- หน้าแรก
- บันทึกทำฟาร์มของจอมมาร ที่มีผู้กล้าเป็นลูกจ้าง
- ตอนที่ 9 : ลุยเลย หัวไชเท้ายักษ์!
ตอนที่ 9 : ลุยเลย หัวไชเท้ายักษ์!
ตอนที่ 9 : ลุยเลย หัวไชเท้ายักษ์!
"นั่นมันราชินีเอลฟ์แห่งป่าซิลเวอร์มูน องค์ราชินีอารีเลียนี่นา!"
เสียงอุทานของลิเลียนดังก้องอยู่ในหูของซูฟ่าน แต่เขาไม่มีเวลามามัวห่วงเรื่องราชินีบ้าบออะไรนั่นหรอก สายตาของเขาจับจ้องเขม็งไปที่คิเมร่าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำ
หัวสิงโตตรงกลางของสัตว์ประหลาดตัวนั้นอ้าปากกว้าง และลูกบอลพลังงานสีดำขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลก็กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็วอยู่ข้างใน ปลดปล่อยออร่าที่ทำให้พื้นที่โดยรอบเริ่มบิดเบี้ยวออกมา
จบเห่แล้ว แบบนี้หลบยังไงก็ไม่พ้นแน่
หัวใจของซูฟ่านหล่นวูบเมื่อเห็นว่าราชินีเอลฟ์ผู้สูงศักดิ์กำลังจะตายลงตรงนั้น
"ไม่นะ! ฉันต้องช่วยเธอ!"
ด้วยความรู้สึกยุติธรรมที่เอ่อล้น ลิเลียนกำคทาของเธอไว้แน่น และด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างวาบขึ้นบนตัว เธอเตรียมพร้อมที่จะพุ่งออกไป
"เธอจะบ้าเหรอ!" ซูฟ่านกระชากเธอกลับมาแล้วกดตัวเธอลงกับพุ่มไม้อย่างแรง "พุ่งออกไปตอนนี้มันก็แค่ภารกิจฆ่าตัวตายชัดๆ! ไม่เห็นเหรอว่าหลอดเลือดของไอ้หมอนั่นมันเป็นสีดำน่ะ? นั่นมันมอนสเตอร์ระดับอีลีทที่ติดเชื้อนะ โดนสะกิดทีเดียวก็เกมโอเวอร์แล้ว!"
ประสบการณ์การเล่นเกมของซูฟ่านได้ถูกนำมาใช้ในเวลานี้ เขารู้ดีว่ามอนสเตอร์ที่ถูกบัฟตามเนื้อเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คนที่เพิ่งออกจากหมู่บ้านเริ่มต้นจะรับมือไหว
"แต่ว่า..." ดวงตาของลิเลียนแดงก่ำด้วยความร้อนรน ราชินีอารีเลียคือผู้นำของเผ่าเอลฟ์และโด่งดังไปทั่วทั้งทวีปในฐานะเสาหลักของฝ่ายระเบียบ เธอจะทนดูราชินีมาตายที่นี่ไม่ได้
"ไม่มีแต่ทั้งนั้นแหละ! เธอต้องประเมินสถานการณ์ก่อนที่จะไปช่วยใครสิฟะ!" ซูฟ่านขู่ฟ่อด้วยเสียงต่ำ
ในวินาทีนั้น ลมหายใจแห่งความมืดของคิเมร่าก็ควบแน่นเสร็จสมบูรณ์
"โฮก!"
พร้อมกับเสียงคำราม ลูกบอลพลังงานสีดำสนิทก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกปืนใหญ่ แหวกอากาศดังเฟี้ยวตรงดิ่งไปยังอารีเลีย ผู้ซึ่งหลับตายอมรับชะตากรรมไปแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะถูกกำหนดไว้แล้ว
สมองของซูฟ่านประมวลผลอย่างรวดเร็ว
หนีงั้นเหรอ? ถ้าเขาหนีตอนนี้ ปราสาทจอมมารก็อยู่ข้างหลังพวกเขาแล้ว ถ้าไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้จัดการราชินีเสร็จแล้วนึกอยากจะแวะไปที่ปราสาทของเขาล่ะ? แปลงผักของเขาได้พังพินาศย่อยยับแน่ๆ
สู้เหรอ? สู้ยังไงล่ะ? เขามามือเปล่า และเวทมนตร์แสงศักดิ์สิทธิ์ของลิเลียนก็คงจะต้านทานไว้ไม่ไหวเหมือนกัน
ทำไงดี? ทำยังไงดีวะ?
