เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 ประตูจากฟรีคิกจังหวะเดียว

บทที่ 3 ประตูจากฟรีคิกจังหวะเดียว

บทที่ 3 ประตูจากฟรีคิกจังหวะเดียว


บทที่ 3 ประตูจากฟรีคิกจังหวะเดียว

ย้อนเวลากลับไปเมื่อ 5 นาทีก่อน

ในห้องถ่ายทอดสดชื่อดังแห่งหนึ่งของจีน

หยางห่าว ผู้บรรยายกล่าวว่า

“ซีดานกำลังเดินกลับไปที่ม้านั่งสำรอง ดูเหมือนว่าเขากำลังจะปรับเปลี่ยนตัวผู้เล่นบางตำแหน่งแล้วครับ”

“จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาควรจะถอดเบลออกและส่งฮาเมส โรดริเกซ ที่มีวิสัยทัศน์เฉียบคมและมีทักษะการยิงไกลอันยอดเยี่ยมลงมา เพื่อเสริมเขี้ยวเล็บในแดนกลาง”

จางเซิง ผู้บรรยายพยักหน้ารับ ในฐานะแฟนบอลบาร์ซา ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นถึงความพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด

“เป็นไปไม่ได้แล้วล่ะครับที่จะพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในตอนนึ้ พวกเขาทำได้แค่พยายามยิงให้ได้สักลูกเพื่อกู้หน้าก็เท่านั้น”

“เอ๊ะ?”

ผู้บรรยายหยางห่าวอุทานด้วยความประหลาดใจ สีหน้าดูไม่ค่อยแน่ใจนัก

“ผู้เล่นเบอร์ 53 ที่กำลังวอร์มอัปอยู่คือ…”

เขานึกชื่อนักเตะชาวจีนคนนี้ไม่ออกไปชั่วขณะ จึงรีบพลิกดูสมุดจดในมือด้วยความเก้อเขินก่อนจะพูดต่อ

“เป็นเอเดนงั้นเหรอครับ?”

“เป็นเขาจริง ๆ เหรอเนี่ย?”

ผู้บรรยายจางเซิงนึกย้อนความทรงจำ

“ปีนี้เอเดนอายุ 20 ปี เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก เขามีวิสัยทัศน์และการยิงไกลที่ดี เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้เล่นที่เปี่ยมพรสวรรค์ที่สุดของจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา น่าเสียดายที่เขาไม่ฟังคำเตือนและดึงดันจะไปยุโรป จนหายหน้าหายตาไปจากวงการฟุตบอลเลยตั้งแต่นั้นมา มารอดูกันครับว่าคืนนี้เขาจะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นแค่ไหน”

ในตอนท้าย ผู้บรรยายจางเซิงก็หลุดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้มองเอเดนในแง่ดีนัก ถึงขั้นรู้สึกว่าการปล่อยให้นักเตะจีนลงสนามในแมตช์สำคัญแบบนี้เป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี

แต่เนื่องจากเขากำลังจัดรายการสดอยู่ เขาจึงรีบปรับอารมณ์อย่างรวดเร็ว

ทว่าชาวเน็ตในห้องแชตไม่ได้ใจเย็นแบบนั้น พวกเขาเริ่มสาดความคิดเห็นใส่กันรัว ๆ

“เรอัลมาดริดปล่อยให้นักเตะจีนลงสนามเนี่ยนะ? ล้อเล่นปะเนี่ย? นี่ไม่ใช่การโยนเกมแล้วนะเว้ย”

“ฉันไม่ชอบที่คอมเมนต์บนพูดเลยว่ะ ‘ปล่อยให้นักเตะจีนลงสนามเนี่ยนะ’ หมายความว่าไง? นักเตะจีนแล้วมันทำไม? คนที่เล่นเก่ง ๆ ก็มีปะวะ?”

