- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1407 - หม้อทองเหลือง
1407 - หม้อทองเหลือง
1407 - หม้อทองเหลือง
1407 - หม้อทองเหลือง
ด้านหน้าของหลุมศพไม่มีรูปปั้นหรือป้ายหินซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนที่ถูกฝังเป็นใคร แต่สถานที่แห่งนี้กลับถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกลสังหารเห็นได้ชัดว่าจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมจะไม่อนุญาตให้ใครกล้ำกลายหลุมศพพี่ชายของนาง
เย่ฟ่านเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆอายุสองสามขวบในภวังค์ รูปร่างของนางพร่ามัว นางมีผมเปียหนึ่งคู่ ดวงตาที่บริสุทธิ์เต็มไปด้วยน้ำตา นางกำลังร้องไห้อย่างน่าสงสาร เสื้อผ้าขาดรุ่ยและนางยื่นมือเล็กออกมาเหมือนกำลังจะคว้าเองบางอย่าง
เย่ฟ่านส่ายหน้าแรงเพื่อออกจากภวังค์ เขาหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วรีบหันหลังกลับไปด้วยความรู้สึกหวาดกลัว
คนผู้นั้นเป็นคนที่แข็งแกร่งและโหดเหี้ยม มีชื่อเสียงมาชั่วนิรันดร์ ความสามารถของนางไม่มีใครเทียบได้
ในยุคที่นางบรรลุการเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ภายในเป่ยโต้วแทบจะเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งความมืดมนเลยก็ว่าได้
แม้กระทั่งในยุคปัจจุบันใครก็ตามที่บ่มเพาะทักษะของจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมพวกเขาจะถือว่าเป็นศัตรูของคนทั้งโลก ยกตัวอย่างเช่นฮั่วอวิ๋นเฟย
ในดินแดนลึกลับแห่งนี้อาชาเพลิงที่เคยมีอารมณ์ที่รุนแรงยังไม่กล้าที่จะแสดงความบ้าคลั่งออกมา
เย่ฟ่านเปิดแผนที่อีกครั้ง แผนที่บอกว่าต้องผ่านดินแดนที่น้อยคนสามารถเข้าไปได้จึงจะสามารถไปถึงเป้าหมายของพวกเขาคือบ่อน้ำสวรรค์พิภพ
น้ำในบ่อน้ำนั้นมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงขอบเขตอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาไม่อาจจะจินตนาการได้
ที่นี่เป็นดินแดนอันน่าหลงไหลด้วยแสงที่ทรงพลังอย่างล้นหลามซึ่งหาจากที่อื่นไม่ได้แล้ว หากฝึกฝนที่นี่เป็นเวลายาวนานเพียงพอมันจะทำให้พวกเขากลายเป็นอมตะได้เลย
อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดกล้าอยู่ที่นี่เพื่อฝึกฝน หากพลังของเต๋าถูกกระตุ้นและรวมเข้ากับค่ายกลโบราณเมื่อถึงตอนนั้นจิตสังหารของจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็จะฉีกร่างของพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ!
เมื่อเดินลึกเข้าไปในบริเวณนี้กลับเป็นที่โล่งกว้างไม่มีสิ่งใดทั้งสิ้น ไม่มียาศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีกลิ่นหอม ไม่มีรัศมีพลังแห่งชีวิตที่แข็งแกร่ง
“ตามที่คิดไว้ ดินแดนมีน้ำยาเซียนแห่งความเป็นอมตะจะต้องมีพลังแห่งความตายอยู่ด้วย!” เย่ฟ่านกล่าวออกมา
หรงเฉิงจื่อเคยได้รับยาเซียนมาแล้วหนึ่งต้น และยังมีอีกต้นอยู่ที่นี่แต่เขาก็ไม่รู้ว่ายาเซียนต้นนั้นจะกลายเป็นยาเซียนที่อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งความตายหรือ
อาชาเพลิงมองไปข้างหน้าอย่างไร้อยางอาย มันต้องดื่มน้ำอมฤตในบ่อ น้ำอมฤตนี้มีสรรพคุณทางยาที่สูงมากบางทีมันอาจจะทะลวงเข้าสู่อาณาจักรเซียนอสูรได้เลย
ในขณะเดียวกันอาชาเพลิงก็สื่อสารกับเย่ฟ่านว่า หากมันได้ความหวังในการเป็นอมตะ ต่อให้ติดตามไปถึงนรกมันก็จะรับใช้เย่ฟ่านตลอดไป
การเดินทางที่เหลือเป็นไปอย่างราบรื่น และพวกเขาก็เดินทางมาถึงบ่อน้ำอมตะแล้ว ในระหว่างทางเสี่ยวซงได้ขุดพืชที่เป็นยาศักดิ์สิทธิ์ได้อีกทั้งหมดสิบเจ็ดต้น
“นี่คือบ่อน้ำสวรรค์พิภพที่เป็นความหวังในการเป็นอมตะ” เสียงของเย่ฟ่านสั่นเทาไปด้วยความตื่นเต้น
อาชาเพลิงอยากจะกระโดดลงไปที่บ่อน้ำสวรรค์พิภพมาก มีเพียงเสี่ยวซงที่ยังสงบยืนอยู่ข้างๆ เย่ฟ่านโดยมีตะกร้ายาเล็กๆบนหลังและมองดูอย่างสงสัย
“นั่น…”
เย่ฟ่านตกใจ เมื่อเขาสังเกตอย่างละเอียดแล้วพบว่าดินแดนอมตะถือกำเนิดขึ้นนั้นกลายเป็นเหมือนโรงชำแหละขนาดใหญ่ ภายในบ่อน้ำนี้มีชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์กระจัดกระจายอยู่ทั่ว
“ใครเป็นคนทำสิ่งนี้?”
สีหน้าของเย่ฟ่านเปลี่ยนไปทันที เป็นไปได้หรือไม่ว่าความหวังที่จะเป็นอมตะของเขาถูกพลาดไปอีกครั้ง หากที่นี่เป็นบ่อน้ำอมตะจริงคนที่ตายอยู่ข้างในคงฟื้นคืนชีพไปนานแล้ว
“ต้องเป็นจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมที่ทำมัน!”
จู่ๆเย่ฟ่านก็นึกได้ และอดไม่ได้ที่จะโกรธจักรพรรดินีผู้นั้นไม่ได้ นางดูเหมือนจะทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของบ่อน้ำแห่งนี้ไปแล้ว!
เย่ฟ่านเปิดดวงตาศักดิ์สิทธิ์และจ้องมองลงไปในบ่อน้ำด้านล่าง แสงที่ปกคลุมบ่อน้ำกระจัดกระจายออกไปข้างนอก และมีบางสิ่งบางอย่างจมอยู่ด้านล่างของก้นบ่อน้ำ!
บ่อน้ำอมตะยาวประมาณสิบวาและกว้างครึ่งวา ภายในเต็มไปด้วยแสงที่เจิดจ้าของพลังสวรรค์พิภพที่หนาแน่นกลายเป็นของเหลวรวมตัวกันอยู่ในบ่อน้ำ
เย่ฟ่านเปิดตาที่สามร่างกายของแข็งทื่อทันทีเมื่อเขาเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใจกลางบ่อน้ำ
“สิ่งนั้นใช่หรือไม่!?”
มันคือภาชนะสีทองทื่อๆ จมอยู่ในบ่อน้ำอย่างพร่ามัว มันสลักด้วยลวดลายต่างๆรอบๆภาชนะ
มันคือหม้อทองเหลือง! รูปร่างนั้นไม่สมบูรณ์เกิดจากการได้รับความเสียหายอย่างหนัก เหลือเพียงหนึ่งในสามของหม้อทองเหลืองและด้านล่างหม้อก็มีรูขนาดใหญ่เห็นได้ชัดว่านี่เป็นหม้อทองเหลืองที่ถูกทำลายแล้ว
“ใช่แล้ว…นั่นคือหม้อทองเหลือง!” ดวงตาของเย่ฟ่านเบิดโพลงทันที
หากหม้อทองเหลืองอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์มันจะมีขนาดหนึ่งวา ในปัจจุบันลักษณะของมันกระดำกระด่างแทบไม่มีสีทองอีกต่อไป อย่างไรก็ตามนี่ยังคงเป็นหม้อทองเหลืองอย่างแน่นอน
เย่ฟ่านอยู่ในภาวะอย่างไม่เข้าใจครู่หนึ่ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้คิดเรื่องนี้ก่อนที่จะเข้าสู่ดินแดนอมตะ แต่เขาก็ยังตกตะลึงเมื่อเห็นมันด้วยตาตัวเอง
“มันคือความหวังที่จะเป็นอมตะ!”
เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเองพร้อมหัวใจที่สั่นไหว ในที่สุดเขาก็พบมัน สิ่งที่แบกรับความหวังมากมายของผู้คนนับไม่ถ้วนทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ตอนนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
อารามณ์ของเย่ฟ่านตอนนี้เต็มไปด้วยความซับซ้อน เขารอดตายอย่างหวุดหวิดหลายครั้งจากการสู้รบของเหล่าเทพอสูรมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งในอดีตและปัจจุบัน จนเขารู้สึกไม่เห็นถึงความเป็นไปได้ที่จะพบมัน
“ใช่แล้ว มันได้รับการดูแลรักษาจาดราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัว!”
เมื่อตอนที่อยู่ในดินแดนเป่ยโต้ว มีบันทึกในหนังสือโบราณบางเล่มว่าราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวนั้นเป็นผู้มีอำนาจของโลกเมื่อสองแสนปีที่แล้ว และครั้งหนึ่งก็เคยเป็นผู้ครอบครองหม้อทองเหลือง
หลายปีต่อมา ความลับของดินแดนบรรพชนจงโจวได้กำเนิดขึ้น สิ่งที่ราชวงศ์อวี้หัวเก็บซ่อนไว้ถูกเปิดเผย เหล่าทวยเทพต่างๆ ล้วนตื่นตระหนะและเกิดการแย่งชิงสมบัติชิ้นนี้
ราชวงศ์หลักๆในสมัยโบราณล้วนอยากครอบครอบหม้อทองเหลืองกันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันอยู่ที่ไหน
เมื่อจักรพรรดิอวี้หัวร่วงหล่นหม้อทองเหลืองก็หายสาบสูญไป ดินแดนบรรพชนจงโจวจึงรวบรวนักรบทั้งหมดจากทั่วโลกมารวมตัวกันเพื่อตามหาหม้อทองเหลืองกลับคืน
วีรบุรุษมากมายไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป แม้แต่เซียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนก็ยังเคยมาเยือนโลก พวกเขาคิดว่าหม้อทองเหลืองไม่ได้อยู่ในวิหารบรรพชนจงโจว แต่อยู่ที่อีกฟากหนึ่งของท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว
“ไม่น่าแปลกใจที่ทองเหลืองโบราณสองชิ้นของข้ากลายเป็นสมบัติที่ผู้คนทั้งโลกต่างต้องการแย่งชิง เพียงแค่เศษเสี้ยวของอาวุธอมตะก็ยังมีอำนาจเทียบเท่ากับการโจมตีของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แล้ว”
เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง เขาสัมผัสได้ตั้งแต่แรก นอกจากการได้เห็นภูเขาหลายลูกที่สูงหลายหมื่นวาด้วยความสงสัยแล้ว สิ่งที่แปลกที่สุดคือทองเหลืองสีเขียวทั้งสองก้อนนั้นกำลังสั่นสะเทือนอยู่ภายในทะเลแห่งความทุกข์ของเขา
เย่ฟ่านมองไปยังใต้บ่อน้ำด้วยดวงตาที่สดใส นี่คือหม้อทองเหลืองที่มีค่ามากกว่าความเป็นอมตะ มันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดตลอดยุคสมัยและคุณค่าของมันไม่สามารถวัดได้
นี่คือสมบัติแห่งความเป็นอมตะชิ้นเดียวในโลกที่ตกทอดมาถึงยุคปัจจุบัน ว่ากันว่าสมบัติชิ้นนี้ซุกซ่อนความรู้ที่จะทำให้ผู้คนกลายเป็นอมตะ แม้กระทั่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในยุคโบราณก็ยังตามหามัน
หลายปีที่ยาวนาน ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเสื่อมโทรมลงก็เพราะสมบัติชิ้นนี้ เย่ฟ่านถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก
“นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิโบราณค้นหา”
ในที่สุดเย่ฟ่านก็ตระหนักได้ว่าจักรพรรดิโบราณจากทั่วทุกมุมของจักรวาลเหตุใดต้องข้ามทะเลดวงดาวไม่สิ้นสุดมายังโลกใบนี้
เย่ฟ่านไม่รู้ว่าคนที่ได้ครอบครองหม้อทองเหลืองคนแรกนั้นได้กลายเป็นอมตะหรือไม่ เพราะไม่เคยมีใครรอดชีวิตมาบอกเล่าเรื่องนี้ได้
อย่างไรก็ตามทุกๆ สมัยผู้คนมากมายต่างค้นหาหม้อใบนี้ แม้กระทั่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายคนก็ยังข้ามทะเลดวงดาวไม่สิ้นสุดมายังโลกมนุษย์เพื่อตามหามัน
ตามคำเล่าลือนั้นจักรพรรดิอมตะบิดาของเทียนหวงจื่อคือคนคนเดียวจากเป่ยโต้วซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริง เพราะเขามีอายุยาวนานมากกว่าขีดจำกัดของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แล้วไม่มีใครรู้ว่าเขาเกิดมาตั้งแต่ยุคใดกันแน่
อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านไม่เชื่อว่านั่นจะเป็นผู้อมตะเพียงคนเดียว อย่างน้อยเจ้าของหม้อใบนี้จะต้องมีพลังในระดับเดียวกันอย่างแน่นอน
เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่มีผู้คนมากมายออกมาตามหาหม้อใบนี้ตั้งแต่แรก
ว่ากันว่าในยุคโบราณนั้นมีสงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากการต่อสู้เพื่อแย่งชิงหม้อใบนี้ เป็นไปได้ไหมว่าในยุคที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านยังมีชีวิตอยู่ หม้อทองเหลืองใบนี้ยังคงสมบูรณ์แบบไม่ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด!
มีข่าวลือว่าหลังจากที่จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านเสียชีวิตโลกก็เข้าสู่ยุคแห่งความโกลาหล เกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่างสิ่งมีชีวิตโบราณ และนั่นเป็นเหตุให้การดำรงอยู่ของพวกเขาต้องล่มสลายลง
ในเวลาต่อมามนุษย์จึงกลายเป็นผู้ปกครองสูงสุดของเป่ยโต้วและดาวต้นกำเนิดชีวิตทุกแห่งในจักรวาล
“ข้าคิดว่าหม้อทองเหลืองน่าจะถูกทำลายไปตั้งแต่ตอนนั้น เศษชิ้นส่วนมากมายของมันกระจัดกระจายไปทั่ว”
หม้อทองเหลืองใบนี้มีสภาพพังยับเยินอย่างมาก และเศษเสี้ยวทองเหลืองสองชิ้นในมือของเขาเป็นเพียงเศษเสี้ยวส่วนน้อยที่แตกหักของมันเท่านั้น
…………..