เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ภารกิจเอาชีวิตรอด

ตอนที่ 7 ภารกิจเอาชีวิตรอด

ตอนที่ 7 ภารกิจเอาชีวิตรอด


เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น จี้หลี่มานั่งประจำการอยู่กลางโถงล็อบบี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น

เมื่อคืนเขาแทบไม่ได้หลับได้นอน เอาแต่รวบรวมข้อมูล ทั้งกฎของโรงแรมและรายละเอียดวิญญาณร้ายที่อดีตผู้จัดการรุ่นก่อนๆ ทิ้งไว้ แล้วนำมาจัดพิมพ์เตรียมไว้ห้าชุด

เช้าตื่นมา เขาก็มานั่งหลับตาพิงพนักเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งกลางโถงอย่างสงบ รอคอยการมาเยือนของพนักงานใหม่

"พูดแบบนี้... ก็แปลว่าฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้วสินะ..."

น้ำเสียงปนเศร้าของบุคลิกที่สามดังก้องอยู่ในหัวของจี้หลี่

ส่วนบุคลิกที่สองเงียบกริบไปตลอดทั้งเช้า ดูเหมือนมันจะยังคงหลับใหลอยู่ กลับเป็นบุคลิกที่สามที่คอยพูดคุยเป็นเพื่อนจี้หลี่อยู่นานสองนาน จนในที่สุดเขาก็เริ่มทำใจยอมรับชะตากรรมอันน่าสมเพชนี้ได้

จี้หลี่ยังคงหลับตาพริ้ม ฟังคำรำพึงรำพันของบุคลิกที่สาม ปลายนิ้วของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเสียงแผ่วตอบกลับไป

"พวกเราทุกคน... ไม่มีใครมีทางเลือกทั้งนั้นแหละ..."

วันที่ 22 ตุลาคม 2015 เมื่อเข็มนาฬิกาเดินไปแตะที่เวลา 10 โมงตรงเป๊ะ... ลำแสงประหลาดก็สาดส่องลงมายังใจกลางโถงล็อบบี้!

แสงสีขาวสว่างจ้าทว่าดูลี้ลับ แบ่งแยกพื้นที่ล็อบบี้สีทองอร่ามออกเป็นสองฝั่ง

เมื่อแสงนั้นค่อยๆ จางลง ร่างของคนห้าคนที่ดูตื่นตระหนกและสับสน ก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศบริเวณทางเข้าโรงแรม!

"เชี่ย! เกิดไรขึ้นวะเนี่ย!" ไอ้หนุ่มทรงซกมกทำผมทรงประหลาด แถมเจาะจมูกใส่ห่วง สบถคำหยาบออกมาทันทีพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างเลิ่กลั่ก

ปฏิกิริยาของเขาถือว่ายังปกติ แค่ตกใจงงงวย แต่สองคนที่อยู่ข้างๆ นี่สิ... อาการหนักกว่าเยอะ

หญิงวัยกลางคนที่สวมผ้ากันเปื้อน ในมือยังกำขวดซีอิ๊วแน่น ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น พอเห็นสถานที่แปลกตาไม่คุ้นเคย เธอก็เอาแต่แหกปากร้องกรี๊ดๆ ไม่หยุด

ข้างๆ เธอคือเด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้มที่ดูเหมือนเด็กมัธยมปลาย ถึงจะไม่ได้รู้จักมักจี่กันมาก่อน แต่ตอนนี้ทั้งสองคนกลับเบียดตัวเข้าหากันจนตัวสั่นงันงก เห็นได้ชัดว่ากำลังขวัญผวาจนสติแตก

คนที่ดูจะมีสติสัมปชัญญะที่สุด น่าจะเป็นชายวัยกลางคนผิวขาวซีด ไว้หนวดเคราและสวมแว่นตา

เขาอยู่ในชุดสูทคอจีนสีเทาเข้ม ทันทีที่เห็นสภาพแวดล้อมรอบตัว เขาก็ดันกรอบแว่นสีดำขึ้นตามสัญชาตญาณ ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว... ทว่ากลับไม่แสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ

นัยน์ตาสงบนิ่งที่แฝงประกายแหลมคมคู่นั้น พุ่งเป้าไปที่จี้หลี่ ซึ่งนั่งหลับตานิ่งเป็นท่อนไม้ดายอยู่กลางโถงในทันที

ชายหนุ่มรูปร่างผอมกะหร่องอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับมีปฏิกิริยากล้าหาญกว่านั้นมาก หลังจากยืนเกาหัวแกรกๆ อยู่พักหนึ่ง เหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นได้…

เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า แล้วเริ่มถ่ายคลิปวิดีโอสำรวจโครงสร้างโรงแรมไปทั่ว ปากก็พึมพำงึมงำอะไรอยู่คนเดียวไม่หยุด

หลังจากงุนงงอยู่ชั่วครู่ ไอ้หนุ่มทรงซกมกก็หันขวับมาทางจี้หลี่ แล้วพุ่งเป้าเข้าใส่ทันที

"แกเป็นใครวะ! แกใช่ไหมที่ลากพวกเรามาที่นี่!"

สิ้นคำพูด บรรยากาศรอบด้านก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที สายตาทุกคู่หันขวับไปตามเสียงของชายหนุ่มผอมกะหร่อง จ้องเขม็งไปที่ร่างเดียวที่นั่งโดดเดี่ยวอยู่ท่ามกลางโรงแรมอันวิปริตแห่งนี้

จี้หลี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีเทาหม่นทอดมองไปยังใบหน้าซีดเผือดทั้งห้า ริมฝีปากบนใบหน้าหล่อเหลาที่ซีดเซียว เหยียดยิ้มบางๆ อย่างพึงพอใจ

ทว่าในสายตาของคนพวกนี้... รอยยิ้มนั้นกลับดูวิปริตและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

หญิงสวมผ้ากันเปื้อนลากแขนเด็กมัธยม ถอยกรูดไปจนชิดประตูโรงแรม แล้วเริ่มทุบประตูอย่างบ้าคลั่ง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับจี้หลี่

"แกยิ้มห่าอะไรวะ! ข้าถามไม่ได้ยินหรือไง!" ไอ้หนุ่มทรงซกมกอารมณ์ร้อนเดือดปุดๆ ดูเหมือนเขาจะไม่เห็นหัวจี้หลี่ ชายที่ดูหงอยเหงาและไร้เรี่ยวแรงคนนี้เลยแม้แต่น้อย

เขาพุ่งพรวดเข้ามา คว้าคอเสื้อของจี้หลี่ แล้วใช้กำลังกระชากร่างของจี้หลี่ขึ้นมาอย่างแรง

"ตอบมาเดี๋ยวนี้! เรื่องระยำนี่เป็นฝีมือแกใช่ไหม!"

จี้หลี่ไม่แม้แต่จะปรายตามองหมัดที่เงื้อขึ้นเตรียมจะซัดหน้าเขา สมาธิของเขาพุ่งเป้าไปที่ชายสองคนด้านหลัง ที่มีปฏิกิริยาแตกต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง

"ดูท่า... ในบรรดาเด็กใหม่ห้าคนคราวนี้ จะมีของดีปะปนอยู่ด้วยสินะ"

เมื่อเห็นจี้หลี่เมินเฉยใส่ ไอ้หนุ่มทรงซกมกก็ยิ่งฟิวส์ขาด เขาตะบันหมัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าของจี้หลี่อย่างจัง!

แต่แล้ว... วินาทีต่อมา…

ท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าของไอหนุ่มทรงซกมกก็แดงก่ำ ภายใต้ผิวหนังที่โผล่พ้นเสื้อผ้า... ปรากฏเปลวเพลิงสีแดงฉานปะทุขึ้นมาอย่างผิดธรรมชาติ!

"อ๊ากกก!!!"

ไอ้หนุ่มทรงซกมก... ผู้เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในโรงแรมได้ไม่ถึง 2 นาที... ถูกแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตาทุกคน!

