เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด

ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด

ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด


ความจริงแล้ว แผนการก่อนหน้านี้ของจี้หลี่เรียกได้ว่าคิดมาอย่างแยบยล ฟังดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเฉาหยวนในสถานการณ์ตอนนี้

อวี๋กัวกับฟางเซิ่นเหยียนต่างก็เห็นพ้องกับแผนนี้ ทว่าแต่เดิมพวกเขาคิดแค่ว่าจี้หลี่จะใช้เฉาหยวนเป็นหมากเพื่อหยั่งเชิงหา 'ทางรอด' เท่านั้น

แต่พอได้ยินคำพูดอันแสนเย็นชาของจี้หลี่เมื่อครู่ พวกเขากลับรู้สึกใจหายวาบ

อวี๋กัวขมวดคิ้วมุ่น ปรายตามองจี้หลี่พลางเอ่ยถาม "นายยังมีแผนซ้อนแผนอยู่อีกเหรอ"

จี้หลี่ยืนหันหลังให้หน้าต่าง สองมือไพล่หลัง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว

"สิ่งที่ฉันพูดออกไป ล้วนเป็นความจริงทั้งหมด ไอ้เสื้อกันฝนมีความพิเศษอยู่ในตัวจริง ๆ และฉันก็คาดเดาว่าการไปอยู่ข้างกายเขา คือวิธีหลบเลี่ยงการโจมตีจากวิญญาณร้าย แต่ทว่า... การลงมือของเฉาหยวน จะทำให้พวกเราได้รับสองคำตอบ กับอีกหนึ่งโอกาส!"

ฟางเซิ่นเหยียนดันกรอบแว่นตาตามความเคยชิน ตอนนี้เขาเริ่มจะตามความคิดของจี้หลี่ไม่ทันเสียแล้ว "คำตอบอะไร แล้วโอกาสอะไร"

"ข้อแรก เขาจะช่วยพิสูจน์ให้เราเห็นว่า หากออกไปพ้นเขตพื้นที่ภารกิจห้อง 701 ตามที่ระบุในอีเมลแล้ว จะต้องตายหรือไม่ ถ้าเขาไม่ถูกไฟปริศนาแผดเผาจนตายในทันที พวกเราก็จะสามารถหนีออกจากห้อง 701 เพื่อตามหาไอ้เสื้อกันฝนที่กำลังบาดเจ็บสาหัสอยู่ตรงโถงทางเดินได้ ข้อสอง ถ้าข้อแรกเป็นจริง เฉาหยวนก็จะเข้าใกล้ 'ทางรอด' มากที่สุด! แต่ลองคิดดูสิ... ถ้านายเป็นวิญญาณร้าย แล้วเห็นคนเป็นที่กำลังบาดเจ็บ เดินเหินเชื่องช้า และอยู่ห่างจากทางรอดเพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปด... นายจะทำยังไง"

น้ำเสียงของจี้หลี่แผ่วเบา มันลอยละล่องไปตามสายลมจนเข้าหูของฟางเซิ่นเหยียน ทำเอาหัวคิ้วของเขาเลิกขึ้นด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหลุดปากพึมพำออกมา

"ผี... มันจะยอมทำทุกวิถีทาง เพื่อไล่ล่าและฆ่าเขาให้ได้ในเวลาอันสั้นที่สุด!"

ใบหน้าของจี้หลี่ไร้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ ทว่าร่างกายกลับเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า

"ถูกต้อง! เฉาหยวนไม่มีทางไปถึงทางรอดได้หรอก! ประโยชน์ของเขา นอกจากจะช่วยพิสูจน์ความกำกวมของขอบเขตพื้นที่ทำภารกิจแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ… การเข้าไปใกล้ทางรอด เพื่อเป็นเป้าล่อรับการโจมตีอย่างหนักหน่วงจากผีแทนพวกเรา! ในช่วงเวลาสุดท้าย... ใครอยู่ใกล้ทางรอดมากที่สุด คนนั้นก็จะต้องเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงที่สุดจากวิญญาณร้าย!"

แม้แต่คนเลือดเย็นอย่างฟางเซิ่นเหยียน พอได้ยินแผนการที่โหดร้ายฝังรากลึก อำมหิตสุดขั้ว แต่กลับรัดกุมไร้ช่องโหว่และคำนวณทุกสิ่งไว้หมดแล้วของจี้หลี่ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลังวาบ

"ส่วนพวกเรา... ก็จะได้รับโอกาสที่แลกมาด้วยชีวิตของเฉาหยวน เพื่อหลบหนีจากการโจมตีของผี แล้วไปรวมกลุ่มกับไอ้เสื้อกันฝนไงล่ะ!"

จี้หลี่เดินนำหน้า เขาอยู่ห่างจากเฉาหยวนที่หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพียงไม่กี่ก้าว ท่าทางราวกับพร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไปได้ทุกเมื่อ

ฟางเซิ่นเหยียนมองแผ่นหลังที่ดูผอมบางของจี้หลี่ ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ "จี้หลี่... ผู้จัดการ นายนี่มันเลือดเย็นกว่าฉันเสียอีก..."

