- หน้าแรก
- รักแท้หรือแค่ข่าวลือ ฮูหยินใหญ่ขอทลายจวนให้สิ้นซาก
- บทที่ 18: สงสัยว่าสมองพี่รองจะมีปัญหา
บทที่ 18: สงสัยว่าสมองพี่รองจะมีปัญหา
บทที่ 18: สงสัยว่าสมองพี่รองจะมีปัญหา
บทที่ 18: สงสัยว่าสมองพี่รองจะมีปัญหา
ระบบค้นหาข้อมูลในฐานข้อมูลแล้วเอ่ยว่า: [มีอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ ยกตัวอย่างเช่น ตอนเขาอายุสามขวบ เขาเห็นท่านหัวเราะคิกคักให้กับม้า เขาก็ดึงดันจะเป็นม้าให้ท่านขี่ให้ได้ แถมยังบอกว่ากลัวท่านจะตก ก็เลยทำอานม้าอันเล็กๆ มัดติดไว้กับตัว แล้วคลานสี่ขาควบไปรอบบ้านทุกวัน]
เจียงซูเยว่รู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย ทว่า... นางก็ยังอดหัวเราะไม่ได้อยู่ดี
[ฮ่าๆๆ เด็กคนนี้น่าสนใจชะมัด!]
ระบบ: [แล้วก็ตอนเขาหกขวบ เพื่อหลบเลี่ยงการเรียน เขาฉวยโอกาสตอนพี่ใหญ่ของท่านงีบหลับ ดึงกางเกงพี่ใหญ่ลงแล้วเอาไปผูกไว้กับขาโต๊ะ ปรากฏว่าเพื่อนร่วมชั้นของพี่ใหญ่มาเห็นเข้า ผลก็คือเขาโดนตีอย่างหนัก ซ้ำยังถูกพี่ใหญ่ของท่านลงโทษให้คัดลอกตำรา 'จือจื้อทงเจี้ยน' หนึ่งร้อยจบ]
[ตอนเขาเจ็ดขวบ เขาคิดว่าบุตรสาวคนเล็กของจวนสกุลหลินน่ารักน่าเอ็นดูและอยากจะตามจีบนาง เขาก็เลยส่งของที่ตัวเองชอบไปให้ แล้วผลก็คือโดนแม่หนูน้อยวิ่งไล่ตี]
เจียงซูเยว่เกิดความอยากรู้อยากเห็น: [ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นนี่นา? เขาขยันส่งอะไรไปให้กันแน่?]
ระบบ: [จิ้งหรีด ไส้เดือน แล้วก็น่องไก่กับหัวกระต่าย]
เจียงซูเยว่ก้มมองเจียงเฉินด้วยสีหน้าจนใจ
หากจะพูดถึงพี่รองของนางแล้ว แม้เขาจะดูทึ่มทื่อไปบ้าง แต่ก็บ้าบิ่นสุดๆ ไปเลยจริงๆ
บ่าวรับใช้ทั้งสองคนก็นึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมาได้เช่นกัน ในตอนนั้น คุณหนูสกุลหลินถึงกับเรียกกลุ่มเพื่อนตัวน้อยของนางมาวิ่งไล่ตีคุณชายรอง แม้กระทั่งตอนนี้ บนไหล่ของเขาก็ยังมีรอยกัดที่คนอื่นทิ้งไว้อยู่เลย
เจียงเฉินชะงักไปเมื่อสบเข้ากับสายตาของนาง
สายตาที่มีความเห็นใจหนึ่งส่วน ความจนใจหนึ่งส่วน ความเวทนาหนึ่งส่วน และความเย้ยหยันอีกเจ็ดส่วน
ขณะที่เจียงเฉินงัดมือนางออกและอยากจะโต้เถียงสักสองสามคำ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากหลังภูเขาจำลอง เจียงซูเยว่จึงรีบตะครุบปิดปากเขาไว้แล้วดึงเขากลับเข้ามาในอ้อมแขนอีกครั้ง
"อันหลาง ท่านคิดว่านังแพศยานั่นรู้เรื่องของพวกเราแล้วหรือยัง? ข้ารู้สึกกังวลใจอยู่ตลอดเลย"
ระบบ: [มาแล้วๆ พวกเขากำลังจะเริ่มวางแผนทำร้ายทายาทของจวนสกุลเจียงแล้ว!]
