- หน้าแรก
- วันพีซ ขยันกว่าสองร้อยเท่า เป้าหมายคือเป็นลูกเขยสี่จักรพรรดิ
- บทที่ 2 พยายามให้หนักกว่าเดิม 200 เท่า!
บทที่ 2 พยายามให้หนักกว่าเดิม 200 เท่า!
บทที่ 2 พยายามให้หนักกว่าเดิม 200 เท่า!
บทที่ 2 พยายามให้หนักกว่าเดิม 200 เท่า!
ป้อมปราการหน่วยที่ 153 แห่งกองทัพเรือ
สำนักงานลงทะเบียนทหารใหม่
“ชื่อ?”
“โลย่า”
“อายุ?”
“17 ปี”
“ทำไมถึงอยากเป็นทหารเรือ?”
“เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง!”
ปลายปากกาของเจ้าหน้าที่ชะงักบนกระดาษ เขาเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่ม ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แทบไม่สังเกตเห็น
เหตุผลดาษดื่น
แต่มีน้อยคนที่จะพูดออกมาตรงๆ แบบนี้
เขาพอจะจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้... เมื่อสามเดือนก่อนเรือสินค้าที่ครอบครัวของเด็กหนุ่มโดยสารมาถูกโจรสลัดปล้น มีเพียงเด็กหนุ่มคนนี้ที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ หลังจากนั้นก็มาทำงานรับจ้างทั่วไปอยู่ที่ร้านอาหารในเมือง
ประวัติไม่มีปัญหาอะไร
เงื่อนไขการรับสมัครทหารใหม่ของหน่วยนี้ไม่ได้เข้มงวดนัก ขอแค่ไม่ใช่พวกอาชญากรที่มีค่าหัวและสุขภาพแข็งแรงก็พอแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น กองพันเพิ่งจะสูญเสียกำลังพลไปอย่างหนัก จำเป็นต้องเติมเลือดใหม่โดยด่วน
“อนุมัติ!”
“ขอบคุณครับ!”
“จ่าโทมอร์แกน พาพลทหารใหม่โลย่าไปแนะนำให้รู้จักฐานทัพที”
“ครับผม!”
มอร์แกนขานรับเสียงดัง
ตอนนั้นเองที่โลย่าเพิ่งสังเกตเห็นชายร่างยักษ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ
มอร์แกน?
“มือขวาน” มอร์แกน!
ความสูงตระหง่านเกือบสามเมตรบวกกับใบหน้าเคร่งขรึมไม่ยิ้มแย้ม ทำให้เขาดูน่าเกรงขามสุดๆ
โลย่าประเมินคร่าวๆ ด้วยขนาดตัวอันน้อยนิดของเขา ถ้าโดนหมอนี่ตบเบาๆ สักทีคงลงไปนอนกองร้องเรียกรถพยาบาลแน่
ก่อนที่จะมีพลังเหนือมนุษย์... ขนาดตัวคือความได้เปรียบที่แท้จริง
ซี๊ดดด...
นี่สินะแรงกดดันของเจ้าของฉายา “มือขวาน”?
มอร์แกนเดินมาหยุดตรงหน้าโลย่า พยายามจะแสดงความเป็นมิตรด้วยการฝืนยิ้มออกมา... ซึ่งดูน่ากลัวกว่าร้องไห้เสียอีก
สยองพิลึก
“เด็กใหม่ ตามมา”
“ครับ จ่าโทมอร์แกน!”
