- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 8 บานประตูสองบาน
ตอนที่ 8 บานประตูสองบาน
ตอนที่ 8 บานประตูสองบาน
"301" นี่คือห้องพักของจี้หลี่
ชั้นสองเป็นที่อยู่ของพวกวิญญาณร้าย ส่วนชั้นสามเป็นที่พักของพนักงาน ในฐานะผู้จัดการชั่วคราว ห้องของเขาจึงอยู่หน้าสุด
เวลานี้ กระเป๋าสะพายสีดำที่บรรจุอุปกรณ์จำเป็นถูกวางทิ้งไว้อย่างเงียบงันบนเก้าอี้ ใบหน้าซีดเซียวไม่เคยเปลี่ยนของจี้หลี่หันออกไปทางขอบหน้าต่าง อันที่จริงเขาเป็นคนหน้าตาดี คิ้วเข้มดุจกระบี่ ดวงตาเปล่งประกาย แฝงไว้ด้วยความอ้างว้างอันเป็นเอกลักษณ์ น่าเสียดายที่ใบหน้านั้นกลับถูกความหม่นหมองปกคลุมจนมิด ความซีดเผือดขั้นสุดทำให้เขาดูน่ากลัวอยู่บ้าง
"ใกล้ถึงเวลาแล้ว คราวนี้มีพนักงานใหม่มาช่วย คงไม่ซ้ำรอยเดิมหรอก" น้ำเสียงเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ของบุคลิกที่สามดังก้องอยู่ในหัวของเขา
แต่แล้วเสียงนั้นก็ถูกกลบด้วยนิสัยเกรี้ยวกราดของบุคลิกที่สองทันที
"บ้าเอ๊ยเทียนไห่! ไม่ปล่อยให้พักให้ผ่อนเลย เพิ่งจะได้หลับสบายๆ ก็ส่งภารกิจมาอีกแล้ว นี่มันกะจะเอาชีวิตกันชัดๆ!"
จี้หลี่ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงแค่ก้มดูนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะหันหลังกลับไปคว้ากระเป๋าสีดำแล้วเดินออกจากห้องอย่างเด็ดขาด
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!
จี้หลี่ยืนอยู่บนทางเดินที่ไร้ผู้คนและสรรพเสียง เขานำโทรศัพท์ที่โรงแรมแจกให้ออกมาเคาะกับกำแพง กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังกังวานในสถานที่และเวลานี้
เมื่อได้ยินเสียงเรียก ประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออกเป็นบานแรก ราวกับรอคอยมานานแล้ว
ร่างในชุดสูทคอจีนอันเป็นเอกลักษณ์ของฟางเซิ่นเหยียนก้าวออกมา เขาไม่ปริปากพูด เพียงแค่มองสบตากับจี้หลี่ผ่านความว่างเปล่า
"สวัสดีครับพี่น้อง! ผมอวี๋คนกล้ามาแล้วครับ! ก่อนหน้านี้ไลฟ์สดล่าท้าผีทีไรล่มทุกที แต่คราวนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว! เตรียมส่งจรวดส่งเรือสำราญมาให้พร้อมเลยนะ งานนี้พวกคุณกระเป๋าฉีกแน่!"