[อะไรนะ?] เจียงเฉินและเจียงซูเยว่ตกใจพร้อมกัน
เจียงซูเยว่ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะลงมือเร็วขนาดนี้
เจียงเฉินไม่อยากจะเชื่อว่าบิดาแท้ๆ อยากจะทำร้ายเขา!
เจียงอันส่ายหน้า "เป็นไปไม่ได้ ข้าปิดบังไว้อย่างมิดชิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาข้าไม่เคยเผยพิรุธแม้แต่นิดเดียว เป็นเพราะเจิ้นหนานโหวมากกว่า นังแพศยานั่นถึงได้มีท่าทีผิดหูผิดตาไปเช่นนี้"
"ข้าบอกตั้งนานแล้วว่าให้หลิวหลีแต่งงานกับเจิ้นหนานโหว ต่อให้นางต้องไปเป็นแม่เลี้ยงแล้วมันจะทำไม? จวนเจิ้นหนานโหวมีทรัพย์สมบัติมหาศาล ขอแค่นางลงแรงสักหน่อย มีหรือจะต้องกังวลว่าจะกอบโกยผลประโยชน์ไม่ได้?"
"แต่ตอนนี้นังเด็กแพศยานั่นกลับได้ไปเปล่าๆ พอเห็นนางทำตัวหยิ่งผยองโดยอาศัยบารมีของจวนเจิ้นหนานโหว ข้าก็อยากจะฉีกร่างนางเป็นชิ้นๆ!"
"หว่านหรู เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าทุ่มเงินก้อนโตซื้อยาสุบินพันทิวามาแล้ว ตอนที่หลิวหลีส่งรังนกไปให้นาง นางก็จะค่อยๆ เติมลงไปทีละนิด ไม่ถึงครึ่งปี นังนั่นก็จะได้กลายเป็นคนเสียสติแน่!"
เจียงเฉินรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก
ก่อนจะกลับจวน เขารู้มาว่าบิดาพาญาติผู้น้องหญิงกลับมาด้วยคนหนึ่ง ซ้ำเขายังเตรียมของขวัญแรกพบไว้ หมายมั่นว่าจะผูกมิตรกับญาติผู้น้องคนนี้ให้ดี
ใครจะไปคิดล่ะว่าพวกเขากลับ...
ฉินหว่านหรูพิงซบไหล่เจียงอัน นัยน์ตาหยาดเยิ้ม "อันหลางช่างวางแผนได้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก! หลิวหลีกับข้าคงต้องพึ่งพาท่านแล้ว"
"วางใจเถอะ ไม่ช้าก็เร็ว จวนสกุลเจียงจะต้องตกเป็นของพวกเราอย่างแน่นอน"
เจียงซูเยว่: [เจียงอันนี่มัน... หน้าหนาวอกตัญญู ไร้ยางอายแถมยังเกาะสตรีกิน เขากล้าพูดเรื่องแบบนี้ออกมาได้อย่างไร? ขนาดสาวชาเขียวอย่างข้ายังรับไม่ได้เลย]
ระบบ: [ในนิยายต้นฉบับ กว่าที่ท่านแม่ของท่านจะล่วงรู้ความจริง พี่ชายคนโตก็กลายเป็นคนพิการไปแล้ว ส่วนพี่ชายคนรองก็กลายเป็นคุณชายเสเพลไม่เอาไหนที่ใครๆ ต่างก็รังเกียจ ในขณะที่ท่านพ่อของท่านกลับกลายเป็นคนดีในสายตาผู้คน ซ้ำยังได้รับคำชมเชยจากฮ่องเต้ จนได้เลื่อนขั้นเป็นถึงเสนาบดีกรมฮู่ปู้]
เจียงซูเยว่: [ย้ายจากกรมหลี่ปู้มาอยู่กรมฮู่ปู้ สามารถโยกย้ายจากหน่วยงานเล็กๆ มาสู่ตำแหน่งกอบโกยเงินทองได้! เจียงอันช่างรู้จักวางแผนเสียจริง!]
