เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1411 - เผิงไหล

1411 - เผิงไหล

1411 - เผิงไหล


1411 - เผิงไหล

“สิบปีผ่านไป บางทีหลายคนอาจเกือบลืมข้าในฐานะคู่ต่อสู้”

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เย่ฟ่านได้เยี่ยมชมสถานที่ลึกลับหลายแห่งและเข้าไปในวัดเต๋าโบราณเพื่อค้นหาคัมภีร์โบราณหลายเล่ม ผู้คนทั่วโลกรู้ดีว่าเย่ฟ่านกำลังค้นหาอะไร แต่พวกเขาก็ไม่สามารถให้ความช่วยเหลือได้

ในวันนี้นักพรตเฒ่าจากภูเขาหลงหู่ได้มาเยี่ยมเยือนเย่ฟ่านด้วยตัวเอง นักพรตคนนี้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ราวกับเด็กน้อยอายุไม่กี่ปี อย่างไรก็ตามเส้นผมของเขาเปลี่ยนเป็นสีขาวไปหมดแล้ว

ข่าวสารที่เขาแจ้งต่อเย่ฟ่านนั้นมีประโยชน์อย่างมาก เขาบอกว่าบรรพชนของพวกเขาซึ่งเป็นปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ที่เสียชีวิตจากต่อสู้กับพระเจ้าแห่งตะวันตกในเหตุการณ์เมื่อสามสิบปีก่อนดูเหมือนจะมีบางอย่างซุกซ่อนอยู่

บางทีมันอาจเป็นสิ่งที่สามารถนำเย่ฟ่านเดินทางกลับสู่เป่ยโต้วได้สำเร็จ

นักพรตแห่งภูเขาหลงหู่เคยเดินทางไปยังเผิงไหล ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะแดนสวรรค์มาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ว่ากันว่ามีเทพแห่งท้องทะเลอาศัยอยู่

และนักพรตแห่งภูเขาหลงหู่ยังคงเก็บแผนที่โบราณไว้ที่สำนักเสมอ วันนี้นักพรตชราจึงนำมันมามอบเย่ฟ่าน

ในยุคโบราณหากฮ่องเต้ต้องการล่องเรือข้ามท้องทะเลพวกเขาจำเป็นต้องตั้งแท่นบูชาเพื่อสักการะเทพแห่งท้องทะเลเหล่านั้น

เมื่อเย่ฟานได้ยินสิ่งนี้เขารีบแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ จากนั้นเขาได้มอบยาศักดิ์สิทธิ์อันล้ำค่าให้นักพรตเฒ่าพร้อมกับส่งอีกฝ่ายออกจากภูเขาเป็นการส่วนตัว

ในโลกนี้มีเขาเทพคือคุนหลุนอยู่บนบก และมีภูเขาเทพสามลูกอยู่ในทะเล คำกล่าวนี้สืบทอดกันมาแต่โบราณ หนึ่งในสามภูเขาเทพในทะเลคือเผิงไหล ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเทพแห่งท้องทะเลที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุด

เย่ฟานคิดอย่างรอบคอบ ตั้งแต่เขากลับมา เขาได้เยี่ยมชมสำนักโบราณเกือบทั่วทั้งโลกแล้ว แต่เขาไม่พบเส้นทางที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกเลย

ในสมัยโบราณ มีปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มากมายบนโลก แต่ในที่สุดพวกเขาก็จากไป ซึ่งพวกเขาจะต้องมีวิธีการออกจากโลกนี้อย่างแน่นอน

“บางทีมันอาจจะเป็นเผิงไหล จริงๆ”

จากนั้นก็ขี่อาชามังกรมุ่งหน้าสู่ท้องทะเล ลูกศิษย์ของเขาทุกคนติดตามไปด้วย คราวนี้ทุกคนยืนกรานที่จะต้องไปให้ได้เพราะคิดว่ามันน่าจะมีสมบัติอันยิ่งใหญ่รออยู่เหมือนเช่นคุนหลุน

"คัมภีร์ซานไห่จิง" บอกว่าบันทึกว่ามีภูเขาสวรรค์สามลูกในทะเล เผิงไหล หยิงโจว และฟางจาง ภูเขาเหล่านี้เป็นดินแดนสวรรค์พิภพที่มีน้ำอมฤตแห่งความเป็นอมตะ

ภูเขาสวรรค์ทั้งสามนี้มีชื่อเสียงอย่างมากมาตั้งแต่สมัยโบราณและถูกเรียกว่าดินแดนมหัศจรรย์แห่งตะวันออก ว่ากันว่าก่อนที่ภูเขาคุนหลุนจะปรากฏขึ้นในโลกภูเขาสวรรค์ทั้งสามนี้คือสถานที่สิงสถิตของเหล่าทวยเทพอย่างแท้จริง