“เมื่อสิบกว่าปีก่อนก็เก่งจริงอยู่นะ แต่ดูตอนนี้ดิ...ลงพุงกันหมดละ ดูเหมือนไก่อ่อนตัวซีด ๆ ไม่รู้จักอายกันบ้างเลย”

“ก็จริง เอเดนเล่นได้แค่ในลีกประเทศตัวเองแหละ เจอหน้าบาร์ซา คงไม่ได้แตะบอลด้วยซ้ำ ถ้าฉันเป็นเขานะ ฉันกลับจีนไปแล้ว จะได้ไม่ต้องไปทนขายหน้าอยู่เมืองนอก”

ช่องแชตเต็มไปด้วยคำด่าทอ ความกังขา และคำเย้ยหยัน แม้จะมีชาวเน็ตบางคนออกมาปกป้องเอเดนบ้างเป็นครั้งคราว แต่ก็ถูกข้อความอื่น ๆ กลบกลืนไปในพริบตา

ที่สนามกีฬาซานเตียโก เบร์นาเบว การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป

คริสเตียโน โรนัลโด ยืนห่างจากลูกฟุตบอลสองเมตร กางขาออกกว้างราวกับวงเวียน จ้องเขม็งไปยังปากประตูบาร์ซา

นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความดุดัน ความมุ่งมั่น และเหนือสิ่งอื่นใดคือความกระหายในการทำประตู

ในฐานะราชาแห่งซานเตียโก เบร์นาเบว เขาต้องยิงประตูเพื่อกู้หน้าให้เรอัลมาดริดให้จงได้

บ้าเอ๊ย ฟรีคิก

ฉันอยากเตะลูกนี้ชะมัด!!!

เอเดนจ้องมองลูกฟุตบอลบริเวณกรอบเขตโทษด้วยความปรารถนาอันแรงกล้า นัยน์ตาของเขาลุกโชนด้วยความดุดันไม่แพ้กัน

หลังจากอัปสกิลฟรีคิกจนเต็มหลอด เขามีโอกาสถึง 80% ที่จะซัดลูกนั้นเสียบตาข่ายบาร์ซา

แต่ในตอนนี้ เขาไม่ได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนร่วมทีมเลยแม้แต่น้อย พวกเขาจะยอมยกโอกาสทองในการเตะฟรีคิกในตำแหน่งสุดสวยแบบนี้ให้เขาได้อย่างไร?

ตอนนั้นเอง ข้อความบรรทัดเล็ก ๆ ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเอเดน

《 ภารกิจถูกกระตุ้น: ลงเล่นให้เรอัลมาดริดและทำประตูจากลูกฟรีคิก 》

“หืม?”

เอเดนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกขมขื่นในใจ คิดว่าระบบกับเขานี่มันช่างเข้ากันไม่ได้เอาเสียเลย...ทุกอย่างมันดูจะขัดขวางเขาไปซะหมด

เรื่องอัปสกิลผิดยังไม่พอ นี่มันยังจะให้เขาทำประตูจากลูกฟรีคิกให้เรอัลมาดริดอีกเหรอ?

นี่มันบีบให้เขาต้องขโมยซีนเตะฟรีคิกชัด ๆ !!!

ช่างเถอะ ลุยเลยละกัน

เอเดนเดินเข้าไปหาคริสเตียโน โรนัลโด ด้วยสีหน้ามุ่งมั่นและกระซิบที่ข้างหูเขา

“เฮ้ คริสเตียโน โรนัลโด เดี๋ยวเรามาลองเล่นทริคกันหน่อยดีไหม นายรอให้พวกนั้นหลงกลก่อนแล้วค่อยยิง ตกลงนะ?”

เมื่อได้ยินดังนั้น คริสเตียโน โรนัลโด ก็ชำเลืองมองเอเดนอย่างระแวดระวัง ก่อนจะพยักหน้าตกลงเมื่อเห็นสีหน้าซื่อ ๆ ของอีกฝ่าย

ในแมตช์ก่อนหน้านี้ ฮาเมส โรดริเกซ ก็พูดแบบนี้แหละ แต่ผลลัพธ์คือ…

คราวนี้มันน่าจะต่างออกไปนะ

ปี๊ด!!!

เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน เอเดนก็วิ่งเข้าไปหาบอลเป็นคนแรก และท่ามกลางสายตาที่เบิกกว้างของทุกคน เขาก็สับไกยิงเต็มแรง

“คริสเตียโน โรนัลโด ฉันขอโทษนะ”

“ถ้าฉันไม่ทำอะไรสักอย่าง ฉันคงไม่มีโอกาสได้อยู่เรอัลมาดริดต่อ นี่คือโอกาสเดียวของฉัน”

ที่ประเทศจีน ในห้องถ่ายทอดสดของผู้บรรยายหยางห่าว

เมื่อเอเดนวิ่งเข้าไปหาบอล ผู้บรรยายหยางห่าวก็หัวเราะและพูดว่า

“ดูเหมือนพวกเขาจะเตรียมลูกสูตรฟรีคิกเอาไว้นะครับ แต่แผนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ไม่ค่อยจะตบตาได้เลย”

