เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 เชิญลูกพี่โลย่าก่อนเลยครับ

บทที่ 14 เชิญลูกพี่โลย่าก่อนเลยครับ

บทที่ 14 เชิญลูกพี่โลย่าก่อนเลยครับ


บทที่ 14 เชิญลูกพี่โลย่าก่อนเลยครับ

ครึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก บรรยากาศในสนามฝึกช่วงนี้ดูแปลกพิกล

พอถึงเวลาฝึกอิสระ ทุกสายตาก็จะจับจ้องไปที่โลย่า

วันนี้... หวยจะไปออกที่ใคร?

ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ โลย่าเดินตรงเข้าไปหาแครอล พร้อมรอยยิ้มท้าทาย

“รุ่นพี่แครอล... มาประลองกันหน่อยไหมครับ!”

“อุ๊บ... ชั้นปวดท้อง!”

สีหน้าของแครอลเปลี่ยนไปทันที รีบหาข้ออ้างปฏิเสธพัลวัน

แต่ดูเหมือนโลย่าจะเดาทางออก ยาแก้ท้องเสียถูกยื่นมาตรงหน้าเขาทันที

หืม?

เตรียมยามาให้เสร็จสรรพ?

ไอ้น้องชาย... ให้หายใจหายคอบ้างเถอะ!

ต่อหน้าคนรู้จักเยอะแยะขนาดนี้ ไว้หน้ากันหน่อยไม่ได้หรือไง?

มองดูแววตาไร้เดียงสาของโลย่า หน้าของแครอลเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด สุดท้ายก็กัดฟันหยิบดาบไม้ขึ้นมา

ไอ้เด็กเวร!

คิดว่าชั้นกลัวแกจริงๆ หรือไง!

วันนี้แหละจะให้แกได้เห็นพลังของ “ผมม่วง” แครอลคนนี้!

“แข่งดาบนะเว้ย!”

“จัดไปครับ!”

ทั้งสองถือดาบไม้เดินขึ้นสังเวียน

เห็นฉากนี้ ทหารเก่าคนอื่นๆ ก็ถอนหายใจโล่งอก เส้นประสาทที่ตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที บางคนยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตา

“หวยออกที่ ‘ผมม่วง’ แครอลแฮะ!”

“โถ... แครอลผู้น่าสงสาร”

“หวังว่าจะยืนระยะได้สักสิบนาทีนะ”

“สิบนาที? ฝันไปเถอะ สามนาทีก็หรูแล้ว!”

พวกทหารเก่ายังคงขวัญผวา

พวกเขากลัวจริงๆ นะ!

ตั้งแต่ไลนัสเปิดกล่องแพนโดร่าเมื่อครึ่งเดือนก่อน ไอ้เด็กใหม่โลย่าก็ไล่ท้าประลองกับพวกเขาไม่เว้นแต่ละวัน

ยิ่งใครมีชื่อเสียง ยิ่งมีโอกาสโดนท้าสูง!

ถ้าชนะได้ก็ดีไป แต่ปัญหาคือไอ้เด็กใหม่โลย่ามันเก่งระดับปีศาจ ทหารเก่าส่วนใหญ่สู้มันไม่ได้เลย

ต่อให้มีคนฟลุ๊คชนะได้รอบนึง วันรุ่งขึ้นก็จะโดนมันกลับมาถลุงคืนยับเยิน... เหมือนตกจากสวรรค์ลงนรกชัดๆ

แพ้เด็กใหม่น่ะเรื่องหนึ่ง (แค่นี้ก็อายจะแย่แล้ว) แต่ใครจะอยากโดนซ้อมฟรีๆ ล่ะ

ต้องรู้ไว้ก่อนนะว่าผู้ท้าชิงคนแรกอย่างไลนัส... นอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่โรงพยาบาลตั้งสามวันเต็ม

ส่วนจะให้ปฏิเสธ?

โดนเด็กใหม่ท้าแล้วไม่รับคำท้า... จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

“อ๊ากกก!!!”

ไม่ถึงสามนาที แครอลก็นอนดิ้นพราดๆ อยู่บนสังเวียน กุมแขนที่หัก ร้องโหยหวนดังยิ่งกว่าหมูถูกเชือด

พวกทหารเก่าสะดุ้งโหยงโดยสัญชาตญาณ

ตอแยไม่ได้... ไอ้เด็กนี่ตอแยไม่ได้เด็ดขาด!

...

หอคอยป้อมปราการ... ชั้นบนสุด

นาวาเอกร็อดมองลงไปที่สนามฝึก นวดขมับด้วยความปวดหัว

“ไอ้เด็กนี่ขยันหาเรื่องจริงๆ!”

