เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ราวกับภาพวาด

บทที่ 4 ราวกับภาพวาด

บทที่ 4 ราวกับภาพวาด


บทที่ 4 ราวกับภาพวาด

การเสียประตูโดยไม่คาดฝันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบาร์ซาเลยแม้แต่น้อย

ยังไงเสียพวกเขาก็นำอยู่ถึงสามประตู และเหลือเวลาอีกไม่ถึงยี่สิบนาที

พวกเขาชนะใสสะอาดแน่นอน

เนย์มาร์เขี่ยบอลจากวงกลมกลางสนามและจ่ายบอลให้อินิเอสตา ฝ่ายหลังพักบอลไว้กับเท้าอย่างเหนียวแน่น พลางสอดส่ายสายตามองรอบตัวเพื่อสังเกตตำแหน่งของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายอย่างต่อเนื่อง

เมื่อสามประสานแนวรุกเอ็มเอสเอ็น ขยับเข้าใกล้กรอบเขตโทษคู่แข่ง พวกเขาก็เร่งความเร็วขึ้นมาดื้อ ๆ เลี้ยงบอลหลบเอเดนที่ยืนอยู่สูงที่สุดในแผงมิดฟิลด์ไปได้อย่างง่ายดาย

โทนี โครส เห็นดังนั้นจึงรีบปรี่เข้าไปซ้อน ใช้ร่างกายขวางเส้นทางของอินิเอสตาไว้

คริสเตียโน โรนัลโด และแบนเซมาเห็นท่าไม่ดีจึงรีบถอยร่นลงมา ยืนคั่นกลางระหว่างอินิเอสตากับเอ็มเอสเอ็น ตัดการเชื่อมต่อกับแผงกองหน้าอย่างสิ้นเชิง

เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนั้น เมสซีจึงเตรียมถอยลงมาแถวเส้นกลางสนามเพื่อรับบอล ซึ่งเป็นแทคติกที่บาร์ซามักใช้เป็นประจำ

อาศัยเทคนิคการเลี้ยงบอลอันยอดเยี่ยมของเมสซี และการทำชิ่งแบบรู้ใจกันระหว่างเอ็มเอสเอ็น พวกเขาจะฉีกแนวรับคู่แข่งเป็นชิ้น ๆ ด้วยการจ่ายบอลสั้นอันแม่นยำ

เมื่อเห็นเมสซีเข้าประจำตำแหน่ง อินิเอสตาก็เตรียมจะจ่ายบอลไปที่เท้าของเขา

เขาไม่ได้สังเกตเห็นเอเดนเลยแม้แต่น้อย หมอนั่นเพิ่งจะโดนเลี้ยงหลอกหัวทิ่มไปหมาด ๆ แต่ตอนนี้กลับวิ่งไล่กวดกลับมาอีกแล้ว

“ระวังหลัง!”

เมสซีตะโกนเตือนทันควัน แต่มันก็ช้าไปก้าวหนึ่ง

ก่อนที่อินิเอสตาจะทันได้จ่ายบอล ปลายเท้าของเอเดนก็จิ้มโดนบอลก่อนและเตะเคลียร์ทิ้งไปได้สำเร็จ

โทนี โครส ตาไวและปฏิกิริยาเป็นเลิศ เขาควบคุมบอลได้และจ่ายออกไปทางปีกขวาทันที ที่ซึ่งแกเร็ท เบล ออกตัววิ่งทะยานไปแล้ว

The Sole… ไม่สิ แกเร็ท เบล รับบอล กระชากบอลไปข้างหน้า แล้วจ่ายบอลให้ตัวเองในอีกสามวินาทีต่อมา

ฌอร์ดี อัลบา ทำได้เพียงยืนมองแผ่นหลังอันดุดันนั้นค่อย ๆ ห่างออกไปอย่างหมดหนทาง

ในยามคับขัน ต้องพึ่งพาฮาเวียร์ มัสเชราโน

ในฐานะเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักของบาร์ซา ประสบการณ์เกมรับของเขานั้นโชกโชนอย่างยิ่ง

