- หน้าแรก
- เส้นทางสู่ความมั่งคั่งของเฮ่อหมิงจู
- ตอนที่ 14: วัตถุดิบและต้นทุน
ตอนที่ 14: วัตถุดิบและต้นทุน
ตอนที่ 14: วัตถุดิบและต้นทุน
ตอนที่ 14: วัตถุดิบและต้นทุน
เฮ่อหมิงจูพบข้อผิดพลาดอย่างหนึ่งในขณะที่เธอกำลังเตรียมอาหาร
เธอเคยชินกับสังคมสมัยใหม่ที่ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์จนเกินความจำเป็นไปแล้ว หลังจากย้อนกลับมาในยุค 80 แม้เธอจะจำได้ว่าออกจากบ้านต้องพกเงินสดและพกตั๋วสินค้าด้วย แต่เห็นชัดว่าเธอยังปรับตัวได้ไม่เต็มร้อย
อย่างน้อยเธอก็ลืมไปว่าในปี 1983 เนื้อหมูยังคงเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนและหายากมาก
ถึงแม้เธอจะตกลงกับพี่จ้าวไว้แล้วว่าจะขอซื้อกระดูกหมูในนามสวัสดิการพนักงานจากร้านขายของชำ แต่จำนวนกระดูกที่ซื้อได้นั้นมีจำกัด
ก่อนหน้านี้พี่จ้าวทยอยส่งกระดูกมาให้รวมสิบห้าชั่ง (7.5 กิโลกรัม) การตั้งแผงครั้งแรกเธอใช้ไปทีเดียวห้าชั่ง ถ้าเทียบกับปริมาณเตรียมของแค่ถังเดียวก็น่าจะพอใช้ไปได้สักพัก
อย่างไรก็ตาม ความนิยมของมันฝรั่งตุ๋นกระดูกหมูนั้นเหนือความคาดหมายของเธอไปมาก
แต่ถ้าเธอจะเพิ่มปริมาณการขายเป็นสองเท่า เธอจะต้องเผชิญกับปัญหาวัตถุดิบไม่เพียงพอ โดยเฉพาะกระดูกหมู
มันฝรั่งน่ะมีกันทุกบ้าน แต่เหตุผลเดียวที่คนงานเหมืองยอมควักเงินมาซื้อข้าวที่แผงของเธอก็คือ "เนื้อและไขมัน" ที่ราคาถูกและอร่อย
ถ้าไม่มีกระดูกหมู ต่อให้เธอฝีมือดีแค่ไหน สามารถปรุงมันฝรั่งให้วิเศษวิโสยังไง ก็คงดึงดูดลูกค้าได้ไม่มากนัก
เพราะในยุคนี้ สิ่งที่คนขาดแคลนที่สุดในท้องคือ "ไขมัน" แต่สิ่งที่ไม่ขาดเลยก็คือธัญพืชหยาบอย่างมันฝรั่ง มันเทศ ข้าวฟ่าง หรือข้าวโพด
โชคดีที่เฮ่อหมิงจูคิดวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที
เธอแบ่งการจัดการกระดูกหมูออกเป็นสองขั้นตอน
ขั้นตอนแรกยังคงเป็นการจี่ก่อนแล้วค่อยตุ๋น ส่วนขั้นตอนที่สองคือการแกะเนื้อออกจากกระดูกให้หมด จากนั้นก็ทุบกระดูกให้แตกละเอียด แล้วนำไปเคี่ยวในน้ำซุปอีกครั้งจนเปื่อย เพื่อรีดเอาไขมันทุกหยดออกมาให้เกลี้ยง
ในที่สุดเมื่อใช้ผ้าขาวบางกรองเศษกระดูกออกจากน้ำซุปที่เคี่ยวจนได้ที่ กระดูกเหล่านั้นก็ได้กลายเป็นกากสีเทาขาว เพียงแค่ใช้มือบีบเบาๆ ก็แหลกกลายเป็นผง
หลังจากเตรียมอาหารเสร็จ เฮ่อหมิงจูได้รับความช่วยเหลือจากพี่ชายในการมัดถังเหล็กสองใบไว้ที่ข้างตะแกรงท้ายจักรยานทั้งสองด้าน
ตอนที่กำลังจะออกไปตั้งแผง พี่ใหญ่เฮ่อจะตามไปด้วยแต่โดนเธอปฏิเสธเสียงแข็ง
พี่ใหญ่เฮ่อตั้งข้อสงสัย: "ถังหนักขนาดนี้ เธอจะยกไหวเหรอ?"
เฮ่อหมิงจูบอกว่า: "หนูมีคนช่วยค่ะ"
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา หลิวเยี่ยนผลักประตูเดินเข้ามา ตรงดิ่งไปที่จักรยานแล้วจับแฮนด์รถไว้พลางถามว่า: "เฮ่อหมิงจู ไปกันหรือยัง?"