ยังไม่ทันเห็นตัวก็ได้ยินเสียงมาก่อน อวี๋กัวเป็นพนักงานใหม่ที่ต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง เขาดูจะเป็นพวกประสาทสัมผัสตายด้านไปหน่อย ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขายังอุตส่าห์เปิดไลฟ์สด จี้หลี่เองก็ตัดสินไม่ถูกว่าการมีผู้ชายคนนี้มาร่วมทีม จะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่
สองคนสุดท้ายที่เดินตัวสั่นงันงกออกจากห้องคือติงเมี่ยวซินกับเฉาหยวน อาการของสองคนนี้ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นปฏิกิริยาของคนปกติ
แต่ละคนใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เวลาเพียงชั่วบ่ายกลับบีบคั้นและทรมานราวกับตกอยู่ในนรก นับตั้งแต่ได้รับอีเมลจากเทียนไห่ พวกเขาพยายามไปหาจี้หลี่อยู่หลายครั้ง แต่ก็ต้องกลับออกมาด้วยความผิดหวัง สำหรับพวกเขาแล้ว... ภารกิจครั้งนี้คงไม่ต่างอะไรกับการก้าวเดินสู่แดนประหารที่ไม่มีวันได้หวนกลับมา
ดวงตาของติงเมี่ยวซินแดงก่ำ เฉาหยวนคอยประคองเธอไว้ พนักงานใหม่ที่อ่อนแอที่สุดสองคนจับกลุ่มพึ่งพากัน จี้หลี่เพียงแค่ปรายตามองแล้วละสายตากลับมา เขาไม่พูดอะไรเพิ่มเติม หันหลังเดินตรงไปยังโถงล็อบบี้ของโรงแรมทันที
ชั้นสองยังคงเงียบสงัด สภาพการณ์นี้ทำให้จี้หลี่ขมวดคิ้ว เขาหยุดยืนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าและเลิกสนใจ ปกติแล้วเวลาพนักงานออกไปทำภารกิจ พวกมันจะไม่หาทางหลบหนี นี่เป็นหนึ่งในกฎแฝงที่อดีตผู้จัดการรุ่นก่อนๆ สรุปเอาไว้
คนห้าคน... ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มใหญ่ แต่ในความเป็นจริงกลับไร้ความสามัคคีเหมือนเม็ดทรายที่กระจัดกระจาย
จี้หลี่ยืนคิดอยู่ริมถนนครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ตัดสินใจไม่แยกคันรถ แต่เหมาจ้างรถตู้หนึ่งคันเพื่อเดินทางไปด้วยกันทั้งหมด
สายลมเย็นยามค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วงพัดโชย วันนี้ถือว่าอากาศดี บนถนนมีผู้คนพลุกพล่าน ภาพเงาเลือนลางของผู้คนเดินผ่านหน้าจี้หลี่ไปอย่างเร่งรีบ
"ลูกฉันเพิ่งจะสี่ขวบเอง พ่อของเขาก็ต้องไปทำงานไกลบ้านตลอด ถ้าครั้งนี้ฉันไม่รอด ฉันก็คงไม่ได้เห็นหน้าพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว" ติงเมี่ยวซินพูดถึงตรงนี้ก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง
เฉาหยวนที่อยู่ข้างๆ คอยปลอบใจเสียงเบา แต่ลำคอของเขาก็เริ่มตีบตันด้วยความสะอื้นเช่นกัน
"พี่จี้หลี่ พวกเราทั้งห้าคนจะรอดกลับมาได้ไหมครับ? ผมกับพี่เมี่ยวซินก็เป็นแค่คนธรรมดา เกิดมาไม่เคยทำเรื่องเลวร้ายอะไร แล้วทำไมพวกเราต้องมารับเคราะห์กรรมพวกนี้ด้วย..."
จี้หลี่ฟังคำพูดของทั้งสองคน แต่สายตายังคงเหม่อมองทิวทัศน์นอกหน้าต่าง
ก่อนหน้านี้ในช่วงบ่าย เขาได้นำเนื้อหาในอีเมลมาเทียบกับของพวกพนักงานใหม่ ทำให้พบว่าเพราะเขาอยู่ในฐานะผู้จัดการชั่วคราว จึงได้รับรู้เรื่อง 'คนมาแทนที่' แต่ข้อมูลภารกิจของคนอื่นๆ กลับไม่ได้ระบุไว้ว่ายังมีคนที่หก รอคอยอยู่ที่สถานที่ทำภารกิจ เฉาหยวนและคนอื่นๆ จึงคิดไปเองว่าภารกิจนี้มีแค่พวกเขาทั้งห้าคนเท่านั้น
จี้หลี่ลอบถอนหายใจ สำหรับความผูกพันในครอบครัว เขาไม่ค่อยเข้าใจมันนัก
เขาสูญเสียความทรงจำทั้งหมด ถึงจะยังรักษาสัญชาตญาณการใช้ชีวิตตามปกติไว้ได้ แต่เรื่องครอบครัวหรือความรู้สึก เขากลับไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมใดๆ ออกมาได้เลย ราวกับว่าเขาเป็นคนที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาบนโลก ความรู้สึกผูกพันตัดไม่ขาดแบบคนปกติ เขาไม่มีมันมาตั้งแต่แรก... และไม่อาจทำความเข้าใจได้
สำหรับคำถามของเฉาหยวน เขาไร้ซึ่งคำตอบ จึงทำเพียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ทำใจให้สงบเถอะ ใกล้จะถึงแล้ว"
ฟางเซิ่นเหยียนนั่งหลังตรงราวกับต้นสนแก่ พอได้ยินคำพูดของจี้หลี่ เขาถึงค่อยหันหน้ามาถามด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ
"นายมั่นใจแค่ไหนว่าพวกเราจะรอดชีวิตไปได้?"