ด้วยความที่โดนใบเหลืองไปแล้วหนึ่งใบ วิธีที่สมเหตุสมผลที่สุดคือการขวางเส้นทางไม่ให้แกเร็ท เบล ลากเลื้อยไปสุดเส้นหลังเพื่อเปิดบอล และบีบให้เขาเลี้ยงบอลเข้าไปหาปิเกแทน

จากนั้น ด้วยการประสานงานของพวกเขาทั้งสองคน ย่อมสามารถทำลายการสวนกลับของเรอัลมาดริดได้อย่างง่ายดาย

แม้การปล่อยให้ผู้เล่นถนัดซ้ายตัดเข้าในแบบนั้นจะอันตราย แต่ก็ยังดีกว่าการเสียทั้งใบแดงและจุดโทษ

“ฝากด้วยนะ ปิเก”

ฮาเวียร์ มัสเชราโน ปลอบใจตัวเองอยู่ในใจ

และเป็นไปตามคาด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดำเนินไปแทบจะตรงกับที่เขาวาดภาพไว้ แกเร็ท เบล เลือกที่จะตัดเข้าในจริง ๆ

ทว่า ปิเกกลับยื่นขาออกไปสกัดแกเร็ท เบล จนล้มคว่ำ ส่งผลให้โดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงและถูกไล่ออกจากสนามไป

ผู้ตัดสินเป่าให้เรอัลมาดริดได้ลูกฟรีคิกในแดนหน้าอีกครั้ง บริเวณ 5 เมตรทางซ้ายของหัวกะโหลกหน้ากรอบเขตโทษ

“จารย์ มันพุ่งล้ม มันพุ่งล้ม ผมไม่ได้แตะตัวมันเลยนะ”

ปิเกกางมือออกและประท้วงผู้ตัดสินอย่างไม่ลดละ อ้างว่าตัวเองถูกปรักปรำและการให้ใบเหลืองเขาเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี

ผู้ตัดสินรำคาญใจ เป่านกหวีดเสียงดังลั่นพร้อมกับชี้มือขวาให้ออกนอกสนาม

“ออกไป!!!”

เมื่อเห็นว่าผู้ตัดสินเอาจริง ปิเกจึงทำได้เพียงเดินคอตกออกจากสนามไป

ตอนที่เดินผ่านผู้เล่นเรอัลมาดริด เขาก็ไม่วายพูดจายั่วยุ

“รอดูละกันว่าพวกแกจะแพ้ยังไง ไอ้พวกกระจอก”

“แล้วก็ไอ้อาตี๋นั่น อย่าคิดว่าแค่ฟลุกยิงเข้าลูกนึงแล้วจะมีสิทธิ์มาเทียบชั้นกับฉัน ฉันดูออกหมดแล้วแหละว่าแกมีฝีเท้าอยู่แค่นั้น”

“หึ รอดูแล้วกันว่าเมื่อไหร่แกจะโดนเฉดหัวออกจากเรอัลมาดริด”

บ้าเอ๊ย ไอนี่มันป่วยปะเนี่ย?

เอเดนถึงกับพูดไม่ออก เขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าไปทำอะไรให้หมอนี่โกรธแค้นตอนไหน ถึงได้ตามจองล้างจองผลาญกันขนาดนี้

ใครไม่รู้คงคิดว่าเขาไปทำเรื่องเลวร้ายระดับชาติใส่ปิเกซะอีก

“อย่าไปสนใจมันเลย หมอนี่ก็แค่ปากเสีย ชอบปั่นประสาทคนอื่นไปงั้นแหละ”

เปเป้ดึงแขนเอเดนไว้ พร้อมกับโบกมือบ๊ายบายส่งท้ายให้ปิเก

หลังจากปิเกเดินพ้นสนามไป ผู้ตัดสินก็ส่งสัญญาณให้เริ่มเกมต่อ

เช่นเดียวกับครั้งก่อน หลังจากฝั่งบาร์ซาตั้งกำแพงเสร็จ คริสเตียโน โรนัลโด ก็ไปยืนอยู่หน้าลูกบอล สูดลมหายใจเข้าออกลึก ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับสภาพจิตใจ

เมื่อเห็นเอเดนเดินเข้ามาหา เขาก็ยิ้มและถามขึ้นว่า

“นายจะเตะฟรีคิกลูกนี้ไหมล่ะ?”

เขาเองก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่านักเตะจีนคนนี้มีดีแค่ไหน

“เอาสิครับ”

เอเดนย่อมไม่ปฏิเสธ เดิมทีเขาก็ตั้งใจจะขอคริสเตียโน โรนัลโด เป็นคนยิงฟรีคิกลูกนี้อยู่แล้ว

ในห้องถ่ายทอดสดของจีน ผู้บรรยายจางเซิงยิ้มและพูดว่า

“ดูเหมือนเรอัลมาดริดจะติดใจจากลูกฟรีคิกเมื่อครู่นะครับ พวกเขายังคงตั้งใจจะให้เอเดนเป็นคนเตะลูกนี้ต่อ”

ผู้บรรยายหยางห่าวหยิบถ้วยชาตรงหน้าขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์แล้วกล่าวว่า

“การที่คริสเตียโน โรนัลโด ยอมสละสิทธิ์เตะฟรีคิกนี่เป็นเรื่องที่หาดูได้ยากนะครับ ถึงจะยิงไม่เข้า แต่อย่างน้อยก็เอาไปคุยโวที่จีนได้อีกพักใหญ่เลยล่ะ”

ในฐานะนักพากย์ชื่อดังในวงการกีฬาจีน เขาย่อมมีช่องทางหาข่าวเป็นของตัวเอง

หลังจากเอเดนยิงฟรีคิกสุดสวยลูกนั้น เขาก็ให้เพื่อนช่วยสืบเรื่องราวความเป็นอยู่ล่าสุดของอีกฝ่ายในยุโรป

เมื่อรู้ว่าฟลอเรนติโน เปเรซ เตรียมจะฉีกสัญญากับเอเดนหลังจบแมตช์นี้ และเอเดนก็เพิ่งจะติดต่อกับสโมสรในประเทศหลายแห่งอย่างต่อเนื่อง เขาก็ไม่เห็นหัวเอเดนอีกต่อไป

“ฮ่าฮ่าฮ่า กูกดขี้รอไว้ละ รอแค่เอเดนยิงเข้าเนี่ย”

“กูก็พร้อมเหมือนกัน ตอนนี้นั่งขี้อยู่บนชักโครกเลย”

ตัดกลับมาบนผืนหญ้า เมื่อเทียบกับลูกฟรีคิกครั้งที่แล้ว ครั้งนี้เอเดนมีเวลามากพอที่จะปรับสภาพจิตใจ

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาช้า ๆ

หลังจากทำแบบนี้ซ้ำสามครั้ง เอเดนก็เริ่มขยับตัว

ตำแหน่งของเขาในตอนนั้นอยู่ห่างจากลูกบอลเพียงแค่ประมาณหนึ่งเมตร เอเดนจึงใช้วิธีวิ่งเหยาะ ๆ สั้น ๆ ก่อนจะสับไกยิงส่งบอลพุ่งทะยานไปยังปากประตูบาร์ซา

ข้อดีของการทำแบบนี้คือระยะวิ่งที่สั้น ทำให้ผู้รักษาประตูคาดเดาวิถีบอลได้ยาก

แต่ข้อเสียก็ชัดเจนมากเช่นกัน ระยะวิ่งที่ไม่เพียงพอทำให้ความเร็วของลูกบอลลดลงอย่างมาก

เมื่อเทียบกับลูกยิงนัคเคิลบอลที่รวดเร็วและเอาแน่เอานอนไม่ได้ ฟรีคิกประเภทนี้จะเน้นไปที่วิถีบอลและมุมยิงเป็นหลัก ซึ่งนั่นหมายความว่าคนเตะต้องมีทักษะระดับสูงมาก

เมสซีมักจะใช้ฟรีคิกแบบนี้เพื่อเจาะตาข่ายคู่แข่ง

และตอนนี้ คนที่กำลังเจาะตาข่ายบาร์ซาก็คือเอเดน

ต่างจากครั้งก่อน ครั้งนี้มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเกิน คาดเดาทิศทางบอลได้ถูกต้องและพุ่งตัวไปทันที

แต่เอเดนเล็งไปที่มุมตายของประตู...สามเหลี่ยมมุมบนซ้าย

แม้ว่ามาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเกิน จะพุ่งตัวเหยียดสุดแขนแล้ว เขาก็ทำได้เพียงมองลูกบอลลอยเฉียดปลายนิ้วเข้าซุกก้นตาข่ายไป

ปี๊ด!!!