พี่ใหญ่เฮ่อมองน้องสาว เธอขยิบตาให้เขาแล้วพูดกับหลิวเยี่ยนว่า: "พี่เยี่ยน เราไปกันเถอะค่ะ"
—เธอตกลงกับหลิวเยี่ยนไว้แล้วว่า ให้อีกฝ่ายช่วยเข็นจักรยานไปส่งที่หน้าประตูเหมืองหมายเลขหนึ่ง โดยเธอจะจ่ายเงินหนึ่งเหมาต่อครั้งเป็นค่าตอบแทน
หลิวเยี่ยนอายุมากกว่าเธอสิบปี เคยไปเป็นเยาวชนรับใช้ชนบทและทำงานเกษตรมาก่อน แขนขาเลยดูแข็งแรงและมีพละกำลังมาก
หลังจากกลับเข้าเมืองเธอยังหางานทำไม่ได้ ป้าหลิวเลยให้เธอรอการรับสมัครงานจากกรมเหมืองแร่ และไม่ยอมให้เธอไปทำงานต่างถิ่น
เธออยากตั้งแผงลอยแต่ไม่มีเงินทุน เลยได้แต่รับจ้างทากาวติดกล่องกระดาษจากโรงงานเคมีทุกวัน ทากล่องกระดาษสองใบได้เงินแค่หนึ่งเฟิน
แต่การช่วยเฮ่อหมิงจูเข็นรถ ไปหนึ่งเที่ยวได้เงินหนึ่งเหมา ซึ่งเท่ากับการทากล่องกระดาษถึงยี่สิบใบ เธอเลยเต็มใจทำอย่างยิ่ง
หลิวเยี่ยนเข็นจักรยานไปถึงหน้าประตูใหญ่เหมืองหมายเลขหนึ่ง และช่วยยกลังถังเหล็กหนักอึ้งสองใบลงจากเบาะท้ายรถ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเธอจึงขอตัวลากลับ
เฮ่อหมิงจูวางป้ายชื่อร้านที่ทำขึ้นมาใหม่ แล้วเริ่มเรียกลูกค้าในวันนี้
จางเยว่จิ้นยืนอยู่หน้าแผง อดใจไม่ไหวรีบถามก่อนใครเพื่อน: "วันนี้ไม่มีกระดูกเหรอ?"
เฮ่อหมิงจูตอบว่า: "คุณอาคะ ไม่มีแล้วค่ะ กระดูกมีไม่พอ วันหลังคงไม่ทำแล้วค่ะ"
จางเยว่จิ้นเริ่มไม่พอใจ วันนี้เขาตั้งใจจะขอกระดูกอีกสักท่อนกลับไปบำรุงที่บ้านเสียหน่อย
เขาถือปิ่นโตยืนอยู่ข้างแผง แต่ยังไม่ซื้อ ขอดูคนอื่นซื้อก่อน
"มันฝรั่งบดราดน้ำซุปเนื้อ"?
กับข้าวอะไรกัน ไม่เคยได้ยินชื่อ ใครจะไปรู้ว่าอร่อยหรือเปล่า
อีกอย่าง ถ้าไม่มีกระดูกหมู แผงนี้ก็ไม่มีแรงดึงดูดอะไรแล้ว สู้ไปสั่งกับข้าวที่โรงอาหารไม่ดีกว่าเหรอ
แม้จะคิดแบบนั้น แต่จางเยว่จิ้นก็ยังไม่ขยับหนีไปไหน ยืนจ้องอยู่อย่างนั้นแหละ
รอบๆ ยังมีคนอีกหลายคนที่เหมือนกับเขา ถือปิ่นโตอยู่ในมือ ไม่พูดว่าจะซื้อ และไม่พูดว่าจะไม่ซื้อ ทุกคนต่างรอให้คนอื่นเป็น "หนูทดลอง" ก่อน
คนที่รออยู่ที่แผงลอยไม่ได้มีแค่คนวัยกลางคนที่คิดเล็กคิดน้อยอย่างจางเยว่จิ้น แต่ยังมีพวกหนุ่มโสดประเภทตัวคนเดียวอิ่มทั้งบ้านอีกไม่น้อย
มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเบียดฝูงชนเข้ามาอย่างมุทะลุ ยัดเงินสองเหมาพร้อมปิ่นโตใส่มือเฮ่อหมิงจูโดยไม่พูดพร่ำ ทำเพลง: "ไอ้มันฝรั่งราดน้ำอะไรนั่นน่ะ จัดมาให้ผมที่หนึ่งก่อนเลย"
เฮ่อหมิงจูรับเงินและปิ่นโตมา เธอแก้ผ้าห่มนวมที่ใช้รักษาความร้อนออกจากถังเหล็ก แล้วเปิดฝาถังออก กลิ่นหอมเข้มข้นที่คุ้นเคยก็อบอวลออกมาทันที
จางเยว่จิ้นถึงกับเผลอสูดหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว
กลิ่นนี้แหละ!