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่เป็นภารกิจแรกหลังจากเลื่อนขั้นเป็นโรงแรมหนึ่งดาว ระดับความยากย่อมเทียบไม่ได้กับเมื่อก่อน ไม่อย่างนั้นพวกนายคงไม่ถูกดึงตัวเข้ามาหรอก"
ฟางเซิ่นเหยียนพยักหน้ารับเงียบๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก
ภายในรถตู้ที่บรรยากาศอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก นอกจากคนขับที่กำลังเช็ดเหงื่อเย็นเยียบแล้ว ก็เหลือเพียงอวี๋กัวคนเดียว... ที่ยังคงพล่ามเรื่องไร้สาระกับ "พี่น้อง" ในไลฟ์สดของเขาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"พี่น้อง! ผมมาถึงแล้ว!"
ยังไม่ทันที่จี้หลี่จะเอ่ยปาก อวี๋กัวก็ชิงกระโดดลงจากรถไปก่อน เขายกมือถือขึ้นสูง ท่าทางไม่สะทกสะท้านกับเรื่องลี้ลับที่กำลังจะต้องเผชิญเลยแม้แต่น้อย
"ทุกคนดูสิครับ นี่คือหมู่บ้านซานเหอแถบชานเมืองฝั่งตะวันออก สภาพเก่าทรุดโทรมจนดูแทบไม่ได้ กะคร่าวๆ น่าจะเป็นตึกเก่าที่สร้างมาเป็นสิบปีแล้ว"
"เป้าหมายของเราคือห้อง 701 ยูนิต 4 ของตึก 2 แต่พอมองจากข้างนอก ตึก 2 ดูจะมีคนอยู่น้อยที่สุด นี่เพิ่งจะ 2 ทุ่มแท้ๆ แต่กลับไม่มีห้องไหนเปิดไฟเลยสักดวง"
"เขาเล่าลือกันว่าห้อง 701 เป็นบ้านผีสิงสุดเฮี้ยน ใครก้าวเข้าไปแล้วไม่มีทางได้รอดกลับมา"
"แต่คราวนี้อวี๋คนกล้าอย่างผมไม่เชื่อหรอกครับ! เพื่อทุกคนแล้วผมยอมแลกด้วยชีวิตเลยนะ พี่น้องช่วยสนับสนุนกันหน่อย เคลียร์ของขวัญในสต็อกส่งมาให้ผมทีนะครับ"
"ท่องสโลแกนของเราเอาไว้: เกิดเป็นลูกผู้ชาย ถ้าอยากได้ดี มันต้องกล้าเดินหน้าลุย!"
"ผมลุยล่ะนะ!"
ติงเมี่ยวซินได้ยินคำพูดไร้สาระของอวี๋กัวก็ตวัดสายตาค้อนขวับ ส่วนเฉาหยวนก็ได้แต่ยกมือเกาหัวแกรกๆ อย่างเก้อเขิน
ตอนแรกจี้หลี่คิดจะห้ามปรามความวุ่นวายของอวี๋กัว แต่เมื่อลองคิดดูอีกที ปล่อยไว้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่นัก อย่างน้อยบรรยากาศที่อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อครู่ ก็ถูกคำพูดไม่กี่ประโยคของเขาปัดเป่าให้ผ่อนคลายลงได้บ้าง
มีเพียงบุคลิกที่สองเท่านั้นที่สบถด่าอย่างไม่สบอารมณ์ในหัวว่า "ไอ้งั่งเอ๊ย!"
"ใกล้ถึงเวลาแล้ว พวกเราไปที่ห้อง 701 กันก่อน"
ขณะเดินไปตามโถงบันไดเก่าที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ จี้หลี่เดินผ่านแผ่นป้ายโฆษณาเล็กๆ ที่สีซีดจาง เขาหยุดชะงักสังเกตการณ์ในแต่ละชั้นอยู่ครู่หนึ่ง
ห้องพักทั้งสองห้องในแต่ละชั้น ดูเหมือนจะมีคนอาศัยอยู่ ถึงขั้นมีถุงขยะวางทิ้งไว้หน้าประตูด้วยซ้ำ
แต่ทำไมตอนมองจากข้างนอก ถึงไม่มีห้องไหนเปิดไฟเลยแม้แต่ดวงเดียว
เสียงฝีเท้าของคนทั้งห้าดังก้องสะท้อนไปมาในพื้นที่แคบๆ ผสมปนเปกับเสียงหอบหายใจที่เริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
จี้หลี่ไม่ได้รู้สึกกังวลอะไรกับการต้องเข้าไปในห้อง 701 เพียงแต่จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เห็นวี่แววของ 'บุคคลที่จะมาแทนที่' ตามที่ระบุไว้ในอีเมลของโรงแรมเลย
'หรือว่า... เขาจะรอพวกเราอยู่ข้างในห้อง?'
