- หน้าแรก
- รักแท้หรือแค่ข่าวลือ ฮูหยินใหญ่ขอทลายจวนให้สิ้นซาก
- บทที่ 7: ข่าวฉาวของทุกคนในครอบครัว ครบถ้วนกระบวนความ
บทที่ 7: ข่าวฉาวของทุกคนในครอบครัว ครบถ้วนกระบวนความ
บทที่ 7: ข่าวฉาวของทุกคนในครอบครัว ครบถ้วนกระบวนความ
บทที่ 7: ข่าวฉาวของทุกคนในครอบครัว ครบถ้วนกระบวนความ
โจวสือเยี่ยไม่เชื่อเด็ดขาด
กลอุบายตื้นเขินปานนี้ เพียงส่งคนไปสืบดูก็ย่อมกระจ่างแจ้งได้ในทันที อีกอย่างเขาไม่ใช่คนโง่เสียหน่อย ในตอนนั้น ไม่ใช่แค่พวกเขาเคยแลกเปลี่ยนของแทนใจกันเท่านั้น แต่เขายังเคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับหลี่ชิวเอ๋อร์มาระยะหนึ่งด้วย เขาไม่มีทางจำคนผิดเด็ดขาด!
เจียงซูเยว่ถอนหายใจ: 【เมื่อเผชิญกับความรัก ไอคิวของมนุษย์ก็แทบจะกลายเป็นศูนย์ 'ฉันไม่ฟังๆ ฉันไม่เชื่อๆ'~~ เข้าใจเลย เข้าใจอย่างถ่องแท้เลยจริงๆ】
เจียงซูเยว่ดึงเด็กทั้งสามเข้ามากอด: 【คนทั้งครอบครัว แถมยังมีข่าวฉาวครบทุกคนเลยด้วย น่าปวดใจจริงๆ!】
โจวลู่หมิง: ครอบครัวเราเป็นมหาวายร้ายกันทั้งบ้าน ก็เลย 'ครบถ้วน' สินะ
โจวสือเยี่ย: ข้าก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี ด้วยไอคิวของข้า ข้าจะไปทำพลาดแบบนั้นได้อย่างไร
โจวเซ่อเซิง: พี่ใหญ่ พี่หญิง เราเลิกสนใจเรื่องข่าวซุบซิบกันก่อนได้ไหม ท่านแม่กอดข้าแน่นไปแล้ว ข้าจะขาดใจตายอยู่แล้วเนี่ย!
"อะแฮ่ม!"
เสี่ยวเถาจงใจกระแอมไอเสียงดังสองครั้ง "คุณหนู ตอนอยู่บ้านจะทำตัวไร้กิริยามารยาทอย่างไรก็ได้ แต่นี่คือจวนเจิ้นหนานโหว บ่าวเชื่อว่านายท่านและฮูหยินเคยตักเตือนคุณหนูมาแล้วนะเจ้าคะ"
โจวลู่หมิงและพี่น้องต่างก็หันมาสบตากัน ก่อนจะเลิกคิ้วส่งสัญญาณให้โจวเซ่อเซิง
โจวเซ่อเซิงเข้าใจในทันที เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แล้วตบหน้าเสี่ยวเถาฉาดใหญ่
ร่างของเสี่ยวเถาลอยละลิ่ว หมุนคว้างกลางอากาศร้อยแปดสิบองศา ก่อนจะร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
โจวเซ่อเซิงตวาดด้วยใบหน้าเย็นชา "นังบ่าวไร้มารยาท เรื่องของเจ้านายใช่ธุระกงการอะไรของเจ้า? เด็กๆ ลากตัวนางออกไปโบยห้าสิบไม้ ให้นางได้รู้สำนึกเสียบ้างว่าที่ต่ำที่สูงเป็นอย่างไร!"
"รับทราบขอรับ"
พ่อบ้านรีบเรียกบ่าวสองคนมาลากตัวเสี่ยวเถาออกไปทันที เขาจะคุมการลงโทษด้วยตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าไม้พลองทั้งห้าสิบไม้นั้นจะหนักหน่วงพอที่จะเอาชีวิตนางได้!
เจียงซูเยว่ตัวสั่นงันงก: 【เอะอะก็จะเอาชีวิตกันเลย จวนโหวนี่น่ากลัวจริงๆ! เพื่อรักษาชีวิตรอด ตอนนี้ฉันควรทำตัวว่าง่ายไปก่อน แล้วค่อยหาทางเอาตัวรอดทีหลังน่าจะดีกว่า】
【แต่ว่านะ ถึงตระกูลโจวจะเต็มไปด้วยวายร้าย แต่เนื้อแท้ของพวกเขาไม่ได้เป็นคนเลวเลยสักคน พวกเขาล้วนถูกสถานการณ์บีบบังคับทั้งนั้น】
【ถ้าฉันสามารถป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาต้องกลายเป็นคนเลวได้ ฉันจะสามารถเปลี่ยนจุดจบของพวกเขาได้ไหมนะ?】
เด็กทั้งสามแอบฟังความคิดในใจของเจียงซูเยว่อย่างเงียบๆ และทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะ
ที่พวกเขาทำตัวเป็นมิตรกับเจียงซูเยว่ ก็เพราะเห็นว่านางเป็นคนน่าสนใจดี
ยิ่งไปกว่านั้น ความคิดของนางก็เปิดเผยให้พวกเขารับรู้จนหมดสิ้น พวกเขาย่อมรู้ได้ทันทีหากนางมีเจตนาร้ายต่อตระกูลโจว
พูดง่ายๆ ก็คือ นางปลอดภัยกว่าใครๆ และไม่เป็นภัยคุกคามต่อตระกูลโจว
แต่พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่า ผู้หญิงคนนี้กลับมีความคิดที่จะช่วยชีวิตพวกเขาไว้
ระบบ: 【ในทางทฤษฎีก็เป็นไปได้ครับ แต่จำเป็นด้วยเหรอ? โฮสต์ครับ อย่าลืมสิครับว่าคุณมาที่นี่เพื่อเผือกเรื่องชาวบ้านและสะสมค่าชาเขียว ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลยนะครับ】
【เรื่องนั้นมันก็ใช่อยู่หรอก แต่ลองคิดดูสิ โจวอวิ๋นเซินเป็นสามีของฉัน ส่วนมหาวายร้ายทั้งสามก็เป็นลูกๆ ของฉัน ถ้าพวกเขามีอันเป็นไปก่อนที่ฉันจะสะสมค่าชาเขียวได้ครบ แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ?】
【อีกอย่าง โจวอวิ๋นเซินจะเป็นตายร้ายดียังไงฉันไม่สนหรอก แต่ถ้าเด็กสามคนนี้ต้องมาตาย มันก็น่าเสียดายแย่เลยนะ】
【เอาล่ะ ตัดสินใจแล้ว พอฉันกลับไป ฉันจะเขียนแผนกันพวกสวะกับพวกผู้หญิงไร้ยางอายให้อยู่ห่างจากลูกน้อยสุดที่รักของฉัน พวกเขาจะได้เติบโตมาอย่างแข็งแกร่ง!】
ลูกน้อยสุดที่รัก?
หูของโจวเซ่อเซิงแดงเถือก หากเขามีหาง มันคงจะกระดิกดิ๊กๆ เหมือนใบพัดเฮลิคอปเตอร์ไปแล้ว
โจวลู่หมิงควงแขนของเจียงซูเยว่พลางส่งยิ้มหวาน "วันนี้ท่านแม่จะรับประทานอาหารร่วมกับพวกเราไหมเจ้าคะ? เมื่อเช้านี้เสี่ยวเซิงจับนกพิราบสดๆ มาได้หลายตัว พอที่จะทำเมนูนกพิราบได้เลย ท่านแม่สนใจไหมเจ้าคะ?"
"นกพิราบป่างั้นเหรอ? เอาสิๆ! ฉันไม่เคยกินเนื้อนกพิราบมาก่อนเลย!"
เจียงซูเยว่บำเพ็ญเพียรมาหมื่นปีโดยที่ไม่ได้กลายร่างเป็นมนุษย์ นอกจากสายลม น้ำค้างแข็ง สายฝน และหยาดน้ำค้างแล้ว นางก็เคยได้กินแต่ดินเท่านั้น
การได้กินเนื้อสัตว์อย่างนกพิราบในวันนี้ ช่างยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้!
โจวลู่หมิงซบหน้าลงบนแขนของนาง และสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นราวกับใบชาบนตัวนางเข้าเต็มปอด "ถ้าเช่นนั้น ท่านแม่ก็กลับไปพักผ่อนที่ห้องก่อนเถอะเจ้าค่ะ เมื่ออาหารพร้อมแล้ว ข้าจะให้คนไปตามท่านมาทานนะเจ้าคะ"
"ตกลงๆ แล้วฉันจะรอนะ! อย่าลืมทำเมนูนกพิราบอบหนังกรอบด้วยล่ะ ฉันเคยได้ยินคนพูดว่ามันอร่อยมาก!"
เจียงซูเยว่มองดูโจวลู่หมิงที่ออดอ้อนนาง แล้วรู้สึกคันยุบยิบในหัวใจ: 【สมกับเป็นลูกสาวของฉัน หน้าตาแบบนี้~~ ถ้าฉันเป็นผู้ชาย ฉันจะต้องตามจีบเธอให้ได้เลย!】
【พูดถึงเรื่องนี้ ฉันจำได้ว่าในนิยายต้นฉบับ ช่วงเวลาประมาณนี้ มีพวกหน้าไม่อายมาสู่ขอด้วยนี่นา ใครกันนะ?】
"เรียนฮูหยิน อนุภรรยาจากเรือนรองมาขอพบเจ้าค่ะ"
"แหม หลานสะใภ้ ทำตัวห่างเหินกันไปได้ คนกันเองแท้ๆ ยังต้องให้บ่าวไพร่มาบอกกล่าวกันอีกหรือ"
เสียงของนางดังมาก่อนตัวเสียอีก
หญิงวัยกลางคนในชุดสีสันฉูดฉาด พารับใช้เก่าแก่สองคนและชายท่าทางเจ้าเล่ห์ บุกพรวดพราดเข้ามาในลานเล็กๆ
เจียงซูเยว่: 【หล่อนนี่เอง! อนุหลิวจากเรือนรอง! ตอนที่ฉันอ่านนิยาย ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกันนะว่า หลานชายของหล่อนน่ะทั้งกิน เหล้า เมายา เล่นการพนัน แถมยังเที่ยวซ่อง หน้าตาก็อัปลักษณ์ เอาความกล้าที่ไหนมาสู่ขอลูกสาวของฉันกัน?】
ระบบ: 【ถ้าหล่อนไม่มา แล้วจะมีเรื่องให้เผือกได้ยังไงล่ะครับ? ระบบตรวจพบข่าวฉาวครั้งใหญ่ อยากฟังไหมครับ?】
อยากสิๆ! ถ้าไม่กระตือรือร้นกับเรื่องชาวบ้าน สมองก็คงมีปัญหาแล้วล่ะ
เจียงซูเยว่นั่งหลังตรงบนที่นั่งประธาน รอรับฟังเรื่องฉาวโฉ่ด้วยความตั้งใจอย่างเต็มเปี่ยม
ระบบเริ่มเล่าข่าวฉาว: 【อนุหลิวคนนี้ เดิมทีเป็นแค่สาวใช้ล้างเท้าของภรรยาเอกเรือนรอง หล่อนปีนขึ้นเตียงเจ้านายตอนที่ภรรยาเอกกำลังตั้งครรภ์ แล้วก็ได้เลื่อนขั้นเป็นอนุภรรยาเพราะมีลูกชาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหล่อนใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย แต่ว่านะ!】
【เด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกของนายท่านเรือนรองหรอก! แต่เป็นลูกของอนุหลิวกับคนส่งผักต่างหากล่ะ】
เจียงซูเยว่ลากเสียงยาว: 【โอ้โห โดนสวมเขาอีกแล้ว! อนุหลิวคนนี้ดูภายนอกไม่มีอะไร แต่ร้ายลึกไม่เบาเลยนะเนี่ย】
โจวสือเยี่ยยกจดชาขึ้นจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้า
ท่านอาองรักโจวอี้มากที่สุด พร่ำบอกอยู่เสมอว่าโจวอี้คือสายเลือดที่แท้จริงของตระกูลโจว แถมยังอยากจะดันให้เขาเป็นผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์เจิ้นหนานโหวอีกด้วย
เขาชักอยากจะรู้แล้วสิว่า หากท่านอาองรู้ความจริง จะมีสีหน้าเช่นไร
ระบบเล่าต่อ: 【นอกจากคนส่งผักแล้ว หล่อนยังแอบเป็นชู้กับพ่อครัว บ่าวรับใช้ และคนเลี้ยงม้าในจวนด้วย ลูกสาวที่หล่อนคลอดออกมาทีหลัง ก็เป็นลูกของคนเลี้ยงม้านั่นแหละ】
เจียงซูเยว่: 【เรือนรองนี่ครึกครื้นจริงๆ ถ้ารวมตัวกันครบ คงตั้งวงไพ่นกกระจอกได้สองวงเลยนะเนี่ย!】
เด็กทั้งสามต่างก็มีความคิดเป็นของตัวเอง
ในฐานะลูกอนุ โจวอี้ไม่เพียงแต่จะไม่เคารพลูกภรรยาเอกเท่านั้น แต่ยังคอยขัดขวางพวกเขาอยู่เสมอ ซ้ำยังมักใหญ่ใฝ่สูงอยากจะฮุบจวนเจิ้นหนานโหวอีกต่างหาก
ส่วนโจวซิงน้องสาวของพวกเขาก็ใช่ย่อย มักจะชอบนินทาให้ร้ายโจวลู่หมิงลับหลัง และทุกครั้งที่มาหาก็ชอบฉวยโอกาสหยิบฉวยข้าวของของโจวลู่หมิงติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเสมอ
ทั้งสองคนนี้ไม่มีใครดีเลยสักคน
พอคิดถึงภาพที่พวกนั้นต้องตกกระป๋องไปพร้อมๆ กัน มันคงจะน่าดูชมไม่น้อย
โจวลู่หมิงยิ้มรับเมื่ออนุหลิวเดินนวยนาดเข้ามาจับมือนาง "เด็กผู้หญิงโตขึ้นก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ลู่หมิงช่างงดงามขึ้นทุกวันเลยจริงๆ!"
"ตอนอายุเท่าเจ้า ข้าก็แต่งงานกับท่านอาองของเจ้าแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องหมั้นหมายได้แล้วไม่ใช่หรือ?"
อนุหลิวเบี่ยงตัวหลบเพื่อดันหลิวซีให้ก้าวออกมาข้างหน้า "นี่คือหลิวซี หลานชายของข้า เขาเป็นถึงขุนนางขั้นเจ็ดและมีอนาคตที่สดใสรออยู่ หากพวกเจ้าสองคนได้เกี่ยวดองกัน มันจะไม่เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งหรอกหรือ!"
"ใครก็ได้รีบไปรินชามาทีสิ ไม่เห็นหรือว่ามีแขกมา? หากเราละเลยแขกเหรื่อ คนอื่นจะหาว่าจวนโหวของเราต้อนรับขับสู้ไม่เป็นเอาได้นะ"
เจียงซูเยว่แอบกรอกตาในใจ: 【ลูกสาวของฉันทั้งผิวขาว หุ่นดี ขาเรียวยาว แถมยังเป็นถึงบุตรสาวของโหว ต่อให้แต่งกับองค์ชายก็ยังคู่ควร หล่อนเอาความกล้าที่ไหนมาคิดแบบนี้เนี่ย?】
【ดูสารรูปหลานชายหล่อนสิ ถ้าไม่รู้มาก่อน ฉันคงคิดว่าเป็นลูกผสมระหว่างคางคกกับหนูเหม็นเสียอีก แล้วยังจะบอกว่า 'น่ายินดียิ่ง' อีกเหรอ? ฝันไปเถอะ】