- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1409 - ค้นหาความลับแห่งความเป็นอมตะ
1409 - ค้นหาความลับแห่งความเป็นอมตะ
1409 - ค้นหาความลับแห่งความเป็นอมตะ
1409 - ค้นหาความลับแห่งความเป็นอมตะ
ฉากที่หม้อถูกทำลายเมื่อครู่นี้วนเวียนอยู่ในใจเย่ฟ่านอย่างต่อเนื่องสาเหตุก็เพราะเขาต้องการเห็นหม้อใบนี้ในตอนที่มันยังมีความสมบูรณ์แบบอยู่
“ข้าเข้าใจแล้ว”
เย่ฟ่านอยู่ในความฝัน รู้สึกไม่จริงเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่ผู้คนนับไม่ถ้วนคลั่งไคล้มาตั้งแต่สมัยโบราณ มันกำเนิดมาจากสวรรค์ แม้จะตกลงมาที่โลกเบื้องล่างมันก็ยังเป็นสมบัติที่มีระดับสูงที่สุดของจักรวาลนี้
บนหม้อทองเหลืองสีเขียวมีรอยด่างหลายจุดแต่แต่ละรอยล้วนผ่านกาลเวลาอันยาวนานยากจะมองเห็นต้นกำเนิดที่แท้จริงได้
เย่ฟ่านใช้มือลูบมัน และไม่มีรัศมีพลังที่เจิดจรัสแต่อย่างใด แต่มันทำให้เขารู้สึกเคร่งขรึมมากขึ้น แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์ แต่ก็มีความแข็งแกร่งมากกว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน
เย่ฟ่านหยิบทองเหลืองสีเขียวสองแผ่นของเขาออกมาปรกกับรอยแตก ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองสาดส่องออกมาข้างนอกและทำให้ร่างของเขากำลังเดินกลับไปทางด้านหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อแสงจางลงและหม้อทองเหลืองสีเขียวก็กลับคืนสู่ความเก่าแก่อีกครั้ง เย่ฟ่านก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะดึงก้อนทองเหลืองของเขากลับออกมา แต่ทำไม่สำเร็จ
สถานการณ์นี้ผิดไปจากที่เขาคาดคำนวนไว้ เขาไม่อาจฟื้นฟูหม้อกลับคืนสู่สภาวะที่สามารถใช้งานได้ ในขณะเดียวกันก้อนทองเหลืองของเขาก็ไม่สามารถดึงออกมา เหตุการณ์นี้ทำให้เขาเสียหายเป็นอย่างมาก
“ตามที่คาดไว้มันจะต้องใช้วิธีการที่พิเศษในการซ่อมแซมหม้อใบนี้”
เย่ฟ่านเปิดดวงตาที่สามเพื่อค้นหาสิ่งที่จะทำให้เขากลายเป็นอมตะได้
ร่องรอยโบราณบนนั้นคือความผันผวนชั่วนิรันดร์อย่างแท้จริงซึ่งแม่จะผ่านไปนานหลายปีแต่พวกมันก็ยังสดใสและชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง
อักขระโบราณ รูปสัตว์อสูรหลายสิบตัว ดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนน่าทึ่งแปลกตาเย่ฟ่าน!
“หม้อนี้น่าทึ่งมาก คนที่สร้างหม้อนั้นมีแผนการจะสร้างอาวุธสำหรับผู้อมตะของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่าเขาสร้างมันเพื่อยกระดับฐานการบ่มเพาะของตัวเองให้กลายเป็นผู้อมตะ หรือว่าเขาเป็นผู้อมตะอยู่แล้วถึงสร้างมันขึ้นมาได้?”
เย่ฟ่านดูเคร่งขรึม ร่องรอยที่สลักไว้บนหม้อนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ จุดเริ่มต้นของโลกและการกำเนิดของทุกสิ่งสามารถพบได้บนนั้น นี่คือหม้อทองเหลืองสมบัติที่ตกลงมาจากสวรรค์โบราณอย่างแน่นอน!
"มีความลับแห่งความเป็นอมตะหรือไม่?"
เมื่อหลายปีก่อนในโลกมีสิ่งที่เรียกว่าเทพเจ้าจริงๆ แต่เขาไม่รู้ว่า คนเหล่านั้นมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์หรือเปล่า
วานรศักดิ์สิทธิ์เคยบอกว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านบิดาของเขา กล่าวว่าสงครามระหว่างเทพนั้นน่ากลัวที่สุด มันทำให้สวรรค์โบราณแตกเป็นเสี่ยงๆ และส่วนหนึ่งก็ตกลงมาที่อาณาจักรเบื้องล่าง
“โอกาสที่จะกลายเป็นอมตะอยู่ที่ไหน?”
เย่ฟ่านสำรวจหม้อด้วยความระมัดระวัง แต่ยิ่งมองเท่าใดเขาก็ยิ่งเกิดความผิดหวังมากขึ้นเท่านั้น
“หม้อทองเหลือง สิ่งที่ข้าปรารถนาอยู่ที่ไหน?”
