- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1404 - ความตายของของเสมือนจักรพรรดิ
1404 - ความตายของของเสมือนจักรพรรดิ
1404 - ความตายของของเสมือนจักรพรรดิ
1404 - ความตายของของเสมือนจักรพรรดิ
เย่ฟ่านออกเดินทางไปยังส่วนลึกของดินแดนอมตะ เสี่ยวซงตามเขาไป โดยถือตะกร้าเล็กๆ ไว้ในมืออย่างมีความสุข
อาชาเพลิงศักดิ์สิทธิ์พ่นอากาศสีขาวออกมาพยายามดิ้นรนอยู่บ่อยครั้ง เย่ฟ่านบอกมันว่ามันจะตามเขามาหรือจากไปก็ได้ เย่ฟ่านจะไม่ทำให้มันลำบากใจ สุดท้ายมันก็ยอมติดตามมาโดยดี
สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าเป็นสิ่งที่ไม่สามารถต้านทานได้ มันตามเย่ฟ่านไป เพราะมีความปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น
เย่ฟ่านหัวเราะ ลุกขึ้นควบอาชาศักดิ์สิทธิ์ ร่างของพวกเขาทะยานไปข้างหน้าเหมือนเมฆสีแดง
ดวงตาของอาชาเพลิงลุกโชนไปด้วยไฟ มันมีความรู้สึกต่อต้านเล็กน้อยที่ต้องรับใช้ผู้อื่น แต่ในที่สุดมันก็สามารถทนต่อความอัปยศและกินยาที่เสี่ยวซงมอบให้
“ข้าอุตส่าห์แบ่งให้เจ้าสำนึกบุญคุณด้วย”
เสี่ยวซงพึมพำ มองดูอาชาเพลิงกินยาศักดิ์สิทธิ์ห้าหมื่นหรือหกหมื่นปีด้วยความตื่นเต้น
ดินแดนแห่งนี้กล่าวได้ว่ามันเป็นเหมือนสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติงดงามเหมือนไม่มีอยู่จริง
ตรงนี้ไม่เหล่าวัชพืชและเถาวัลย์แม่แต่ต้นเดียว เพราะที่นี่คือทุ่งหยกสวรรค์ที่มีเพียงยาอันล้ำค่าเท่านั้นที่สามารถเติบโตได้และระดับพลังนั้นเกือบจะเป็นราชาโอสถทั้งสิ้น
เสี่ยวซงมองหาสมบัติทุกที่ ตอนนี้ตะกร้ายาเล็กๆของมันไม่ผลไม้ของมันอัดแน่นไปด้วยยาศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วน มันตั้งใจว่าเมื่อออกไปข้างนอกจะนำยาเหล่านี้ไปแบ่งปันกับศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกคน
เย่ฟ่านเดินอย่างระมัดระวัง หากเขาใช้เส้นทางที่ผิดมันอาจจะทำให้พวกเขาเผชิญกับค่ายกลสังหารทันที
ยิ่งเดินเข้าไปข้างในมากเท่าไหร่ ความหวาดกลัวก็เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ค่ายกลสังหารของจักรพรรดิและกฏแห่งการกำเนิดสวรรค์พิภพอยู่นอกเหนือความเข้าใจของเขา
แม้ว่าเย่ฟ่านจะทำลายค่ายกลสังหารของจักรพรรดิโบราณได้ แต่สุดท้ายมันจะทำให้ทัศนียภาพของบริเวณนี้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปและทำให้เขาพลาดโอกาสที่จะได้รับโชควาสนาไปในที่สุด
เย่ฟ่านถือแผนที่โบราณไว้ในมือและวิเคราะห์อย่างละเอียด โดยการเดินสำรวจช้าๆ เพราะตราบใดที่เย่ฟ่านเดินผิดไปแม้แต่เล็กน้อย เขาจะไม่สามารถหันหลังกลับได้ มีเพียงเส้นทางแคบๆเพียงเส้นทางเดียวที่ทำให้เขาเดินไปถึงจุดหมายปลายทางได้
ทันใดนั้นสีหน้าของเย่ฟ่านก็เปลี่ยนไป เขาเห็นชายผู้หนึ่งกำลังนั่งขักสมาธิบนแท่นหยกในป่าหินด้วยหน้าตาที่เคร่งขรึม ร่างของเขาอัดแน่นไปด้วยปราณสวรรค์พิภพ
พลังที่แผ่ออกมาจากชายผู้นั้นน่ากลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เกิดเปลวไฟลุกโชนที่ใต้กีบทั้งสี่ของอาชาเพลิง แสงสีแดงตามร่างกายส่องแสงเจิดจ้าและแผงคอของมันก็ตั้งขึ้น
เสี่ยวซงนั้นหวาดกลัวยิ่งกว่า มันจับไปที่มุมเสื้อของเย่ฟ่านไม่กล้าแม้แต่เคลื่อนไหวหรือกล่าวอะไร พลังเช่นนั้นทำให้มันยากที่จะต้านทานได้
เย่ฟ่านปลดลปล่อยพลังจากหม้อปราณปัฐพีต้นกำเนิดเพื่อปกป้องตัวพวกเขา มีร่างที่เต็มไปด้ยพลังในดินแดนอมตะ ชายผู้นี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นเซียนอย่างแน่นอน!
