- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1405 - อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วของเสี่ยวซง
1405 - อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วของเสี่ยวซง
1405 - อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วของเสี่ยวซง
1405 - อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วของเสี่ยวซง
“น่าเหลือเชื่อจริงๆ ผ่านมาแล้วนับแสนปีแต่จิตสังหารของเขายังคงทรงพลังเช่นนี้!” เย่ฟ่านอุทาน
ในตอนแรกเย่ฟ่านมั่นใจว่าจะสามารถทำลายค่ายกลจักรพรรดินี้ได้ แต่เมื่อเห็นความตายของเสมือนจักรพรรดิเขาก็รู้สึกไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเองทันที
“ดินแดนแห่งความเป็นอมตะเป็นดินที่ไม่อาจจินตนาาการได้ เซียนผู้ยิ่งใหญ่หลายคนและเสมือนจักรพรรดิหนึ่งคนล้วนตายที่นี่” เย่ฟ่านทำได้เพียงถอนหายใจ
เมื่อเห็นพลังอันน่าสะพรึงกลัวของค่ายกลจักรพรรดิ เย่ฟ่านก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเหตุการณ์ในอดีต
นี่เป็นฝีมือของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมหรือไม่?
ในตอนที่เย่ฟ่านเพิ่งเริ่มเข้าสู้เส้นทางแห่งการฝึกฝน เขาไม่รู้ถึงความยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิมากนัก
สาเหตุก็เพราะแม้กระทั่งตัวตนระดับเซียนผู้คนก็ยังยกย่องเป็นเทพแล้ว นับประสาอะไรกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นถึงจักรพรรดิของเหล่าเซียน
ทันใดนั้นเย่ฟ่าก็จ้องมองไปยังข้างหน้าอย่างว่างเปล่าเมื่อเห็นแสงเจ็ดสีสาดส่องออกมาจากส่วนลึกของค่ายกล
เย่ฟ่านถอนสายตาจากกระดูกของเสมือนจักรพรรดิและมองไปยังจุดนั้นและแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง
“นี่คือ... จริงหรือ?”
อาชาเพลิงที่อยู่ข้างๆเขาก็อุทานด้วยความตื่นเต้น มันกระทืบเท้าทั้งสี่อยากจะเข้าไปตรงนั้น สิ่งนี้มันล้ำค่าอย่างมาก ต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ต้องปรารถนาที่จะครอบครองมัน
มีวิหารครึ่งวาตั้งอยู่บนเส้นทางข้างหน้า วิหารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากทองคำโลหิตหงส์!
อาชาเพลิงมองไปยังแผนที่โบราณในมือของเย่ฟ่าน มันพบว่าวิหารนั้นตั้งอยู่ในเส้นทางที่ปลอดภัยไม่มีอันตรายใดๆ ดังนั้นมันจึงวิ่งไปข้างหน้าเป็นคนแรก
เย่ฟ่านรู้สึกตะหงิดใจ พูดตามตรงว่าสมบัติสวรรค์พิภพนั้นมีขนาดที่ใหญ่จนไม่น่าเชื่อ ขนาดของมันไม่มีความสอดคล้องกับเศษชิ้นส่วนอาวุธเต๋าสุดขั้วที่เย่ฟานเคยเห็นแม้แต่น้อย
“นั่นมัน…ร่องรอยของจักรพรรดิ!” เสียงของเย่ฟ่านสั่นเทา
เย่ฟ่านเคยเห็นทองคำโลหิตหงส์ ทองคำทมิฬลายมังกร ทองเหลืองศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสมบัติของสวรรค์พิภพที่มีชื่อเสียงมาก อย่างไรก็ตามไม่เคยมีชิ้นส่วนโลหะศักดิ์สิทธิ์ใดมีขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อน
อาชาเพลิงวิ่งไปอย่างดุเดือดด้วยความเร็วดุจสายฟ้า มันอยากไปจะเอาสมบัติที่อยู่ห่างไกลออกไป แต่ก็ต้องล้มเหลว
อาชาเพลิงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีพลังวิญญาณแข็งแกร่ง เมื่อมันสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แข็งแกร่งร่างของมันก็แฉลบไปด้านข้างและหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว
มีเพียงเสี่ยวซงเท่านั้นที่ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่หลังเย่ฟ่านและจ้องมองความเปลี่ยนแปลงอย่างสงบ ดวงตากลมโตของมันมองไปข้างหน้าด้วยความสับสน ระดับพลังของมันอ่อนแอมากเกินกว่าที่จะสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แข็งแกร่งของค่ายกล
“อย่าหุนหันพลันแล่น!” เย่ฟานตะโกนเพื่อหยุดอาชาเพลิง
สมบัติของสวรรค์พิภพที่ขนาดสูงครึ่งวาไม่ผสานเข้ากับพลังงานใดๆ ความล้ำค่านั้นแม้แต่หัวใจจักรพรรดิโบราณก็ต้องสั่นไหว
“ชิ้นส่วนของทองคำโลหิตหงส์เพียงกำปั้นเดียวยังสามารถทำให้ราชวงศ์โบราณต่อสู้กันด้วยความบ้าคลั่ง แต่สมบัติที่มีขนาดใหญ่กว่าหลายร้อยเท่าจะไม่ทำให้ผู้คนขุมคลังได้อย่างไร…”
นี่เป็นเพียงตัววิหารเท่านั้น สมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกทิ้งไว้ในวิหารเล็กๆนั้นต่างหากที่ทำให้เย่ฟานจิตใจสั่งสะท้าน
“มันเป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วหรือเปล่า!?”
หัวใจของเย่ฟ่านเต้นแรง แต่เขาไม่แน่ใจเพราะมีค่ายกลสังหารถูกทิ้งไว้ในดินแดนแห่งนี้ หากเขาทะเล่อทะล่าเข้าไปร่างของเขาจะถูกหั่นเป็นชิ้นๆ เหมือนเสมือนจักรพรรดิคนนั้นอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามเหตุใดอาวุธเต๋าสุดขั้วจึงถูกทิ้งไว้ที่นี่?
พวกเขาจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง จิตสังหารที่แผ่ออกมาจากค่ายกลทางด้านหน้านั้นทำให้อาชาเพลิงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อีกต่อไป
เย่ฟ่านจึงลงจากอาชาเพลิง ก้าวเข้าไปทีละก้าว แล้วเขาก็มองเห็นถึงรอยกระเพื่อมของม่านพลังที่เกิดจากค่ายกลสังหารอย่างชัดเจน และบนพื้นทางด้านหน้าของเขาก็มีเลือดสีแดงสดของผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน
เย่ฟ่านตกใจเป็นอย่างมาก เลือดเนื้อที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นล้วนเป็นเลือดเนื้อของเสมือนจักรพรรดิทั้งสิ้น และผู้ที่ตายอยู่ในบริเวณนี้มีอยู่ถึงสองสามคน
“มันคือเลือดศักดิ์สิทธิ์ของเสมือนจักรพรรดิ!”
ดวงตาของเย่ฟ่านเบิกโพลง แน่นอนว่าเสมือนจักรพรรดิเหล่านั้นย่อมมองเห็นค่ายกลสังหารนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่สามารถปิดกั้นความปรารถนาที่จะแย่งชิงอาวุธเต๋าสุดขั้วที่อยู่ตรงหน้า
“นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แม้กระทั่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายคนยังไม่มีอาวุธเต๋าสุดขั้วเป็นของตัวเอง การได้ครอบครองอาวุธเช่นนี้มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้เสมือนจักรพรรดิกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต…” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง
“ความปรารถนาของผู้คนคาดเดาไม่ได้ แม้กระทั่งเสมือนจักรพรรดิก็ยังเต็มไปด้วยความโลภ”
เย่ฟ่านเกิดความสงสัยเป็นอย่างมากว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนั้นเป็นของใคร เพราะมันไม่ใช่หม้ออสูรกลืนสวรรค์ของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม นั่นแสดงให้เห็นว่าค่ายกลนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับนาง
เย่ฟ่านรู้สึกกลัวและไม่กล้าทำอะไรอย่างประมาทอีกไป เขาทำทุกอย่างด้วยความระมัดระวังยิ่ง
เย่ฟ่านก้าวถอยหลังให้มีระยะห่างมากพอ จากนั้นเขาก็ดึงดูดเลือดสองสามหยดของเสมือนจักรพรรดิที่อยู่บนพื้นขึ้นมาสำรวจอย่างระมัดระวัง
“ช่างเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ หากเต๋ามีความสมบูรณ์เขาอาจเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้วก็ได้!”
หลังจากที่วิเคราะห์เป็นเวลานาน เย่ฟ่านยืนยันว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วที่อยู่ตรงหน้ายังคงไม่ใช่อาวุธเต๋าสุดขั้วที่สมบูรณ์แบบเหมือนเช่นหม้ออสูรกลืนสวรรค์ เต๋าเทพสุริยัน หม้อมังกรสวรรค์ และอาวุธเต๋าสุดขั้วอื่นๆ ที่เขารู้จัก
สาเหตุก็เพราะมันเป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วที่ถูกสร้างขึ้นในโต๋าที่เต๋าไม่สมบูรณ์
แม้ว่าส่วนผสมของมันจะมีเพียงพอแล้ว และพลังของมันอาจจะมากกว่าครึ่งก้าวอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นอื่น แต่มันยังคงไม่ใช่อาวุธเต๋าสุดขั้วอยู่ดี
นั่นเป็นเหตุผลให้อาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วชิ้นนี้ถูกทิ้งไว้ในคุนหลุนเพื่อทำการหลอมรวมพลังอมตะอย่างต่อเนื่อง หากมันมีการสะสมเพียงพอในอนาคตมันจะกลายเป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน
ดินแดนอมตะแห่งนี้มีพลังอมตะที่เกิดขึ้นจากซากศพของผู้อมตะที่แท้จริง ดังนั้น
เสี่ยวซงกระพริบตามองด้วยความสงสัย มันรู้สึกแปลกเพราะเครื่องหมายศักดิ์สิทธิ์นี้มีสีม่วงมีความผูกพันกับมันอย่างลึกซึ้ง นั่นทำให้มันไม่สามารถละสายตาจากวิหารที่อยู่ตรงหน้าได้
อาชาเพลิงท่าทีที่หยาบคาย มันอ้าปากของมันออกเพื่อหวังที่จะกลืนพลังของวิหารโบราณเข้าไป ต่อให้มันไม่สามารถครอบครองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแต่อย่างน้อยยังสามารถดูดกลืนพลังสักนิดก็ยังดี!