ได้ยินดังนั้น จี้หลี่ก็หันขวับกลับมาสบตาด้วยแววตาลึกซึ้ง "พวกเรา... มันก็เป็นคนประเภทเดียวกันนั่นแหละ"

อวี๋กัวกำหมัดแน่นแล้วคลายออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความจริงตั้งแต่ตอนที่ฟางเซิ่นเหยียนลงมือกับเฉาหยวน เขาก็พอจะสังหรณ์ใจถึงจุดจบของเด็กหนุ่มคนนี้ได้แล้ว

แต่ในตอนนั้นเขาไม่ได้ห้ามปราม บางทีส่วนลึกในจิตใจของเขา อาจจะเริ่มปรับเปลี่ยนความคิดไปแล้วเช่นกัน

หากอยากจะเอาชีวิตรอดในขุมนรกแห่งนี้ ก็จำต้องละทิ้งบางสิ่งบางอย่างไป มันอาจจะเป็นเรื่องผิด... แต่เขาไม่มีทางเลือก!

ทางด้านเฉาหยวนที่ยืนเผชิญหน้ากับบานประตูสีดำทะมึน ตอนนี้ขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นพั่บและอ่อนปวกเปียก

แม้ก่อนหน้านี้จะรวบรวมความกล้ามาเต็มเปี่ยม และเข้าใจดีว่าการลงมือในครั้งนี้คือกุญแจสำคัญในการเอาชีวิตรอด ซึ่งต้องใช้ทั้งความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยวแบบยอมแลกด้วยชีวิต

แต่พอถึงเวลาเข้าจริง ๆ เฉาหยวนก็ยังคงเป็นแค่คนธรรมดาที่สภาพจิตใจไม่ได้แข็งแกร่งอะไรนัก

น่องของเขาสั่นระริก สมองเริ่มมึนเบลอ มือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับลูกบิดประตู แต่ก็ชะงักแล้วปล่อยมือลงแทบจะทันที

ในวินาทีที่ผลักประตูออกไป เขาไม่แน่ใจเลยว่าผีผู้หญิงหน้าตาสยดสยองตัวนั้น... จะยืนดักรออยู่ตรงหน้าเขาหรือไม่!

"เลิกลังเลได้แล้ว! จะรอให้มันเป็นฝ่ายมาหานายเองหรือไง!"

คำพูดอันแสนเย็นชาของจี้หลี่ดังก้องอยู่ข้างหูเฉาหยวน ยิ่งทำให้เส้นประสาทของเขาตึงเครียดหนักขึ้นไปอีก

ทว่าพอฝ่ามือสัมผัสโดนบานประตูที่เย็นเฉียบ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ ใบหน้ายิ่งซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ร่างกายสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด

จี้หลี่หรี่ตาแคบลง เขากังวลว่าหากปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไป อาจเป็นการกระตุ้นให้วิญญาณร้ายชิงลงมือก่อน!

หากปล่อยให้เฉาหยวนตายอยู่ในห้อง 701 แผนการทั้งหมดที่วางไว้ก็เป็นอันพังพินาศ!

คิดได้ดังนั้น เขาก็พุ่งพรวดเข้าไปหาเฉาหยวน กระชากปลดล็อกประตู จับร่างของเด็กหนุ่มไว้แน่น แล้วเหวี่ยงกระแทกออกไปนอกประตูอย่างแรง!

"ปัง!"

เฉาหยวนยังไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ถูก "การลอบจู่โจม" กะทันหันของจี้หลี่ จนร่างกระแทกทะลุบานประตูออกไปอย่างจัง!

ร่างกายเสียการทรงตัว ครั้นพอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของเขาก็กลิ้งหลุน ๆ ออกมาล้มลุกคลุกคลานอยู่ตรงโถงทางเดินชั้นเจ็ดเป็นที่เรียบร้อย

เฉาหยวนร้องเสียงหลง ไม่สนอาการจุกเสียดที่หน้าอก รีบตะเกียกตะกายลุกพรวดขึ้นมาจากพื้น

เขายืนตระหง่านอยู่กลางโถงทางเดิน แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กกระทบลงบนร่าง เส้นประสาทตึงเครียดจนถึงขีดสุด สองมือลูบคลำสำรวจตามร่างกายอย่างลนลาน

"ไม่เป็นไร! ฉันยังไม่ตาย!"

เฉาหยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมปรี๊ด เขาหลุดพ้นจากอาณาเขตของห้อง 701 อย่างสมบูรณ์แล้ว ทว่ากลับไม่ได้ถูกแผดเผาจนตายเพราะฝ่าฝืนกฎของโรงแรม!

เขาหันขวับกลับไปมองจี้หลี่ ฟางเซิ่นเหยียน และอวี๋กัวที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ในห้อง สีหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนประหลาดใจ

"เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย พี่จี้ ข้อสันนิษฐานของพี่ถูกต้อง! ผมยังไม่ตาย ไม่ได้โดนไฟคลอกตายเพราะหนีออกจากพื้นที่ทำภารกิจ!"