โลย่ายืดอกตอบรับ ท่าทีไร้ที่ติ
ในเมื่อมาเป็นทหาร ก็ต้องทำตัวให้สมกับเป็นทหาร
อีกอย่าง มอร์แกนในตอนนี้ยังไม่ได้กลายเป็นจอมเผด็จการในอนาคต และยังไม่มีอำนาจบารมีเหมือนตอนนั้น
หลังจากรับอุปกรณ์สำหรับทหารใหม่ โลย่าก็แบกเครื่องนอนและกะละมังเดินตามมอร์แกนไปสำรวจโครงสร้างทั่วไปของป้อมปราการ
หอคอยป้องกันทรงกระบอกสองหอ อาคารสูงสี่หลังสำหรับพักอาศัยและหน่วยส่งกำลังบำรุง บวกกับลานฝึกกลางแจ้งอีกหลายแห่ง... นี่คือหน่วยที่ 153 ของกองทัพเรือ
ถ้ารวมฝ่ายส่งกำลังบำรุงเข้าไปด้วย ทั้งหน่วยมีคนอยู่แค่สองร้อยกว่าคน และในจำนวนนี้มีทหารเรือที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการแค่ร้อยนิดๆ... ซึ่งส่วนใหญ่ก็เพิ่งตายในสนามรบ
ต้องบอกว่าอัตคัดขัดสน
แต่นี่คือความจริง
กำลังหลักของกองทัพเรือจะกระจุกตัวอยู่ใน “แกรนด์ไลน์” โดยเฉพาะที่มารีนฟอร์ด เพื่อปกป้องความปลอดภัยของ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แมรี่จัวส์”
ส่วนทหารเรือที่ประจำการในทะเลทั้งสี่ นอกจากกำลังพลจะกระจัดกระจายแล้ว พลังการต่อสู้ยังเทียบไม่ได้เลยกับทหารเรือในแกรนด์ไลน์... แค่จะปราบ “โจรสลัดเลื่องชื่อ” ที่มีค่าหัวไม่ถึง 20 ล้านเบรียังลำบากเลือดตาแทบกระเด็น
หอพัก โรงอาหาร พื้นที่สันทนาการ...
หลังจากพอจะเข้าใจผังป้อมปราการคร่าวๆ แล้ว มอร์แกนก็พาโลย่ามาที่ลานฝึกทหารใหม่
ว่าที่ทหารใหม่หลายสิบคนกำลังฝึกร่างกายอยู่ แต่ขวัญกำลังใจดูต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แม้แต่เสียงตะโกนยังแผ่วเบาไร้เรี่ยวแรง
ผลกระทบจากความพ่ายแพ้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
มอร์แกนกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำแขน เต็มไปด้วยความเกลียดชังโจรสลัดและความเจ็บใจในความไร้น้ำยาของตัวเอง
ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาจึงค่อยคลายหมัดออก
“เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า นายจะต้องมาฝึกพื้นฐานที่นี่ ช่วงบ่ายจะเป็นงานเบ็ดเตล็ด เดี๋ยวจะมีคนมานำทางนายไป”
มอร์แกนอธิบายข้อควรระวังต่างๆ
ทหารเรือที่เพิ่งเข้าใหม่ทุกคนจะเริ่มจากระดับ “ทหารรับใช้” นอกจากฝึกซ้อมที่จำเป็นแล้ว งานหลักคือการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ อย่างเช่นการทำความสะอาด
พูดง่ายๆ ก็คือ “เบ๊” นั่นแหละ
แม้แต่ด้านหลังเครื่องแบบยังมีตัวอักษร “เบ็ดเตล็ด” สกรีนอยู่เลย
จะไปสู้กับโจรสลัด? ทหารรับใช้อย่างพวกเขายังไม่คู่ควรหรอก
ก็ต่อเมื่อทหารรับใช้ผ่านการฝึกร่างกายและการฝึกพื้นฐานอื่นๆ ได้สำเร็จ พวกเขาถึงจะได้เลื่อนยศเป็น “พลทหารตรี” เมื่อนั้นพวกเขาถึงจะหลุดพ้นจากงานเบ็ดเตล็ด แต่ช่วงเวลาคุ้มครองมือใหม่ก็จะหมดลงไปด้วย
พวกเขาจะต้องไปลงสนามรบ!