ผู้บรรยายจางเซิงหัวเราะและเห็นด้วย

“ถ้าเป็นฮาเมส โรดริเกซ ที่เก่งเรื่องฟรีคิกพอ ๆ กันมาเล่นลูกสูตรนี้ มันคงจะต่างออกไปนะครับ แต่เอเดนยังอ่อนหัดเกินไป”

ชาวเน็ตคนหนึ่งในช่องแชตพูดจาถากถาง

“เฮ้ แล้วถ้าเอเดนเป็นคนเตะฟรีคิกลูกนั้นจริง ๆ ล่ะ? แบบนี้ทุกคนก็โดนหลอกกันหมดน่ะสิ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ให้หมอนั่นเตะยังแย่กว่าให้ยายฉันมาเตะเองซะอีก ทริคเด็กอนุบาลแบบนี้ มีแค่คริสเตียโน โรนัลโด เท่านั้นแหละที่ยอมเล่นด้วย”

บนผืนหญ้า เมื่อลูกฟุตบอลพุ่งทะยานออกไป คริสเตียโน โรนัลโด ก็อดไม่ได้ที่จะสบถในใจ

“แม่งเอ๊ย พวกหลอกลวงทั้งนั้น ฮาเมส โรดริเกซ ก็คนนึง แล้วก็ไอ้นักเตะจีนหน้าซื่อใจคดนี่อีกคน”

แต่สถานการณ์ตรงหน้าก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาคิดอะไรมากนัก การวิ่งเข้าไปในกรอบเขตโทษเพื่อซ้ำดาบสองคือสิ่งสำคัญที่สุด

แต่บางครั้งเรื่องราวก็มักจะดำเนินไปในทิศทางที่ไม่คาดคิดเสมอ

ทันทีที่คริสเตียโน โรนัลโด วิ่งไปถึงกรอบเขตโทษ เขาก็เห็นลูกฟุตบอลลอยโค้งข้ามหัวปิเก จู่ ๆ ก็มุดลงฮวบฮาบตอนที่กำลังจะถึงหน้าประตู และพุ่งเสียบตาข่ายบาร์ซาไปในที่สุด

แม้แต่มาร์ค-อันเดร แทร์ สเตเกิน หนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก ก็ยังหมดสิทธิ์ป้องกัน

เขาทำได้เพียงยืนมองลูกฟุตบอลพุ่งเข้าซุกก้นตาข่ายอย่างหมดอาลัยตายอยาก

นี่มันนัคเคิลบอลงั้นเหรอ???

ทั้งเร็วและมีวิถีโค้งสุดประหลาด

นี่คือสิ่งที่ทุกคนคิด พวกเขาถึงขั้นเชื่อไปชั่วขณะว่าคริสเตียโน โรนัลโด เป็นคนยิงลูกนั้น

สนามแข่งเงียบกริบลงทันตาเห็น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเฮลั่นดั่งสึนามิของแฟนบอลเรอัลมาดริดที่กำลังเฉลิมฉลองอย่างบ้าคลั่ง

ปี๊ด!!!

ผู้ตัดสินเป่านกหวีดพร้อมกับชี้มือขวาไปที่วงกลมกลางสนาม

เป็นประตู

ผู้เล่นเรอัลมาดริดชูแขนขึ้นเฮลั่น กลืนคำด่าทอที่เตรียมจะพ่นออกมาลงคอไปจนหมดสิ้น

คริสเตียโน โรนัลโด เป็นคนแรกที่วิ่งปรี่เข้าไปหาเอเดนและสวมกอดเขาแน่นเหมือนหมี

ตามมาด้วยคนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างโทนี โครส, กาเซมีรู และคนอื่น ๆ

พวกเขาเข้ามารุมล้อมเขา บางคนลูบหัว บางคนสวมกอด ทุกคนต่างแสดงความยินดี

“อาตี๋ ลูกนั้นสวยมาก”

“ไม่คิดเลยว่านายจะมีฝีเท้าฉกาจขนาดนี้ โค้ชควรจะให้นายลงเล่นตั้งนานแล้ว”

“เอาหน่อยเว้ยอาตี๋ ทำให้ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนบาร์ซามันเห็นหน่อยว่าของจริงของเรอัลมาดริดมันเป็นยังไง”

