เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1406 - เจตจำนงที่สั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ

1406 - เจตจำนงที่สั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ

1406 - เจตจำนงที่สั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ


1406 - เจตจำนงที่สั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ

หลังจากที่เดินทางต่อไป เย่ฟ่านสอนเสี่ยวซงถึงวิธีการขัดเกลาของอาวุธเต๋าของตัวเอง

สิ่งที่ทำให้เย่ฟ่านพูดไม่ออกคือเขามองเห็นความลับที่อยู่ในใจของกระรอกน้อย ที่คิดว่า ‘อาวุธเต๋าสามารถขัดเกลาให้กลายเป็นสิ่งใดก็ได้’

จริงๆ แล้วเสี่ยวซงวางแผนจะที่เปลี่ยนวิหารหลังใหญ่นี้ให้กลายเป็นต้นสน ในใจของกระรอกรู้สึกว่า มันต้องการขัดเกลาวิหารให้มีชีวิตชีวา และสิ่งที่เป็นธรรมชาติจะเหมาะสมที่สุด

“เจ้าคิดว่าเมล็ดสนอร่อยที่สุดแล้วหรือ?” เย่านฟ่านถาม

“ใช่” เสี่ยวซงตอบโดยไม่รู้ตัว จากนั้นมันก็เขินอายทันที

“ตกลง นี่คืออาวุธของเจ้าเจ้าจะทำอย่างไรก็ได้…”

สำหรับวิหารโบราณนั้นดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมสำหรับกระรอกน้อยสักเท่าไร

ทองคำศักดิ์สิทธิ์มีหลายชนิดในโลกนี้ ว่ากันว่าเมื่อผสมเข้าด้วยกันด้วยอัตราส่วนที่เหมาะสมมันจะกลายเป็นโลหะศักดิ์สิทธิ์ชนิดอื่นที่มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งน่าเสียดายที่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครทำสำเร็จ

เสี่ยวซงพูดอย่างไร้เดียงสาว่า ในอนาคตมันจะต้องพบทองคำศักดิ์สิทธิ์ทุกชนิดและจะนำมามอบให้เย่ฟ่านหลอมรวมกันกลายเป็นโลหะชนิดใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล

ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงเทือกเขามังกร เดินขึ้นไปตามเส้นทางของภูเขา ภูเขานับหมื่นรวมตัวกันเป็นหุบเขาอมตะที่เต็มไปด้วยพลังจิตวิญญาณและแสงศักดิ์สิทธิ์นับล้านดวง

ดินแดมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ทุกที่ล้วนมีค่ายกลสังหารของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่ หากเดินโดยปราศจากความระมัดระวังชีวิตของพวกเขาอาจจบสิ้นได้เลย

ในหุบเขานี้ล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของพืชศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุหลายหมื่นปี เสี่ยวซงพบกับยาศักดิ์สิทธิ์สองต้นมีอายุมากกว่าเก้าหมื่นปี

ขนาดของพวกมันมีความสูงถึงหนึ่งวา ส่องแสงระยิบระยับ เสี่ยวซงจึงมอบให้กับเย่ฟ่านหนึ่งต้น อีกต้นมอบให้กับอาชาเพลิงด้วยมิตรภาพ

ราชาโอสถเหล่านี้สามารถยืดอายุขัยได้หลายร้อยปีและถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่า แม้กระทั่งในเป่ยโต้วพวกมันก็นับได้ว่าเป็นสมบัติที่มีมูลค่ามากมายมหาศาลอย่างยิ่ง

เส้นทางนี้เป็นเส้นทางเดียวที่จะปลอดภัย หากก้าวผิดมันจะเป็นประตูสู่ความตาย เย่ฟ่านจึงใช้เวลาหลายวันกว่าจะปีนไปถึงยอดเขา

เสี่ยวซงมีความสุขในการได้เก็บเกี่ยวยาศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

“เจ้าเก็บไว้เลย ไม่ต้องมอบ ให้ข้า” เย่ฟ่านกล่าว

ทุกครั้งที่มันขุดได้เสี่ยวจะแสดงความเคารพต่ออาจารย์ของมันเสมอ เย่ฟ่านจึงใช้บอกว่าในอนาคตมันจำเป็นต้องใช้ยาเหล่านี้ในการผลักดันตัวเองให้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตผู้ยิ่งใหญ่ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมอบให้เขา

ทั้งกลุ่มเดินทางต่อไปยังดินแดนที่ห่างไกล ลึกเข้าไปในหุบเขาและเห็นฉากอันงดงามของยอดเขามังกรนับหมื่น แสงของสวรรค์พิภพที่มากรวมตัวกันใจกลางหุบเขาจนเกิดเป็นบ่อขนาดสิบวา พลังชีวิตอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากบ่อน้ำตลอดเวลา

เย่ฟ่านตกตะลึงเป็นอย่างมาก ซากศพของผู้อมตะเพียงคนเดียวกลับทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์เช่นนี้ขึ้นในโลก นับตั้งแต่เขามีชีวิตขึ้นมา ไม่มีดินแดนไหนที่เทียบได้กับดินแดนนี้อีกแล้ว

มันมียาศักดิ์สิทธิ์ที่ล้ำค่าอยู่ทุกหนแห่ง มันเป็นไปไม่ได้เลยหากพวกเขาจะรวบรวมทั้งหมดไว้ทั้งหมด!

ในเวลาเดียวกันก็มีกลิ่นหอมลอยเข้ามาที่จมูก มันแตกต่างจากกลิ่นหอมทั่วไป มันมีความพิเศษมากกว่า เย่ฟ่านต้องตกใจ ด้วยกลิ่นหอมขนาดนี้มันจะต้องเป็นยาเซียนอย่างแน่นอน

ดินแดนแห่งความเป็นอมตะที่เป็นดินแดนลึกลับตลอดยุคสมัย มีผู้แข็งแกร่งจำนวนมากอยากจะเข้ามาที่นี่ ท้ายที่สุดแล้วเกือบทั้งหมดล้วนเสียชีวิตไม่สามารถออกจากที่นี่ได้ตลอดกาล

ยอดเขานับหมื่นที่เียงกันเป็นหุบเขา แสงของสวรรค์พิภพส่องลงมาบรรจบกับบ่อน้ำสวรรค์พิภพที่อยู่กลางหุบเขากลายเป็นทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง

“มีบางอย่างอยู่ในบ่อน้ำ”

เย่ฟ่านมองไปยังบ่อน้ำที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์ด้วยความสงสัย แต่เย่ฟ่านไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

หุบเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังของจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของสวรรค์พิภพ เมฆเปล่งประกายไปด้วยแสงระยิบระยับ ดอกไม้นานาชนิดพริ้วไหวกลายเป็นภาพที่งดงาม

แม้แต่อาชาเพลิงก็ต้องการที่จะดื่มน้ำในบ่อสักคำ เผ่าพันธุ์ของมันเกิดที่คุนหลุนและรู้จักดินแดนแห่งความเป็นอมตะอย่างแน่นอน แต่พวกมันไม่เคยมีโอกาสได้เข้ามาข้างในแม้แต่ครั้งเดียว

เย่ฟ่านรอไม่ได้แล้ว เขาถือแผนที่โบราณไว้ในมือข้างหนึ่ง ในขณะที่มืออีกข้างประสานอินเตรียมที่จะเรียกการโจมตีที่ทรงพลังที่สุดออกมาปกป้องตัวเอง!

ในเวลานี้เสี่ยวซงสนใจแค่บ่อน้ำอมตะเท่านั้น แต่ความอยากรู้อยากเห็นของมันยังไม่เทียบกับยาศักดิ์สิทธิ์ที่มีอายุหลายหมื่นปีในบริเวณโดยรอบ

จิตใจที่บริสุทธิ์เป็นสิ่งที่หายากที่สุด และนี่คือเหตุผลว่าทำไมมันจึงสามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว

“ไปกันเถอะ!”

เย่ฟ่านกระตุ้นอาชาเพลิงและเดินทางเข้าไปในส่วนลึกของดินแดนแห่งนี้ การเดินทางครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันจะเผยให้เห็นว่าเย่ฟ่านจะมีโอกาสเดินทางกลับเป่ยโต้วหรือไม่

เมื่อเข้าไปยังดินแดนแห่งนี้พลังของจิตสังหารนั้นก็รุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าจะยังไม่ถูกกระตุ้นแต่พลังเหล่านี้ก็สามารถทำให้ผู้คนไม่สามารถต้านทานได้

หมอกที่หนาทึบนั้นมีพลังของจิตสังหารที่ถูกซ่อนเอาไว้ หากเดินเข้าไปใกล้มันพร้อมจะหั่นร่างของพวกเขาออกเป็นชิ้น

เห็นได้ชัดว่าพลังที่ถูกซ่อนไว้นั้นซับซ้อนมากและอยู่ทุกซอกทุกมุม เป็นไปได้ว่าหากมันถูกกระตุ้นดินแดนนี้จะตกอยู่ในหายนะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

มีเพียงพืชอมตะเท่านั้นที่สามารถเติบโตในดินแดนแห่งนี้ได้ นี่คือสิ่งที่จักรพรรดิปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์กำหนดไว้ แม้ว่าค่ายกลสังหารจะอยู่อย่างหนาแน่น แต่ก็ยังมีดินแดนบริสุทธิ์เพื่อความอยู่รอดของพืชศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้

“รากเหง้าของพืชถูกรวมเข้ากับกฏนี้ ดังนั้นพวกมันจึงสามารถอยู่รอดได้” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง

หลังจากนั้นเย่ฟ่านก็รู้สึกหนาวเย็นเพราะดินแดนนี้มีค่ายกลสังหารที่มีพลังอย่างมาก เขาค่อนข้างมั่นใจว่าพลังระดับนี้ต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังยากจะรอดชีวิตได้!

“จะเป็นเขาหรือไม่?”

เย่ฟ่านหรี่ตาลง และเขาก็มั่นใจว่าผู้ที่วางค่ายกลนี้จะต้องเป็นปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์แน่ๆ เพียงแต่เขาจะเป็นปรมาจารย์รุ่นที่เท่าใด?

หากมาที่นี่พร้อมกับแผนที่โบราณพวกเขาจะสามารถเข้าสู่ค่ายคนได้ หากชิ้นส่วนแผนที่ขาดไปแม้แต่ส่วนเดียวการเดินทางของพวกเขาจะไร้ประโยชน์ทันที

ในอดีตดูเหมือนว่าเสมือนจักรพรรดิที่ถูกฆ่าตายหลายคนนั้นน่าจะมีชิ้นส่วนแผนที่ไม่ครบ ไม่ว่าพวกเขาจะดิ้นรนมากเพียงใดสุดท้ายพวกเขาก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้

ยาศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากที่กระจายอยู่ในดินแดนแห่งนี้ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าถูกใช้เพื่อล่อหลอกให้ผู้คนเข้ามารับความตายด้วยความสมัครใจ

เย่ฟ่านไม่รู้ว่ามันมีอยู่กี่ชนิด แต่หากนำมารวมกันพวกมันจะมีค่ามากกว่าอย่าเซียนอย่างแน่นอน

น่าเสียดายที่เย่ฟ่านทำได้แค่คิดเท่านั้น เขาไม่สามารถทำอะไรที่หุนหันพลันแล่นได้ แม้ว่ามันจะอยู่ใกล้เขาเพียงแค่เอื้อม แต่อันตรายที่จะเกิดขึ้นนั้นร้ายแรงขนาดทำให้ทั้งกลุ่มติดอยู่ที่นี่ตลอดกาล

ยาศักดิ์สิทธิ์มากมายและสมบัติอยู่เต็มไปหมดล้วนเปล่งประกายแสงอย่างแพรวพราว แต่ก็ยังมียาศักดิ์สิทธิ์ที่ล้มตายจำนวนมากและพลังของพวกมันก็ได้เลี้ยงดูยาศักดิ์สิทธิ์รุ่นต่อๆไป

เถาวัลย์อมตะหยั่งรากมาหลายชั่วอายุคน แต่ยาศักดิ์สิทธิ์ล้วนเกิดขึ้นจากเมล็ดที่แตกหน่อและหยั่งรากขึ้นอีกครั้ง เหี่ยวเฉาและเติบโตวนเวียนอยู่เช่นนี้ ไม่รู้ว่าดินแดนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมากี่ล้านปีแล้ว

เสี่ยวซงขุดราชาโอสถได้ทั้งหมดสิบเอ็ดต้นตลอดกาลเดินทาง นี่คือการเก็บเกี่ยวที่ยอดเยี่ยมจนผู้คนต้องตกตะลึง

ในที่สุดพวกเขาก็ใกล้เข้าสู่บ่อน้ำอมตะ ในตอนนี้เย่ฟ่านเห็นหลุมศพที่อยู่ข้างๆ ค่ายกลจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ภายในหุบเขาอมตะ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกมาก

เพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาพวกเขาพบเจอกับศพมากมาย แต่ไม่เคยมีหลุมศพของใครถูกฝังไว้เลย

เย่ฟ่านเปิดตาที่สามมองไปยังที่ฝังศพ แม้ว่าเนื้อหนังของคนผู้นี้จะเหี่ยวเฉาไปแล้วและร่างกายก็ถูกแยกออกเป็นสิบส่วน แต่ซากศพที่อยู่ในหลุมนี้เป็นคนๆ นั้นอย่างแน่นอน

“เขาตายอยู่ที่นี่!”

ต้องเป็นชายผู้นั้นแน่ๆ ชีวิตและความตายเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ศพของเขาถูกฝังไว้ในดินแดนอมตะ เขาไม่สามารถหนีจากชะตากรรมที่ถูกกำหนดไว้ได้

“ข้าเป็นห่วงน้องสาวของข้า…”

เสียงที่แผ่วเบาดังออกมาจากสุสานเต็มไปด้วยความเสียใจและการร้องขอ

เย่ฟ่านถอนหายใจ จักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมได้ใช้ทักษะต้องห้ามเพื่อสัมผัสถึงเจตจำนงค์สุดท้ายจากพี่ชายของนาง และนี่คือคำพูดสุดท้ายของเขา

“ข้าจะไม่เป็นอมตะ ข้าจะรอให้เจ้ากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งบนโลกใบนี้”

เสียงของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกสั่นสะเทือนสวรรค์ทั้งเก้า ตลอดหลายแสนปีที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีนางเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้

เย่ฟ่าน เสี่ยวซง และอาชาเพลิงตัวสั่นกับคำพูดของหญิงสาวผู้ทรงพลัง เจตจำนงของนางสามารถสั่นสะเทือนเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ได้เลย

……….

จบบทที่ 1406 - เจตจำนงที่สั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ

คัดลอกลิงก์แล้ว