โลย่าตั้งใจฟังคำอธิบายของมอร์แกน
โปรแกรมการฝึกทหารใหม่เน้นไปที่การฝึกร่างกายเป็นหลัก: วิดพื้น 200 ครั้ง, ซิทอัพ 200 ครั้ง, ปีนเชือก 10 ครั้ง, วิ่งรอบสนาม 20 รอบ ฯลฯ
“เข้าใจแล้ว... มันคือหนึ่งในสิบของปริมาณการฝึกที่มารีนฟอร์ดเป๊ะเลย”
โลย่ารู้ดีว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร
เขาพอจะรู้เนื้อหาการฝึกของทหารเรือมารีนฟอร์ดอยู่บ้าง
ก่อนที่จะทะลุมิติมา เพราะความเก่งกาจแบบก้าวกระโดดระดับใช้สูตรโกงของโคบี้ เขาจึงได้คุยกับเพื่อนในเน็ตที่แสนจะเป็นมิตร และหนึ่งในหัวข้อที่คุยกันก็คือตารางการฝึกของมารีนฟอร์ด
บางทีนี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาทะลุมิติมาก็ได้
ขอโทษที... ไม่น่าปากเก่งเลยกู
“จ่าโทมอร์แกน!”
โลย่าหันไปหามอร์แกน ชี้ไปที่ทหารใหม่และอุปกรณ์ฝึกซ้อมในสนาม แววตาเป็นประกาย
“ผมขอเข้าร่วมการฝึกตอนนี้เลยได้ไหมครับ?”
“ตอนนี้?”
มอร์แกนชะงักไปครู่หนึ่ง
เป็นเรื่องปกติที่ทหารใหม่จะตื่นเต้นตอนเพิ่งเข้ามา แต่มีน้อยคนนักที่จะร้องขอเริ่มฝึกจริงจังทันทีที่มาถึง
น่าสนใจ
ถ้าคิดว่าการฝึกทหารใหม่เป็นเรื่องหมูๆ ล่ะก็... คิดผิดมหันต์!
ปกติแล้ว ทหารรับใช้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามถึงหกเดือนกว่าจะผ่านการฝึกพื้นฐานและเลื่อนยศเป็นพลทหารตรี
อยากจะสร้างผลงานเร็วๆ งั้นเหรอ?
ไปถามดาบกับปืนของพวกโจรสลัดก่อนไหมว่ามันจะยอมหรือเปล่า!
มอร์แกนเริ่มสนใจและอยากจะเห็นศักยภาพของโลย่า เขาปั้นหน้าขรึมแล้วพูดว่า
“ได้ แต่ชั้นขอเตือนไว้ก่อน... เมื่อนายเข้าร่วมการฝึกแล้ว ห้ามถอดใจกลางคันเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
“รับทราบ!”
โลย่าสูดหายใจลึก แล้ววิ่งเข้าสู่ลานฝึกทันที ไปต่อท้ายแถวขบวนทหารใหม่ วิ่งรอบสนามฝึก
ทั้งหมด 20 รอบ!
ลู่วิ่งในสนามฝึกมีระยะมาตรฐานรอบละ 500 เมตร ดังนั้น 20 รอบก็เท่ากับ 10 กิโลเมตร ถึงแม้ร่างกายคนในโลกนี้โดยเฉลี่ยจะแข็งแกร่งกว่าคนบนโลกเดิมมาก แต่มันก็ไม่ใช่งานง่ายๆ ที่จะทำได้สำเร็จ
“อ้าว เด็กใหม่?”
พวกทหารใหม่สังเกตเห็นโลย่า พวกเขาเองก็เป็นทหารรับใช้เหมือนกัน แต่เข้ามาอยู่ที่หน่วยก่อนหน้าสักสองสามเดือน ทำให้พวกเขากลายเป็น “รุ่นพี่” ในหมู่ทหารใหม่ที่ใกล้จะจบหลักสูตร
“เฮ้ยพวกเรา เร่งฝีเท้าหน่อย!”
“จัดไป!”