เย่ฟ่านห้าปรามมันแล้วกล่าวว่า “สมบัติชิ้นนี้จะมอบให้กับเสี่ยวซง เจ้าต้องรอโอกาสต่อไป”
เย่ฟ่านพิจารณาอย่างระมัดระวังแล้ว จากนั้นเขาก็เริ่มหยิบอุปกรณ์ที่จักรพรรดิดำมอบให้ออกมาทำลายค่ายกลสังหารจักรพรรดิให้เกิดช่องโหว่พร้อมกับบอกเสี่ยวซงให้เข้าไปหยิบวิหารโบราณออกมาอย่างรวดเร็ว
วิหารนี้แม้จะไม่มีขนาดใหญ่โตมากนัก แต่เมื่อเทียบกับขนาดร่างกายของเสี่ยวซงมันย่อมเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักมากมายมหาศาล เสี่ยวซงออกคแรงสุดกำลัเพื่อเคลื่อนย้ายวิหาร แต่ไม่เป็นผล มันจึงนั่งลงกับพื้นด้วยความเขินอาย
อาชาเพลิงรู้สึกสะใจเป็นอย่างมาก เมื่อเห็นเช่นนั้นมันจึงรีบเข้าไปในช่องว่างของค่ายกลเพื่อผลักดันวิหารโบราณออกมา อย่างไรก็ตามไม่ว่ามันจะออกแรงมากเพียงใดวิหารโบราณยังคงไม่ขยับแม้แต่น้อย
เสี่ยวซงรู้ดีว่าโอกาสนี้หายากอย่างยิ่งดังนั้นมันจึงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับพยายามผลักดันวิหารโบราณออกมาข้างนอก
เย่ฟ่านเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะแล้วพูดว่า “ถ้าจะใส่มันเข้าไปในระฆังเงินของเจ้า เจ้าต้องขัดเกลามันให้กลายเป็นสมบัติของตัวเองในอนาคต”
ในเวลาต่อมาร่างแยกของเย่ฟานก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับหยิบครึ่งก้าวอาวุธเต๋าสุดขั้วนี้ปิดผนึกลงไปในระฆังสีเงินบนคอของเสี่ยวซงพร้อมกับถอนตัวออกห่างจากค่ายกลสังหารอย่างรวดเร็ว
“เมื่อข้าบรรลุเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคตข้าจะช่วยเหลือเจ้าขัดเกลาสมบัติชิ้นนี้ให้กลายเป็นอาวุธเตาสุดขั้วอย่างแน่นอน”
เมื่อเสี่ยวซงได้ยินคำพูดนี้มันก็ร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปิติ
“แน่นอนว่ามันยังเร็วเกินไปที่จะทำเช่นนี้ อย่างน้อยเจ้าก็ควรเป็นเซียนอสูรให้ได้ก่อน”
เย่ฟ่านยื่นมือชี้นิ้วไปที่ศีรษะของเสี่ยวซง จากนั้นภาพการต่อสู้ภายในเป่ยโต้ว รวมทั้งอัจฉริยะมากมายนับไม่ถ้วนที่ต้องการเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้น
เขาต้องการแสดงสิ่งนี้ให้ศิษย์ของเขาเห็นว่าการจะเดินไปบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะนั้นไม่ใช่ว่าจะทำสำเร็จได้ง่ายๆ ทุกคนจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นมากกว่าผู้อื่นหลายเท่า
แม้ว่าอาชาเพลิงจะต้องการวิหารศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน แต่ในเมื่อเย่ฟานตั้งใจว่าจะมอบของขวัญชิ้นนี้ให้กับเสี่ยวซงมันก็ได้แต่ยอมแพ้เท่านั้น
“สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสิ่งของแปลกๆมากมาย หากพบเจอวัตถุล้ำค่าชิ้นต่อไปข้าจะมอบให้เจ้า”
เย่ฟ่านรู้ดีว่าอาชาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจกับการปฏิบัติของเขา ดังนั้นเขาได้แต่ปลอบโยนมันเบาๆ
…………..