เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 วันไหนไม่ได้โดนซ้อม... เดี๋ยวผื่นจะขึ้น

บทที่ 11 วันไหนไม่ได้โดนซ้อม... เดี๋ยวผื่นจะขึ้น

บทที่ 11 วันไหนไม่ได้โดนซ้อม... เดี๋ยวผื่นจะขึ้น


บทที่ 11 วันไหนไม่ได้โดนซ้อม... เดี๋ยวผื่นจะขึ้น

ภายใต้แสงแดดที่ร้อนระอุ ทหารเรือหลายสิบนายถอดเสื้อเปลือยท่อนบน ในมือกระชับดาบไม้ หวดฟันซ้ำแล้วซ้ำเล่าภายใต้การควบคุมดูแลของนายทหารผู้ฝึกสอน

“ฮึบ!”

โลย่าก้าวเท้าขวาไปข้างหน้า พร้อมกับยกดาบขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ เมื่อปลายดาบถึงจุดสูงสุด เขาก็คำรามลั่นพร้อมฟาดดาบลงไปข้างหน้า

“ผัวะ!”

ดาบไม้แหวกอากาศ ฟาดเข้าที่ส่วนหัวของหุ่นซ้อมอย่างจัง ทิ้งรอยยุบให้เห็นเด่นชัด

ท่วงท่าทั้งหมดลื่นไหลต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน

“ฟู่ว์~~~”

โลย่าถอยกลับมาที่เดิม สูดหายใจเข้าลึก สายตาล็อกเป้าที่หุ่นซ้อมอีกครั้ง สองมือกำดาบไม้แน่น

พุ่งตัว... ฟันผ่ากลาง!

ท่าพื้นฐานที่สุดและสำคัญที่สุดในวิชาดาบ

เหล่าทหารเรือหวดดาบกันเหงื่อท่วมตัว ไม่มีใครกล้าอู้งาน วิชาดาบคือรูปแบบการต่อสู้ที่แพร่หลายที่สุดสำหรับทหารเรืออย่างไม่ต้องสงสัย

โจรสลัดเองก็เหมือนกัน

โจรสลัดส่วนใหญ่ไม่มีอาวุธทันสมัยอย่างปืนไฟ สไตล์การต่อสู้ที่เจอบ่อยที่สุดคือการกรูกันเข้ามาตะลุมบอนระยะประชิดกับทหารเรือ

ต่อให้อนาคตจะไม่ได้ใช้วิชาดาบเป็นหลัก แต่ทหารเรือก็จำเป็นต้องรู้วิธีใช้ดาบ อย่างน้อยเวลาเจอพวกโจรสลัดพุ่งเข้ามาจะได้รู้วิธีป้องกันตัว

สามชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหก

โลย่าที่หน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อวางดาบไม้ลง แขนของเขาทั้งปวดทั้งบวมเป่ง

ฟันดาบครบหนึ่งพันครั้ง

ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วตั้งแต่เขาได้เป็นทหารเรือเต็มตัว ตลอดหนึ่งเดือนนี้นอกจากการออกลาดตระเวนที่ไม่ค่อยได้ปะทะอะไร ช่วงบ่ายของทุกวันเขาจะขลุกอยู่ที่ลานฝึกเพื่อขัดเกลาวิชาดาบและทักษะการต่อสู้มือเปล่า

ซ้ำซากจำเจ... แต่ก็เติมเต็ม

จากตอนแรกที่จับดาบยังไม่เป็น จนตอนนี้สามารถฟันดาบตามท่ามาตรฐานหนึ่งพันครั้งได้ภายในเวลาที่กำหนด ความก้าวหน้าของเขาเร็วกว่าเพื่อนทหารรุ่นเดียวกันอย่างน้อยสองเท่า

แต่ตอนนี้... เขากำลังเจอปัญหา

“ไง โลย่า”

ช่วงพักเบรก ฟูลบอดี้เดินมากอดคอโลย่า ขยิบตาให้

“ทำหน้าบูดเป็นตูดลิงเชียว... วันนี้ครูฝึกไม่ชมหรือไง?”