เหล่าทหารใหม่เร่งความเร็วขึ้นอย่างรู้กัน กะจะรับน้องใหม่สักหน่อย... นี่เป็นความบันเทิงไม่กี่อย่างของพวกเขา
ความเร็วของขบวนแถวค่อยๆ เพิ่มขึ้น โลย่าที่รั้งท้ายอยู่แล้วเริ่มเห็นตัวเองถูกทิ้งห่าง
ระยะห่างเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
“รับน้องสินะ”
โลย่าไม่แปลกใจและยังคงรักษาจังหวะการวิ่งของตัวเองไว้อย่างเงียบๆ
ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีลำดับชั้น... รุ่นพี่แกล้งรุ่นน้องเป็นเรื่องธรรมดาที่มีทุกที่ และระดับนี้ยังไม่นับว่าแกล้งด้วยซ้ำ อย่างมากก็แค่โชว์พาว
ถ้าแค่นี้ยังตามการฝึกไม่ทัน ก็เป็นเพราะความอ่อนหัดของเขาเอง!
รอบแรก โลย่ายังสบายๆ
รอบที่สาม หน้าผากของโลย่าเริ่มมีเหงื่อซึม
รอบที่ห้า ขบวนแถวทหารใหม่โผล่มาข้างหลังโลย่า น็อกรอบเขาไปเรียบร้อย แถมยังเริ่มตะโกนเพลงเชียร์ขณะวิ่งแซงเขาไป
“หนึ่ง! สอง! สาม~ สี่!!!”
เสียงตะโกนที่ดังก้องสนามฝึกทำเอาหูของโลย่าอื้ออึง
รอบที่สิบห้า!
พวกทหารใหม่ฝึกวิ่งเสร็จแล้วและกำลังพักผ่อนอยู่ที่ขอบสนาม ถือโอกาสนั่งดูชะตากรรมของเด็กใหม่ไปด้วย
เหลือเพียงโลย่าคนเดียวบนลู่วิ่ง เคลื่อนที่ช้าเป็นเต่าคลาน ทุกย่างก้าวต้องรีดเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี
“แฮ่ก~ แฮ่ก~ แฮ่ก~~~”
โลย่าหอบหายใจอย่างหนัก ปอดเหมือนถูกไฟเผา เจ็บแสบไปหมด เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ แนบสนิทไปกับผิวหนัง
ทรมาน... เจ็บปวด!
ร่างกายปัจจุบันของเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มวัย 17 ปีธรรมดาๆ ถึงจะหนุ่มแน่น แต่การมาเริ่มฝึกตามมาตรฐานกองทัพเรือทันทีมันสร้างภาระให้ร่างกายมหาศาล
ขาหนักอึ้งเหมือนถ่วงด้วยตะกั่ว การมองเห็นเริ่มพร่ามัว ได้ยินเสียงเยาะเย้ยแว่วมาไกลๆ
เขาเมินเฉยต่อสิ่งรบกวนภายนอก
ในวินาทีนี้... ในหัวของโลย่ามีเพียงความคิดเดียว
วิ่ง!
นี่ไม่ใช่แค่การฝึกซ้อมธรรมดา แต่มันเดิมพันด้วยอนาคตของเขา และเดิมพันว่าเขาจะสร้างปาฏิหาริย์แบบโคบี้ได้หรือไม่
“ตุบ!”
ทันใดนั้น โลย่ารู้สึกหน้ามืด เข่าอ่อนยวบ ร่างผอมแห้งล้มกระแทกพื้นทราย
“เด็กใหม่ไม่ไหวแล้วว่ะ!”