“อาจารย์ มีวังมังกรอยู่ในทะเลนี้จริงๆ หรือ? เราจะไปถึงที่นั่นหรือไม่?” จู่ๆ เอี๋ยนเสี่ยวอวี้ก็กล่าวขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น

“แม้ว่าจะมีพวกมันก็เป็นเพียงมังกรวารีเพียงไม่กี่ตัว หากเจ้าต้องการเข้าไปในคฤหาสน์มังกรที่แท้จริง อย่างน้อยเจ้าต้องกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก่อน”

อาชาเพลิงแสดงความเหยียดหยามทุกคน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาความเย่อหยิ่งของไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

จริงๆ มันก็เกือบจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียนแล้ว การที่มันต้องกลายมาเป็นลูกศิษย์ของเย่ฟ่านย่อมเป็นความอัปยศอดสูอย่างยิ่ง

พวกเขาออกทะเลมาครึ่งเดือนแล้วแต่ก็ยังไม่พบอะไรเลย พวกเขาไม่รู้ว่าเผิงไหลอยู่ที่ไหนแม้ว่าจะมีแผนที่อยู่ในมือแต่ท้องทะเลกว้างใหญ่นั้นเหมือนกันหมด มันไม่มีพิกัดที่จะมองหาร่องรอยได้

“มันควรจะอยู่ในทะเลป๋อไห่”

เย่ฟานพูดกับตัวเองและกระจายพลังวิญญาณของเขาออกค้นหาเพื่อตรวจจับค่ายกลโบราณที่ถูกทิ้งไว้

“บูม”

ทันใดนั้น คลื่นที่อยู่ห่างออกไปก็ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง จากนั้นวังวนขนาดใหญ่พยายามดูดกลืนเย่ฟ่านและเหล่าลูกศิษย์ทุกคนลงไปใต้ท้องทะเลอย่างรวดเร็ว

“มันเป็นหอยตัวใหญ่!” เอี๋ยนเสี่ยวอวี้อุทาน

ใต้น้ำทะเล หอยยักษ์ที่มีความยาวหลายสิบวาได้เปิดเปลือกของมันออกและพยายามกลืนกินพวกเขาเข้าไปข้างใน

นี่คืออสูรเฒ่าที่สัมผัสถึงพลังวิญญาณของผู้คนมากมายและตระหนักว่าหากินพวกเขาลงไปมันจะทำให้ชีวิตของมันยืนยาวมากขึ้น

“เป็นเรื่องยากที่จะพบกับอสูรเฒ่าผู้ฝึกฝนมานานกว่า 800 ปี เจ้าตัวนี้แม้ว่าจะอยู่ในอาณาจักรแปลงมังกรแต่พลังของมันแข็งแกร่งอย่างยิ่งเพราะมันมีร่างกายค่อนข้างใหญ่โต” เย่ฟานกล่าว

จ้านปี้ฟ่านฟาดฟันกระบี่ของเขาลงไปที่ผืนน้ำโดยปราศจากความลังเล

"เฉียง"

หอยเฒ่ามีทักษะเต๋าที่ลึกซึ้ง แม้ว่ามันจะมีฐานการบ่มเพาะต่ำกว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ แต่เปลือกของมันกลับมีความแข็งแกร่งไม่เป็นรองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ใดๆ นั่นทำให้มันสามารถป้องกันการโจมตีของจ้านปี้ฟ่านได้

จ้านปี้ฟ่านมีสีหน้าตกใจเป็นอย่างมาก ตัวเขามีฐานการบ่มเพาะสูงกว่าหอยตัวนี้อย่างเทียบกันไม่ได้ แต่เขากลับไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้กับเปลือกหอยของมันแม้แต่น้อย

“มันเป็นหอยมังกรที่มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์อยู่ในเปลือก ไม่น่าแปลกใจเลยที่มันแข็งแกร่งถึงขนาดนี้”

เย่ฟานแสดงท่าทางประหลาดใจ ภายในเปลือกหอยมีสัญลักษณ์ของมังกรปรากฏอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันไข่มุกที่อยู่ภายในเปลือกหอยดูเหมือนจะเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

หลงเสี่ยวเชวียเป็นทายาทของวิหคมังกรที่มีสายเลือดของมังกรเช่นกัน ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าจุดอ่อนของหอยมังกรตัวนี้อยู่ที่ไหน ให้เวลาต่อมาฝ่ามือที่แข็งแกร่งของหลงเสี่ยวเชวียก็กระแทกลงไปด้านล่าง

“ปัง”

ไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบแปดเม็ดเปล่งประกายระยิบระยับ ก่อให้เกิดคลื่นอันไร้ขอบเขต

หอยมังกรเป็นอสูรเฒ่าผู้ฝึกฝนมาหลายปีมันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติอย่างรวดเร็วและต้องการหลบหนี ดังนั้นมันจึงโยนไข่มุกศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกมาเพื่อหลอกล่อศัตรูให้เบี่ยงเบนความสนใจ

อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ไม่สามารถกระตุ้นความสนใจเย่ฟ่านได้แม้แต่น้อย เขาชี้นิ้วลงไปข้างล่างและปิดผนึกร่างกายของหอยมังกรไม่อนุญาตให้มันขยับเคลื่อนไหวได้

“ท่านเซียนโปรดไว้ชีวิตอสูรน้อยผู้โง่เขลา!”

หอยมังกรกรีดร้องด้วยความตกใจและยอมสยบแต่โดยดี ในขณะนี้มันนอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าของเย่ฟ่านโดยไม่กล้าแสดงลวดลายใดๆอีก

“ถ้าอยากรอดก็บอกเราว่าภูเขาอมตะเผิงไหลอยู่ที่ไหน”

หวงเทียนอวี่ยิ้ม แม้ว่านางจะมีความงามที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของนางนั้นก็ทำให้หอยมังกรสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

เย่ฟานพยักหน้า หอยเฒ่านี้ไม่ใช่คนดี ในตอนแรกเขายังต้องการฆ่ามันทิ้งอยู่เลย แต่เมื่อกลับตัวได้เช่นนี้พวกเขาก็จำเป็นต้องค้นหาความลับของท้องทะเลให้ได้มากที่สุด

“ข้าไม่รู้ ภูเขาสวรรค์ทั้งสามเป็นดินแดนที่ลึกลับและไม่สามารถค้นหาได้ หากมันค้นพบได้ง่ายขนาดนั้นอสูรตัวน้อยคนนี้คงเข้าไปที่นั่นตั้งแต่แรก” หอยมังกรเปล่าอย่างอับจนปัญญา

“ในเมื่อเจ้าไม่มีประโยชน์แบบนี้เจ้าจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร”

หวงเทียนอวี่ชักกระบี่ออกมาและทิ่มแทงเข้าไปที่ดวงตาของหอยเฒ่าโดยตรง

“ทำเสียงทั้งหลายโปรดไว้ชีวิต แม้ว่าหอยตัวน้อยจะไม่รู้ที่อยู่ของมันอย่างชัดเจนแต่ข้าสามารถมอบพิกัดคร่าวๆ ให้พวกท่านได้” หอยเฒ่าร้องขอความเมตตา

ในที่สุดมันก็พาพวกเขาไปยังถ้ำใต้ท้องทะเล โลกใต้น้ำนั้นมืดมนมาก แต่สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความแวววาวจากอัญมณีล้ำค่าหลายชนิด

นี่คือวังที่มีความสวยงามอัญมณีที่ถูกแกะสลักไว้ล้วนสร้างมาจากหินดวงดาวล้ำค่าทั้งสิ้น พวกมันถูกนำมาประดับประดาในสถานที่แห่งนี้ซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

วังเป็นวิญญาณของอาชาวารี มันเป็นผู้ปกครองสูงสุดของดินแดนแถบนี้ซึ่งมีอายุยาวนานกว่าสองพันปีแล้ว

ตัวตนที่แท้จริงของอาชาวารีตัวนี้มีความยาวมากกว่าร้อยวา มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของอาณาจักรเซียนเทียมขั้นสามเช่นเดียวกับอาชาเพลิงพวกมันทั้งสองล้วนเป็นราชาที่มีสายเลือดของมังกรทั้งสิ้น

ในขณะนี้อาชาวารีได้แปลงร่างเป็นชายชราผมแดงที่มีท่าทางสง่างามอย่างมาก เมื่อพบเจอเย่ฟ่านมันรู้สึกหวาดกลัวต่อรัศมีพลังของเขาอย่างยิ่ง ดังนั้นมันจึงรีบเข้ามาแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม

เย่ฟ่าน อธิบายจุดประสงค์ของเขาอย่างสุภาพ นี่คือผู้ปกครองสูงสุดของท้องทะเลหากแม้แต่อาชาวารีตัวนี้ยังไม่รู้เขาก็คงไม่สามารถค้นหาร่องรอยของเผิงไหลได้อีก

“นักพรตผู้น่าสงสารเคยไปสถานที่แห่งนั้นครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามมันมีค่ายกลสังหารของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ปิดล้อมไว้ แม้ว่าข้าจะใช้ความพยายามอยู่หลายร้อยปีก็ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้” ผู้เฒ่าอาชาวารีเตือนอย่างจริงใจ

“ข้าจะต้องเข้าไปที่นั่นให้ได้ท่านผู้เฒ่าโปรดบอกเส้นทางเถิด”

เย่ฟ่านมีความสุภาพเช่นกันและเขาแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนทำให้อาชาวารีไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป

……….

จบบทที่ 1411 - เผิงไหล

คัดลอกลิงก์แล้ว