เดินไปได้ไม่กี่ก้าว พนักงานทั้งห้าคนก็มาถึงหน้าห้อง 701
เมื่อมองจากภายนอก มันก็แค่ห้องพักธรรมดาๆ ห้องหนึ่ง บนบานประตูยังมีแผ่นป้ายคำกลอนและภาพมงคลปีใหม่แปะเอาไว้ สภาพก็ไม่ได้ดูเก่าทรุดโทรมอะไร
ที่หน้าประตูมีพรมเช็ดเท้าปูไว้ บ่งบอกว่าที่นี่มีคนอาศัยอยู่
จี้หลี่หันไปมองห้อง 702 ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ประตูห้องนั้นปิดสนิท และมีตุ๊กตาหมีสีชมพูแขวนประดับไว้
ดูท่าแล้ว คนที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้ามคงจะเป็นผู้หญิงที่ชอบของน่ารักๆ
จุดนี้ทำให้เขารู้สึกสับสนอยู่บ้าง สถานที่ทำภารกิจคือห้อง 701 แต่สภาพที่เห็นกลับไม่เหมือนบ้านผีสิงเลยสักนิด
ไม่เพียงแต่จะมีคนอาศัยอยู่ แม้แต่เพื่อนบ้านรอบข้างก็ยังมีอยู่ครบ หากเกิดเรื่องลี้ลับขึ้นจริง คนทั้งตึก 2 คงพากันย้ายหนีไปหมดแล้ว
"พวกเรามาถึงที่แล้ว... แล้วจะเข้าไปยังไงล่ะครับ?" เฉาหยวนตัวสั่นงันงก ซ่อนตัวอยู่หลังคนอื่นๆ ก่อนจะชะโงกหน้าออกมาถาม
จี้หลี่ขมวดคิ้วแน่น เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อไป
แต่ฟางเซิ่นเหยียนที่ยืนขนาบข้าง กลับก้มตัวลงไปเลิกพรมเช็ดเท้าขึ้น แล้วหยิบกุญแจทองเหลืองดอกหนึ่งออกมาอย่างน่าประหลาดใจ เขายื่นมันมาตรงหน้าจี้หลี่
จี้หลี่มองชายผู้เงียบขรึมด้วยความตื่นตะลึงและเต็มไปด้วยความสงสัย
"ไม่ต้องมองฉันแบบนั้นหรอก ปกติคนทั่วไปมักจะซ่อนกุญแจสำรองไว้ใต้พรมเช็ดเท้า ฉันก็แค่ลองหาดูเฉยๆ"
จี้หลี่ไม่ค่อยมีประสบการณ์ใช้ชีวิตร่วมกับคนทั่วไปนัก เขาจึงไม่คิดจะซักไซ้เรื่องนี้ต่อ รับกุญแจมาเสียบเข้าที่รูกุญแจ แล้วบิดเบาๆ... เสียงกลไกปลดล็อกดังกริ๊ก ก่อนที่บานประตูจะเปิดออก
เอี๊ยด…
สถานที่ทำภารกิจ แง้มเปิดออกเป็นช่องแคบๆ... รอคอยเพียงให้คนเป็นก้าวเดินเข้าไป
จี้หลี่สูดลมหายใจเข้าลึก ไม่พูดอะไรเพิ่มเติม แล้วก้าวเท้านำเข้าไปเป็นคนแรก
คนอื่นๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะลังเลหรือขัดขืน แต่สุดท้ายทุกคนก็ก้าวเข้ามาในห้องจนครบก่อนเวลาภารกิจจะเริ่มขึ้น
ร่างสูงโปร่งของจี้หลี่ยืนอยู่ตรงหน้าประตู ทอดสายตามองบานประตูที่กำลังค่อยๆ ปิดลงอย่างช้าๆ
ปัง!
ในวินาทีที่ประตูห้อง 701 ปิดสนิท... คนเป็นทุกคนก็ได้เข้าสู่สถานที่ทำภารกิจโดยสมบูรณ์
ทว่าบุคลิกที่สาม กลับเอ่ยประโยคชวนขนลุกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ในจังหวะที่พอดิบพอดี
"ประตูปิดลงแล้ว..."
"แต่ฉันได้ยินเสียงประตูปิด... ดังซ้อนกันสองครั้ง..."