ทหารใหม่รอบๆ เริ่มตื่นตัวกันทันที
ปกติความเข้มข้นในการฝึกสำหรับคนเพิ่งเข้าใหม่จะไม่โหดขนาดนี้ วิ่งทางไกลครั้งแรกได้สัก 10 รอบก็ถือว่าเก่งมากแล้ว และครูฝึกก็จะไม่เข้มงวดกับเด็กใหม่เกินไป
มันต้องมีกระบวนการปรับตัว
พวกเขาเองก็ผ่านมาแบบนี้ ค่อยๆ เพิ่มความหนักจนตามความเข้มข้นของทหารเรืออาชีพได้ทัน แต่ถึงจะฝึกมาหลายเดือน วิ่ง 20 รอบเสร็จก็ยังเหงื่อท่วมตัวกันทุกคน
การที่เด็กใหม่วิ่งรวดเดียวได้ 15 รอบนี่ก็เกินคาดไปมากแล้ว
“เฮ้ย ดูนั่นเร็ว!”
ขณะที่ทุกคนคิดว่าเด็กใหม่คงไม่ไหวและต้องพักแล้ว... โลย่ากลับใช้มือยันพื้น ค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นยืน
วิ่งต่อ!
รอยยิ้มขี้เล่นค่อยๆ จางหายไปจากใบหน้าของทุกคน
“ไอ้หมอนี่... ใจได้ว่ะ!”
ใครคนหนึ่งพึมพำ คนอื่นๆ พยักหน้าเห็นด้วย
ใจได้จริงๆ
“จ่าโทมอร์แกนครับ หมอนั่นชื่ออะไร?”
“โลย่า?”
“อ้อ จำได้แล้ว เขาคือบาร์เทนเดอร์ที่ทำงานร้านอาหารฟู้ดทาเวิร์นนี่นา!”
“แม่งเอ๊ย อิจฉาชิบหาย!”
“นอกจากจะหล่อแล้ว ยังได้อยู่กับคุณนายลิลิก้าทุกวันอีก!”
“พวกเรา... การฝึกรอบหน้า จัดหนักรับน้องให้มันหน่อยดีกว่า!”
“ของมันแน่อยู่แล้ว!”
ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารล้าหลัง การได้ไปดื่มที่ร้านอาหารฟู้ดทาเวิร์นในเวลาว่างแทบจะเป็นงานอดิเรกยอดฮิตของทุกคน
และคุณนายลิลิก้า เจ้าของร้านผู้แสนอ่อนโยนและงดงาม ก็เป็นสาวในฝันของทหารเรือนับไม่ถ้วน... ดังนั้น สำหรับโลย่าที่อาศัยกินนอนอยู่ที่ร้านนั้น...
เหอะๆ
ต้องทำให้เด็กใหม่รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของสังคมสักหน่อย!
...
ค่ำ... หอพัก
มอร์แกนแบกร่างอันอ่อนปวกเปียกของโลย่ามาโยนลงบนเตียง เล่นเอาเพื่อนร่วมห้องคนอื่นสะดุ้งโหยง
นี่แค่วันแรกเองนะ!
หลังจากมอร์แกนออกไป เพื่อนร่วมห้องก็กรูเข้ามามุงทันที หนึ่งในนั้นถือไม้กวาดค่อยๆ จิ้มก้นโลย่า
“เฮ้?”
“อย่าเล่นน่า...”
โลย่านอนคว่ำหน้าอยู่บนที่นอน ส่ายก้นเด้งดึ๋งประท้วง
การฝึกร่างกายพื้นฐานที่ทหารใหม่ทั่วไปทำเสร็จในครึ่งวัน... เขาใช้เวลาทั้งวันกว่าจะทำจบ ตอนนี้วิญญาณแทบจะหลุดออกจากร่าง
เหนื่อยฉิบหาย!
“ฟู่ว์”
ทุกคนถอนหายใจโล่งอกแล้วแยกย้ายกลับไปที่เตียงตัวเอง
ยังไม่ตายก็ดีแล้ว... ไม่อยากต้องมาเก็บศพตั้งแต่วันแรกที่เป็นทหารเรือหรอกนะ
เวลาผ่านไปทีละน้อย ทหารใหม่ที่ยังตื่นเต้นค่อยๆ ผล็อยหลับไปท่ามกลางเสียงคุยโวโอ้อวด ตั้งตารอวันพรุ่งนี้
ไม่นาน เสียงกรนก็ดังระงมไปทั่วห้อง
ดึกสงัด... ใกล้เที่ยงคืน
โลย่าลืมตาโพลง ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียง กวาดตามองเพื่อนร่วมห้องที่นอนกรนกันสนั่น ก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียงคนเดียว ริมฝีปากขยับเบาๆ
“เดอะ เวิลด์!”