“ว่าแต่นายชื่ออะไรนะ? เราจะเรียกนายว่า ‘อาตี๋’ ตลอดไปไม่ได้หรอกนะ”

ก่อนหน้านี้ พวกเขาไม่เคยสนใจตัวสำรองอดทนคนนี้เลย และเนื่องจากอีกฝ่ายเพิ่งย้ายมาเรอัลมาดริดได้ไม่นาน พวกเขาจึงจำชื่อไม่ได้หรือไม่ก็ไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลยด้วยซ้ำ

เอเดนยิ้มอย่างเขินอาย

“ผมชื่อเอเดนครับ”

“เอเดน ฉันจะจำไว้”

ที่ประเทศจีน ผู้บรรยายหยางห่าวถามด้วยความไม่เชื่อสายตา

“เอเดนทำประตูได้จริง ๆ เหรอครับเนี่ย?”

“ผู้ตัดสินชี้ไปที่วงกลมกลางสนามแล้วครับ เป็นประตูจริง ๆ ด้วย”

ผู้บรรยายจางเซิงพยักหน้าและพูดต่อ

“ลูกยิงเมื่อกี้สวยงามมากครับ แต่โอกาสที่มันจะเป็นเรื่องฟลุกก็มีสูงมาก เพราะตอนที่อยู่จีน เอเดนไม่ได้เก่งเรื่องฟรีคิกเลย”

มีคนในช่องแชตพิมพ์ตอบกลับทันที

“ฟลุกชัวร์ป้าบ ต่อให้จูนินโญมาเตะเอง วิถีโค้งก็คงไม่หนีไปจากนี้เท่าไหร่หรอก ด้วยฝีเท้ากาก ๆ ของเอเดน ไม่มีทางทำแบบนี้ได้ตามปกติแน่”

“ถึงจะฟลุก แต่เขาก็ยิงได้แล้วก็สร้างประวัติศาสตร์ไปแล้ว...นักเตะจีนคนแรกที่ยิงประตูบาร์ซาได้ พวกมึงดิ้นกันทำไมวะ?”

“ถุย ก็แค่ฟลุกฟาดเคราะห์แหละวะ ถ้ามันยิงได้อีกลูกนะ กูยอมกินขี้โชว์ในไลฟ์สดเลยเอ้า”

“เออ กูจะผลิตแล้วกินเองด้วยเลย”

ที่ข้างสนาม ซีดานลูบหัวล้านของตัวเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เหตุผลที่เขาเลือกส่งเอเดนลงสนามก็เพราะสกอร์ตามหลังอยู่มากเกินไป และยังไงก็ไม่มีโอกาสพลิกนรกกลับมาได้อยู่แล้ว สู้ให้ผู้เล่นคนอื่นได้พักผ่อน แล้วก็ถือโอกาสสานฝันให้นักเตะจีนผู้ขยันขันแข็งคนนี้ไปในตัวเลยดีกว่า

เมื่อดูจากขุมกำลังของเรอัลมาดริดในตอนนี้ มันเป็นเรื่องยากที่เอเดนจะได้รับโอกาสลงสนาม ตอนที่ท่านประธานเซ็นสัญญาคว้าตัวเขามา ก็เป็นเพราะหวังผลประโยชน์จากตลาดจีนที่มหาศาลซึ่งอยู่เบื้องหลังเท่านั้น

แต่ผลลัพธ์ดูเหมือนจะไม่ค่อยเป็นไปตามเป้า ก่อนเกมจะเริ่ม ฟลอเรนติโน เปเรซ จึงแจ้งเขาว่าพวกเขาจะฉีกสัญญากับเอเดนหลังจบแมตช์นี้

ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือ เอเดนกลับทำประตูได้

แต่แค่นี้เห็นทีจะยังไม่พอที่จะทำให้บอร์ดบริหารของเรอัลมาดริดประทับใจ

ท้ายที่สุดแล้ว รายงานการทดสอบต่าง ๆ ก็ยังทนโท่เจิดจ้าอยู่ตรงนั้น

ส่วนลูกฟรีคิกสุดสวยเมื่อครู่นี้ บอร์ดบริหารของเรอัลมาดริดย่อมมองว่ามันเป็นแค่เรื่องฟลุกมากกว่า และแน่นอนว่าตัวเขาเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 3 ประตูจากฟรีคิกจังหวะเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว