เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 แดนพักพิง

ตอนที่ 6 แดนพักพิง

ตอนที่ 6 แดนพักพิง


"แกเดินให้มันเร็วหน่อยได้ไหมวะ! มือขาดอีกแล้ว ปวดจะตายห่าอยู่แล้วโว้ย!"

"บุคลิกหลักเคยแขนขาดมาก่อนด้วยเหรอ?"

"เลิกพล่ามสักที! คราวนี้แม่มปวดกว่าคราวที่แล้วอีก!"

จี้หลี่ไม่มีเรี่ยวแรงพอจะไปสนใจเสียงโวยวายของสองบุคลิกในหัวอีกต่อไป ท่อนแขนที่เหลือหนีบกรอบรูปเปล่าบานนั้นไว้แน่น เดินโซซัดโซเซมุ่งหน้าไปยังห้องน้ำสาธารณะเบื้องหน้า

แม้ภารกิจจะจบลงด้วยดี แต่เขาก็หมดสติไปแล้วหนหนึ่ง ถ้าไม่ได้อีกบุคลิกสองแหกปากด่าจนได้สติ ป่านนี้เขาคงนอนเลือดไหลหมดตัวตายไปแล้ว

ปัง!

ชายหนุ่มผู้มีสามเงากระแทกร่างเปิดประตูห้องน้ำสาธารณะ เพียงชั่วพริบตา โลกทั้งใบก็พลิกผัน เขากลับมายืนอยู่ภายในโรงแรมเทียนไห่ สาขาเจ็ดอีกครั้ง

ลมอุ่นๆ พัดโชยมาปัดเป่าความหนาวเหน็บของคืนฤดูใบไม้ร่วง กระแสความร้อนลึกลับแผ่ซ่านครอบคลุมไปทั่วทั้งร่าง โอบอุ้มจี้หลี่ที่ล้มพับกองอยู่บนพื้นเอาไว้

【ขอแสดงความยินดีกับคุณจี้หลี่ ผู้จัดการชั่วคราวโรงแรมเทียนไห่ สาขาเจ็ด ที่ทำภารกิจรับรองผู้เข้าพักสำเร็จและกลับมาอย่างปลอดภัย

สาขาเจ็ดได้รับการเลื่อนระดับจาก 'โรงแรมทั่วไป' เป็น 'โรงแรมหนึ่งดาว' และได้รับสิทธิ์รับพนักงานเพิ่มห้าตำแหน่ง 

ก่อนจะถึงระดับสองดาว โรงแรมจะใช้ระบบ 'ตายหนึ่ง เติมหนึ่ง' เพื่อรักษายอดพนักงานไว้ที่หกคนเป็นมาตรฐาน

พนักงานใหม่จะเดินทางมาถึงโถงล็อบบี้ของโรงแรมในเวลา 10 โมงเช้า วันพรุ่งนี้

คุณจี้หลี่... กรุณาคิดกฎระเบียบที่สมเหตุสมผลไว้หนึ่งข้อก่อนพนักงานใหม่จะมารายงานตัว

ขอให้คุณมีความสุขกับการมีชีวิตรอด】

จี้หลี่ก้มมองข้อมือซ้ายที่ขาดวิ่น เนื้อเยื่อและกระดูกกำลังงอกเงยถักทอขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองเห็นได้ชัด ทว่าเขากลับเมินเฉยต่อภาพอันวิปริตผิดธรรมชาตินี้ สายตาจับจ้องไปที่กรอบรูปเปล่าบานนั้น... นี่คือวิญญาณร้ายที่เขาเพิ่งจะ 'รับรอง' กลับมา

"อูย... อย่าขยับดิวะ... ชาชะมัด คันยุบยิบเลย... ใกล้จะเสร็จแล้ว..."

เสียงพึมพำแปลกๆ ของบุคลิกที่สองดังก้องอยู่ในหู จี้หลี่ขมวดคิ้วมุ่น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากตอบโต้

เขาจ้องมองกรอบรูปมรณะที่ค่อยๆ ลอยขึ้นจากพื้น ด้านหลังกรอบปรากฏตัวอักษรเล็กๆ ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย... 'ผู้เข้าพัก 203'!

จากนั้นมันก็อันตรธานหายวับไปจากสายตา ตามมาด้วยเสียงประตูปิดดังปัง มาจากชั้นสอง

จี้หลี่พรูลมหายใจยาว โรงแรมเทียนไห่ตอบรับผู้เข้าพักรายใหม่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าภารกิจของเขาเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์ จนถึงตอนนี้ เขาถึงเพิ่งจะมีโอกาสล้วงมือถือออกมาอ่านอีเมลฉบับใหม่ เขาเดินขึ้นบันไดไปตรวจตราสถานการณ์ของผีทั้งสามตนบนชั้นสอง พลางครุ่นคิดไปพลาง

จี้หลี่ยังคงปักใจเชื่อว่าสาเหตุที่ภารกิจก่อนหน้านี้พังพินาศ เป็นเพราะกำลังคนไม่เพียงพอ

ในภารกิจที่ล้มเหลวครั้งนั้น เขาค้นพบทางรอดแล้วแท้ๆ แต่กลับต้องมาตายเพราะขาดคนคอยช่วยเหลือและเวลาสิ้นสุดลง แต่ตอนนี้โรงแรมเลื่อนระดับเป็นหนึ่งดาวแล้ว เขากำลังจะมีลูกทีมเพิ่มมาอีกห้าคน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสและพลิกแพลงแผนการในภารกิจต่อๆ ไปได้อีกมหาศาล

โถงทางเดินชั้นสองอบอวลไปด้วยไอเย็นเยือกผิดปกติ จี้หลี่สัมผัสได้ถึงความรุ่มร้อนกระวนกระวายของผีห้อง '205' และ '210' พวกมันดูจะหงุดหงิดและตื่นตัวกับการมาเยือนของผีหน้าใหม่ในห้อง '203'

จี้หลี่ยืนนิ่งอยู่สุดทางเดิน แววตาลึกล้ำยากคาดเดา

เขายังคงขบคิดไม่แตก ว่าไอ้กฎ 'ควบคุมดูแลผู้เข้าพัก' ที่โรงแรมตั้งมาให้พนักงานทำ... มันมีประโยชน์อะไรกันแน่

ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ พวกผีที่เข้ามาพักไม่เคยยอมอยู่เฉยๆ พวกมันหาทางจะหนีออกจากโรงแรมไปทุกวี่ทุกวัน ถึงการโดนพนักงานตวาดด่าจะพอหยุดยั้งพวกมันได้บ้างก็เถอะ แต่คนเป็นๆ... จะไปควบคุมผีสางได้จริงๆ น่ะเหรอ?

จี้หลี่หันหลังกลับอย่างเลื่อนลอย สองมือวางทาบบนราวบันได สายตาจดจ้องไปยังกรอบรูปหน้าศพขาวดำสิบเจ็ดบานกลางโถงล็อบบี้

"ทำไมกัน... พอพนักงานในโรงแรมตายห่ากันหมด พวกผีที่เข้ามาพักถึงได้หายตัวไปจนเกลี้ยงด้วย... คนตายก็คือตาย แต่พวกลูกค้าผีรุ่นก่อนๆ มันหายหัวไปไหนกันหมด?"

"จี้หลี่... นายช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม ว่าตอนนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?"

เสียงสุขุมเยือกเย็นของบุคลิกที่สามดังขึ้นที่ข้างหู ขัดจังหวะห้วงความคิดที่ปราศจากคำตอบของเขาลงดื้อๆ

จี้หลี่ถอนหายใจยาว หันหลังเดินขึ้นบันไดกลับไปยังห้องพักส่วนตัว เขาทิ้งตัวลงนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ 'พวกเขา' ฟังด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

เนิ่นนานผ่านไป... ในที่สุดบุคลิกที่สามก็ยอมรับความจริงตรงหน้าอย่างเงียบงัน

"หมายความว่า... ฉันถูกลดขั้นจากจิตแพทย์ กลายมาเป็นแค่บุคลิกสำรองของนาย สูญเสียสิทธิ์ในการเป็นมนุษย์ไปแล้วงั้นสิ..."

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแกถึงมีความทรงจำกับเจตจำนงของตัวเอง ไอ้อันดับสองมันไม่เห็นมีอะไรแบบนี้เลย" จี้หลี่ยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบๆ

สำหรับโรงแรมเหนือธรรมชาติแห่งนี้ เขายังพอจะจับทางมันได้บ้าง แต่สำหรับความลับในร่างกายที่ตายแล้วฟื้นของตัวเอง... เขากลับมืดแปดด้านโดยสิ้นเชิง

บุคลิกที่สองแม้จะบ้าดีเดือดและหยาบคาย แต่มันก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไร ทว่าบุคลิกที่สามที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้นมานี้ กลับมีความเป็นตัวของตัวเองสูงผิดปกติ... และจุดนี้แหละที่ทำให้เขารู้สึกหวาดระแวง

บุคลิกที่สามมีนิสัยสุขุมเยือกเย็น ดูจากสถานการณ์ตอนนี้คงยังไม่สร้างปัญหาอะไรให้

แต่สิ่งที่จี้หลี่กังวลก็คือ... หากในอนาคตเขาต้องตายอีก แล้วบุคลิกใหม่ที่ผุดขึ้นมาดันมีความคิดเป็นของตัวเองหมด แถมยังแยกแยะไม่ออกว่ามาดีหรือมาร้าย

ถ้าเป็นแบบนั้น บุคลิกในหัวก็คงไม่ต่างอะไรกับระเบิดเวลา! มันอาจจะสร้างปัญหาที่ไม่คาดคิด หรือหนักสุด... อาจจะลุกขึ้นมายึดอำนาจแย่งร่างเขาไปเลยก็ได้!

"พอๆ เลิกคิดมากได้แล้ว ฉันว่าสมองไอ้สามมันคงกระทบกระเทือนนั่นแหละ พรุ่งนี้ 10 โมงเช้า  พวกพนักงานใหม่ก็จะมาถึงแล้ว พวกเราในฐานะผู้จัดการต้องคุมพวกมันให้อยู่หมัด!" บุคลิกที่สองหาวหวอดๆ โพล่งขึ้นมาอย่างรำคาญ

จี้หลี่พยักหน้า การมีพนักงานใหม่เข้ามาถือเป็นเรื่องดีสุดๆ สำหรับเขา

แต่เขาต้องรีบทำให้ไอ้พวกหน้าใหม่ยอมรับความจริงอันโหดร้ายนี้ให้เร็วที่สุด จะได้ไม่ไปทำเรื่องโง่ๆ ในภารกิจจนพากันไปลงนรกกันเสียหมด

"ฉันสามารถสร้างกฎของโรงแรมขึ้นมาเพื่อใช้ควบคุมพนักงานได้หนึ่งข้อ... ภายใต้ขอบเขตที่สมเหตุสมผล พวกแกคิดว่าตั้งกฎแนวไหนดี?"

สิ้นคำถามนั้น ทั้งสองบุคลิกก็เงียบกริบ จี้หลี่เองก็ก้มหน้าครุ่นคิดอย่างหนัก

อันที่จริง ภายในโรงแรมแห่งนี้ไม่เคยขาดแคลนข้าวของเครื่องใช้หรือเงินทอง อยากได้อะไรก็แค่อ้าปากสั่งกับอากาศธาตุ ของสิ่งนั้นก็จะไปโผล่ในตู้เก็บของทันที

ในเมื่อทุกอย่างมีพร้อมสรรพ จี้หลี่เลยนึกไม่ออกจริงๆ ว่าควรจะตั้งกฎอะไรดี

"นายจำวีรกรรมที่ตัวเองหลอกใช้ไอ้หัวทองกับเพื่อนได้ไหม..." จู่ๆ บุคลิกที่สามก็เอ่ยขึ้น ทำเอาจี้หลี่เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น

"ในภารกิจรับรองแขก ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับวิญญาณร้าย มนุษย์เราไม่มีปัญญาไปต่อกรกับมันได้หรอก ภายใต้ความกดดันที่บีบคั้นถึงตาย..."

"การที่ใครสักคนจะหวาดกลัวความตาย จนยอมทำเรื่องเหี้ยมโหดหักหลังคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด... มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนี่ จริงไหม?"

บุคลิกที่สามพูดไม่จบประโยคดี แต่จี้หลี่กลับเข้าใจทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาของมัน! มันกำลังแนะนำให้เขาสร้าง 'กฎเหล็ก' เพื่อควบคุมสันดานดิบของมนุษย์ด้วยกันเอง!

"เทียนไห่... กฎที่ฉันจะตั้งคือ ห้ามพนักงานวางแผนหักหลังกัน..." จี้หลี่เอ่ยขึ้น แต่จู่ๆ ก็ชะงักไปกลางคัน

ก่อนจะเปลี่ยนคำพูดใหม่ "ห้ามพนักงานเข่นฆ่าทำร้ายร่างกายกันเอง... ภายในพื้นที่ของโรงแรมเด็ดขาด!"

【กฎระเบียบที่เสนอโดยผู้จัดการชั่วคราว จี้หลี่ ผ่านเกณฑ์ความสมเหตุสมผล... มีผลบังคับใช้ ณ บัดนี้!】

เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากโรงแรม จี้หลี่ก็พยักหน้าช้าๆ ตอนแรกเขาตั้งใจจะสั่งห้ามการหลอกใช้หรือหักหลังกันอย่างเด็ดขาด แต่พอลองทบทวนดูดีๆ ตัวเขาเองก็ไม่มีปัญญาไปสู้รบตบมือกับผีร้ายได้เหมือนกัน

ดังนั้น... การใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกใช้คนอื่นเป็นตัวตายตัวแทนในระหว่างทำภารกิจ อาจยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในมุมมองของเขา การหักหลังกันข้างนอกนั่นถือเป็นความสามารถในการเอาตัวรอดส่วนบุคคล ใครดีใครได้... แต่ต้องห้ามเอาเรื่องพรรค์นี้เข้ามาก่อกวนในโรงแรมเด็ดขาด! ไม่อย่างนั้น... ดินแดนปลอดภัยเพียงแห่งเดียวของพวกเขาคงได้พินาศย่อยยับแน่

"เออๆ ช่างมันเถอะ รอพรุ่งนี้ค่อยไปดูหน้าพวกเด็กใหม่ทีเดียวเลยแล้วกัน ฉันเหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้วโว้ย!" บุคลิกที่สองบ่นอุบ

แต่จี้หลี่ยังไม่ยอมพักผ่อน เขานั่งพิงพนักเก้าอี้ จุดบุหรี่ขึ้นสูบ นัยน์ตาสีเทาหม่นทอดมองไปยังมุมห้องอย่างเลื่อนลอย

"ตอนนี้ฉันยังเป็นแค่ 'ผู้จัดการชั่วคราว' ในอีเมลของโรงแรมก็บอกชัดเจนว่า ตำแหน่งผู้จัดการกับพนักงานยังไม่มีความแตกต่างกันในตอนนี้..."

"นั่นหมายความว่า... ในอนาคต ถ้าฉันได้ขึ้นเป็น 'ผู้จัดการตัวจริง' ฉันอาจจะได้สิทธิพิเศษอะไรที่เหนือกว่าคนอื่นงั้นสิ..."

แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้าเบาๆ ปัดความคิดนั้นทิ้ง "เหตุผลเดียวที่ฉันได้เป็นผู้จัดการชั่วคราว ก็แค่เพราะตอนนั้นโรงแรมแม่งไม่มีใครอยู่เลยนอกจากฉัน"

"บางที... ในอนาคตอาจจะมีการ 'คัดเลือก' ผู้จัดการตัวจริงขึ้นมา ถึงตอนนั้นทุกคนคงต้องห้ำหั่นกันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งนี้แน่ๆ"

"โรงแรม... เทียนไห่... ตัวฉัน... จี้หลี่..."

จบบทที่ ตอนที่ 6 แดนพักพิง

คัดลอกลิงก์แล้ว