จี้หลี่ยกมือขึ้นลูบแก้มซ้ายที่ยังชาหนึบๆ เบาๆ ก่อนจะฉีกยิ้มเย็นเยียบ แล้วเอ่ยกับสี่คนที่เหลือว่า…

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่... โรงแรมเทียนไห่"

หลังจากเห็นจุดจบอันน่าสยดสยองของไอ้หนุ่มทรงซกมกเป็นตัวอย่าง ทุกคนก็พร้อมใจกันหุบปากเงียบกริบ สงบเสงี่ยมขึ้นมาทันตาเห็น

ในช่วงเวลานั้น จี้หลี่ก็พอจะประเมินสถานการณ์ของคนทั้งสี่ได้คร่าวๆ

เด็กหนุ่มมัธยมปลายชื่อ 'เฉาหยวน' กำลังนั่งเรียนอยู่ดีๆ ก็ถูกดึงตัวเข้ามาในโรงแรมเพื่อเป็นพนักงานคนใหม่

ส่วนหญิงวัยกลางคนสวมผ้ากันเปื้อนคือแม่บ้านชื่อ 'ติงเมี่ยวซิน' เธอเล่าว่ากำลังทำมื้อเที่ยงอยู่ในครัว แล้วก็ถูกส่งตัวมาที่นี่อย่างกะทันหันเช่นกัน

ดูจากสภาพแล้ว สองคนนี้ไม่มีความสามารถพิเศษอะไร แถมยังรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้เชื่องช้ามาก

แต่คนที่ทำให้จี้หลี่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ... คือสองคนที่เหลือ

ชายสวมแว่นตาในชุดสูทคอจีนชื่อ 'ฟางเซิ่นเหยียน' ภายนอกดูธรรมดาไม่มีอะไรสะดุดตา เขาบอกว่าตัวเองเป็นครู

ทว่าจี้หลี่กลับรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เยือกเย็นจนเกินเหตุ ท่าทีที่แสดงออก... จะเรียกว่ามีสติก็คงไม่ใช่ แต่มันดูแข็งทื่อและไร้ชีวิตชีวามากกว่า

ที่สำคัญ... เขาสัมผัสได้ถึง 'กลิ่นอายแห่งความตาย' ที่แผ่ออกมารอบตัวชายคนนี้…

ส่วนชายหนุ่มรูปร่างผอมกะหร่องแต่ใจกล้าคนนั้นชื่อ 'อวี๋กัว'

เขาเป็นสตรีมเมอร์สายลุย อาชีพเก่าคือการตระเวนสำรวจสถานที่สยองขวัญ

มิน่าล่ะ... วินาทีแรกที่เหยียบเข้ามาในโรงแรม เขาถึงควักมือถือออกมาไลฟ์สดทันที

"พ... พวกเราถูกสาปเหรอ?" เฉาหยวนถามเสียงสั่นเครือ ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบยืนไม่อยู่

ติงเมี่ยวซินยิ่งหนักกว่า เธอทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เอาแต่จ้องมองเพดานตาค้างโดยไม่พูดไม่จา

มีเพียงฟางเซิ่นเหยียนและอวี๋กัวเท่านั้นที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ พวกเขาตั้งสติรับฟังสิ่งที่จี้หลี่อธิบายอย่างใจเย็น

จี้หลี่พยักหน้า เขาแจกซองจดหมายในมือให้แต่ละคน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"เรื่องทั้งหมดก็เป็นอย่างที่เล่าไป สิ่งเดียวที่พวกนายทำได้ตอนนี้คือทำใจยอมรับมันซะ แล้วไปศึกษากฎของวิญญาณร้ายในซองนั่นให้ละเอียด ไม่อย่างนั้น... แค่ภารกิจเดียวก็มากพอจะพรากชีวิตพวกนายแล้ว"

คนอื่นๆ ยังมีคำถามอีกเป็นหางว่าว แต่จี้หลี่ก็ตัดบท ไล่พวกเขากลับขึ้นไปบนห้องพักให้หมด

ระหว่างที่กำลังเดินขึ้นบันได จู่ๆ ฟางเซิ่นเหยียนก็ชะงักฝีเท้า เขาหันกลับมามองจี้หลี่แล้วถามขึ้น

"นายคือผู้จัดการของโรงแรมนี้งั้นเหรอ?"

