เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1401 อาชามังกร

1401 อาชามังกร

1401 อาชามังกร


1401 อาชามังกร

จักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ ความแข็งแกร่งของนางเป็นใหญ่เหนือสวรรค์พิภพ ทุกอาณาจักรต่างก้มหัวให้ นางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง แต่เมื่อมาที่นี่นางกลับเอาแต่ร้องไห้ด้วยความเศร้าโศก

เย่ฟ่านตกตะลึง มีเพียงเถาวัลย์โบราณที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด มันมีอายุยืนยาวอย่างน่าเหลือเชื่อ

ในสายตาของมันนี่เป็นเหตุการณ์ที่น่าตื่นตะลึงอย่างยิ่ง ในสายตาของผู้อื่นนางคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ แต่เมื่อนางกลับมาที่นี่นางกลับเป็นเพียงผู้วิปโยคเท่านั้น

จักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมแข็งแกร่งจนสามารถโค่นดวงดาว ทำลายดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ สังหารผู้คนได้ทั้งโลกได้อย่างง่ายดาย

นางไม่เพียงเป็นสตรีที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เถาวัลย์โบราณเคยเห็นแต่ต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ก็ไม่มีใครสามารถเทียบกับนางได้

เถาวัลย์โบราณนำเย่ฟ่านมาถึงหน้าผาขาดแห่งหนึ่ง ในสถานที่แห่งนี้เย่ฟ่านตกตะลึงเป็นอย่างมาก เสี่ยวซงเองก็เช่นกัน

เถาวัลย์โบราณบอกเย่ฟ่านว่านี่คือสิ่งที่จักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมทิ้งไว้ในตอนนั้น การลงมือของนางทำให้เกิดแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนไปทั่วจนภูเขาคุนหลุนเกือบทั้งหมดต้องพังทลายลง

“ข้าเคยเห็นด้วยตาตัวเองว่านางยกมือขึ้นครั้งเดียวก็สามารถตัดภูเขามังกรแห่งนี้ออกเป็นสองส่วนได้อย่างง่ายดาย ท่านควรเข้าใจว่าสถานที่แห่งนี้ได้รับการปกป้องจากค่ายกลที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ แต่นางกลับทำลายมันได้อย่างง่ายดาย” เถาวัลย์โบราณกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

มีเศษอาภรณ์เปื้อนเลือดถูกทิ้งไว้กลางหน้าผา แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานถึงสองแสนปีแต่อาภรณ์ที่ถูกทิ้งไว้ยังคงลักษณะเดิมไม่มีความเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย

เย่ฟ่านเปิดตาที่สามมองไปยังสถานที่แห่งนั้น เขาเห็นข้อความบนอาภรณ์ที่เปื้อนเลือด แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนมากนักแต่เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงร่องรอยแห่งเต๋าอันน่าสะพรึงกลัว

“ข้าอยากตาย…แม้ว่าข้าจะทำทุกอย่างแล้วแต่กลับไม่สามารถช่วยเขาให้ฟื้นคืนชีพกลับมา?”

หัวใจของเย่ฟ่านสั่นสะท้าน แท้ที่จริงแล้วจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมมาที่นี่ก็เพื่อช่วยให้คนที่ตายไปนานหลายปีฟื้นคืนชีพกลับมา การกระทำของนางท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง

ต้องเข้าใจว่าการฟื้นคืนชีพให้ผู้คนนั้นยังยากลำบากมากกว่าการทำให้ตัวเองกลายเป็นอมตะด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมจะมีวิธีการบางอย่างไม่เช่นนั้นนางคงไม่มาถึงดาวดวงนี้อย่างแน่นอน น่าเสียดายที่สุดท้ายนางยังคงล้มเหลว

แผ่นหินที่ทำจากดวงดาวส่องแสงแวววาว แสงนั้นส่องสว่างมาตั้งแต่สมัยโบราณ นี่คือร่องรอยที่เกิดจากการโจมตีของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม

แม้ว่ามันจะผ่านไปนานหลายแสนปีแต่นี่คือสมบัติอันยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกใบนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

“อย่างที่ท่านเห็น น้ำตกแห่งความโกลาหลที่ไหลออกมาจากหน้าผาไม่เคยเหือดแห้งแม้ว่าเวลาจะผ่านไปถึงสองแสนปีแล้วก็ตาม สิ่งนี้ถือว่าเป็นปาฏิหารย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในคุนหลุน” เถาวัลย์โบราณกล่าว

เป็นเวลากว่าสองแสนปีแล้วนับตั้งแต่ที่จักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมทิ้งร่องรอยของตัวเองไว้ มีผู้คนมากมายมาที่นี่เพื่อนำเต๋าและเจตจำนงของนางขัดเกลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตัวเอง

เถาวัลย์โบราณบอกกับเย่ฟ่านว่า เขาสามารถสร้างอาวุธของตัวเองที่นี่ได้ มันจะมีพลังแห่งความโกลาหลแฝงเข้าไปในอาวุธของเขา แน่นอนว่าระดับอาวุธของเย่ฟ่านจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่อาจจินตนาการได้

หม้อปราณปัฐพีต้นกำเนิดของเย่ฟ่านปกติแล้วไม่ต้องทำเช่นนั้น เขาไม่ต้องการให้มันแปดเปื้อนเต๋าของผู้อื่น ดังนั้นเย่ฟ่านจึงเลือกที่จะขัดเกลาระฆังศักดิ์สิทธิ์ของเสี่ยวซงแทน

“มีอันตรายรออยู่ข้างหน้า มีจักรพรรดิอาศัยอยู่ที่นั่น ข้าไม่กล้าเข้าไปข้างในเพราะเขาจะเอาตัวข้าไปทำยาทันที” เถาวัลย์โบราณเตือนเย่ฟ่าน

เย่ฟ่านเพียงพยักหน้า จากนั้นก็เดินทางต่อไปพร้อมกับเสี่ยวซง

“ย้อนกลับไปตอนนั้น ราชวงศ์อวี้หัวมุ่งมั่นที่จะบรรลุความเป็นอมตะ ดูเหมือนว่าผู้ที่ทำหน้าที่บุกเบิกเส้นทางให้กับพวกเขามีพี่ชายของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมรวมอยู่ในนั้นด้วย น่าเสียดายที่เขาต้องมาตายที่นี่อย่างน่าเศร้า…”

‘โฮก!’

เสียงคำรามดังออกมาจากราชสีห์สามเศียรร่างกายสาดส่องด้วยแสงสีทองยืนขวางอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ในขณะเดียวกันในบริเวณใกล้เคียงก็มีสัตว์อสูรระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่อีกหลายตัว

“ภายใต้การหล่อเลี้ยงของปราณมังกรแห่งคุนหลุนสถานที่แห่งนี้จึงไม่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติของเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ สิ่งมีชีวิตในสถานที่แห่งนี้ล้วนแข็งแกร่งมากกว่าผู้คนทั่วไป” เย่ฟ่านเปล่ากับตัวเอง

พลังของสวรรค์พิภพเหือดแห้ง แต่คุนหลุนคือข้อยกเว้น เพราะภายใต้การดำรงอยู่ของภูเขามังกรเก้าสิบเก้าตัวสถานที่แห่งนี้ไม่เพียงดึงดูดปราณสวรรค์พิภพทั้งโลก แต่มันยังดึงดูดพลังชีวิตจากดาวดวงอื่นในจักรวาลเข้ามาหล่อเลี้ยงตัวเองอีกด้วย

ดวงตาของราชสีห์สามเศียรเป็นประกายเมื่อมันเห็นเย่ฟ่านและเสี่ยวซง มันอ้าปากแล้วพยายามกลืนกินพวกเขาเข้าไปข้างใน

เย่ฟ่านปลดปล่อยรัศมีพลังที่แข็งแกร่งของเขาออกมาเล็กน้อย ราชสีห์สามเศียรร่างกายสั่นสะท้านสีหน้าของมันเต็มไปด้วยความกลัวในขณะที่วิ่งหลบหนีจากไปทันที

ครึ่งชั่วยามต่อมาเย่ฟ่านข้ามสันเขาที่เต็มไปด้วยป่าเข้าสู่ที่ราบเปิดโลกแห่งหนึ่ง ในสถานที่แห่งนี้มีเพียงภูเขาหินตั้งตระงานอยู่ข้างหน้าและมีเถาวัลย์โบราณหลายร้อยต้นโดยแทบไม่มีต้นไม้ใหญ่ปรากฏขึ้นเลย

“มีอสูรโบราณอยู่ที่แห่งนี้หรือไม่?”

ในดินแดนแห่งนี้ดูเหมือนจะไม่มีสัตว์อสูรที่ทรงพลังอาศัยอยู่ ซึ่งแตกต่างจากป่าโบราณที่พวกเขาเพิ่งผ่านมาราวกับอยู่กันคนละโลก

หัวใจของเย่ฟ่าสั่นไหว เสี่ยวซงอุทานด้วยความตื่นเต้นก่อนที่มันจะเริ่มรวบรวมเถาวัลย์โบราณซึ่งเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ระดับครึ่งก้าวราชาโอสถ

เถาวัลย์โบราณเหล่านี้อายุประมาณห้าหมื่นหรือหกหมื่นปี สิ่งเหล่านี้ทำให้ทั้งสองคนมีความสุขอย่างมาก

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเก็บรวบรวมสมุนไพรอยู่นั้น ราชสีห์ตัวใหญ่และมังกรร้ายสองหัวก็ปรากฏตัวออกมา พวกมันส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธจากระยะไกลและพร้อมที่จะเข้าขย้ำพวกเขาได้ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตามอสูรระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองเพียงวนเวียนอยู่ในรัศมีใกล้เคียงเท่านั้น พวกมันรู้ดีว่าเย่ฟ่านแข็งแกร่งมากเพียงใด ดังนั้นพวกมันจึงส่งเสียงคำรามโหยหวนคล้ายกับต้องการเรียกเจ้านายของมันออกมา

“แม้แต่อสูรที่ทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ภูเขายังแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ เจ้านายของมันจะทรงพลังมากเพียงใด”

โฮก!