เขานั่งสมาธิและใช้ความคิดคนเดียวเงียบๆ ตลอดทั้งเดือนไม่ได้ขยับไปไหน จิตสำนึกของเขายังคงวนเวียนอยู่ใกล้ๆ หม้อทองเหลืองเพื่อค้นหาความลับแห่งความเป็นอมตะ
เสี่ยวซงเชื่อฟังอย่างมาก มันปกป้องอยู่ด้านข้างของเย่ฟ่าน เมื่อรู้สึกเบื่อก็จะใช้จอบใบเล็กๆ ทุบศีรษะของอาชาเพลิงซึ่งถูกมอบปราณปฐพีต้นกำเนิดกดทับไว้ใต้พื้นดิน
ในที่สุดเย่ฟ่านก็ลืมตาขึ้น มีทุกสิ่งบนหม้อทองเหลือง ทุกสิ่งเป็นเครื่องหมายของเต๋า มันกว้างใหญ่และลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะใช้เวลาทั้งชีวิตทำความเข้าใจได้
ด้านในของหม้อทองเหลืองมีกฎและรูปแบบที่ไม่อาจเข้าใจได้ง่ายๆ ซึ่งเขาจำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาพวกมัน!
เย่ฟ่านยืนขึ้น เงียบไปครู่หนึ่ง มองดูท้องฟ้าแล้วพูดว่า
"ถ้าข้าต้องการทราบหนทางที่จะเป็นอมตะ ข้าจำเป็นต้องค้นหาปราชญ์ของเผ่าพันธุ์โบราณเพื่อให้พวกเขาถอดรหัสตัวอักษรเหล่านี้”
ในอดีตสิ่งมีชีวิตโบราณจำนวนมากต่างมุ่งหน้ามายังโลกเพื่อค้นหาหม้อใบนี้ แน่นอนว่ายังมีมนุษย์มากมายนับไม่ถ้วนด้วย
อย่างไรก็ตามไม่มีมนุษย์คนใดมีอายุยืนยาวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตโบราณที่ปิดผนึกตัวเองไว้ในต้นกำเนิดสวรรค์ พวกเขาสามารถอ่านตัวอักษรที่อยู่บนหม้อทองเหลืองได้
“หม้ออมตะแตกแล้ว ข้าควรย่อยสลายมันให้เป็นส่วนหนึ่งของหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดหรือไม่?”
หัวใจของเย่ฟ่านสั่นไหว กล่าวตามตรงนอกจากสีสันแล้วหม้อทั้ง สองใบแทบจะมีลักษณะเดียวกันไม่ผิดเพี้ยน อาจกล่าวได้ว่าพวกมันมีโชคชะตาที่สอดคล้องกันอย่างมาก
สุดท้ายเย่ฟ่านก็ไม่ได้ทำตามความปรารถนานั้น หม้อทองเหลืองนี้มีความเกี่ยวข้องกันกับความเป็นอมตะและไม่สามารถหลอมขึ้นใหม่ได้
แม้ว่าเย่ฟ่านจะรู้ดีว่าหากเขาหลอมหม้อใบนี้เข้ากับหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดของเขามันจะทำให้อาวุธของเขากลายเป็นครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วทันที
อย่างไรก็ตามไม่ต้องพูดถึงคุณค่าแห่งความอมตะที่จะต้องสูญเสียไป เพียงไฟที่นำมาหลอมทองเหลืองสีเขียวเหล่านี้ขึ้นใหม่เย่ฟ่านก็ไม่มีทางหามาได้!
"ในจีนโบราณ หม้อทองเหลืองทุกใบเป็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าสูงอย่างยิ่ง คิดว่าคนที่สร้างพวกมันขึ้นมาน่าจะได้รับแรงบันดาลใจมาจากหม้อใบนี้"
หม้อทองเหลืองของเย่ฟ่านมีรูปร่างเหมือนกับหม้อทองเหลืองนี้ สาเหตุก็เพราะตัวเขาได้ลอกเลียนหม้อโบราณที่จักรพรรดิทุกยุคทุกสมัยต่างถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่า
เย่ฟ่านไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแท้ที่จริงแล้วหม้อสามขาทุกใบของจีนล้วนมีต้นกำเนิดจากหม้อใบนี้นี่เอง
"เต๋าสร้างหนึ่ง หนึ่งสร้างสอง สองสร้างสาม และสามสร้างสรรพสิ่ง..."
ตอนนี้ เขาได้รับหม้ออมตะมาแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นเพียงหม้อที่แตกหัก แต่สมบัติชิ้นนี้จะมีสวนผลักดันฐานการบ่มเพาะของเย่ฟ่านให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแน่นอน!
หากวันหนึ่งเขาสามารถกลับไปยังดินแดนดวงดาวเป่ยโต้วได้ ด้วยความรู้ที่เขาได้รับจากมอบใบนี้จะไม่มีคนรุ่นเดียวกันคนใดสามารถเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้
“มีเพียงต้องรวบรวมเศษหม้อทั้งหมดเข้าด้วยกันเท่านั้นจึงจะมีความหวังในการฟื้นฟูมันกลับคืนมาอีกครั้ง”
เย่ฟ่านเก็บหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดกลับมา อาชาเพลิงถูกหม้อใบนี้กดทับไว้จนร่างกายแหลกละเอียด โชคดีที่มันเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่จึงสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว
ทันทีที่อาชาเพลิงฟื้นฟูร่างกายกลับคืนมามันก็ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ เห็นได้ชัดว่ามันไม่ยอมสยบต่อเย่ฟ่าน
"ปัง"
อาชาเพลิงกระเด็นไปกับพื้นร่างกายของมันถูกทุบทำลายจนกลายเป็นเนื้อบดเหลือเพียงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกปิดผนึกให้ลอยอยู่กลางอากาศ
เสี่ยวซงรู้สึกท้อแท้เป็นอย่างมาก สหายเพียงคนเดียวของมันกลับมีความคิดที่จะทรยศอยู่ตลอดเวลา เย่ฟ่านใช้มือลูบศีรษะของกระรอกน้อยเบาๆ
"บนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะล้วนโดดเดี่ยว เจ้าไม่อาจเดินเคียงข้างผู้อื่นไปจนสุดเส้นทางได้ ในเมื่อม้าตัวนี้เลือกเส้นทางแห่งความตายด้วยตัวเอง เจ้าก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องร้องขอชีวิตให้มัน"
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของอาชาเพลิงพยายามดิ้นรนและฟื้นฟูร่างกายกลับคืนมาอีกครั้ง แม้กระทั่งตอนนี้มันยังคงกรีดร้องและไม่ยอมแพ้ต่อเย่ฟ่าน
“เป็นเรื่องยากที่เราจะเข้าสู่ดินแดอมตะได้สำเร็จ น้ำในสระนี้เป็นน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อการบ่มเพาะ เก็บพวกมันกลับไปทั้งหมดเถอะ” เย่ฟ่านกล่าว
“ใช่ มันมีรสชาติยอดเยี่ยมมาก”
เสียงของเสี่ยวซงเหมือนเด็กน้อย มันใช้ตะกร้าซึ่งถูกสร้างขึ้นมาเป็นวัตถุมิติที่ใช้เก็บของตักน้ำพุภายในบ่อขึ้นมาจนหมด
เย่ฟ่านยิ้มน้ำพุในบ่อแห่งนี้ยังมีคุณค่ามากกว่าน้ำพุภายในเก้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนต้องห้ามชีวิตด้วยซ้ำ หลังจากชิมเข้าไปหยดเดียวเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่ามันมีอำนาจที่จะทำให้ร่างกายไม่แก่ชราไปชั่วชีวิต
“น่าเสียดายที่ต้นกำเนิดพลังที่แท้จริงของมันหายไปตั้งแต่เมื่อสองแสนปีก่อน ไม่อย่างนั้นน้ำพุนี้อาจเทียบได้กับยาเซียนเลยด้วยซ้ำ” เย่ฟ่านถอนหายใจ
วิธีการของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมช่างน่าเกรงขาม นางไม่ได้หยิบฉวยเอาต้นกำเนิดของภูเขามังกรออกไปแต่เลือกที่จะทำลายมันทิ้งโดยตรง
จากการกระทำของนางเย่ฟ่านไม่รู้ว่านางเป็นคนชั่วร้ายจริงๆ หรือไม่? อย่างไรก็ตามนางจะต้องเป็นสตรีที่มีอารมณ์รุนแรงอย่างยิ่ง หากมีสิ่งใดขัดใจนางแม้เพียงเล็กน้อยนางก็เลือกที่จะทำลายมันทิ้งโดยไม่สนใจคนที่ตามมา
ในขณะที่พวกเขาทั้งสองคนรวบรวมน้ำในบ่อไปมากกว่าครึ่งภูเขามังกรที่มีชีวิตนี้ดูเหมือนจะตระหนักถึงความปรารถนาของพวกเขา ดังนั้นมันจึงดูดกลืนน้ำพุกลับคืนไปบนศีรษะของมังกรบนยอดเขาทันที
“เกิดอะไรขึ้น?” ดวงตาของเสี่ยวซงเบิกกว้าง
เย่ฟ่านใช้ดวงตาที่สามสังเกตอย่างระมัดระวังและตระหนักว่าในขณะนี้จิตวิญญาณของภูเขาตื่นขึ้นมาแล้ว และเมื่อเป็นเช่นนี้มันจะทำการปิดผนึกรัศมีพลังของภูเขามังกรเพื่อตัดขาดจากโลกโดยสิ้นเชิง!
วิธีการนี้จะทำให้ไม่มีใครสามารถเข้ามาในภูเขามังกรได้อีก
แต่มันก็ให้ผลประโยชน์บางอย่างเช่นกัน เพราะหลังจากนี้ภูเขามังกรจะเลิกดูดกลืนปราณสวรรค์พิภพของโลกมาหล่อเลี้ยงตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนั้นยุคแห่งการสิ้นสุดธรรมก็จะถือได้ว่าสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ
หลังจากนี้เต๋าสวรรค์ของโลกจะค่อยๆ ฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ และทำให้ผู้คนสามารถฝึกฝนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งมากขึ้น
“เป็นเรื่องดีที่โลกบนโลกจะค่อยๆ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม
………….