุด สองมือลูบคลำสำรวจตามร่างกายอย่างลนลาน
"ไม่เป็นไร! ฉันยังไม่ตาย!"
เฉาหยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด เขาหลุดพ้นจากอาณาเขตของห้อง 701 อย่างสมบูรณ์แล้ว ทว่ากลับไม่ได้ถูกแผดเผาจนตายเพราะฝ่าฝืนกฎของโรงแรม!
เขาหันขวับกลับไปมองจี้หลี่ ฟางเซิ่นเหยียน และอวี๋กัวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้อง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนประหลาดใจ
"เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย พี่จี้ ข้อสันนิษฐานของพี่ถูกต้อง! ผมยังไม่ตาย ไม่ได้โดนไฟคลอกตายเพราะหนีออกจากพื้นที่ทำภารกิจ!"
ใบหน้าของเฉาหยวนอาบไล้ไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ในเวลาเพียงชั่วพริบตา อารมณ์ของเขาก็พลิกผันขึ้นลงอย่างรุนแรง
"ทางรอด... ทางรอด!"
หลังจากยืนนิ่งอยู่กับที่ได้เพียง 2 วินาที เขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า หน้าที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการตามหาไอ้เสื้อกันฝนที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกนี้ให้เจอ!
ปฏิกิริยาทั้งหมดของเฉาหยวน ล้วนตกอยู่ในสายตาของทั้งสามคนที่อยู่หลังบานประตู
จี้หลี่ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เขาเพียงแค่จ้องมองเด็กหนุ่มนิ่ง ๆ ทว่าสายตากลับค่อย ๆ เลื่อนเลยขึ้นไป... ด้านหลังของเฉาหยวน
รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเฉาหยวน แต่ทว่าวินาทีต่อมา จู่ ๆ เขากลับได้กลิ่นคาวเลือด... กลิ่นเหม็นเน่าสยดสยองที่โชยเตะจมูก
เขารู้สึกคันยุบยิบบริเวณหลังคอขึ้นมากะทันหัน จึงยกมือขึ้นคลำไปด้านหลังด้วยความสงสัย
และสัมผัสที่ปลายนิ้วได้รับ... คือเส้นผมดกหนาเป็นกระจุก…
ร่างกายของเฉาหยวนแข็งทื่อไปในฉับพลัน ราวกับถูกมนตร์สะกดตอกตรึงเอาไว้ ร่างทั้งร่างยืนทื่ออยู่กับที่
ศีรษะของเขาค่อย ๆ หันกลับไปด้านหลังทีละนิด ดวงตาเบิกโพลงถลนแทบหลุดจากเบ้า…
"อ๊ากกก!!!"
ในที่สุดเขาก็มองเห็น... ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหลังตัวเองคืออะไร!
นั่นคือใบหน้าที่บวมอืดจนถึงขีดสุด สภาพศพปริแตกเน่าเฟะอย่างน่าสะพรึงกลัว เส้นผมสีดำสนิทที่ดกหนาราวกับก้อนสำลีสกปรก กำลังโอบรัดกลืนกินท้ายทอยของเขาไว้อย่างมิดชิด!
ในระยะประชิดขนาดนี้ เครื่องหน้าของเฉาหยวนบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความหวาดผวาสุดขีด!
นอกจากการกรีดร้องโหยหวนแล้ว เขาก็ไม่มีโอกาสทำอะไรได้อีกเลย!
"กร๊อบ!"
กระดูกขาทั้งสองข้างถูกหักสะบั้นและบดขยี้จนแหลกละเอียดในชั่วพริบตา แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น วินาทีต่อมา เขาก็สัมผัสได้ว่ากระดูกทั่วทั้งร่างกำลังถูกป่นปี้ให้แหลกสลายอย่างรวดเร็ว
กระบวนการนี้ฟังดูเหมือนเชื่องช้า ทว่าความจริงแล้วมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น!
และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง จี้หลี่ที่ยืนรอคอยท่าอยู่ในห้องมาเนิ่นนาน นัยน์ตาก็สาดประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที!
เขาดึงบานประตูไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อาศัยแรงส่งพุ่งพรวดออกไปราวกับลูกธนู หน้าห้อง 702 มีกองเลือดสาดกระเซ็น ลากยาวเป็นทางลงไปถึงชั้นล่าง
การตามหาตัวไอ้เสื้อกันฝนไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตาของเขาถูกอวี๋กัวแทงจนบาดเจ็บสาหัส ขอแค่ตามรอยเลือดพวกนี้ไป ก็สามารถหาตัวเขาเจอได้ในเวลาอันสั้น!
จี้หลี่วิ่งโฉบผ่านร่างของเฉาหยวนและวิญญาณร้ายไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองคนที่กำลังจะตายเลยแม้แต่น้อย
ตามติดมาด้วยฟางเซิ่นเหยียน และปิดท้ายด้วยอวี๋กัว
อวี๋กัวเหลือบมองเฉาหยวนที่ยังไม่สิ้นลมหายใจอย่างเวทนาเป็นครั้งสุดท้าย ลอบถอนหายใจในใจ ก่อนจะวิ่งตามลงไปชั้นล่าง
เลือดสด ๆ ที่พุ่งกระอักออกจากปากของเฉาหยวน ย้อมใบหน้าของเขาจนแดงฉาน
นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้าง มองดูเงาร่างทั้งสามวิ่งผ่านเขาไปทีละคน ๆ... โดยที่ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลยสักคน
"จี้หลี่... จี้หลี่..."