- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1410 ค้นหาเส้นทางกลับสู่เป่ยโต้ว
1410 ค้นหาเส้นทางกลับสู่เป่ยโต้ว
1410 ค้นหาเส้นทางกลับสู่เป่ยโต้ว
1410 ค้นหาเส้นทางกลับสู่เป่ยโต้ว
หลังจากเอาหม้ออมตะนี้ออกไปแล้วยอดเขาหัวมังกรจะไม่ดูดซับปราณสวรรค์พิภพจากโลกอีกต่อไป มิหนำซ้ำมันยังจะเริ่มคลายปราณสวรรค์พิภพที่ดูดกลืนเข้าไปตลอดหลายปีที่ผ่านมาออกมาด้วย
ในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางกลับ แม้ว่าการไหลของแสงมงคลจะไม่ดีเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ยังดีกว่ากลิ่นหอมของยาโบราณมากมาย
ทั้งสามคนรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มเก็บราชาโอสถติดไม้ติดมือออกไปอีกครั้ง
"หลังจากผ่านไปนานหลายแสนปีในที่สุดโลกก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง"
เย่ฟ่านนั่งบนหลังอาชาเพลิงพาเสี่ยวซงออกจากดินแดนอมตะและหายตัวไปบนภูเขา
เทือกเขาคุนหลุนที่สูงตระหง่านมียอดเขาที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในที่สุด เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ก็ออกมาหลังจากเส้นทางเดิมที่พวกเขาเคยเดินผ่าน
ในตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ทางแยกซินเจียงและชิงไห่ เมื่อมองดูท้องฟ้าสีครามและเมฆสีขาว สิ่งที่พานพบตลอดหลายวันที่ผ่านมาดูไม่สมจริงคล้ายกับความฝัน
หลังจากออกจากคุนหลุนและมายังโลกภายนอก อาชาเพลิงก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจและดูถูกเหยียดหยามทันที
เพราะด้านนอกนั้นรกร้างเกินไปและไม่มีรัศมีอันเป็นมงคลเหมือนกับภูเขามังกรที่มันอาศัยมาตลอดชีวิต
เสี่ยวซงมีความสุขมาก มันเคยอยู่ในโลกเช่นนี้และคุ้นเคยกับมันมานานแล้ว ดังนั้นมันจึงส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น
การกลับมาของเย่ฟ่านบนอาชาเพลิงทำให้เกิดความตกตะลึงอย่างมาก พวกเขารู้ว่าภายในคุนหลุนนั้นมีเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดถูกเรียกว่าหาชามังกรตลอดหลายแสนปีที่ผ่านมาไม่เคยมีใครจับสัตว์อสูรประเภทนี้มาเป็นพาหนะได้
นี่คืออาชามังกรพันธุ์แท้ ไม่ใช่สายเลือดผสม ว่ากันว่ามันเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีเพียงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นถึงจะได้ขี่
“อาจารย์!” จางชิงหยางแสดงความเคารพ
ภูเขาเตี้ยไร้ชื่อแห่งนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก ยังมีกระท่อมมุงจาก และทุ่งยาเพียงไม่กี่แห่ง เย่ฟ่านซึ่งนั่งอยู่บนหลังของราชาเพลิงมองเห็นได้ทันทีว่าศิษย์ของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
“เกิดอะไรขึ้น?”
ปัจจุบันเย่ฟ่านกลายเป็นจักรพรรดิสวรรค์ของโลกใบนี้แล้ว เขาสังหารราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งเยรูซาเลมและวาติกันติดต่อกันหลายคน เขาไม่เชื่อว่าจะมีใครกล้าสร้างปัญหาที่นี่
“โชคดีที่อาจารย์กลับมาทันเวลาไม่เช่นนั้นพวกเราคงรู้สึกปวดหัวอย่างมาก” จางชิงหยางกล่าว
เมื่อไม่กี่วันก่อน มีคนเข้ามาที่วังสวรรค์และพูดจาไม่สุภาพอย่างยิ่ง เขาจุดไฟเผารูปปั้นจักรพรรดิแห่งสวรรค์ และทำร้ายทำให้จางชิงหยางจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ปรมาจารย์สวรรค์น้อยถูกใครบางคนทำร้าย นี่เป็นเรื่องใหญ่โดยธรรมชาติ คนๆ นั้นบอกว่าเย่ฟ่านยังไม่รู้ว่าสวรรค์สูงส่งแค่ไหน เขากล้าก่อตั้งวังสวรรค์ขึ้นมานับได้ว่าเป็นการท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง
เย่ฟ่านรู้โดยธรรมชาติว่ามีคนแปลกๆ มากมายในโลก แม้ว่าโลกจะเข้าสู่ยุคสิ้นสุดธรรมแต่มันยังมีปรมาจารย์จากยุคโบราณบางคนที่มีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน
“คนๆ นั้นไม่มีอายุมากกว่าเราเท่าใด เขายังเด็กและแข็งแรง เขาไม่น่าจะเป็นปรมาจารย์จากยุคโบราณ” จางชิงหยางกล่าว
เย่ฟ่านพยักหน้า ปรมาจารย์สวรรค์น้อยในวันนี้ไม่ใช่อย่างที่เขาเคยเป็นอีกต่อไป ด้วยความช่วยเหลือของเย่ฟ่าน เขาเผชิญหน้ากับสายฟ้าครั้งแล้วครั้งเล่าจนในปัจจุบันเขาได้กลายเป็นปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เต็มตัวแล้ว
“เหตุผลหลักก็คือสมบัติชิ้นหนึ่งของเขามีพลังมาก มันเรียกว่าผนึกแห่งความว่างเปล่า ซึ่งมันหักกระดูกของข้าหลายสิบชิ้นด้วยการลงมือเพียงครั้งเดียว”
จางชิงหยางให้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ในวันนั้น
หากหวงเทียนอวี่และเอี๋ยนเสี่ยวอวี้ไม่อยู่ที่นั่นด้วย ปรมาจารย์สวรรค์น้อยอาจได้รับอันตรายจนเสียชีวิตไปแล้ว
เย่ฟ่านพยักหน้าและพูดว่า
"มันมากเกินไปหน่อย ในเมื่อเขาต้องการทำลายวังสวรรค์เช่นนั้นข้าจะรอให้เขาปรากฏตัว"
เสี่ยวซงก้าวไปข้างหน้าและหยิบราชาโอสถออกมาจากตะกร้ายาเล็กๆ มัน นี่เป็นเถาวัลย์วิญญาณที่มีความสูงประมาณครึ่งวา กลิ่นหอมของมันแทบจะทำให้จางชิงหยางดวงตาพร่ามัว
“ขอบคุณศิษย์น้องเล็ก”
จางชิงหยางมีความเป็นผู้ใหญ่มาก ไม่เหมือนหวงเทียนอวี่ที่มักจะหยอกล้อเสี่ยวซง โดยธรรมชาติแล้วเขารู้ดีว่านี่อาจเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ที่หายาก
“นี่คือราชาโอสถที่สามารถฟื้นฟูเนื้อหนังและกระดูกของมนุษย์รวมทั้งสามารถต่อชีวิตของผู้คนให้ยืนยาวได้” เย่ฟ่านกล่าว
“ราชาโอสถ?”
ปรมาจารย์สวรรค์น้อยตกตะลึง ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดถึงความล้ำค่าของมัน แต่เขาไม่คาดคิดว่าจะเป็นยาหายากที่หายากในสมัยโบราณ
"มันล้ำค่าเกินไป" จางชิงหยางรีบปฏิเสธ
เย่ฟ่านขอให้เขารักษามันให้ดีเพราะสิ่งนี้จะช่วยเหลือเขาได้อีกครั้งในอนาคต จากนั้นจึงแจกจ่ายน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ได้มาจากบ่อน้ำอมตะให้จางชิงหยางด้วย
หลังจากนั้นไม่นานเอี๋ยนเสี่ยวอวี้ จ้านปี้ฟ่าน และคนอื่นๆ ก็มาถึง พวกเขาต่างประหลาดใจที่ได้รับราชาโอสถรวมทั้งน้ำพุศักดิ์สิทธิ์จากเสี่ยวซง
"ยาศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่า"
เพราะแม้ในสมัยโบราณสิ่งเหล่านี้ถือเป็นสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถคงอยู่ได้หลายร้อยปีทำให้แม้แต่เซียนยังต้องต่อสู้แย่งชิง
“อาจารย์ ท่านได้รับอะไรมากมายจากการเข้าสู่ภูเขาคุนหลุนในครั้งนี้ หากต้องการไปที่นั่นในครั้งต่อไปอาจารย์อย่าลืมพาพวกเราไปด้วย”
“ใช่ สถานที่กำเนิดของเทพเจ้ากรีก สำนักโบราณในอียิปต์และอินเดีย พวกมันควรมีสมบัติมากมายเราอยากติดตามอาจารย์ไปด้วย”
หลายคนได้ลิ้มรสความหวานและเกิดความปรารถนาที่จะได้รับสมบัติจากทั่วทุกมุมโลก
การเดินทางครั้งนี้พวกเขาได้รับหม้ออมตะและวิหารโบราณซึ่งเป็นอาวุธครึ่งก้าวเสาร์สุดขั้ว ยิ่งตะกร้ายาของเสี่ยวซงยังบรรจุราชาโอสถไว้หลายสิบชนิด สิ่งเหล่านี้แทบจะกระตุ้นลูกศิษย์ของเย่ฟ่านให้เกิดความคุ้มคลั่ง
“เจ้าต้องฝึกฝนอย่างจริงจังและพึ่งพาตัวเองในทุกสิ่ง เจ้าต้องเติบโตให้เร็วที่สุด สักวันหนึ่งข้าจะจากไป”
เย่ฟ่านเตือนว่าหลังจากอยู่บนโลกเป็นเวลานานเขาจำเป็นต้องค้นหาเส้นทางกลับสู่ที่ที่เขาจากมา เพราะว่าโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดให้เขาอาลัยอาวรณ์อีกแล้ว
“อาจารย์ ท่านจะไปไหน?”