เขาอดไม่ได้ที่จะเขย่งเท้า ชะเง้อคอมองดูในถัง
ในถังเหล็กอัดแน่นไปด้วยมันฝรั่งที่บดจนละเอียด เนียนนุ่ม มีชิ้นเนื้อทั้งขนาดเล็กและใหญ่ผสมปนเปอยู่ข้างใน สะท้อนแสงแดดเป็นมันวาววับ
จางเยว่จิ้นลอบกลืนน้ำลาย
เขาจ้องมองแม่ค้าตักมันฝรั่งบดใส่ปิ่นโตจนเต็มพูนแทบจะล้น แล้วส่งคืนให้เด็กหนุ่มคนนั้น
เด็กหนุ่มก็ไม่รีบไปไหน หยิบตะเกียบออกมาจากกระเป๋า เช็ดกับเสื้อสองที แล้วถือปิ่นโตโซ้ยกินอย่างเอร็ดอร่อยทันที!
เขากินได้หอมน่ากินสุดๆ!
เด็กหนุ่มก้มหน้าก้มตากินไม่เงยหน้า ตะเกียบขยับราวกับใบมีดรถตัก พุ้ยอาหารเข้าปากเสียงดัง "ซี้ดซ้าด" เงยคอเทมันฝรั่งบดเข้าปากคำโต
จางเยว่จิ้นมองตามจนน้ำลายหก
เพียงไม่กี่นาที เด็กหนุ่มก็กินมันฝรั่งบดเต็มปิ่นโตจนเกลี้ยงเกลา
แถมเขายังรู้สึกไม่พอ ยื่นปิ่นโตเปล่าไปหาแม่ค้าอีกรอบ: "ขออีกที่!"
สิ้นเสียงนั้น คนอื่นๆ ที่ยืนมุงอยู่รอบๆ ก็เหมือนเพิ่งได้สติ ต่างพากันชูปิ่นโตและเงินเบียดเสียดกันเข้ามา
"ตักให้ผมด้วยที่หนึ่ง!"
"ผมก็เอา!"
จางเยว่จิ้นเริ่มร้อนรน: "เดี๋ยวสิ! ผมมาก่อนนะ ผมมาก่อน!"
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง มันฝรั่งบดราดน้ำซุปเนื้อที่เฮ่อหมิงจูเตรียมมาสองถังใหญ่ก็ขายจนเกลี้ยง เธอขี่จักรยานบรรทุกถังเปล่ากลับบ้าน
พี่ใหญ่เฮ่อไม่ยอมให้เธอแตะน้ำเย็น เขาใช้ผงด่างล้างหม้อ ชาม กะละมัง และถังจนสะอาดเอี่ยม แล้วทำตามนิสัยเดิมของแม่เฮ่อ คือต้มน้ำเดือดมาลวกฆ่าเชื้อของทั้งหมดอีกรอบ
เฮ่อหมิงจูอยู่ในห้อง อาศัยจังหวะนับเงินตรวจสอบบัญชี สอนให้น้องชายตัวน้อยหัดคิดเลขไปด้วย
"นี่มีแบงก์หนึ่งเหมา 18 ใบ, สองเหมา 25 ใบ, แล้วก็ห้าเหมาอีก 7 ใบ ลองคำนวณสิว่ารวมเป็นเงินเท่าไหร่?"
เฮ่อหมิงหัวตอบออกมาทันทีแบบไม่ต้องคิด: "10 หยวน 3 เหมา!"
เฮ่อหมิงจูถึงกับอึ้ง เมื่อกี้เธอแค่สุ่มตัวเลขขึ้นมามั่วๆ กะจะเอาโจทย์ยากๆ มาสอนวิธีคำนวณเลขหลักเดียวง่ายๆ นึกไม่ถึงว่าน้องชายจะโพล่งคำตอบออกมาเลย ต้องบอกก่อนว่าเธอเองยังต้องหยุดคิดครู่หนึ่งถึงจะคำนวณได้
เธอถามเฮ่อหมิงหัว: "คำนวณยังไงน่ะ?"
เฮ่อหมิงหัวเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เลยบอกว่า: "ก็แค่ดูแล้วมันก็รู้เองอ่ะ!"