“เหอะๆ”

โลย่ากรอกตาบน

หลังจากฟันดาบครบพันครั้งหรือฝึกการต่อสู้ตอนบ่ายเสร็จ เวลาที่เหลือจะเป็นช่วง “ฝึกอิสระ” ซึ่งปกติทหารเรือจะใช้เวลานี้ไปฝึกจุดที่ตัวเองยังอ่อน

เขาก็ทำแบบนั้นเหมือนกัน

หลังจากฝึกมาครึ่งเดือนกว่า บวกกับการฝึกพิเศษตอนกลางคืน และ “ซูเปอร์ฝึกพิเศษ” ใน “เดอะ เวิลด์” เขาเรียนรู้วิชาดาบที่ครูฝึกสอนจนหมดไส้หมดพุงแล้ว

ก็แหม... ที่สอนกันมีแต่ท่าฟันพื้นฐาน ไม่ได้มีความซับซ้อนอะไรเลย อย่างมากก็แค่เรื่องความชำนาญที่ต้องอาศัยเวลาฝึกฝน

ปัญหาคือ... เขาไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้เรียนแล้ว

ไม่ได้จะอวดเก่งนะ แต่ระดับวิชาดาบของครูฝึกมันจำกัดจริงๆ อย่าว่าแต่ตัดเหล็กเลย แค่ท่าไม้ตายเท่ๆ สักท่ายังไม่มีให้เห็น

หลายวันมานี้ นอกจากครูฝึกจะไม่มีคำแนะนำอะไรเพิ่มเติมแล้ว ยังเอาแต่ชมเขาเปาะแปะ ยกให้เป็นตัวอย่างที่ดีอีกต่างหาก

“ดูพลทหารโลย่าเป็นตัวอย่างซะ!”

ประโยคเปิดหัวเรียกตีนได้ดีชะมัด

โลย่าไม่ได้กลัวโดนหมั่นไส้หรอก แต่การที่ไม่มีใครมาชี้แนะจุดบกพร่อง มันทำให้เขารู้สึก “คัน” เหมือนมีมดไต่ยิบๆ ไปทั้งตัว

คำชมมีประโยชน์อะไร?

เขาอยากโดนด่ามากกว่า!

ไม่ว่าจะทำอะไร การมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำคัญที่สุด การรู้จุดอ่อนตัวเองแล้วฝึกแก้ให้ตรงจุดจะช่วยให้เก่งเร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด

น่าเสียดายที่บุคลากรครูฝึกของหน่วย 153 มีจำกัดจริงๆ ถ้าเปรียบมารีนฟอร์ดเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำ หน่วย 153 ก็คงเป็นโรงเรียนประถมบ้านนอก

นักดาบที่มีฝีมือหน่อยคงไม่มาจมปลักอยู่ในหน่วยกันดารแบบนี้หรอก ครูฝึกที่นี่ก็คือนายทหารชั้นประทวนที่เกษียณแล้วทั้งนั้น

ถ้าได้ “อาจารย์ไคโด” ยอดนักการศึกษาแห่งโลกใหม่มาชี้แนะสักหน่อยก็คงดี... ฟาดทีเดียวเรียนรู้ริวโอ, ฟาดสองทีบรรลุฮาคิราชันย์ขั้นสูง, ฟาดสามที...

อืม... น่าจะตายห่าน

โลย่าสะบัดหัวไล่ความคิดเพ้อเจ้อ แล้วแบมืออย่างจนใจ

“ก็มันไม่มีอะไรให้เรียนแล้วนี่หว่า”

“.....”

สายตาของฟูลบอดี้ดูแปลกพิกล

“นายเป็นพวกมาโซคิสต์เหรอ?”

“อาจจะใช่!”