ศิษย์หลายคนถาม ทุกคนต่างแสดงความปรารถนาจะติดตามเย่ฟ่านไป
เย่ฟ่านปฏิเสธและนั่งสมาธิอย่างเงียบๆ หลายปีให้หลังชายหนุ่มผู้ทำให้จางชิงหยางได้รับบาดเจ็บสาหัสและขู่ว่าจะทำลายวังสวรรค์ไม่เคยกลับมาที่นี่อีก
ในปัจจุบันเย่ฟ่านกลับมาที่โลกเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว เขามีความก้าวหน้าอย่างมากทุกๆวัน เย่ฟ่านจะแหงนมองท้องฟ้าและจ้องมองไปยังหมู่ดาวหมีใหญ่(เป่ยโต้ว)
การไม่ได้พบบิดามารดาเป็นครั้งสุดท้ายเป็นความเสียใจอย่างสุดซึ้งของเย่ฟ่าน ดังนั้นเขาต้องการกลับสู่เป่ยโต้วเพื่อพบหน้าพี่น้องทุกคนเพราะไม่ต้องการพลาดช่วงเวลาสำคัญใดๆ ไป
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เย่ฟ่านได้เดินทางไปหลายที่เพื่อค้นหาเส้นทางกลับสู่เป่ยโต้ว ในอดีตมีเซียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนเดินทางออกจากโลกใบนี้ดังนั้นจะต้องมีร่องรอยที่พวกเขาทิ้งไว้อยู่
ในช่วงเวลานี้ ปรมาจารย์หลายคนในอินเดียติดต่อเขาอีกครั้ง โดยบอกว่าพวกเขาอาจจะได้รับมนต์โบราณที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งอาจทำให้พวกเขาเข้าไปในภูเขาหลิงซานได้
ด้วยเหตุนี้ เย่ฟ่านจึงไปอินเดียเป็นการส่วนตัว ซึ่งทำให้โลกแห่งการบ่มเพาะเกิดความปั่นป่วนอีกครั้ง
คัมภีร์เล่มนี้เป็นคัมภีร์พระเวทของศาสนาพราหมณ์ เย่ฟ่านศึกษามันเป็นเวลาหลายเดือนและได้รับทักษะเต๋าที่แข็งแกร่งหลายประเภท
เต๋าเหล่านี้ถูกนำมาบำรุงเต๋าภายในร่างกายของเขาจนในปัจจุบันและทำให้ฐานการบ่มเพาะของเขาแข็งแกร่งมากกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
หลังจากศึกษาคัมภีร์เล่มนี้อย่างละเอียดแล้ว จากนั้นเย่ฟ่านก็ออกเดินทางพร้อมกับปรมาจารย์จากอินเดียหลายคน โดยพาเสี่ยวซงไปที่หลิงซานด้วย
เย่ฟ่านมีความรู้สึกว่าอาจมีแท่นบูชาห้าสีบนภูเขาหลิงซานซึ่งจะทำให้เขาสามารถเดินทางกลับเป่ยโต้ว!
อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางมาถึงที่นี่อีกครั้งเขาก็ต้องพบกับความผิดหวัง แม้ว่าจะได้รับความรู้มากมายจากคัมภีร์แต่พวกเขายังไม่สามารถเดินทางไปถึงอาศรมของศากยมุนีได้
“ผ่านมาสิบปีแล้ว ข้าไม่รู้ว่าเกิดความโกลาหลอะไรขึ้นในดินแดนดวงดาวเป่ยโต้ว…”
เย่ฟ่านเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวและพึมพำกับตัวเอง
อีกฟากหนึ่งของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวกลายเป็นสนามรบของราชาผู้ยิ่งใหญ่หลายคน
มีองค์ชายชื่อเป็นทายาทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายสิบคนตื่นขึ้นมาจากการหลับไหล ทุกคนต่างต้องการช่วงชิงโชควาสนาแห่งความเป็นอมตะ ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จึงรุนแรงอย่างมาก
เหล่าวีรบุรุษรุ่นยาวล้มตายลงอย่างต่อเนื่อง ทั่วทั้งดวงดาวตกอยู่ในสงครามเพื่อแย่งชิงโชคชะตาแห่งการเป็นอมตะซึ่งไม่เคยปรากฏขึ้นในประวัติศาสตร์หลายล้านปีของเป่ยโต้ว
…..