อาภรณ์ของเขาดูเก่าและมีปิ่นปักผมอยู่บนเส้นผมสีขาว ร่างของเขาถูกล้อมรอบด้วยหมอกจางๆ ที่ไหลออกมาจากดินแดอมตะของลักษณะของชายผู้นี้สง่างามเป็นอย่างมาก
เซียนมนุษย์!
นี่คือบุคคลที่ทรงพลังจากเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ เพราะเย่ฟ่านสัมผัสได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างชัดเจน
ดินแดนอมตะเป็นดินแดนที่น่ากลัว ไม่มีใครสามารถเข้าออกได้อย่างตามใจ แล้วชายผู้นี้เป็นใครกัน? เย่ฟ่านเกิดความสงสัย
“ผู้อาวุโส” เย่ฟ่านพูดเบาๆ
คนข้างหน้าไม่มีท่าทีใดๆ ยังคงนั่งสมาธิบนหินหยกสีน้ำเงินที่ขนาดยาวหลายร้อยวาอย่างนิ่งเฉย มีเพียงแสงของพลังปราณสวรรค์พิภพเท่านั้นที่เปล่งประกายออกมา
“แม้ว่าพลังนั้นจะแข็งแกร่ง แต่ไม่มีความผันผวนอยู่ในพลังชีวิตผสมอยู่ด้วย เขาตายไปแล้ว!”
เย่ฟ่านมองด้วยสายตาที่จริงจังไปยังใบหน้าของชายผู้นั้น หลังจากเปิดตาที่สามและสำรวจอีกครั้งเขาก็มั่นใจว่าเซียนคนนี้ได้ตายไปแล้วจริงๆ
เย่ฟ่านสังเกตอย่างระมัดระวัง ร่างกายของชายผู้นี้ยังคงแวววาว มีพลังอมตะที่ไหลเข้าออกอยู่รอบๆตลอดเวลา แต่ดวงตานั้นปิดแน่นและทะเลจิตวิญญาณนั้นก็ว่างเปล่า
“นั่น…”
เย่ฟ่านตกตะลึง ชายผู้นั้นตายไปแล้ว แม้ว่าร่างกายจะยังสมบูรณ์แต่ไม่มีพลังิตวิญญาณหลงเหลืออยู่
แต่มันไม่ใช่การตายอย่างธรรมชาติ ไม่เช่นนั้นร่างกายของเขาควรจะกลับคืนสู่เต๋าผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว ไม่มีทางเป็นแบบนี้อย่างแน่นอน
“มันแปลกมาก เหมือนว่าชายผู้นี้ยังมีชีวิตอยู่ น่าเสียดายที่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาหายไป”
เย่ฟ่านเริ่มระวังตัวมากขึ้น หากเขาเข้าไปอย่างไม่ระวัง ผลที่ตามมานั้นอาจเป็นหายนะที่่าหวาดกลัว
เมื่อเย่ฟ่านเปิดตาที่สามแล้วก็พบว่ามีตะเกียงวิเศษที่อยู่ในร่างของเซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่ยังคงเต็มไปด้วยพลัง ดูดเอาแสงของพลังสวรรค์พิภพซึ่งทำให้ร่างกายดูเหมือนมีชีวิตอยู่
“สมบัติของเซียนผู้ยิ่งใหญ่!”
นี่คือสมิบัติอย่างแน่นอน มันห่างจากเขาอยู่เพียงไม่กี่วาแต่ไม่สามรถเข้าไปได้ เย่ฟ่านถอนหายใจอย่างน่าเสียดาย
เย่ฟ่านไม่กล้าที่จะประมาท แม้กระทั่งเซียนผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังตายไปแล้ว ตัวเขายากจะรอดชีวิตจากสถานการณ์อันเลวร้ายได้เช่นกัน
เย่ฟ่านตัดความคิดนั้นออกไปอย่างรวดเร็ว ดินแดนนี้เขาไม่อาจทำอะไรบุมบ่ามได้ ไม่เช่นนั้นเย่ฟ่านอาจต้องตายอย่างไม่รู้ตัว
เดินหน้าต่อไปเข้าสู้พื้นที่เนินเขาา เย่ฟ่านสัมผัสได้ถึงพลังชั่วร้ายที่นองเลือดระเบิดออกมา
หลังจากที่เดินไปได้ระยะหนึ่ง เย่ฟ่านก็เห็นเลือดสีแดงมากมาย และถึงแม้ว่ามันจะถูกทิ้งไว้ที่นี่นานหลายแสนปีแต่พวกมันยังคงสดใหม่เหมือนเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อน
“มีเซียนผู้ยิ่งใหญ่อีกคนตายที่นี่!”
เย่ฟ่านเปิดตาที่สามและเห็นศพอยู่ที่เนินเขา มันเลวร่ายยิ่งกว่า เซียนผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เต็มไปด้วยเลือดและดูเหมือนจะต้องทนทุกข์ทรมาณจากไฟไหม้ ก่อนตายสภาพของเขาน่าสังเวชอย่างมาก
แน่นอนว่าเซียนผู้นี้ตายไปแล้ว ครึ่งร่างของเขาถูกเผาจนแห้งสนิท
เย่ฟ่านสะเทือนใจ เขาไม่ได้ตายจากการสังหารของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่ตายเพราะทักษะต้องห้ามของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย
ระดับของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์นี้ไม่ใช่สิ่งที่เย่ฟ่านจะเทียบได้ นั่นทำให้เขาเกิดความสงสัยมากกว่าเดิม
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าครั้งหนึ่งเคยมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ในเชื้อสายของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์?”
เย่ฟ่านเกิดความสงสัยในใจ เพราะไม่ว่าจะมองอย่างไรเขาก็รู้สึกว่าต้นกำเนิดของพื้นที่ต้องห้ามของทักษะในดินแดนนี้ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าวิหารโบราณแห่งราชวงศ์อวี้หัว
ในขณะเดียวกันผู้ที่ลงมือทำสิ่งนี้ก็ดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์รุ่นห้าอย่างเทียบกันไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ยอดเขามังกรยังถูกจัดวางด้วยลักษณะแปลกๆ หากไม่ใช่ปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์เป็นคนทำสิ่งนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะมีใครทำได้อีกแล้ว
เย่ฟ่านเดินทางต่อ และระหว่างทางเขาก็พบกับเซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่ตายอยู่ที่นี่อีกหลายคน
“ในสมัยโบราณเซียนจากนอกอาณาเขตที่มายังดินแดนนี้ ล้วนถูกสังหารอย่างสิ้นซาก ใครเป็นคนลงมือทำสิ่งนี้?” เย่ฟ่านถอนหายใจ
เย่ฟ่านใกล้เข้าสู่หุบเขาอมตะมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้เย่ฟ่านก็รู้สึกถึงจิตสังหารที่ปลดปล่อยออกมา ถึงแม้ว่าเขาจะมีหม้อปราณปัฐพีต้นกำเนิดคอยปกป้องแต่ก็ยังหวาดกลัวอยู่เล็กน้อย
อาชาเพลิงหยุดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า มีบางสิ่งที่ปรากฏขึ้นร่างกายของมัน ที่ทำให้เส้นเลือดพองราวกับว่ากำลังจะระเบิดออกมาข้างนอกและร่างกายของมันก็สั่นเทาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
เสี่ยวซงเองก็เช่นกัน เพราะการฝึกฝนของมันนั้นยังน้อยเมื่อเทียบกับเย่ฟ่านและอาชาเพลิงศักดิ์สิทธิ์
แต่โชคดีที่เย่ฟ่านให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของมัน ดังนั้นเขาจึงพยายามปกป้องเสี่ยวซงโดยไม่อนุญาตให้สิ่งใดทำอันตรายต่อมันได้
‘บูม’
เย่ฟ่านเงยหน้าขึ้นและมองไปบนท้องฟ้า พลังโลหิตสีทองของเขาระเบิดออกมาจากร่างกายเพื่อปกป้องเสี่ยวซงและอาชาเพลิง ในขณะเดียวกันหม้อปราณปัฐพีต้นกำเนิดเองก็ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาเพื่อปกป้องทุกคนอีกชั้น
อาชาเพลิงถอนหายใจออกมากด้วยความโล่งอก เสี่ยวซงยังคงซ่อนตัวบนไหล่ของเย่ฟานเพราะหวาดกลัว
ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็พบกับศพที่กระจายอยู่ท่ามกลางภูเขาหิน มีจิตสังหารแฝงอยู่ในโครงกระดูกของฝ่ายตรงข้ามอย่างชัดเจน!
“เสมือนจักรพรรดิ!”
หัวใจของเย่ฟ่านเต้นรัว เลือดในร่างกายของเขาเดือดพล่าน
กระดูกสีขาวหลายร้อยชิ้นและเลือดสีแดงสดต่างส่องแสงเจิดจ้า ชายผู้นั้นถูกสับเป็นชิ้นๆ โดยค่ายกลสังหารของจักรพรรดิโบราณ!
เสมือนจักรพรรดินั้นมีคุณสมบัติที่สามารถต่อสู้กับสวรรค์พิภพได้ การดำรงอยู่ระดับนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงใดไม่จำเป็นต้องพูดถึง
ว่ากันว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณที่อยู่ในระดับเสมือนจักรพรรดินั้นมีความแข็งแกร่งไม่เป็นรองจักรพรรดิเลยด้วยซ้ำ
จิตสังหารของเสมือนจักรพรรดิที่อยู่ห่างออกไปมากกว่าหนึ่งลี้ หากเป็นผู้บ่มเพาะธรรมดาจะไม่มีทางป้องกันภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน
โชคดีที่เป็นเย่ฟ่านซึ่งมีร่างกายและจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง ดังนั้นพวกเขาจึงก้าวไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง
…….