จี้หลี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะตอบเสียงเรียบ "ในตอนนี้... ใช่"

ความวุ่นวายภายในโถงล็อบบี้สงบลงแล้ว หลงเหลือเพียงจี้หลี่กับกองเถ้าถ่านที่เคยเป็นสิ่งมีชีวิต

เขายืนเอามือไพล่หลัง ทอดสายตามองไปกลางโถง ในเมื่อชายหนุ่มทรงผมแปลกตาคนนั้นตายไปแล้ว ตามกฎของโรงแรมเทียนไห่... มันก็ควรจะมีคนถูกส่งมาเติมให้เต็มจำนวนสิ

"ฟางเซิ่นเหยียน... ระมัดระวังคำพูดสมชื่อจริงๆ"

บุคลิกที่สามซึ่งซุ่มเงียบอยู่นาน เอ่ยวิเคราะห์ออกมา และกล่าวเสริมอีกว่า

"ดูออกเลยว่าเขาคนนั้นมีคำถามอัดอั้นอยู่เต็มอก แต่กลับข่มใจไว้ได้ดีเยี่ยม ในบรรดาสี่คนนี้ มีแค่เขาที่มองสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่งที่สุด ดูท่าคงกะจะไปศึกษากฎของโรงแรมกับวิญญาณร้ายให้กระจ่างก่อน ค่อยกลับมาซักไซ้นายทีหลัง"

จี้หลี่พยักหน้าเห็นด้วย "นอกจากเขาแล้ว ฉันว่าอวี๋กัวก็เข้าท่าไม่เบา"

"ตอนที่ชายหนุ่มคนนั้นตาย คนอื่นเอาแต่เบือนหน้าหนีด้วยความกลัว มีแค่เขาที่กล้ายืนจ้องตาไม่กะพริบ แถมพอฉันไม่ยอมอธิบาย เขาก็ไม่เซ้าซี้ถามต่อ"

"เป็นคนใจกล้าแต่รอบคอบ แถมยังรู้จักพลิกแพลงเอาตัวรอดเก่ง"

ทว่ารอแล้วรอเล่า จี้หลี่ก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ

เวลาผ่านไป 10 นาทีแล้วนับตั้งแต่ชายหนุ่มคนนั้นตาย แต่กลับไม่มีวี่แววของ 'คนมาแทนที่' เลยสักนิด... นี่มันขัดกับกฎที่โรงแรมตั้งไว้ชัดๆ

"หรือว่า... ถ้าตายเพราะการเข่นฆ่ากันเองภายในโรงแรม จะไม่เข้าข่ายการเติมคนให้เต็มจำนวน?"

ยังไม่ทันที่เขาจะคิดหาคำตอบ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืดขึ้นมา

จี้หลี่ใจชาวาบ รู้ได้ทันทีว่าภารกิจใหม่มาถึงแล้ว เขารีบล้วงมันขึ้นมาดู

แสงสว่างวาบจากหน้าจอสาดกระทบใบหน้าซีดเผือด ตัวอักษรสีดำบนพื้นหลังสีขาวปรากฏข้อมูลเรียงรายเป็นพรืด

【ถึง: ผู้จัดการชั่วคราวโรงแรมเทียนไห่ สาขาเจ็ด จี้หลี่

โปรดเดินทางไปยังห้อง 701 ยูนิต 4 อาคาร 2 ของหมู่บ้านซานเหอ ในเขตชานเมืองฝั่งตะวันออก ภายในเวลา 2 ทุ่ม ของวันที่ 22 ตุลาคม 2015

จงเอาชีวิตรอดให้ได้จนถึงเวลา 8 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น หากทำสำเร็จ จะถือว่าสิ้นสุดภารกิจและได้รับผู้เข้าพักรายใหม่

บุคคลที่จะมาแทนที่ ได้ไปรออยู่ที่สถานที่ทำภารกิจเรียบร้อยแล้ว โปรดเดินทางไปสมทบ

จาก: เทียนไห่】

จบบทที่ ตอนที่ 7 ภารกิจเอาชีวิตรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว