เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1402 กดดันให้ยอมสยบ

1402 กดดันให้ยอมสยบ

1402 กดดันให้ยอมสยบ


อาชาเปลวเพลิงขึ้นไปบนท้องฟ้า เกล็ดสีเลือดของมันเปล่งประกายเจิดจ้าทั่วทั้งร่างกาย ดวงตาของมันมองไปยังเย่ฟ่านด้วยความโกรธ

กีบเท้าของมันเหยียบลงเข้าที่ศีรษะของเย่ฟ่าน ท้องฟ้าแปรปรวน ลมหายใจของมันก่อตัวเป็นรูปร่างของมังกร

เย่ฟ่านประหลาดใจ พลังของอาชาเพลิงตัวนี้มันเกินกว่าจินตนาการไปมาก มันสามารถโจมตีเขาได้แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ปกครองเต๋าของโลกใบนี้ เพราะมันคืออสูรศักดิ์สิทธิ์ที่มีต้นกำเนิดจากนอกอาณาเขต

กีบของมันอาจจะถึงขั้นทำลายดวงจันทร์ได้ และพลังของมันนั้นมหาศาล ไม่ต้องใช้แรงมากมาก็สามารถสร้างภัยคุกคามให้เขาได้เลย

มันส่งเสียงคำรามอีกครั้ง แผงคอของมันเหมือนกับเปลวเพลิง ไม่ว่าเย่ฟ่านจะโจมตีมันกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไร้ซึ่งประโยชน์ พลังการป้องกันของมันน่าเหลือเชื่ออย่างแท้จริง

เมื่อมันก้าวเดินด้วยขาทั้งสี่ของมัน ยอดเขาในรัศมีห่างออกไปหลายสิบลี้ก็พังทลายกลายเป็นผงธุลีด้วยความแข็งแกร่งที่น่าทึ่งของมัน

มันพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอีกครั้ง ครานี้แสงศักดิ์สิทธิ์ที่เดือดพล่านและเขาบนหัวของมันที่เหมือนกระบี่สีแดงฉานก็ทะลวงเข้าหาเย่ฟ่านด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

เสี่ยวซงถือตระกร้ายาเล็กของมัน ซ่อนตัวที่ไหล่ของเย่ฟ่านมันตกตะลึงเมื่อเห็นพลังมหาศาลของอาชาเพลิงตัวนั้น

การต่อสู้ของเย่ฟ่านครั้งนี้หนักกว่าทุกครั้ง อสูรตัวนี้สามารถต้านทานพลังความแข็งแกร่งของเขาได้

‘โฮก!’

เสียงคำรามดังจากระยะไกล พลังโลหิตระเบิดขึ้นไปทั่วท้องฟ้า ลำแสงยิงขึ้นไปเหมือนเสาที่กำลังค้ำจุนโลกทะลุผ่านสวรรค์ทั้งเก้า

ดวงตาของเย่ฟ่านเปิดโพลง เขาพบว่าดินแดนแห่งนี้แปลกประหลาดอย่างยิ่ง มันถึงกับมีราชาผู้ยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดอยู่ถึงสามตนซึ่งเห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งมากกว่าวาติกันด้วยซ้ำ

มีฝุ่นลอยคลุ้งอยู่ไกลๆจากยอดเขาบางลูกที่พังทลายลง รอบตัวเย่ฟ่านถูกปกคลุมด้วยฝุ่นละอองสีดำ

เสี่ยวซงที่กังวลถือตะกร้าของตัวเองไว้แน่น เกาะไหล่ของเย่ฟ่านโดยใช้อุ้งเท้าเล็กๆ คว้าที่คอเสื้อเย่ฟ่านอย่างมั่นคง

แม้ว่าราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามจะต้องการฆ่าเขา แต่เย่ฟ่านนั้นไม่ได้สนใจ เพราะยังไม่มีใครที่อยู่ในขอบเขตผู้ยิ่งใหญ่จะสามารถเอาชนะเขาได้

จากนั้นเย่ฟ่านก็เริ่มลงมือตอบโต้ราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามภายในคุนหลุนทันที

‘โฮก!’

ทันใดนั้นเสียงคำรามที่ดังก้องกังวาลไปทั่วสวรรค์พิภพก็ดังขึ้นอีกครั้ง ภายใต้แสงสีทองสว่างจ้ากระทิงยักษ์ตัวหนึ่งได้ปรากฏขึ้นบนยอดเขา

นี่คือกระทิงสีทอง เนื้อตัวเงางาม ความสูงถึงร้อยวา หันหน้าไปทางอาชาเพลิง

อีกด้านหนึ่งมีวานรสีดำอยู่บนท้องฟ้า พื้นโลกมีหมอกสีดำปกคลุมขนาดความสูงร้อยวา กระบี่ในมือของมันเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ในขณะที่ฟาดฟันเข้าหาศีรษะของเย่ฟ่าน

อสูรตัวที่สามเป็นนักพรตซึ่งแปลงกายเป็นมนุษย์แล้ว มันสวมมงกุฎสีทองบนหัว สีผิวซีดดูน่ากลัว ในมือของมันเป็นทวนระดับผู้อมตะที่ดูลึกลับและทรงพลังอย่างมาก

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกมันถึงกล้าโจมตีเย่ฟ่านเพราะอาวุธของมันนั้นมีพลังมหาศาล เย่ฟ่านไม่ได้มีความหวั่นเกรงแต่อย่างใด ร่างของเขาเคลื่อนไหววูบวาบกลางอากาศก่อนจะเริ่มโจมตีอสูรระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหกตน

“นี่คือทวนศักดิ์สิทธิ์ของข้า วันนี้เจ้าพ่ายแพ้แล้ว ออกไปจากถ้ำจักรพรรดิอัคคีซะ!”

อสูรนักพรตตะโกน ทันใดนั้นก็มีแสงสีดำพุ่งออกมาทะลุสวรรค์ทั้งเก้า

ราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามนั้นแข็งแกร่งมาก เพราะทวนมังกรดำที่อยู่ในมือของนักพรตผู้นั้นเองที่ทำให้เย่ฟ่านต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่กดดันอย่างมาก

เย่ฟ่านเพียงเลือกที่จะหลบหลีกและไม่ได้ต่อสู้อย่างจริงจังมากนักสาเหตุก็เพราะแม้ว่าอสูรผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 ตัวจะปรากฏขึ้นในเวลาเดียวกันแต่จริงๆแล้วพวกมันไม่ได้เป็นมิตรกันแม้แต่น้อย

ในขณะนี้พวกมันกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดและต่อสู้กับเย่ฟ่านไปด้วย

ระหว่างการต่อสู้ที่ดุเดือด ดวงตาของอสูรวานรเต็มไปด้วยการดูถูกเหยียดหยามและหยิ่งผยอง มันจ้องมองไปยังราชาผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ คล้ายกับว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับมัน

แต่ในการต่อสู้ครั้งนี้นั้นอาชาเพลิงมีความเร็วไม่แตกต่างจากสายฟ้า

ราชาวัวสีทอง วานรยักษ์สีดำสูงร้อยวา และนักพรตมองหน้ากัน พวกเขาเลือกที่จะลงมือโจมตีอาชาเพลิงเป็นอันดับแรกเพราะเห็นได้ชัดว่าพลังของอาชาเพลิงตัวนี้ดูเหมือนจะเหนือล้ำกว่าพวกเขาเล็กน้อย

ทันใดนั้นอาชาเพลิงกระโดดไปข้างหน้าโจมตีกระทิงทอง กีบเท้าของมันทะลวงผ่านการป้องกันของกระทิงทองและทำให้ร่างกายที่สูงกว่าร้อยวาของวัวยักษ์ล้มลงกับพื้น

‘บูม’

เย่ฟ่านเลือกที่จะถอยกลับพร้อมกับรอให้อสูรผู้ยิ่งใหญ่ทุกตัวต่อสู้กันจนพ่ายแพ้ทั้งสองฝ่ายไปก่อนจากนั้นเขาจึงลงมือโจมตีอาชาเพลิงเพื่อทำให้มันกลายเป็นอสูรพาหนะของเขา

อาชาเพลิงควบคุมการต่อสู้ได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่มันไม่ได้ต้องการที่จะสังหารอสูรทั้งสามให้ตาย ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกมันจะซับซ้อนมาก

‘เฉียง’

เย่ฟ่านกดฝ่ามือขนาดใหญ่เข้าหาอาชาเพลิงทันทีที่การต่อสู้ระหว่างอสูรในระดับผู้ยิ่งใหญ่จบลง พลังการโจมตีครั้งนี้น้ำหนักมากกว่าล้านจินและพลังทำลายล้างของมันไม่แตกต่างจากอุกกาบาตลูกใหญ่พุ่งชนโลก

อาชาเพลิงและอสูรตัวอื่นๆเต็มไปด้วยความหวาดกลัว พวกมันส่งเสียงกรีดร้องพยายามหลบหนีออกไปให้พ้นทาง

อาชาเพลิงรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้าย มันตระหนักได้ทันทีว่าเย่ฟ่านไม่ใช่คนที่มันจะต่อต้านได้ ดังนั้นมันจึงพยายามวิ่งหนี อย่างไรก็ตามมันจะหลบหลีกการโจมตีที่แฝงไว้ด้วยทักษะซิงจื่อของเย่ฟ่านได้อย่างไร

ปัง!

อาชาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ล้มลงไปบนพื้น มันพยายามตะเกียดตะกายลุกขึ้นแต่เย่ฟ่านได้กระโดดขึ้นไปนั่งบนหลังของมันพร้อมกับจี้นิ้วไปที่กะโหลกศีรษะของอาชาเพลิง

การกระทำของเขาชัดเจนอย่างยิ่งว่าหากมันไม่ยอมสยบเขาจะระเบิดกะโหลกศีรษะและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายในของมันทันที

เย่ฟ่านนั่งอยู่บนหลังของอาชาเพลิงอย่างสง่างามท่าทางของเขาราวกับเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ อาชาเพลิงคำรามเสียงดังลั่น ภูเขาโดยรอบสั่นสะเทือน ความโกรธของมันได้ทำลายภูเขาศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วน แต่ไม่สามารถทำอะไรกับเย่ฟ่านได้

เย่ฟ่านได้ตัดสินใจพิชิตอาชาตัวนี้ ตามบันทึกในหนังสือโบราณว่าอาชาศักดิ์สิทธิ์สายเลือดมังกรนั้นเป็นสาธารณะระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่

หากในอนาคตเขาประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะมันจะพัฒนากลายเป็นหนึ่งในสัตว์พาหนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่จักรวาลถูกสร้างขึ้นมา

อาชาเพลิงไม่ยังไม่ยอมแพ้ แต่อสูรผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมดที่ต่อสู้กันเมื่อครู่นี้ต่างคุกเข่าลงและยอมจำนนอย่างไม่มีเงื่อนไข อสูรนักพรตมอบทวนสีดำให้กับเย่ฟ่านอย่างเต็มใจ

ทวนลึกลับมาจากนอกดินแดนซึ่งได้รับการเลี้ยงดูจากพลังอมตะแห่งคุนหลุนมีความแปลกประหลาดอย่างยิ่ง แม้ว่ามันจะเป็นเพียงอาวุธระดับเซียนแต่เย่ฟ่านเชื่อว่าในอนาคตมันจะพัฒนาไปถึงขั้นอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วได้อย่างแน่นอน

เย่ฟ่าประหลาดใจที่เห็นทวนสีดำเล่มนี้ มันมาจากนอกดินแดนเพราะมีกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากโลกมนุษย์

การปรากฏตัวของทวนเล่มนี้หมายความว่าในอดีตเคยมีกลุ่มสิ่งมีชีวิตนอกดินแดนบุกเข้าสู่โลกของพวกเขา เพราะถ้าเป็นสิ่งมีชีวิตระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มาที่นี่เพียงคนเดียวไม่มีทางที่เขาจะใช้อาวุธระดับต่ำแบบนี้ได้

กระทิงทอง อสูรวานร นักพรตอสูร และอาชาเพลิงล้วนมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน แต่ด้วยความขัดแย้งบางอย่างที่เกิดขึ้น ทำให้พวกมันต้องต่อสู้เพื่อแย่งชิงถ้ำโบราณซึ่งถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของคนที่พวกเขาเรียกว่าเทพอัคคี

ทวนมังกรถูกนักพรตอสูรยึดครอง ในขณะที่ถ้ำโบราณเทพอัคคีกลายเป็นที่พำนักของอาชาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เมื่ออสูรผู้ยิ่งใหญ่อีกสองตัวไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรพวกมันจึงทำการต่อสู้กันเรื่อยมา

เย่ฟ่านที่กำลังควบอาชาศักดิ์สิทธิ์สัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่อยู่ด้านล่างของถ้ำเทพอัคคี จากนั้นเขาก็ใช้พลังของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์เพื่อกระตุ้นให้ต้นกำเนิดความร้อนที่อยู่ด้านล่างปะทุขึ้นมาบนผิวดิน

“ต้นกำเนิดของถ้ำเทพอัคคีคืออะไร?”

เขามองไปยังของเหลวที่มีความร้อนเหมือนกับหินหนืด แม้ว่ามันจะมีความร้อนอย่างมากแต่มันก็มีลักษณะคล้ายกับต้นกำเนิดสวรรค์

หากขัดเกลาสิ่งนี้ด้วยวิธีการที่ถูกต้องมันจะเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก ไม่น่าแปลกใจเลยที่อาชาเพลิงศักดิ์สิทธิ์มีความแข็งแกร่งมากกว่าอสูรผู้ยิ่งใหญ่ตัวอื่นๆ

เย่ฟ่านควบคุมต้นกำเนิดเทพอัคคีที่อยู่ด้านล่างครึ่งหนึ่งเข้าไปในหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิด จากนั้นก็ยกต้นกำเนิดอัคคีทั้งหมดให้กับอสูรผู้ยิ่งใหญ่ที่เหลือ

จากนั้นเยฟ่านก็ลูบหัวอาชาเพลิงแล้วกล่าวว่า “เจ้าและทั้งสามมีมิตรภาพที่ดีต่อกันไม่ใช่หรือ เอาล่ะ ข้าเก็บพวกมันครึ่งหนึ่งให้เจ้า หลังจากนี้จงรับใช้ข้าให้ดี ในอนาคตเจ้าจะประสบความสำเร็จมากกว่าที่เจ้าจะจินตนาการได้”

อาชาเพลิงโกรธและปฏิเสธความพ่ายแพ้ เย่ฟ่านจึงชี้นิ้วไปข้างหน้าและทำลายถ้ำเทพอัคคีให้กลายเป็นฝุ่นผงจากการเคลื่อนไหวอย่างสบายๆ

“ติดตามข้าออกท่องท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวแล้วเจ้าจะกลายเป็นเซียนอสูรผู้ยิ่งใหญ่ หากเจ้าต่อต้านข้าจะฆ่าเจ้าที่นี่ทันที”

………

จบบทที่ 1402 กดดันให้ยอมสยบ

คัดลอกลิงก์แล้ว