เปลือกตาของเจียงเฉินกระตุกยิกๆ พี่ใหญ่ของเขามีพรสวรรค์และประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นถึงความหวังของตระกูล แม้ว่าปกติพี่ใหญ่จะชอบทำตัวปากร้ายไปบ้าง แต่ลึกๆ แล้วเขาก็เคารพรักพี่ใหญ่อย่างสุดหัวใจ
วีรบุรุษเช่นนั้นจะกลายเป็นคนพิการไปได้อย่างไร?
แต่ความจริงประจักษ์อยู่ตรงหน้า เจียงเฉินจึงจำต้องเชื่อ
เจียงเฉินกำหมัดแน่น
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นใคร หากคิดจะทำร้ายท่านแม่กับพี่ใหญ่ของเขา เขาย่อมไม่มีวันยอมเด็ดขาด!
เจียงเฉินขืนตัวบิดไปมาจนสะบัดมือเจียงซูเยว่หลุด เตรียมจะพุ่งออกไป
เจียงซูเยว่: [เขาจะทำอะไรน่ะ? คงไม่ได้คิดจะพุ่งออกไปเอาเรื่องหรอกนะ? เลิกฝันไปได้เลย เจียงอันมีชื่อเสียงที่ดีงาม หากเขาลงมือ เขาก็จะถูกประทับตราว่าอกตัญญูและไม่เคารพผู้อาวุโส แบบนั้นมันจะไม่เข้าทางเจียงอันพอดีหรือไง?]
เจียงเฉินชะงักงัน มันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านแม่ของเขาก็คงไม่มีทางเชื่อเขาเช่นกัน
เจียงซูเยว่: [ถ้าข้าเป็นเขา ข้าจะอดทนไว้ก่อน เปลี่ยนภาพลักษณ์คุณชายเสเพลของตัวเองซะ แล้วค่อยต่อกรกับเจียงอันในเงามืด ข้าอยากจะเห็นสีหน้าของเจียงอันตอนที่เขาไม่เหลืออะไรเลยจริงๆ มันต้องสนุกมากแน่ๆ!]
เจียงเฉินพยักหน้าเงียบๆ ทว่าเมื่อคิดดูอีกที เขาสามารถทำมันได้จริงๆ หรือ?
เขาเกลียดการเรียนหนังสือที่สุด เขาเรียนพร้อมกับพี่ใหญ่ และแม้จะได้รับการสั่งสอนจากอาจารย์ผู้มีชื่อเสียง เขาก็สอบได้แค่ตำแหน่งซิ่วไฉเท่านั้น การจะให้เขาสอบผ่านการสอบเคอจวี่ระดับประเทศจึงยิ่งเป็นไปไม่ได้เข้าไปใหญ่
เจียงซูเยว่: [ความจริงแล้ว พี่รองของข้าก็ฉลาดพอตัวเลยนะ แม้เขาจะเรียนไม่เก่ง แต่หัวไว ซ้ำพละกำลังทางร่างกายก็แข็งแกร่งมาก หากเขาหันไปเอาดีทางด้านวรยุทธ์หรือการค้าขาย ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีทั้งคู่]
ระบบ: [ระบบค้นหาข้อมูลของเจียงเฉิน: ค่าพลังยุทธ์เริ่มต้น 30% ความแข็งแกร่งทางร่างกาย 40% เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการฝึกวรยุทธ์]
หัวใจของเจียงเฉินเต้นระรัว
เขาเป็นต้นกล้าชั้นดีในการฝึกวรยุทธ์อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้นหากเขาเปลี่ยนเส้นทางเดิน เขาจะสามารถยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่ใหญ่ได้ไหมนะ?
เจียงซูเยว่: [น่าเสียดายที่เขาอายุมากไปสักหน่อย]
แววตาของเจียงเฉินที่เพิ่งสว่างวาบขึ้นมาพลันหม่นแสงลง
เจียงซูเยว่: [แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ไว้ข้าสะสมแต้มชาเขียวได้มากพอเมื่อไหร่ ข้าจะแลกยาชำระไขกระดูกมาให้เขา ต่อให้เขาไม่อาจสำเร็จเป็นเซียนได้ แต่อย่างน้อยร่างกายเขาก็ต้องแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าแน่นอน]
ระบบ: [ยาชำระไขกระดูกมีราคา 300 แต้มชาเขียว ปัจจุบันโฮสต์มีแต้มอยู่ 85 แต้ม ท่านแน่ใจหรือว่าจะยอมเสียแต้มชาเขียวเพื่อแลกมันมา?]
เจียงซูเยว่: [ใช่ ข้าแน่ใจ เพื่อที่จะได้เห็นเจียงอันโกรธจนกระอักเลือดตาย ข้าต้องใช้ 300 แต้มนี้ให้ได้!]
นางรู้สึกขัดหูขัดตากับเจียงอันมานานแล้ว สังหารภรรยาแล้วทอดทิ้งบุตร ถุย! เขาคิดว่าตัวเองเป็นตัวอะไรกัน!
เมื่อนึกถึงความทุกข์ทรมานที่เจ้าของร่างเดิมต้องเผชิญ เจียงซูเยว่ก็ยิ่งอยากจะแก้แค้นให้สาสม
นางจะไม่มีวันพลาดโอกาสในการทำลายเจียงอันแม้แต่ครั้งเดียว!
ดวงตากลมโตประดุจลูกสุนัขของเจียงเฉินเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
น้องสาวแท้ๆ! นี่คือน้องสาวร่วมสายเลือดของข้าจริงๆ!
นับจากนี้ไป นางคือน้องสาวร่วมสายเลือดเพียงคนเดียวของเจียงเฉิน!
เสียงในใจของเจียงซูเยว่ถูกส่งผ่านเข้าไปในใจของบ่าวรับใช้ทั้งสองคนด้วยเช่นกัน
พวกเขารู้ดีว่าเรื่องนี้มิอาจแพร่งพรายออกไปได้ เพราะมันอาจต้องแลกด้วยชีวิตของพวกเขา ทว่าปกติแล้วคุณชายปฏิบัติต่อพวกเขาราวกับพี่น้อง และพวกเขาคงไม่มีวันหาเจ้านายที่ดีเช่นนี้ได้อีกแล้วในโลกหล้า
เพื่อความปลอดภัยของคุณชาย พวกเขาจะต้องระแวดระวังนายท่านให้จงหนัก
ร่วมมือกันต่อต้านคนนอก ปกป้องคุณชาย จึงกลายเป็นสโลแกนลับๆ ที่รู้กันของทุกคนในเรือนของเจียงเฉิน
หลังจากที่เจียงอันและฉินหว่านหรูจากไปแล้ว เจียงเฉินก็หยิบกล่องใบเล็กงดงามออกมาแล้วยัดใส่มือนาง
"น้องเล็ก ไม่ต้องกังวลไป ต่อจากนี้ไปแค่มีข้าอยู่ ใครหน้าไหนที่รังแกเจ้า ข้าจะจัดการมันเอง! ข้ารับรองว่าจะไม่ยอมให้เจ้าถูกรังแกเด็ดขาด"
เจียงซูเยว่: [ระบบ เจ้าช่วยตรวจสอบสมองของเจียงเฉินทีได้ไหม? ข้าสงสัยว่าสมองเขาคงจะกระตุกไปแล้วแน่ๆ!]
เจียงเฉิน: ...ขนาดข้าทำดีด้วยนางยังบ่นได้เลย สตรีช่างเอาใจยากเสียจริง
ภายในเรือนไห่ถัง เจียงฮูหยินรับฟังรายงานจากหมัวมัวแล้วหลับตาลงอย่างเชื่องช้า
"ความรักไม่รู้ว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อใด ทว่ากลับหยั่งรากลึกลงไปในใจ เหอะ ตอนนั้นข้าหลงเชื่อคำพูดเหล่านั้นแล้วแต่งงานกับเขา ที่แท้ก็ไม่มีรักแรกพบอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างล้วนเป็นแผนการล้วนๆ!"