เขารู้สถานการณ์ช่วงนี้ดี รายงานร้องเรียนกองเป็นภูเขาบนโต๊ะ ส่วนใหญ่บ่นเรื่องโลย่าทำลายบรรยากาศและระเบียบวินัย

แน่นอน เขาไม่ลืมโลย่าหรอก

หนุ่มแน่น สู้งานหนัก แถมมีพรสวรรค์

เด็กใหม่แบบนี้ใครบ้างจะไม่ชอบ

ตอนแรกเขากะจะให้โลย่าฝึกฝนขัดเกลาฝีมืออยู่ที่หน่วยสักพัก สร้างรากฐานให้มั่นคง แล้วค่อยปั้นให้เป็นกำลังหลัก

แต่ไม่ถึงสองเดือน พวกทหารเก่าโดนเล่นงานจนหงอไปหมด ขืนปล่อยให้ไอ้เด็กนี่อาละวาดต่อไป เดี๋ยวจะเหลิงจนเสียคน

ต้องหางานให้มันทำซะหน่อยแล้ว!

ร็อดครุ่นคิดครู่หนึ่ง

จะให้ออกไปปราบปรามโจรสลัดตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้

นอกจากพวกกลุ่มโจรสลัดแมวดำที่แข็งแกร่งแล้ว โจรสลัดกลุ่มอื่นๆ มักจะหลบซ่อนตัวจากทหารเรือ การจะหาตัวให้เจอนั้นไม่ง่ายเลย

ถ้าไม่มีข่าวกรองที่แน่นอน ทหารเรือจะไม่ผลีผลามออกปฏิบัติการ

ยิ่งไปกว่านั้น สำหรับเด็กใหม่ การต้องเผชิญหน้ากับโจรสลัดจริงๆ ในการออกปฏิบัติการครั้งแรกมันเสี่ยงเกินไป

นี่ไม่ใช่เรื่องของฝีมือ... แต่การต่อสู้เอาชีวิตรอดกับการประลองมันคนละเรื่องกันเลย

เด็กใหม่ต้องการเวลาในการเติบโต

“ไปที่หมู่บ้านไซรัปละกัน”

ร็อดตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

ทรัพยากรของหน่วยมีจำกัด ลำพังเงินสนับสนุนจากรัฐบาลโลก แค่จะเติมกระสุนและอาวุธให้พอก็ยังตึงมือ

เรือรบเองหลังจากผ่านศึกมาหลายครั้ง ก็ต้องการการซ่อมบำรุงขนานใหญ่

เขาต้องไปหา “สปอนเซอร์” สักหน่อยแล้ว

...

ค่ำวันนั้น

โลย่ากับฟูลบอดี้เดินเข้ามาในโรงอาหาร เสียงจอแจเมื่อครู่เงียบลงอย่างเห็นได้ชัดทันที

พวกทหารเก่าที่กำลังต่อแถวตักอาหาร พอเห็นโลย่าเดินเข้ามา ต่างก็พร้อมใจกันแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ

เชิญครับลูกพี่... เชิญก่อนเลย!

ท่าทีนอบน้อมนั้นแทบจะมีคำพูดนี้แปะอยู่บนหน้า

เหอะๆ... ทำยังกับเขาไปรังแกใครมางั้นแหละ

“ขอบใจมาก”

โลย่ายิ้มและพยักหน้า ไม่ได้เกรงใจอะไร รีบเดินเข้าไปคีบเนื้อพูนจาน

ตอนนี้เขากินจุเป็นห้าเท่าของคนปกติ แล้วก็หิวเร็วเป็นพิเศษด้วย

หลังจากตักอาหารเสร็จ โลย่ามองไปรอบๆ พบว่าที่นั่งส่วนใหญ่เต็มหมดแล้ว

คงต้องขอนั่งโต๊ะเดียวกับคนอื่น

บังเอิญไลนัสนั่งอยู่ไม่ไกลพอดี

พอรู้สึกได้ถึงสายตาของโลย่า ร่างกายของไลนัสก็กระตุกวูบ เขาลุกพรวดขึ้นยืนโดยสัญชาตญาณ เตรียมสละที่นั่งให้

สายตาที่มองมาดูน่าสงสารจับใจ

“ไม่... ไม่ต้องลุก”

โลย่ารีบโบกมือ ถือจานเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามไลนัส แล้วยิ้มให้

“รุ่นพี่ไลนัส นั่งสิครับ... ผมขอนั่งด้วยคนเฉยๆ”

“อ่า... เอ่อ... ได้สิ”

ไลนัสลังเลอยู่นาน ก่อนจะค่อยๆ หย่อนก้นลงนั่งอย่างระมัดระวังราวกับลูกสะใภ้ขี้กลัว อั้นอยู่นานกว่าจะกล้ากระซิบออกมา

“น้องโลย่า... เรียกพี่ว่าไลนัสเฉยๆ ก็พอ”

“ดีเลย งั้นผมไม่เกรงใจนะ”

โลย่าเองก็ไม่ชอบเรียกใครว่า “รุ่นพี่” เหมือนกัน เป็นทหารเหมือนกันจะมาแบ่งรุ่นพี่รุ่นน้องทำไม?

ใครเก่งกว่า คนนั้นก็เป็นลูกพี่

กิน!

ท้องฟ้าจะใหญ่แค่ไหน แผ่นดินจะกว้างเพียงใด... เรื่องปากท้องสำคัญที่สุด!

โลย่าเข้าสู่โหมด “เขมือบ” อาหารในจานหายวับไปกับตาด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เล่นเอาไลนัสถึงกับผงะ

ทำไมมันกินเยอะกว่าตูอีกวะ!