พื้นที่รอบตัวยืดขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อร่างสร้างตัวเป็นโลกอิสระที่ว่างเปล่าราวกับหลุดเข้าไปในห้วงอวกาศ
ทันใดนั้น สิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมอย่างพื้นทราย ลู่วิ่ง และเชือกปีนป่าย ก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่านั้น
เหมือนกับลานฝึกทหารใหม่เป๊ะ!
“เป็นอย่างที่คิดจริงๆ!”
โลย่ามีกำลังใจขึ้นมาทันที เขาลากสังขารอันเหนื่อยล้าเข้าสู่ลานฝึก
พื้นที่อิสระพิเศษนี้คือพลังเฉพาะตัวที่เขาปลุกขึ้นได้หลังจากทะลุมิติมา มันสามารถบันทึกและจำลองสภาพแวดล้อมภายนอกได้
“น่าเสียดายที่มันจำลองได้แต่เรื่องที่เกี่ยวกับการฝึกเท่านั้น”
หลังจากทดลองมาสามเดือน โลย่าพอจะเข้าใจการทำงานของ “เดอะ เวิลด์” คร่าวๆ... พูดง่ายๆ มันคือ “พื้นที่ฝึกซ้อมล้วนๆ”
ไม่ได้เกี่ยวกับสแตนด์ตัวไหนทั้งนั้น
“เดอะ เวิลด์” จะจำลอง “กระบวนการฝึก” ที่เขาได้สัมผัสมา ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เขากัดฟันทำจนจบการฝึกพื้นฐานเมื่อตอนกลางวัน
ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์
แต่เวลาภายใน “เดอะ เวิลด์” นั้นอยู่ในสภาวะหยุดนิ่งโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในนั้นนานแค่ไหน เวลาภายนอกก็จะไม่เดินไปแม้แต่วินาทีเดียว
นั่นหมายความว่าเขาสามารถ “ฝึกพิเศษ” เพิ่มใน “เดอะ เวิลด์” ได้ ทำให้เขามีเวลาฝึกมากกว่าคนอื่นและทุ่มเทความพยายามเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองได้มากกว่า
นี่แหละคือพลังของ “เดอะ เวิลด์”!
อย่างไรก็ตาม การคงสภาพการทำงานของ “เดอะ เวิลด์” ต้องใช้พลังจิต
เมื่อสามเดือนก่อนตอนที่เพิ่งทะลุมิติมา “เดอะ เวิลด์” อยู่ได้แค่ชั่วโมงเดียว แต่ตอนนี้มันอยู่ได้ประมาณสามชั่วโมงแล้ว
โลย่าเชื่อมั่นว่าตราบใดที่เขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ระยะเวลาของ “เดอะ เวิลด์” ก็จะยืดขยายออกไปเรื่อยๆ... จนนำไปสู่ปาฏิหาริย์แห่งความพยายามที่มากกว่าคนอื่น 200 เท่า!
“ใส่ความพยายามเข้าไป 200 เท่า!”
“ถ้าโคบี้ทำได้... ไม่มีเหตุผลที่ชั้นจะทำไม่ได้!”
“ชั้นเองก็อยากจะเป็นพลเรือเอกเหมือนกัน!”
ความพยายาม...นี่คือหนทางที่เป็นไปได้มากที่สุดและเป็นหนทางเดียวในตอนนี้ที่จะสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองได้ ถ้ามีโอกาสมาประเคนอยู่ตรงหน้าแล้วยังขี้เกียจสันหลังยาว... เขาคงจะสมเพชตัวเองน่าดู!
โลย่าเริ่มขยับเท้า
วิ่งไปข้างหน้า!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═