- หน้าแรก
- ฟุตบอล อัปสกิลฟรีคิกเต็มหลอดตั้งแต่เริ่ม
- บทที่ 4 ราวกับภาพวาด
บทที่ 4 ราวกับภาพวาด
บทที่ 4 ราวกับภาพวาด
บทที่ 4 ราวกับภาพวาด
การเสียประตูโดยไม่คาดฝันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบาร์ซาเลยแม้แต่น้อย
ยังไงเสียพวกเขาก็นำอยู่ถึงสามประตู และเหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบนาที
พวกเขาชนะใสสะอาดแน่นอน
เนย์มาร์เขี่ยบอลจากวงกลมกลางสนามและจ่ายบอลให้อินิเอสตา ฝ่ายหลังพักบอลไว้กับเท้าอย่างเหนียวแน่น พลางสอดส่ายสายตามองรอบตัวเพื่อสังเกตตำแหน่งของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง
เมื่อสามประสานแนวรุกเอ็มเอสเอ็น ขยับเข้าใกล้กรอบเขตโทษคู่แข่ง พวกเขาก็เร่งความเร็วขึ้นมาดื้อ ๆ เลี้ยงบอลหลบเอเดนที่ยืนอยู่สูงที่สุดในแผงมิดฟิลด์ไปได้อย่างง่ายดาย
โทนี โครส เห็นดังนั้นจึงรีบปรี่เข้าไปซ้อน ใช้ร่างกายขวางเส้นทางของอินิเอสตาไว้
คริสเตียโน โรนัลโด และแบนเซมาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอยร่นลงมา ยืนคั่นกลางระหว่างอินิเอสตากับเอ็มเอสเอ็น ตัดการเชื่อมต่อกับแผงกองหน้าอย่างสิ้นเชิง
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น เมสซีจึงเตรียมถอยลงมาแถวเส้นกลางสนามเพื่อรับบอล ซึ่งเป็นแทคติกที่บาร์ซามักใช้เป็นประจำ
อาศัยเทคนิคการเลี้ยงบอลอันยอดเยี่ยมของเมสซี และการทำชิ่งแบบรู้ใจกันระหว่างเอ็มเอสเอ็น พวกเขาจะฉีกแนวรับคู่แข่งเป็นชิ้น ๆ ด้วยการจ่ายบอลสั้นอันแม่นยำ
เมื่อเห็นเมสซีเข้าประจำตำแหน่ง อินิเอสตาก็เตรียมจะจ่ายบอลไปที่เท้าของเขา
เขาไม่ได้สังเกตเห็นเอเดนเลยแม้แต่น้อย หมอนั่นเพิ่งจะโดนเลี้ยงหลอกหัวทิ่มไปหมาด ๆ แต่ตอนนี้กลับวิ่งไล่กวดกลับมาอีกแล้ว
“ระวังหลัง!”
เมสซีตะโกนเตือนทันควัน แต่มันก็ช้าไปก้าวหนึ่ง
ก่อนที่อินิเอสตาจะทันได้จ่ายบอล ปลายเท้าของเอเดนก็จิ้มโดนบอลก่อนและเตะเคลียร์ทิ้งไปได้สำเร็จ
โทนี โครส ตาไวและปฏิกิริยาเป็นเลิศ เขาควบคุมบอลได้และจ่ายออกไปทางปีกขวาทันที ที่ซึ่งแกเร็ท เบล ออกตัววิ่งทะยานไปแล้ว
The Sole… ไม่สิ แกเร็ท เบล รับบอล กระชากบอลไปข้างหน้า แล้วจ่ายบอลให้ตัวเองในอีกสามวินาทีต่อมา
ฌอร์ดี อัลบา ทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังอันดุดันนั้นค่อย ๆ ห่างออกไปอย่างหมดหนทาง
ในยามคับขัน ต้องพึ่งพาฮาเวียร์ มัสเชราโน
ในฐานะเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักของบาร์ซา ประสบการณ์เกมรับของเขานั้นโชกโชนอย่างยิ่ง
ด้วยความที่โดนใบเหลืองไปแล้วหนึ่งใบ วิธีที่สมเหตุสมผลที่สุดคือการขวางเส้นทางไม่ให้แกเร็ท เบล ลากเลื้อยไปสุดเส้นหลังเพื่อเปิดบอล และบีบให้เขาเลี้ยงบอลเข้าไปหาปิเกแทน
จากนั้น ด้วยการประสานงานของพวกเขาทั้งสองคน ย่อมสามารถทำลายการสวนกลับของเรอัลมาดริดได้อย่างง่ายดาย
แม้การปล่อยให้ผู้เล่นถนัดซ้ายตัดเข้าในแบบนั้นจะอันตราย แต่ก็ยังดีกว่าการเสียทั้งใบแดงและจุดโทษ
“ฝากด้วยนะ ปิเก”
ฮาเวียร์ มัสเชราโน ปลอบใจตัวเองอยู่ในใจ
และเป็นไปตามคาด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดำเนินไปแทบจะตรงกับที่เขาวาดภาพไว้ แกเร็ท เบล เลือกที่จะตัดเข้าในจริง ๆ
ทว่า ปิเกกลับยื่นขาออกไปสกัดแกเร็ท เบล จนล้มคว่ำ ส่งผลให้โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงและถูกไล่ออกจากสนามไป
ผู้ตัดสินเป่าให้เรอัลมาดริดได้ลูกฟรีคิกในแดนหน้าอีกครั้ง บริเวณ 5 เมตรทางซ้ายของหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษ
“จารย์ มันพุ่งล้ม มันพุ่งล้ม ผมไม่ได้แตะตัวมันเลยนะ”
ปิเกกางมือออกและประท้วงผู้ตัดสินอย่างไม่ลดละ อ้างว่าตัวเองถูกปรักปรำและการให้ใบเหลืองเขาเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี
ผู้ตัดสินรำคาญใจ เป่านกหวีดเสียงดังลั่นพร้อมกับชี้มือขวาให้ออกนอกสนาม
“ออกไป!!!”
เมื่อเห็นว่าผู้ตัดสินเอาจริง ปิเกจึงทำได้เพียงเดินคอตกออกจากสนามไป
ตอนที่เดินผ่านผู้เล่นเรอัลมาดริด เขาก็ไม่วายพูดจายั่วยุ
“รอดูละกันว่าพวกแกจะแพ้ยังไง ไอ้พวกกระจอก”
“แล้วก็ไอ้อาตี๋นั่น อย่าคิดว่าแค่ฟลุกยิงเข้าลูกนึงแล้วจะมีสิทธิ์มาเทียบชั้นกับฉัน ฉันดูออกหมดแล้วแหละว่าแกมีฝีเท้าอยู่แค่นั้น”
“หึ รอดูแล้วกันว่าเมื่อไหร่แกจะโดนเฉดหัวออกจากเรอัลมาดริด”
บ้าเอ๊ย ไอนี่มันป่วยปะเนี่ย?
เอเดนถึงกับพูดไม่ออก เขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าไปทำอะไรให้หมอนี่โกรธแค้นตอนไหน ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้
ใครไม่รู้คงคิดว่าเขาไปทำเรื่องเลวร้ายระดับชาติใส่ปิเกซะอีก
“อย่าไปสนใจมันเลย หมอนี่ก็แค่ปากเสีย ชอบปั่นประสาทคนอื่นไปงั้นแหละ”
เปเป้ดึงแขนเอเดนไว้ พร้อมกับโบกมือบ๊ายบายส่งท้ายให้ปิเก
หลังจากปิเกเดินพ้นสนามไป ผู้ตัดสินก็ส่งสัญญาณให้เริ่มเกมต่อ
เช่นเดียวกับครั้งก่อน หลังจากฝั่งบาร์ซาตั้งกำแพงเสร็จ คริสเตียโน โรนัลโด ก็ไปยืนอยู่หน้าลูกบอล สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับสภาพจิตใจ
เมื่อเห็นเอเดนเดินเข้ามาหา เขาก็ยิ้มและถามขึ้นว่า
“นายจะเตะฟรีคิกลูกนี้ไหมล่ะ?”
เขาเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่านักเตะจีนคนนี้มีดีแค่ไหน
“เอาสิครับ”
เอเดนย่อมไม่ปฏิเสธ เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะขอคริสเตียโน โรนัลโด เป็นคนยิงฟรีคิกลูกนี้อยู่แล้ว
ในห้องถ่ายทอดสดของจีน ผู้บรรยายจางเซิงยิ้มและพูดว่า
“ดูเหมือนเรอัลมาดริดจะติดใจจากลูกฟรีคิกเมื่อครู่นะครับ พวกเขายังคงตั้งใจจะให้เอเดนเป็นคนเตะลูกนี้ต่อ”
ผู้บรรยายหยางห่าวหยิบถ้วยชาตรงหน้าขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์แล้วกล่าวว่า
“การที่คริสเตียโน โรนัลโด ยอมสละสิทธิ์เตะฟรีคิกนี่เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากนะครับ ถึงจะยิงไม่เข้า แต่อย่างน้อยก็เอาไปคุยโวที่จีนได้อีกพักใหญ่เลยล่ะ”
ในฐานะนักพากย์ชื่อดังในวงการกีฬาจีน เขาย่อมมีช่องทางหาข่าวเป็นของตัวเอง
หลังจากเอเดนยิงฟรีคิกสุดสวยลูกนั้น เขาก็ให้เพื่อนช่วยสืบเรื่องราวความเป็นอยู่ล่าสุดของอีกฝ่ายในยุโรป
เมื่อรู้ว่าฟลอเรนติโน เปเรซ เตรียมจะฉีกสัญญากับเอเดนหลังจบแมตช์นี้ และเอเดนก็เพิ่งจะติดต่อกับสโมสรในประเทศหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง เขาก็ไม่เห็นหัวเอเดนอีกต่อไป
“ฮ่าฮ่าฮ่า กูกดขี้รอไว้ละ รอแค่เอเดนยิงเข้าเนี่ย”
“กูก็พร้อมเหมือนกัน ตอนนี้นั่งขี้อยู่บนชักโครกเลย”
ตัดกลับมาบนผืนหญ้า เมื่อเทียบกับลูกฟรีคิกครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เอเดนมีเวลามากพอที่จะปรับสภาพจิตใจ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ
หลังจากทำแบบนี้ซ้ำสามครั้ง เอเดนก็เริ่มขยับตัว
ตำแหน่งของเขาในตอนนั้นอยู่ห่างจากลูกบอลเพียงแค่ประมาณหนึ่งเมตร เอเดนจึงใช้วิธีวิ่งเหยาะ ๆ สั้น ๆ ก่อนจะสับไกยิงส่งบอลพุ่งทะยานไปยังปากประตูบาร์ซา
ข้อดีของการทำแบบนี้คือระยะวิ่งที่สั้น ทำให้ผู้รักษาประตูคาดเดาวิถีบอลได้ยาก
แต่ข้อเสียก็ชัดเจนมากเช่นกัน ระยะวิ่งที่ไม่เพียงพอทำให้ความเร็วของลูกบอลลดลงอย่างมาก
เมื่อเทียบกับลูกยิงนัคเคิลบอลที่รวดเร็วและเอาแน่เอานอนไม่ได้ ฟรีคิกประเภทนี้จะเน้นไปที่วิถีบอลและมุมยิงเป็นหลัก ซึ่งนั่นหมายความว่าคนเตะต้องมีทักษะระดับสูงมาก
เมสซีมักจะใช้ฟรีคิกแบบนี้เพื่อเจาะตาข่ายคู่แข่ง
และตอนนี้ คนที่กำลังเจาะตาข่ายบาร์ซาก็คือเอเดน
ต่างจากครั้งก่อน ครั้งนี้มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเกิน คาดเดาทิศทางบอลได้ถูกต้องและพุ่งตัวไปทันที
แต่เอเดนเล็งไปที่มุมตายของประตู...สามเหลี่ยมมุมบนซ้าย
แม้ว่ามาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเกิน จะพุ่งตัวเหยียดสุดแขนแล้ว เขาก็ทำได้เพียงมองลูกบอลลอยเฉียดปลายนิ้วเข้าซุกก้นตาข่ายไป
ปี๊ด!!!
วินาทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดและชี้ไปที่วงกลมกลางสนาม เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งสนามราวกับคลื่นสึนามิ
ลูกฟรีคิกนี้มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นวิถีบอลหรือมุมยิง มันไร้ที่ติ งดงามราวกับภาพวาดชั้นครู
สวยงาม ตรึงใจ มีเสน่ห์; ไม่มีคำไหนที่จะสามารถอธิบายความรู้สึกนั้นออกมาได้เลย
หน้าจอยักษ์กลางสนามฉายภาพรีเพลย์จังหวะการทำประตูเมื่อครู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการให้ผู้ชมทั่วโลกได้ซึมซับและดื่มด่ำไปกับความงดงามอันไร้ที่ตินั้นอย่างช้า ๆ
“โอ้ พระเจ้า ฉันเพิ่งเห็นอะไรไปเนี่ย? เหมาสองประตูจากฟรีคิกงั้นเหรอ?”
“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ อาตี๋คนนี้ยิงฟรีคิกเจาะตาข่ายบาร์ซาได้สองลูกติด ราวกับมีพระเจ้าประทับร่าง ไม่สิ ตอนนี้เขาคือพระเจ้าชัด ๆ”
“เราต้องรั้งเขาไว้ที่เรอัลมาดริด อัจฉริยะแบบนี้ต้องอยู่กับเรอัลมาดริดเท่านั้น”
แฟนบอลเรอัลมาดริดต่างพากันสรรเสริญเยินยอ ส่วนเรื่องที่พวกเขาเคยโห่ไล่ตอนเอเดนลงสนามนั้น ถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลังไปหมดแล้ว
แฟนบอลเรอัลมาดริดหัวรุนแรงบางคนเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ตะโกนโห่ร้องใส่แฟนบอลบาร์ซาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่โดนกดหัวมาตลอดทั้งเกม
แฟนบอลบาร์ซาอยากจะเถียงกลับ แต่ก็ไม่อยากจะไปด้อยค่าเอเดนและทำลายภาพอันสวยงามนั้นลง พวกเขาจึงทำได้แค่เบี่ยงประเด็นไปที่เรื่องสกอร์แทน
“ไอ้พวกเรอัลมาดริดหน้าโง่ ตื่นได้แล้วเว้ย พวกแกยังตามหลังอยู่สองลูกนะ”
“เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีแล้ว ยังไงพวกแกก็พลิกนรกกลับมาไม่ได้หรอก”
“แล้วก็อย่ามาทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลย เรอัลมาดริดมีแค่สัญญาระยะสั้นกับไอ้อัจฉริยะชาวจีนคนนั้น จบแมตช์นี้เราจะเสนอให้สโมสรดึงตัวเขามาบาร์เซโลนา”
สำหรับแฟนบอลเรอัลมาดริดแล้ว คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับการโดนฟันคริติคอลเข้าอย่างจัง
พวกเขาอาจจะยอมรับความพ่ายแพ้ชั่วคราวได้ แต่จะไม่มีวันยอมให้บาร์ซาแย่งชิงนักเตะที่พวกเขาหมายตาไปเด็ดขาด
แค่คิดว่าวันหนึ่งเอเดนจะสวมเสื้อบาร์ซาแล้วมายิงฟรีคิกใส่เรอัลมาดริด พวกเขาก็เดือดปุด ๆ แล้ว
แฟนบอลทั้งสองฝ่ายที่เดิมทีก็เกลียดชังกันราวกับน้ำกับไฟอยู่แล้ว ต่างพร้อมใจกันเดินเข้าหากัน เริ่มสาดคำด่าทอใส่กันอย่างดุเดือด ก่อนจะพุ่งเข้าตะลุมบอนกันในที่สุด
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═