พอเห็นจานของโลย่าเริ่มพร่อง ไลนัสกลืนน้ำลาย แล้วเสนอตัว

“น้องโลย่า... ให้พี่ไปตักเนื้อมาให้อีกจานไหม?”

“อื้อ เอาสิ ขอบใจมาก!”

“น้ำผลไม้เอาไหม?”

“เอา!”

หลังจากอิ่มหนำสำราญ โลย่าเรอออกมาอย่างพึงพอใจ ไลนัสที่ดูกระตือรือร้นเมื่อกี้ดูน่าคบหาขึ้นเป็นกอง

“ไลนัส ยังมีทหารเรือคนไหนที่เก่งดาบหรือต่อสู้มือเปล่าเจ๋งๆ อีกไหม?”

“เรื่องนี้... เกรงว่าจะไม่มีแล้วล่ะ”

ไลนัสส่ายหัวดิก

หน่วยก็มีอยู่แค่นี้ พวกตัวท็อปๆ ฝีมือก็ไม่ได้ต่างจากเขามากนัก และส่วนใหญ่ก็โดนโลย่าซ้อมไปรอบนึงแล้ว

“ไม่มีแล้วเหรอ”

โลย่าผิดหวังเล็กน้อย

การต่อสู้จริงคือวิธีพัฒนาตัวเองที่ดีที่สุด

ใน “เดอะ เวิลด์” เขาซัดกับคู่ต่อสู้วันละหลายสิบรอบ บางทีก็มากกว่านั้น จนกว่าจะลุกไม่ขึ้น

นั่นช่วยยกระดับทักษะการต่อสู้ของเขาได้มาก

แต่ระดับของทหารเรือในหน่วยมันจำกัด หลายวันมานี้เขาไม่เจอคู่ต่อสู้ที่ทำให้รู้สึกกดดันได้เลย

ชนะขาดลอยไปก็ไร้ความหมาย

น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้จำลองใน “เดอะ เวิลด์” ไม่มีการพัฒนาตามเวลาจริง

ไลนัสลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้น

“น้องโลย่า... ในหน่วยตอนนี้ คนที่จะเป็นคู่มือให้นายได้ คงมีแค่จ่าโทมอร์แกนกับนาวาเอกร็อดเท่านั้นแหละ”

“อยากสู้กับสองคนนั้นจริงๆ แฮะ”

โลย่ากลุ้มใจ

นายทหารชั้นสัญญาบัตรในหน่วยส่วนใหญ่ได้เลื่อนยศตามความอาวุโส ฝีมือจริงๆ อาจจะไม่ได้เก่งกว่าทหารชั้นผู้น้อยที่อยู่แนวหน้าเท่าไหร่

แต่มอร์แกนเป็นข้อยกเว้น

มองไปทั่วทั้งหน่วย มีแค่นาวาเอกร็อดคนเดียวที่เอามอร์แกนอยู่ แต่มอร์แกนดูไม่ใช่คนที่จะยอมมาเป็นคู่ซ้อมให้ใครง่ายๆ และปกติแทบไม่ค่อยได้เจอกันด้วย

จะหาโอกาสแกล้งเดินไปชนดีไหมนะ?

ทันใดนั้น รอบข้างก็เงียบกริบ

โลย่าเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นมอร์แกนที่เขากำลังนึกถึงปรากฏตัวขึ้นในโรงอาหาร และเดินตรงดิ่งมาหาเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมสุดขีด

โลย่าและคนทั้งโต๊ะรีบลุกขึ้นยืนตรง

มอร์แกนพูดเสียงเย็น

“พลทหารโลย่า และฟูลบอดี้... พวกแกสองคนเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าพวกแกต้องออกเรือไปกับเรือรบ!”

“ครับ!”

โลย่าตะโกนตอบรับ หัวใจพองโตด้วยความดีใจ

จะได้ออกทะเลแล้ว!

ดูเหมือนมอร์แกนจะมาเพื่อแจ้งคำสั่งด่วนนี้เท่านั้น

พอมอร์แกนพูดจบ ก็หันหลังเตรียมเดินจากไป

เห็นดังนั้น โลย่ารีบเรียกไว้

“เดี๋ยวก่อนครับ จ่าโทมอร์แกน!”

“มีอะไร?”

มอร์แกนขมวดคิ้ว

โลย่าสูดลมหายใจลึก แววตาลุกโชน

“ผมขอท้าสู้กับจ่าโทครับ!”

ในพริบตา ทั้งโรงอาหารเงียบกริบ

ทหารเรือทุกคนยกมือปิดปากพร้อมกัน ตกใจจนลิ้นพันกัน

ไอ้เด็กนี่บ้าไปแล้ว!

มอร์แกนจ้องมองโลย่า พอแน่ใจว่าโลย่าไม่ได้ล้อเล่น เขาก็พยักหน้าเบาๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้า

“ไปที่ลานฝึก!”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 14 เชิญลูกพี่โลย่าก่อนเลยครับ

คัดลอกลิงก์แล้ว