ในความสิ้นหวังนั้น ประกายแห่งแรงบันดาลใจก็สว่างวาบขึ้นมาในหัวของซูฟ่าน
จู่ๆ เขาก็ดึงหัวไชเท้าสีขาวขนาดใหญ่มหึมา ที่มีความหนาเท่ากับกะละมังและส่งกลิ่นหอมจางๆ ออกมาจากถุงผ้าขาดๆ บนหลังของเขา
อาวุธไง! เขามีอาวุธนี่หว่า!
"ไม่สนแม่งแล้ว! ลองดูสักตั้งก็แล้วกัน!"
ซูฟ่านไม่มีเวลามานั่งคิดหรอกว่าหัวไชเท้ามันจะทำอะไรได้ เลียนแบบวิธีขว้างระเบิดมือของคนในทีวี เขารวบรวมพละกำลังทั้งหมดส่งไปยังแขนของเขา
เขาก้าวถอยหลัง บิดเอว และเหวี่ยงแขนออกไปในคราวเดียว
"ไปเลย! ปิก้า... พรวด! ไปเลย! หัวไชเท้ายักษ์!"
"ฟิ้ว!"
หัวไชเท้ายักษ์ที่แบกรับความหวังอันสูงส่งของเขา วาดเส้นโค้งประหลาดไปในอากาศ บินช้าๆ และแอบเบี้ยวไปนิดๆ มุ่งหน้าไปยังคิเมร่า
ลิเลียนเอามือปิดตาดัวยความสิ้นหวังไปแล้ว เธอทนดูฉากที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ได้
และดูเหมือนคิเมร่าตัวนั้นจะสังเกตเห็นวัตถุไม่ทราบฝ่ายที่บินเข้ามาจากด้านข้าง หัวแพะของมันเหลือบมองด้วยสายตาเหยียดหยาม พร้อมกับพ่นหมอกสีดำแห่งความดูถูกออกมา
หัวไชเท้าเนี่ยนะ? แกคิดจะเอาไอ้นี่มาสกิดฉันหรือไง?
ทว่า ในวินาทีที่ลมหายใจแห่งความมืดกำลังจะกลืนกินอารีเลีย และหัวไชเท้ายักษ์กำลังจะพุ่งเฉียดผ่านคิเมร่าไป...
...หัวไชเท้าสีขาวธรรมดาๆ หัวนั้นก็ปะทุแสงสีทองออกมานับพันสายอย่างกะทันหัน
"วิ้ง!"
ออร่าศักดิ์สิทธิ์ที่รุนแรงและบริสุทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใดที่ลิเลียนเคยสัมผัสมาก่อน กวาดผ่านทั่วทั้งหุบเขาในพริบตา
ตอนนี้หัวไชเท้ายักษ์ได้กลายสภาพเป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่เปล่งแสง ชำระล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัวมัน
แสงสีทองมาทีหลังแต่ถึงก่อน มันกระแทกเข้ากับลูกบอลพลังงานสีดำอย่างจัง
ไม่มีเสียงระเบิดสะเทือนเลื่อนลั่น มีเพียงเสียง "ซี่" ที่แสบแก้วหู
ลมหายใจแห่งความมืดที่ทรงพลังพอจะราบยอดเขาเล็กๆ ได้ เปรียบเสมือนน้ำแข็งที่ปะทะกับเปลวเพลิงในวินาทีที่มันสัมผัสกับแสงสีทอง มันอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งวินาทีด้วยซ้ำก่อนจะระเหยกลายเป็นควันสีฟ้าไปอย่างรวดเร็ว
ความแรงของแสงสีทองไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย มันเข้าปกคลุมคิเมร่าทั้งตัวโดยตรง
"โบร๋ว!"
คิเมร่าส่งเสียงกรีดร้องที่แหลมสูงที่สุดในชีวิตของมัน
ชั้นพลังงานแห่งความมืดที่แข็งแกร่งบนตัวของมันเดือดพล่านอย่างรุนแรงภายใต้แสงสีทอง จากนั้นก็ถูกชำระล้างและลอกคราบออกไปทีละน้อย เนื้อที่กลายพันธุ์ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ และเลือดสีดำก็พุ่งกระฉูดออกมาจากทุกรูขุมขน
ในที่สุด หัวไชเท้ายักษ์ซึ่งบัดนี้กลายเป็นลูกบอลแสงไปอย่างสมบูรณ์ ก็ตกลงมาอย่างแม่นยำและกระแทกเข้าที่กลางหน้าผากของหัวสิงโตของคิเมร่าดัง "แปะ" เบาๆ
"ตุ้บ!"
เสียงหล่นกระแทกดังทึบๆ
ร่างอันใหญ่โตของสัตว์เวทมนตร์แข็งทื่อขึ้นมากะทันหัน และดวงตาอันดุร้ายทั้งสามคู่ของมันก็สูญเสียความแวววาวไปในพริบตา
โครงร่างอันใหญ่โตของมันโงนเงนก่อนจะล้มตึงลงมาดังโครมสนั่น
แม้แต่พื้นดินก็ยังสั่นสะเทือน
สายลมพัดผ่าน หอบเอาใบไม้ร่วงสองสามใบหมุนวนไปมา
ทั้งหุบเขาตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าขนลุก
ลิเลียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นผ่านช่องว่างระหว่างนิ้วมือ เธอเห็นคิเมร่านอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น จากนั้นก็เห็นราชินีเอลฟ์ที่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ และท้ายที่สุด เธอก็ค่อยๆ หันศีรษะอันแข็งทื่อไปมองซูฟ่านที่อยู่ข้างๆ
สมองของเธอช็อตไปโดยสมบูรณ์
อารีเลียที่หลับตารอความตาย ก็ไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดอย่างที่คิดไว้เช่นกัน เธอลืมตาขึ้นด้วยความสับสน สิ่งแรกที่เห็นคือคิเมร่าที่ตายแล้ว และต่อมาก็คือ... รอยหัวไชเท้าไหม้เกรียมบนหน้าผากของมันงั้นเหรอ?
เธอฝืนพยุงร่างที่บาดเจ็บสาหัสขึ้นมา และมองไปในทิศทางที่หัวไชเท้าบินมา
หลังพุ่มไม้ ชายหนุ่มผมดำที่แต่งตัวซอมซ่อถูกแช่แข็งอยู่ในท่าขว้าง ขณะที่มือของเขา... กำลังประคองหัวไชเท้ายักษ์ที่หน้าตาเหมือนกันเป๊ะไว้อีกหัวอย่างทะนุถนอม
ข้างกายชายหนุ่มคือสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนจักรแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เธอจำหน้าได้ ซึ่งกำลังยืนอ้าปากค้าง ราวกับว่าโลกทัศน์ของเธอถูกทำลายจนพังทลายลงมาหมดสิ้น
ซูฟ่านเองก็อึ้งไปเหมือนกัน
เขาจ้องมองมือขวาที่ว่างเปล่าของตัวเองอย่างเหม่อลอย จากนั้นก็ก้มลงมองหัวไชเท้าสำรองที่เขาถืออยู่ รู้สึกได้เลยว่าหัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะ
"ไอ้... ไอ้เจ้านี่... มันมีแรงถีบกลับเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ?" เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาแค่อยากจะขว้างอะไรสักอย่างออกไปเพื่อดึงดูดความสนใจและซื้อเวลาให้ราชินีหนีรอดไปได้ก็เท่านั้นเอง
ใครมันจะไปคิดล่ะว่าแค่ขว้างหัวไชเท้าออกไปหัวเดียว จะสามารถฆ่าบอสดันเจี้ยนได้ในพริบตา?
พลังต่อสู้แบบนี้มันเวอร์เกินไปแล้ว! นี่มันสมเหตุสมผลตรงไหนเนี่ย?
【ติ๊ง! ภารกิจ 'ปกป้องสภาพแวดล้อมของฟาร์ม' เสร็จสิ้น!】
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่สามารถเคลียร์ต้นตอของมลพิษได้สำเร็จ รางวัลที่ได้รับ : เมล็ดพันธุ์หายาก - มะเขือเทศแห่งชีวิต x1, ค่าประสบการณ์ระบบ +1000 แต้ม!】
เสียงแจ้งเตือนของระบบที่ดังขึ้นในหัว ในที่สุดก็ดึงสติของซูฟ่านกลับมาได้
เขามองดูศพขนาดยักษ์ แล้วก็มองดูหัวไชเท้าในอ้อมแขน แววตาของเขากลายเป็นเร่าร้อนอย่างเหลือเชื่อ
นี่มันไม่ใช่แค่หัวไชเท้าแล้ว นี่มันเครื่องยิงจรวด RPG แบรนด์แสงศักดิ์สิทธิ์ชัดๆ! ของมันต้องมีสำหรับการเดินทาง การฆ่าคน และการปล้น... ถุย สำหรับกำจัดศัตรูพืชและผดุงความยุติธรรมต่างหาก!
ตอนนั้นเอง ราชินีเอลฟ์อารีเลียที่อยู่ไกลออกไปก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เมื่อเส้นประสาทที่ตึงเครียดของเธอผ่อนคลายลง ผลกระทบจากอาการบาดเจ็บและพิษก็ปะทุขึ้นมาอย่างเต็มที่ เธอส่งเสียงคราง ดวงตามืดดับลง แล้วก็ทรุดตัวลงกับพื้น
"ฝ่าบาท!"
ลิเลียนร้องอุทานด้วยความตกใจและรีบวิ่งเข้าไปประคองอารีเลียที่กำลังล้มลง
ซูฟ่านมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รู้สึกได้เลยว่าอาการปวดหัวครั้งใหญ่กำลังคลืบคลานเข้ามา
เขาแค่อยากจะออกมาสืบหาต้นตอของมลพิษและรับรางวัลจากระบบเท่านั้นเอง แล้วทำไมเขาถึงได้มาตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้ได้ล่ะเนี่ย?
นี่คือราชินีเอลฟ์เชียวนะ! จะช่วยหรือไม่ช่วยดี?
ถ้าเขาช่วยเธอ แล้วถ้าเกิดตอนหลังเธอเอาความหยิ่งทะนงของเธอมาสืบหาตัวตนในฐานะจอมมารของเขาล่ะ?
ถ้าเขาไม่ช่วยเธอ ลิเลียนก็คงไม่ยอมแน่ๆ และมโนธรรมของเขาก็คงไม่ยอมเหมือนกัน อีกอย่าง ถ้าเธอมาตายต่อหน้าเขาแล้วพวกเอลฟ์หูแหลมนั่นเกิดคลุ้มคลั่งแล้วมาโทษว่าเป็นความผิดของเขา เขาก็ลืมเรื่องการทำฟาร์มไปได้เลย
ซูฟ่านอุ้มหัวไชเท้า มองดูราชินีเอลฟ์ที่งดงามแต่ไม่ได้สติ กับสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ เขารู้สึกว่าชีวิตวัยเกษียณของเขาดูเหมือนจะเจอตอเข้าให้อีกแล้ว
เขาอดไม่ได้ที่จะโอดครวญในใจ "บ้าอะไรวะเนี่ย! ตอนแรกก็สตรีศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้ก็ราชินี ปราสาทจอมมารของฉันกลายเป็นรังฮีโร่ไปแล้วหรือไง?"