วินาทีที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดและชี้ไปที่วงกลมกลางสนาม เสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งสนามราวกับคลื่นสึนามิ

ลูกฟรีคิกนี้มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นวิถีบอลหรือมุมยิง มันไร้ที่ติ งดงามราวกับภาพวาดชั้นครู

สวยงาม ตรึงใจ มีเสน่ห์; ไม่มีคำไหนที่จะสามารถอธิบายความรู้สึกนั้นออกมาได้เลย

หน้าจอยักษ์กลางสนามฉายภาพรีเพลย์จังหวะการทำประตูเมื่อครู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับต้องการให้ผู้ชมทั่วโลกได้ซึมซับและดื่มด่ำไปกับความงดงามอันไร้ที่ตินั้นอย่างช้า ๆ

“โอ้ พระเจ้า ฉันเพิ่งเห็นอะไรไปเนี่ย? เหมาสองประตูจากฟรีคิกงั้นเหรอ?”

“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ อาตี๋คนนี้ยิงฟรีคิกเจาะตาข่ายบาร์ซาได้สองลูกติด ราวกับมีพระเจ้าประทับร่าง ไม่สิ ตอนนี้เขาคือพระเจ้าชัด ๆ”

“เราต้องรั้งเขาไว้ที่เรอัลมาดริด อัจฉริยะแบบนี้ต้องอยู่กับเรอัลมาดริดเท่านั้น”

แฟนบอลเรอัลมาดริดต่างพากันสรรเสริญเยินยอ ส่วนเรื่องที่พวกเขาเคยโห่ไล่ตอนเอเดนลงสนามนั้น ถูกโยนทิ้งไว้เบื้องหลังไปหมดแล้ว

แฟนบอลเรอัลมาดริดหัวรุนแรงบางคนเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ตะโกนโห่ร้องใส่แฟนบอลบาร์ซาอย่างบ้าคลั่ง เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจที่โดนกดหัวมาตลอดทั้งเกม

แฟนบอลบาร์ซาอยากจะเถียงกลับ แต่ก็ไม่อยากจะไปด้อยค่าเอเดนและทำลายภาพอันสวยงามนั้นลง พวกเขาจึงทำได้แค่เบี่ยงประเด็นไปที่เรื่องสกอร์แทน

“ไอ้พวกเรอัลมาดริดหน้าโง่ ตื่นได้แล้วเว้ย พวกแกยังตามหลังอยู่สองลูกนะ”

“เหลือเวลาอีกไม่ถึงสิบนาทีแล้ว ยังไงพวกแกก็พลิกนรกกลับมาไม่ได้หรอก”

“แล้วก็อย่ามาทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลย เรอัลมาดริดมีแค่สัญญาระยะสั้นกับไอ้อัจฉริยะชาวจีนคนนั้น จบแมตช์นี้เราจะเสนอให้สโมสรดึงตัวเขามาบาร์เซโลนา”

สำหรับแฟนบอลเรอัลมาดริดแล้ว คำพูดนี้ไม่ต่างอะไรกับการโดนฟันคริติคอลเข้าอย่างจัง

พวกเขาอาจจะยอมรับความพ่ายแพ้ชั่วคราวได้ แต่จะไม่มีวันยอมให้บาร์ซาแย่งชิงนักเตะที่พวกเขาหมายตาไปเด็ดขาด

แค่คิดว่าวันหนึ่งเอเดนจะสวมเสื้อบาร์ซาแล้วมายิงฟรีคิกใส่เรอัลมาดริด พวกเขาก็เดือดปุด ๆ แล้ว

แฟนบอลทั้งสองฝ่ายที่เดิมทีก็เกลียดชังกันราวกับน้ำกับไฟอยู่แล้ว ต่างพร้อมใจกันเดินเข้าหากัน เริ่มสาดคำด่าทอใส่กันอย่างดุเดือด ก่อนจะพุ่งเข้าตะลุมบอนกันในที่สุด

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 4 ราวกับภาพวาด

คัดลอกลิงก์แล้ว