โลย่าพยักหน้ายอมรับ

วันไหนไม่ได้โดนซ้อม... เดี๋ยวผื่นจะขึ้น

ดูเหมือนเขาจะจิตป่วยนิดๆ นะ ถ้าหาแฟนสาวที่ชอบใช้แส้มาเติมเต็มส่วนที่ขาดได้ คงจะเกิดปฏิกิริยาเคมีที่แปลกประหลาดน่าดู

“จุ๊ๆๆ น่าอิจฉาจริงๆ อยากจะมีความมุ่งมั่นแบบนายบ้างจัง”

ฟูลบอดี้ถอนหายใจ แล้วชี้ไปที่โรงเก็บของข้างสนามฝึก ยิ้มเผล่ แววตาฉายแววอันตราย

“มาเถอะ วันนี้ลองของใหม่กันหน่อย!”

“ของใหม่?”

หัวใจโลย่าเต้นผิดจังหวะ รีบพูดดักคอด้วยความจริงจัง

“ตกลงกันก่อนนะ... วันนี้ไม่เต้นนะเว้ย!”

มาเต้นแร้งเต้นกาในสนามฝึกให้อายชาวบ้านเขาตายเลย

เขาห่วงภาพพจน์ตัวเองจะตาย

“ไม่ต้องห่วงน่า”

ฟูลบอดี้โบกมือ เดินเข้าไปในโรงเก็บของ หยิบเอานวมชกมวยเก่าๆ สองคู่ สีแดงกับสีน้ำเงิน ออกมาจากชั้นวาง

“รับ!”

นวมสีแดงถูกโยนมาให้โลย่า

โลย่ารับนวมไว้ ดวงตาเป็นประกาย

“ลงนวมเหรอ?”

“ถูกต้อง... ชั้นไม่ค่อยถนัดดาบเท่าไหร่ งั้นเรามาวัดกันด้วยหมัดลุ่นๆ นี่แหละ”

ฟูลบอดี้ถอดสนับมือเหล็กออก แล้วสวมนวมชกมวย โยกตัวเบาๆ ปล่อยหมัดแย็บใส่อากาศสองที

ท่าสวยใช้ได้เลยนี่หว่า!

กลับมาที่ลานฝึก ทั้งสองคนหามุมสงบ ขีดเส้นบนพื้นทรายเป็นเวทีมวยสี่เหลี่ยม

“ไม่ได้ทำแบบนี้มานานแล้วแฮะ”

ฟูลบอดีหมุนคอกร๊อบแกร๊บ เอาหมัดชนกันดังปึ้ก แถมยังแลบลิ้นเลียริมฝีปาก... ท่าทางเหมือนตัวร้ายเกรดเอชัดๆ

“โลย่า... เมื่อก่อนร่างกายนายอ่อนแอเกินกว่าจะฝึกต่อสู้จริงได้ เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ แต่ครึ่งเดือนมานี้ ชั้นสังเกตเห็นว่าการฟื้นตัวของนายน่ากลัวใช้ได้เลย... วันนี้จัดเต็มได้เลยนะ”

“ได้เลย... เข้ามา!”

โลย่าหน้าตาตื่นเต้น

เขาอยากลงนวมมานานแล้ว

ข้อแรก... โจรสลัดอาจบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้ การคุ้นเคยกับการต่อสู้กับคนจริงๆ ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยไม่ให้สติแตกเวลาเจอของจริง

แม้ทางหน่วยจะไม่ส่งพวกเขาไปทำภารกิจเสี่ยงตายในตอนนี้ แต่กันไว้ดีกว่าแก้ อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ

อีกเหตุผลที่สำคัญคือ...

“เดอะ เวิลด์” เคยบันทึกคลาสเรียนเต้นของฟูลบอดี้ไว้ได้ งั้นมันก็น่าจะบันทึก “กระบวนการต่อสู้” ได้เหมือนกันใช่ไหม?

ถ้าทำได้ เขาก็จะขัดเกลาประสบการณ์การต่อสู้ใน “เดอะ เวิลด์” ได้

โลย่าจ้องฟูลบอดี้เขม็ง ค่อยๆ สืบเท้าเข้าไปอย่างระมัดระวัง พอเข้าสู่ระยะโจมตี เขาก็กระทืบเท้าซ้าย บิดเอวส่งแรง แล้วปล่อยหมัดขวาที่รวบรวมน้ำหนักทั้งตัวพุ่งเข้าใส่หน้าฟูลบอดี้

หมัดตรง!

“ฮ่าฮ่า เข้ามาสวย!”

ฟูลบอดี้ย่อตัวลงอย่างรวดเร็ว หมัดของโลย่าเฉี่ยวหัวเขาไปนิดเดียว

ยังไม่ทันที่โลย่าจะตั้งตัว ฟูลบอดี้ที่แทบจะแนบชิดกับตัวโลย่าก็ดีดตัวขึ้น พร้อมเสยหมัดซ้ายขึ้นฟ้า!

“โชริวเคน!”

หมัดอัปเปอร์คัตซ้ายที่แหวกอากาศพุ่งเข้าเสยคางโลย่าเต็มๆ!

“เปรี้ยง!”

กะโหลกของโลย่าสั่นสะเทือน ความเจ็บปวดรุนแรงและอาการมึนงงทำให้ตาเขาเหลือกขึ้น เท้าลอยจากพื้นเพราะแรงปะทะมหาศาล

ทันใดนั้น ร่างทั้งร่างของเขาก็ลอยละลิ่วไปกระแทกพื้นทรายห่างออกไปสามเมตร

K.O!

กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 10 วินาที... จบข่าว

“เฮ้ โลย่า? ยังมีสติอยู่ไหม?”

ในภวังค์อันเลือนราง เหมือนมีใครกำลังตบหน้าเขาอยู่

รูม่านตาของโลย่าค่อยๆ ปรับโฟกัส ในสายตาเห็นฟูลบอดี้ทำปากจู๋ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เหมือนจะผายปอดให้

“หยุด! ชั้นไม่เป็นไร!”

โลย่ายกมือปิดปากฟูลบอดี้ไว้ ตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่ง กุมหน้าผาก พยายามทบทวนรายละเอียดการต่อสู้เมื่อกี้

เหมือนเขาจะโดนหมัดเดียวจอด?

เขาเห็นจังหวะหลบและวิถีหมัดของฟูลบอดี้ชัดเจน แต่เพราะเขาใส่แรงไปกับหมัดตัวเองมากเกินไป ร่างกายเลยปรับท่าป้องกันไม่ทัน

อีกอย่าง... เจตนาโจมตีของเขาชัดเจนเกินไปหรือเปล่า ฟูลบอดี้ถึงอ่านทางออกและสวนกลับหมัดเดียวจอดได้ง่ายๆ แบบนี้?

คราวหลังต้องยั้งแรงไว้บ้างเวลาต่อย พร้อมเปลี่ยนกระบวนท่าตลอดเวลา และต้องมีลูกหลอกล่อด้วยไหมนะ?

ดูเหมือนพักหลังเขาจะหลงระเริงไปหน่อย... เขาแค่ทำได้ดีในการฝึกซ้อมเท่านั้น ยังห่างไกลจากการเป็นนักรบที่แท้จริงนัก!

“ลูกพี่... พรุ่งนี้มาซ้อมกันอีกนะ!”

...

ดึกสงัด... เที่ยงคืน

เดอะ เวิลด์

เวทีมวยปรากฏขึ้นข้างสนามฝึก ฟูลบอดี้ยืนตระหง่านอยู่กลางเวที ราวกับแชมป์เปี้ยนผู้ไร้พ่ายที่รอผู้ท้าชิง

“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ”

โลย่ากำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น

“เดอะ เวิลด์” บันทึกกระบวนการต่อสู้ได้จริงๆ!

นั่นหมายความว่า ไม่ใช่แค่ฟูลบอดี้ แต่ทหารเรือคนอื่น หรือแม้แต่ครูฝึกในหน่วย ก็สามารถกลายมาเป็นคู่ซ้อมของเขาได้

เผลอๆ อาจจะรวมถึงพวกโจรสลัดด้วย

และในอนาคตอันไกลโพ้น... เขาอาจจะได้รับแพ็คเกจการสอน “อัสนีแปดทิศ” จากไคโดใน “เดอะ เวิลด์” ได้จริงๆ ก็ได้ใครจะไปรู้!

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 11 วันไหนไม่ได้โดนซ้อม... เดี๋ยวผื่นจะขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว