เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1403 - สมบัติอมตะ

1403 - สมบัติอมตะ

1403 - สมบัติอมตะ


1403 - สมบัติอมตะ

อาชาเพลิงไม่สามารถสลัดเย่ฟ่านออกไปได้ มันไม่อ่านควบคุมร่างกายให้เป็นไปตามความต้องการของตัวเอง และทำได้เพียงเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง

เสี่ยวซงกระโดดไปข้างหน้าอาชาเพลิง หยิบยาศักดิ์สิทธิ์ที่ล้ำค่าจากตะกร้ายื่นให้สหายคนใหม่ด้วยท่าทางที่เป็นมิตร แต่มันเกือบถูกกีบอาชาเพลิงกระทืบลงพื้น โชคดีที่เสี่ยวซงนั้นว่องไวและฉลาดดังนั้นมันจึงหลบดีการโจมตีได้อย่างง่ายดาย

สองวันต่อมา เย่ฟ่านมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของคุนหลุน มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความงดงามและอัดแน่นไปด้วยปราณสวรรค์พิภพ แต่เขาไม่สามารถไปข้างหน้าได้อีก เพราะแผนที่ของเขาจบลงที่ตรงนี้

เบื้องหน้านั้นงดงามจนน่าประหลาดใจ มียอดเขานับหมื่นรวมกัน แต่ละยอดเขาคล้ายกับหัวของมังกร ผสมผสานเข้าด้วยกันเหมือนถูกสร้างขึ้นโดยธรรมชาติ!

ยอดเขานั้นปลดปล่อยพลังออกมา เป็นพลังอมตะที่ควบแน่นอยู่ในหุบเขา มันลึกลับและอธิบายไม่ได้

เย่ฟ่านตกตะลึง ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเหมือนหัวมังกรที่มนุษย์ได้สร้างไว้ แต่เมื่อมองดูใกล้ๆแล้ว มันถูกสร้างขึ้นโดยพลังแห่งธรรมชาติ!

ยอดเขานับหมื่นที่ถูกบ่มเพาะด้วยพลังแก่นแท้ของดวงดาวโบราณทำให้มันมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง และยิ่งใหญ่อย่างที่เย่ฟ่านไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น!

“มันเป็นไปไม่ได้!”

เย่ฟ่านอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ ดินแดนที่มีปราณมังกรเข้มข้นถึงขนาดนี้แม้กระทั่งดินแดนบรรพชนของราชวงศ์อวี้หัวยังเทียบกันไม่ได้

“พลังที่ปลดปล่อยออกมามีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง หากฝึกฝนอยู่ที่นี่เป็นเวลาหลายพันปีเย่ฟ่านเชื่อว่าตัวเขาจะกลายเป็นผู้อมตะอย่างแน่นอน”

มรดกของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์นั้นลึกลับมาก เย่ฟ่านนึกถึงความเป็นไปได้ว่า หากภูเขามังกรเก้าสิบเก้าถูกควบคุมเข้าด้วยกันด้วยพลังของใครบางคน คนผู้นี้จะแข็งแกร่งมากแค่ไหน

นั่นทำให้เขาเกิดความหวาดกลัวที่จะค้นหาความลับของภูเขามังกรมักเรื่อยๆ

อาจจะจะกล่าวได้ว่าการดำรงอยู่เหนือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างไม่อาจเทียบได้ การเดินทางต่อไปอาจเป็นอันตรายที่ทำให้เขาเสียชีวิตได้เลย

จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวมีพลังในระดับนี้จริงหรือ หรือคนที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นจะเป็นคนอื่น?

ต่อมาเย่ฟ่านนึกถึงปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ที่รวบรวมสิ่งมีชีวิตหยินมากมายนับไม่ถ้วนในนรก เห็นได้ชัดว่าผู้ที่เป็นเจ้านายของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์นั้นมีโอกาสไม่น้อยที่จะเป็นผู้ที่สร้างสิ่งนี้ขึ้นมา

“นี่คือดินแดนแห่งจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ข้ามาถึงแล้วจริงๆ ข้าเดินทางมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับ”

ดวงตาของเย่ฟ่านมองไปยังยอดเขาหัวมังกรนับหมื่น มีมังกรทะยานอยู่บนท้องฟ้าบินวนไปมาเงยหน้าขึ้นคำราม และเขาไม่สามารถล้มเลิกความหวังที่จะกลับสู่เป่ยโต้วเพียงเท่านี้

อาชาเพลิงพ่นลหายใจออกมา มันเองก็รู้สึกทึ่งกับดินแดนแห่งนี้เช่นกัน มันสงบลงและไม่ได้ต่อสู้กับเย่ฟ่านแล้ว

เย่ฟ่านวนเวียนรอบๆ ดินแดนแห่งนี้อย่างระมัดระวัง เขาขาดมุมสุดท้ายของแผ่นที่ไปทำให้ไม่สามารถเข้าไปข้างในได้

กระรอกตัวน้อยส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นเต้น เพราะมันเห็นยาศักดิ์สิทธิ์มากมายอยู่ในดินแดนอมตะที่อยู่ตรงหน้า ต้นไม่สูงและกลิ่นหอมโชยออกมาทำให้มันหลงไหล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเข้ายังดินแดนนี้ได้ ดังนั้นพืชในบริเวณนี้จึงได้รับโอกาสเติบโตจากปราณสวรรค์พิภพอย่างเต็มที่

นี่คือดินแดนที่เต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่าของสวรรค์พิภพอย่างแท้จริง เย่ฟ่านนเห็นยาศักดิ์สิทธิ์หลายชนิดที่เต็มไปด้วยปราณอมตะ แสงของดินแดนนี้ส่องประกายด้วยพลังที่น่าดึงดูด

ยาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้กว่าจะเติบโตได้อย่างเช่นปัจจุบันมันจะต้องใช้เวลานานหลายหมื่นปี วางต้นมีอายุมากกว่าแปดหมื่นปีจนกลายเป็นราชาโอสถไปแล้ว

ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานถึงขนาดนี้ต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถมีชีวิตรอดได้

มีเพียงกลุ่มสิ่งมีชีวิตประเภทพืชเท่านั้นจึงจะมีชีวิตยืนยาวได้อย่างไว้ที่สิ้นสุดเช่นนี้ได้

เย่ฟ่านวิเคราะห์อย่างระมัดระวัง ค่ายกลของดินแดนนี้พิเศษมากจนไม่มีเหตุผลที่มันจะกำเนิดขึ้นตามธรรมชาติ เย่ฟ่านใช้ทักษะปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ตรวจสอบอย่างรอบคอบ แต่กลับไม่มีร่องรอยของมนุษย์เช่นกัน

แต่เย่ฟ่านมีลางสังหรณ์อย่างหนึ่ง เขามีความรู้สึกคลุมเครือว่าผู้ที่สร้างสิ่งนี้จะต้องมีความรู้ในด้านปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์อย่างลึกซึ้ง

เย่ฟ่านกำลังมองหาเส้นทางที่เข้าไปข้างใน เพราะไม่มีแผนที่มุมที่เก้าเขาจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เย่ฟ่านมีความคิดที่จะใช้ทักษะปรมาจารย์หยวนเทียนของเขาเพื่อทำลายค่ายกลนี้ แต่ก็กลัวว่ามันจะนำภัยพิบัติตามมาอย่างไม่สิ้นสุด

เสี่ยวซงถือตระกร้าใบเล็กเดินไปรอบๆ หลงซาน มันอยากจะกระโดดเข้าไปและเอายาศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดออกมา

อาชาเพลิงไม่ได้สนใจเย่ฟ่านในตอนนั้น ดวงตาของมันเบิกกว้างกระพริบถี่ๆ มันก็มีความปรารถนาที่จะเข้าสู่ดินแดนลึกลับแห่งนี้เช่นกัน

เมื่อเย่ฟ่านเดินไปอีกด้านหนึ่งก็ต้องตกใจกับบางอย่าง มันมีทะเลดวงดาวเล็กๆ ถูกจำลองขึ้นในบริเวณนี้

มีดาวขนาดเท่ากำปั้นอยู่หลายสิบดวงผนึกอยู่ในหินขนาดใหญ่ เย่ฟ่านเชื่อว่ามันคือดวงดาวที่แท้จริงที่ได้รับการขัดเกลาจากใครบางคน เพราะเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันล้นหลามที่ทำให้จิตใจของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

มันมีบางอย่างผิดปกติ หัวใจของเย่ฟ่านสั่นไหว ดาวหลายสิบดวงตรงนี้เป็นดวงดาวที่แท้จริงอย่างแน่นอน แต่พวกมันถูกย่อขนาดลงมาเพื่อสร้างเป็นค่ายกลสังหารที่เพียงพอจะทำลายแม้กระทั่งจะคลอดผู้ยิ่งใหญ่

“หากข้าตาย…ใครจะช่วยดูแลน้องสาวข้า”

ผู้ที่เขียนคำเหล่านี้ดูเหมือนจะตายไปแล้ว พลังที่ไม่ชัดเจนสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังและเป็นกังวล

“นี่คือคำพูดของพี่ชายจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมหรือเปล่า?” เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง

จากนั้นเขาก็เปิดใช้ดวงตาปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์และเห็นภาพเหตุการณ์ในอดีตอย่างคลุมเครือ ชายคนหนึ่งมีลักษณะพร่ามัวกำลังติดอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ลักษณะท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“เหล่าเทพ มาร และพุทธถูกสังหารไปหมดแล้ว การตายไม่น่ากลัวสำหรับข้า อย่างไรก็ตามน้องสาวของข้ายังเด็กนัก หากข้าตายไปใครจะดูแลนางต่อ”

เสียงที่พึมพำดังขึ้นอีกครั้ง เขาขอร้องว่าหากผู้ใดได้ยินคำพูดของเขาและสามารถกลับไปยังเป่ยโต้วได้ โปรดดูแลน้องสาวของเขาแทนเขาด้วย

เย่ฟ่านนิ่งเงียบ นี่คงจะเป็นชายที่แข็งแกร่งซึ่งได้พบกับดินแดนนี้หลังจากที่เขากลายเป็นเซียน พลังที่เขาแสดงออกมานั้นน่าทึ่งอย่างแท้จริง

ในท้ายที่สุดเขาได้หยิบดวงดาวและดวงจันทร์ขึ้นมาเพื่อคุ้มครองความปรารถนาสุดท้ายของตัวเองไว้

น่าเสียดายที่เวลาผ่านไปนานหลายแสนปีก็ไม่มีใครมองเห็นข้อความนี้ และจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ก็เติบโตขึ้นมากลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์พิภพโดยไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ใด

เย่ฟ่านเดินรอบๆ ใจกลางดินแดนจิตวิญญาณอมตะเป็นเวลาเจ็ดวัน หลังจากที่สำรวจอย่างรอบคอบแล้ว เย่ฟ่านจึงเริ่มวิเคราะห์ม่านพลังที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้

เขาสามารถเข้าไปข้างในได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตามค่ายกลสังหารของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่นี้มีพลังเพียงพอที่จะฆ่าเขาได้เป็นร้อยครั้ง ดังนั้นเขาจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง

เย่ฟ่านที่คิดอยู่นานพบว่าเขาไม่สามารถก้าวเข้าไปได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว หากเขาฝ่าฝืนเขาจะไม่มีโอกาสออกไปข้างนอกอีก และทางเลือกเดียวของเขาตอนนี้คือหันหลังกลับ

เย่ฟ่านไม่ต้องการที่จะยอมแพ้ เขามองไปยังของชิ้นหนึ่งและหัวใจของเขาก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง มันคือแผนที่โบราณที่เขาเก็บได้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนและเขาไม่เคยนำมันออกมาวิเคราะห์เลยว่านั่นคือสถานที่แห่งใด

แต่เย่ฟ่านเองก็ไม่แน่ใจนัก สุดท้ายเขาได้นำแผนที่ชิ้นนั้นออกมาวิเคราะห์อีกครั้ง

“ใช่จริงๆด้วย?”

เย่ฟ่านตาเบิกโพลง การเปลี่ยนแปลงนี้มันยากต่อการเข้าใจ

ดวงตากลมโตของเสี่ยวซงมองไปรอบๆ มันยืนอยู่มองไปยังการเปลี่ยนแปลงอย่างสงสัย

เย่ฟ่านถือหนังสัตว์โบราณด้วยมือที่สั่นสะท้าน นี่คือแผนที่ที่ถูกสร้างขึ้นหลังจากแผ่นหยกถูกทำลายไปแล้วอย่างแน่นอน ผู้ที่ทำแผนที่นี้ขึ้นมาจะต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยมาเยือนโลกมนุษย์ในอดีต!

“ที่จริงแล้วข้ามีมันมาโดยตลอด มันอยู่กับข้ามาโดยตลอด แผนที่ฉบับสมบูรณ์!” เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเขาได้ใช้กำลังทั้งหมดเพื่อขอความช่วยเหลือจากนักพรตในประเทศจีน รวมทั้งเดินทางไปยังดินแดนมากมายก็เพื่ออนุมานแผนที่ส่วนสุดท้ายขึ้นมา แต่มันก็ไม่เป็นผล

แท้ที่จริงแล้วแผนที่ที่เขาเก็บได้มาเป็นเวลาหลายปีกลับมีความเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้อย่างลึกซึ้ง

“ใช่แล้ว...สถานที่แห่งนี้จะต้องตกลงมาจากสวรรค์โบราณ มันถูกสืบทอดมาหลายปีแล้ว ในอดีตแผนที่ชิ้นนี้จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านแย่งชิงมาจากอาณาจักรเซียน อาณาจักรเซียนและสวรรค์โบราณจะต้องเป็นสถานที่แห่งเดียวกันอย่างแน่นอน”

วานรศักดิ์สิทธิ์เคยพูดไว้ว่าในสมัยโบราณแผนที่นี้เป็นสมบัติของบิดาเขา จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้าน

หลังจากนั้นหนังสือโบราณก็ตกไปอยู่ในมือของราชวงศ์อวี้หัว พวกเขาจึงใช้มันในการค้นหาสถานที่แห่งนี้ภายในโลกมนุษย์

แต่ต่อมาราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวถูกทำลายไปอย่างราบคาบและแผนที่ชิ้นนี้ก็ตกอยู่ในมือของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม สุดท้ายนางจึงได้เก็บมันไว้กับซากศพของตัวเองภายในรังหมื่นมังกร

ทุกอย่างเชื่อมโยงกันพอดีพอดี!

จบบทที่ 1403 - สมบัติอมตะ

คัดลอกลิงก์แล้ว