เฮ่อหมิงจูเลยลองออกโจทย์เพิ่ม: "วันนี้หนูได้รับเงินใบละสองหยวน 3 ใบ, ใบละห้าหยวน 1 ใบ, ใบละสองเหมา 32 ใบ แล้วก็ทอนเงินออกไป 8 หยวน 6 เหมา—สรุปแล้ววันนี้หนูได้รับเงินสุทธิเท่าไหร่?"
พอเธอพูดจบ เฮ่อหมิงหัวก็สวนขึ้นมาทันที: "8 หยวน 8 เหมา!"
โอ้โห!
ไอ้น้องชายจอมซอมซ่อของเธอคนนี้ มีความหัวไวต่อตัวเลขในระดับอัจฉริยะเลยนี่นา!
เฮ่อหมิงจูมองสำรวจเฮ่อหมิงหัวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความทึ่ง
เขาโดนมองจนรู้สึกประหม่า: "พี่... มองอะไรอ่ะ?"
เฮ่อหมิงจูยิ้มหวานบอกว่า: "ในที่สุดบ้านเราก็มีคนช่วยพี่ทำบัญชีแล้ว"
—ในยุคที่ไม่มี Excel ไม่มีเครื่องคิดเลข มีแต่ลูกคิดที่ใช้ไม่เป็น การทำบัญชีน่ะมันเป็นเรื่องที่ทรมานสุดๆ ไปเลยนะ!
มีพรสวรรค์ก็ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ยุคนี้ไม่มีคลาสเด็กอัจฉริยะ หรือคลาสคณิตศาสตร์โอลิมปิก งั้นก็เอาการทำบัญชีนี่แหละเป็นการฝึกฝนไปก่อนแล้วกัน
เฮ่อหมิงหัวจู่ๆ ก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เขารู้สึกเหมือนกำลังจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นกับชีวิต
เขายังไม่รู้ตัวเลยว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเป็น CFO ส่วนตัวของพี่สาวแท้ๆ ของเขาเอง
หลังจากออกไปตั้งแผงลอยติดต่อกันหลายวัน มันฝรั่งที่ตุนไว้ในบ้านก็เริ่มร่อยหรอลงอย่างรวดเร็ว
มันฝรั่งที่ตลาดสดราคากิโลละ 0.15 หยวน ซึ่งค่อนข้างแพง เพราะตอนที่พี่ใหญ่เฮ่อซื้อตุนไว้ช่วงฤดูใบไม้ร่วงราคามันแค่กิโลละ 0.1 หยวนเอง
ในการตั้งแผงลอย เฮ่อหมิงจูคำนึงถึงความอ่อนไหวต่อราคาของคนยุคนี้ เธอเลยตั้งราคาไว้ต่ำมาก กำไรของมันฝรั่งบดแต่ละชุดได้แค่ไม่กี่เฟิน เน้นขายเน้นปริมาณเพื่อเอากำไร
เนื่องจากราคากระดูกหมูมันคงที่ ถ้าอยากควบคุมต้นทุน ก็ต้องไปลดต้นทุนที่มันฝรั่งแทน
เธอนั่งรถเมล์ไปที่ตลาดนัดชนบทที่ใกล้กับกรมเหมืองแร่อูเฉิงที่สุด เพื่อไปหาซื้อมันฝรั่งจากชาวบ้านที่มาตั้งแผงขายผัก ราคามันฝรั่งที่นั่นกิโลละแค่ 0.08 หยวนเท่านั้น
พออีกฝ่ายได้ยินว่าเธอจะซื้อสองร้อยชั่ง (100 กิโลกรัม) เขาก็รีบไปรวมรวมมันฝรั่งจากห้องใต้ดินของตัวเองและญาติๆ มาจนครบ แล้วขับเกวียนลามาส่งให้ถึงเขตบ้านพักพนักงานเหมืองถ่านหินทันที
เฮ่อหมิงจูจ่ายเงินให้ชาวบ้าน แล้วขนมันฝรั่งลงไว้ในลานบ้าน ลานบ้านที่เดิมก็ไม่กว้างอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งแคบลงไปอีก จะเดินทีต้องตะแคงตัวเดินเขย่งเท้าเอา
ค่าซื้อมันฝรั่งหมดไปสิบหกหยวน ซึ่งแทบจะเป็นกำไรทั้งหมดที่เธอหามาได้ในช่วงที่ผ่านมาเลย
ช่วงบ่ายเฮ่อหมิงจูออกไปตั้งแผงตามปกติ พอเพิ่งจะยกลังถังเหล็กลงจากรถ จู่ๆ ก็มีเจ้าหน้าที่จากแผนกป้องกัน เดินออกมาจากประตูใหญ่
"ตรงนี้ห้ามตั้งแผงลอย รีบย้ายออกไปเดี๋ยวนี้!"
จบตอนที่ 14