ใบหน้าของเฉาหยวนอาบไล้ไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ ในเวลาเพียงชั่วพริบตา อารมณ์ของเขาก็พลิกผันขึ้นลงอย่างรุนแรง

"ทางรอด... ทางรอด!"

หลังจากยืนนิ่งอยู่กับที่ได้เพียง 2 วินาที เขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า หน้าที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการตามหาไอ้เสื้อกันฝนที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกนี้ให้เจอ!

ปฏิกิริยาทั้งหมดของเฉาหยวน ล้วนตกอยู่ในสายตาของทั้งสามคนที่อยู่หลังบานประตู

จี้หลี่ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่ครึ่งคำ เขาเพียงแค่จ้องมองเด็กหนุ่มนิ่ง ๆ ทว่าสายตากลับค่อย ๆ เลื่อนเลยขึ้นไป... ด้านหลังของเฉาหยวน

รอยยิ้มยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเฉาหยวน แต่ทว่าวินาทีต่อมา จู่ ๆ เขากลับได้กลิ่นคาวเลือด... กลิ่นเหม็นเน่าสยดสยองที่โชยเตะจมูก

เขารู้สึกคันยุบยิบบริเวณหลังคอขึ้นมากะทันหัน จึงยกมือขึ้นคลำไปด้านหลังด้วยความสงสัย

และสัมผัสที่ปลายนิ้วได้รับ... คือเส้นผมดกหนาเป็นกระจุก…

ร่างกายของเฉาหยวนแข็งทื่อไปในฉับพลัน ราวกับถูกมนตร์สะกดตอกตรึงเอาไว้ ร่างทั้งร่างยืนทื่ออยู่กับที่

ศีรษะของเขาค่อย ๆ หันกลับไปด้านหลังทีละนิด ดวงตาเบิกโพลงถลนแทบหลุดจากเบ้า…

"อ๊ากกก!!!"

ในที่สุดเขาก็มองเห็น... ว่าสิ่งที่อยู่ข้างหลังตัวเองคืออะไร!

นั่นคือใบหน้าที่บวมอืดจนถึงขีดสุด สภาพศพปริแตกเน่าเฟะอย่างน่าสะพรึงกลัว เส้นผมสีดำสนิทที่ดกหนาราวกับก้อนสำลีสกปรก กำลังโอบรัดกลืนกินท้ายทอยของเขาไว้อย่างมิดชิด!

ในระยะประชิดขนาดนี้ เครื่องหน้าของเฉาหยวนบิดเบี้ยวเหยเกเพราะความหวาดผวาสุดขีด!

นอกจากการกรีดร้องโหยหวนแล้ว เขาก็ไม่มีโอกาสทำอะไรได้อีกเลย!

"กร๊อบ!"

กระดูกขาทั้งสองข้างถูกหักสะบั้นและบดขยี้จนแหลกละเอียดในชั่วพริบตา แต่นั่นเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น วินาทีต่อมา เขาก็สัมผัสได้ว่ากระดูกทั่วทั้งร่างกำลังถูกป่นปี้ให้แหลกสลายอย่างรวดเร็ว

กระบวนการนี้ฟังดูเหมือนเชื่องช้า ทว่าความจริงแล้วมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น!

และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง จี้หลี่ที่ยืนรอคอยท่าอยู่ในห้องมาเนิ่นนาน นัยน์ตาก็สาดประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที!

เขาดึงบานประตูไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง อาศัยแรงส่งพุ่งพรวดออกไปราวกับลูกธนู หน้าห้อง 702 มีกองเลือดสาดกระเซ็น ลากยาวเป็นทางลงไปถึงชั้นล่าง

การตามหาตัวไอ้เสื้อกันฝนไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตาของเขาถูกอวี๋กัวแทงจนบาดเจ็บสาหัส ขอแค่ตามรอยเลือดพวกนี้ไป ก็สามารถหาตัวเขาเจอได้ในเวลาอันสั้น!

จี้หลี่วิ่งโฉบผ่านร่างของเฉาหยวนและวิญญาณร้ายไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองคนที่กำลังจะตายเลยแม้แต่น้อย

ตามติดมาด้วยฟางเซิ่นเหยียน และปิดท้ายด้วยอวี๋กัว

อวี๋กัวเหลือบมองเฉาหยวนที่ยังไม่สิ้นลมหายใจอย่างเวทนาเป็นครั้งสุดท้าย ลอบถอนหายใจในใจ ก่อนจะวิ่งตามลงไปชั้นล่าง

เลือดสด ๆ ที่พุ่งกระอักออกจากปากของเฉาหยวน ย้อมใบหน้าของเขาจนแดงฉาน

นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้าง มองดูเงาร่างทั้งสามวิ่งผ่านเขาไปทีละคน ๆ... โดยที่ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลยสักคน

"จี้หลี่... จี้หลี่..."

จบบทที่ ตอนที่ 17 พิสูจน์ทางรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว