- หน้าแรก
- วันพีซ ขยันกว่าสองร้อยเท่า เป้าหมายคือเป็นลูกเขยสี่จักรพรรดิ
- บทที่ 6 ความอิจฉาทำชั้นกลายเป็นคนอื่น
บทที่ 6 ความอิจฉาทำชั้นกลายเป็นคนอื่น
บทที่ 6 ความอิจฉาทำชั้นกลายเป็นคนอื่น
บทที่ 6 ความอิจฉาทำชั้นกลายเป็นคนอื่น
เผลอแป๊บเดียว... ครึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก
“กลุ่มโจรสลัดแมวดำโผล่มาอีกแล้ว!”
เช้าตรู่วันนี้ บรรยากาศในหน่วยที่ 153 อึมครึมจนน่าอึดอัด
กลุ่มโจรสลัดแมวดำบุกปล้นหมู่บ้านใกล้เคียงอีกครั้ง แต่ทางหน่วยกลับทำอะไรไม่ได้เลย
กว่านาวาเอกร็อดจะนำกำลังไปถึงที่เกิดเหตุ พวกมันก็หนีหายเข้ากลีบเมฆไปนานแล้ว แม้แต่หางเรือก็ยังไม่เห็น ทิ้งไว้เพียงซากความเสียหายในหมู่บ้าน
โชคดีที่ชาวบ้านไหวตัวทัน หนีขึ้นเขาไปซ่อนตัวตั้งแต่เห็นโจรสลัดบุกมา
...
ลานฝึกทหารใหม่
โลย่าวิ่งด้วยจังหวะที่มั่นคงผิดปกติ แซงหน้าเพื่อนทหารใหม่รุ่นเดียวกันไปอย่างรวดเร็วและทิ้งห่างไปไกลลิบ
เสียงโอดครวญดังระงม
“โธ่เว้ย... นี่เราโดนน็อกรอบไปกี่รอบแล้ววะ?”
“สองรอบ... ไม่สิ สามรอบแล้วมั้ง!”
“ไอ้เด็กนั่นมันไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?”
“ช่างเถอะ พวกเราวิ่งช้าๆ ของเราต่อไปดีกว่า”
ในเวลาเพียงครึ่งเดือนกว่าๆ พวกเขายังอยู่ในช่วงปรับตัวแท้ๆ แต่โลย่ากลับทำตามโปรแกรมฝึกพื้นฐานได้อย่างสบายๆ จนแทบจะไล่ตามความคืบหน้าของพวก “รุ่นพี่” ทันแล้ว
ต้องเอาจริงเอาจังขนาดนั้นเลยเหรอวะ!
ช่วงนี้สายตาที่ครูฝึกมองพวกเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม... เหมือนสายตาที่พ่อแม่มองพวกเขาตอนเด็กๆ เวลาสอบได้คะแนนห่วยแตกไม่มีผิด
เจ็บปวด!
ไม่ใช่แค่ทหารใหม่ที่กดดัน แม้แต่พวกทหารรุ่นพี่ก็รู้สึกกดดันเป็นสองเท่า... การโดนเด็กใหม่แซงหน้าไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เลยสักนิด
...
ช่วงบ่าย... หลังทำงานเบ็ดเตล็ดเสร็จ
โลย่ากับฟูลบอดี้แอบขึ้นไปบนดาดฟ้า พ่นควันปุ๋ยๆ ดื่มด่ำกับช่วงเวลาที่ผ่อนคลายที่สุดของวัน
ฟูลบอดี้จ้องหน้าโลย่าจนโลย่าเริ่มรู้สึกประหม่า
“มีอะไรเหรอครับ?”
“นายหักโหมเกินไปหรือเปล่าไอ้หนู?”
“ผมเนี่ยนะ?”
โลย่าชะงักไปครู่หนึ่ง
นี่มันเพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ
ต่อให้รวมเวลาฝึกเพิ่มใน “เดอะ เวิลด์” เข้าไป ปริมาณการฝึกรวมของเขาก็แค่สองเท่าของทหารเรือทั่วไปเท่านั้นเอง
ยังห่างไกลจากเป้าหมาย “200 เท่า” อีกโข
โคบี้เข้ากองทัพเรือตอนอายุ 16 ครึ่งปีต่อมาได้เลื่อนยศเป็นพันจ่าเอก แถมยังฝึก “โซล” หนึ่งในวิชาหกรูปแบบสำเร็จ ซึ่งเป็นวิชาลับที่คนธรรมดาไม่มีทางใช้ได้
ไม่ต้องพูดถึงพวกสัตว์ประหลาดที่มีพรสวรรค์ทางร่างกายเหลือเชื่อพวกนั้น ต่อให้ไม่ฝึกตามระบบ พวกมันก็แข็งแกร่งกว่าเขาเป็นสิบเป็นร้อยเท่า
เอาร่างกายเปล่าๆ รับลูกปืนได้... ไม่น่ากลัวหรือไง?
โลย่าไม่รู้สึกว่าตัวเองหักโหมเลย ตรงกันข้ามเขากลับรู้สึกว่ามันยังน้อยไปด้วยซ้ำ ร่างกายเขาเป็นแค่คนธรรมดา นอกจากก้มหน้าก้มตาฝึกหนักแล้ว เขายังมีทางเลือกอื่นอีกเหรอ?
ผลปีศาจ?
ด้วยความสามารถตอนนี้ ถ้าไม่ดวงดีสุดขีดเดินไปสะดุดเจอเข้า ก็คงไม่มีปัญญาไปหามาครอบครองได้หรอก
ฟูลบอดี้ตบไหล่โลย่า พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โลย่า ชั้นกลัวว่าร่างกายนายจะพังซะก่อน!”
“ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ แต่ไม่ต้องห่วง ผมรู้ลิมิตตัวเองดี”
โลย่ายิ้มขอบคุณ
ถ้าไม่มี “เดอะ เวิลด์” คอยเซฟ การฝึกขนาดนี้อาจจะทำร่างกายพังจริงๆ เขาเข้าใจหลักการ “งานหนักต้องพักบ้าง” ดี
แต่เวลาไม่เคยรอใคร
“เดอะ เวิลด์” คือตัวช่วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น และเป็นแต้มต่อเดียวที่เขามีเหนือคนอื่น ถ้าไม่ใช้มันให้คุ้มค่า อนาคตเขาต้องมานั่งเสียใจทีหลังแน่
บทสนทนาเริ่มเคร่งเครียดขึ้น
ฟูลบอดี้ลุกขึ้นยืน พิงกำแพงเตี้ยๆ มองลงไปที่ลานฝึก แล้วพูดขึ้นมาดื้อๆ
“สิ้นเดือนนี้นายจะลงสอบประเมินทหารใหม่ใช่ไหม?”
“แน่นอนครับ”
โลย่าไม่ปิดบัง
เขาวางแผนไว้แบบนั้นจริงๆ การได้เป็นทหารเรือเต็มตัวเร็วขึ้น จะทำให้เขาเข้าถึงโปรแกรมการฝึกที่สูงขึ้นได้เร็วขึ้น
เช่น วิชาการต่อสู้ วิชาดาบ และวิชาปืน
และการต่อสู้จริง!
การฝึกร่างกายเป็นแค่พื้นฐาน การต่อสู้จริงต่างหากคือเบ้าหลอมที่ดีที่สุดที่จะเปลี่ยนคนให้แกร่งขึ้น
ฟูลบอดี้ถอนหายใจ หลังจากคลุกคลีกันมาครึ่งเดือน เขาก็นับถือโลย่าเป็นเพื่อน และดูออกว่าโลย่าไม่ได้อยากจะจมปลักอยู่ในหน่วยบ้านนอกแห่งนี้
ด้วยความมุ่งมั่นของโลย่า ต่อให้พรสวรรค์จะด้อยไปหน่อย แต่การสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองก็แค่เรื่องของเวลา เผลอๆ ในอนาคตอาจจะได้ไปอยู่ที่มารีนฟอร์ดด้วยซ้ำ
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเลวร้ายจริงๆ
“โลย่า... ถ้าชั้นเป็นนาย ชั้นจะยื้อเวลาเป็นทหารเต็มตัวให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”
“ลูกพี่หมายถึงกลุ่มโจรสลัดแมวดำเหรอครับ?”
“ถูกต้อง”
“.....”
โลย่าเงียบไป
กลุ่มโจรสลัดแมวดำปักหลักหากินอยู่ในน่านน้ำที่หน่วย 153 ดูแล และอิทธิพลของพวกมันก็ขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ ค่าหัวของกัปตัน “คุโระ” พุ่งไปถึง 16 ล้านเบรีแล้ว
ในทะเลอีสต์บลูทั้งมวล มีโจรสลัดระดับบิ๊กเนมที่มีค่าหัวเกิน 15 ล้านเบรีอยู่แค่ไม่กี่คน
ไม่ใช่ว่าทางหน่วยไม่อยากจะล่าคุโระ... แต่ล่าไม่ได้ต่างหาก แม้แต่นาวาเอกร็อด ผู้บัญชาการฐานทัพ ก็ยังไม่ใช่คู่มือของคุโระ
แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ หน่วย 153 จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรสลัดแมวดำ ต่อให้ต้องซ้ำรอยโศกนาฏกรรมครั้งก่อนก็ตาม!
ดังนั้น ทันทีที่ได้เป็นทหารเรือเต็มตัว ก็มีความเสี่ยงที่จะต้องไปปะทะกับกลุ่มโจรสลัดแมวดำโดยตรง และด้วยฝีมือของทหารเรือทั่วไป... โอกาสตายสูงลิ่ว
โลย่าเข้าใจความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของฟูลบอดี้ดี
การยื้อเวลาเป็นทหารเต็มตัวออกไป จะช่วยลดโอกาสที่จะต้องไปเจอกับกลุ่มโจรสลัดแมวดำ
ประการแรก กลุ่มโจรสลัดแมวดำอาจจะย้ายถิ่นฐานออกไปจากเขตของหน่วย 153 เพื่อไปหาที่ทำกินที่ใหญ่กว่า หรืออาจจะเข้าสู่แกรนด์ไลน์ไปเลย
ประการที่สอง เมื่อชื่อเสียงของกัปตันคุโระโด่งดังขึ้น ทางมารีนฟอร์ดอาจจะส่งยอดฝีมือลงมาจัดการ
แต่ปัญหาคือ... ค่าหัวของกัปตันคุโระต้องแตะหลัก 20 ล้านเบรีเสียก่อน ถึงจะดึงดูดความสนใจจากมารีนฟอร์ดได้
20 ล้านคือเส้นแบ่ง!
“ลูกพี่... ผมจะไม่หยุดครับ!”
แววตาของโลย่าค่อยๆ แข็งกร้าวขึ้น
หลังจากทะลุมิติมาที่โลกนี้ เขาพยายามรื้อฟื้นข้อมูลเกี่ยวกับอีสต์บลู และมีจุดหนึ่งที่เขาจำได้แม่นยำ
คุโระจะไม่ไปจากอีสต์บลู
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในเวลาอย่างมากที่สุดสองปี คุโระจะบุกโจมตีเรือรบของหน่วย 153 และลงมือสังหารทหารเรือบนเรือทิ้งทั้งหมดด้วยตัวคนเดียว เหลือรอดแค่ “มอร์แกน” คนเดียว เพื่อดำเนินการตามแผน “เกษียณตัวเอง” ของมัน
ภายในสองปีนี้ ถ้าเขามัวแต่เอ้อระเหยและไม่แข็งแกร่งให้เหนือกว่าคุโระ เขาคงกลายเป็นหนึ่งในทหารเรือที่ถูกมันเชือดทิ้งแน่ๆ
ต่อให้โชคดีหนีรอดมาได้ ก็ต้องมาเจอกับยุคมืดภายใต้การปกครองของมอร์แกนอยู่ดี
หนีไปก็เปล่าประโยชน์!
ตราบใดที่ยังเป็นทหารเรือสังกัดหน่วย 153 เขาหนีชะตากรรมนี้ไม่พ้นหรอก ทางเดียวที่จะรอดคือต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น... แข็งแกร่งกว่าคุโระ!
ก่อนจะมาสมัครที่หน่วยนี้ เขาเคยคิดจะไปสมัครที่ฐานทัพอื่นเหมือนกัน แต่การเดินทางในโลกนี้มันโหดร้ายและอันตรายมาก เขาออกไปจากเกาะนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ล่องเรือไปเกาะใกล้ๆ น่ะพอไหว แต่จะเดินทางไกลๆ ต้องทำเรื่องขออนุญาตจากรัฐบาล ไม่งั้นอาจโดนเข้าใจผิดว่าเป็นโจรสลัดเอาง่ายๆ!
เขาไม่อยากเป็นโจรสลัด... นอกจากชีวิตจะแขวนบนเส้นด้ายแล้ว ยังโดนสังคมประณาม ไม่มีที่ยืนทางสังคมอีกต่างหาก
อีกอย่าง ต่อให้ย้ายไปหน่วยอื่น ก็หนีความอันตรายไม่พ้นอยู่ดี
“จ้าวแห่งอีสต์บลู” ครีค, “มนุษย์เงือก” อารอน, “ตัวตลก” บากี้
โจรสลัดบิ๊กเนมค่าหัวเกิน 15 ล้านเบรีพวกนี้กระจายตัวอยู่ทั่วอีสต์บลู แต่ละตัวร้ายกาจไม่แพ้คุโระเลย ถ้าอยากจะสร้างชื่อเสียง ยังไงก็หนีการปะทะกับพวกมันไม่พ้น
หลังจากเงียบไปพักใหญ่
โลย่ารู้สึกทะแม่งๆ เลยขมวดคิ้วถามกลับ
“แล้วลูกพี่ล่ะ? ไม่ใช่ว่าจะลงสอบจบหลักสูตรเหมือนกันเหรอ? ลูกพี่ไม่กลัวเหรอครับ?”
“บอกแล้วไงว่าชั้นไม่เหมือนนาย”
ฟูลบอดี้ยิ้มพราย กระดิกนิ้วไปมา แล้วโม้หน้าตาย
“ชั้นมีเส้น... อีกไม่นานชั้นก็จะย้ายไปประจำที่มารีนฟอร์ดแล้ว”
“.....”
บ้าเอ๊ย... ไอ้หมอนี่มันน่าโมโหชิบหาย!
ความอิจฉาทำเอาหน้าตาโลย่าบิดเบี้ยวจนดูไม่ได้
ที่เขากัดฟันฝึกแทบตายก็เพื่อจะได้ไปมารีนฟอร์ดนี่แหละ ศูนย์บัญชาการใหญ่คือจุดเริ่มต้นของการไต่เต้าอย่างก้าวกระโดด ขืนจมปลักอยู่อีสต์บลูจะมีอนาคตอะไร?
แต่ไอ้เวรนี่ไม่ต้องทำอะไรเลยก็ได้ไปมารีนฟอร์ดแล้ว
เกลียดพวกเด็กเส้นที่สุดโว้ย!
หลังจากได้ขิงใส่โลย่า ฟูลบอดี้ก็อารมณ์ดีสุดๆ รู้สึกสดชื่นเหมือนได้กินไอศกรีมถ้วยโตกลางฤดูร้อน
“เอาน่า อย่าทำหน้าบูดไปเลย... มามะ เดี๋ยวชั้นสอนเต้นให้!”
“สอนเต้นเหรอ?”
โลย่าแผ่รังสีอำมหิตออกมา
“หึ... หึหึ!”
“ไอ้เวรฟูลบอดี้... ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ! อย่ามาดูถูกกันนะโว้ย! ชั้นไม่ใช่คนเมื่อครึ่งเดือนก่อนแล้วนะ!”
“เข้ามาเลย... มาดวลเต้นกัน!”
“ใครแพ้ซักกางเกงในให้อีกคน!”
“วันนี้ชั้นจะแสดงให้ดูว่าการเต้นที่แท้จริงมันเป็นยังไง!”
...
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
โลย่า Orz
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═