ในเวลาไม่นานเจ้านายของสัตว์อสูรทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้น ร่างกายของมันโอบล้อมด้วยเปลวเพลิง แม้จะมีขนาดไม่แตกต่างจากอาชาทั่วไป แต่กลิ่นอายของมันนั้นไม่มีทางที่สัตว์อสูรทั้งสองจะเทียบได้

“ครึ่งก้าวเซียนอสูร!”

มีแสงวาบในดวงตาของเย่ฟ่าน ถึงแม้ว่าเย่ฟ่านจะรู้ดีว่าพลังอมตะของคุนหลุนนั้นไม่ธรรดา แต่เขาไม่คิดเลยว่าจะพบกับสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งจนเกือบจะเป็นเซียนอสูรที่นี่

‘บูม’

เปลวเพลิงทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้ากลายเป็นเมฆสี ดินแดนอันกว้างใหญ่ไพศาลถูกเผาผลาญจนกลายเป็นสีแดง อสูรศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้คำรามด้วยความโกรธก่อนจะพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอย่างดุร้าย

ความเร็วของอาชาสีแดงเพลิงตัวนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ความเคลื่อนไหวของมันรวดเร็วไม่แตกต่างจากสายฟ้า

นี่มันอาชาพันธุ์อะไรกัน? เย่ฟ่านไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดและกล้าหาญเช่นนี้มาก่อน

ภายใต้การควบตะบึงไปข้างหน้าของอาชาสีแดงเพลิง ราชสีห์ศักดิ์สิทธิ์และมังกรสองหัวระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ต่างหมอบลงกับพื้นเพื่อเป็นการศิโรราบ

เย่ฟ่านไม่ได้หลบหลีก เขากระแทกกำปั้นสีทองอัดเข้ากับกีบเท้าที่เปล่งประกายด้วยเปลวเพลิงอันร้อนแรงซึ่งพยายามกระแทกเข้าหาหน้าผากของเขา

ปัง!

‘โฮก!’

อาชาสีแดงเพลิงถูกกระแทกปลิวกลับไปทางด้านหลัง มันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธพร้อมกับพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอีกครั้ง

ความเคลื่อนไหวของอาชาศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ทำให้เย่ฟ่านตกตะลึงเป็นอย่างมาก เขาโจมตีออกไปอย่างสุดกำลังแต่กลับไม่สามารถสร้างอันตรายให้มันได้แม้แต่น้อย

อาชาตัวนี้ถือกำเนิดขึ้นภายในภูเขาคุนหลุนซึ่งมีพลังปราณมังกรแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล นั่นทำให้มันเกิดการกลายพันธุ์จนมีเกล็ดสีแดงฉานปกคลุมทั่วร่างกาย

ในขณะเดียวกันเมื่อมันก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะพลังของมันก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็กลายเป็นหนึ่งในผู้ปกครองที่แท้จริงแห่งภูเขาคุนหลุน

เย่ฟ่านมีความประหลาดใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อต่อสู้กับอาชาสีแดงเพลิงตัวนี้ เขาเคยได้ยินเรื่องราวของอาชามังกรในตำนานเช่นกัน

อย่างไรก็ตามภายในเป่ยโต้วไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน และผู้ที่บันทึกตำรานั้นก็คือบรรพชนแห่งตระกูลจี้ซึ่งเคยท่องเที่ยวไปทั่วจักรวาล

“ไม่แปลกใจเลยที่ข้าไม่สามารถฆ่ามันได้ เพราะมันคืออาชามังกรในตำนาน!”

เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง ในยุคปัจจุบันมีสิ่งมีชีวิตระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้ แต่อาชาศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้ไม่เพียงไม่ตายจากการโจมตีของเขาเท่านั้น แต่มันยังดูเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บอีกด้วย

‘ปัง!’

หมัดหกสังสารวัฏของเย่ฟ่านทุบเข้าไปที่ศีรษะของอาชามังกรและทำให้ร่างของมันไถลไปกับพื้นเป็นระยะทางกว่าสิบลี้ แต่สุดท้ายอาชามังกรตัวนี้ยังคงลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

“ม้าตัวนี้มีความเกี่ยวข้องกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ภายในภูเขาหรือไม่?”

เย่ฟ่านมองอาชามังกรด้วยดวงตาร้อนผ่าว หากเขาได้รับม้าตัวนี้มาเป็นสัตว์พาหนะ เมื่อเขากลับไปยังเป่ยโต้วบางทีมันอาจจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียนอสูรได้เลย

…………

จบบทที่ 1401 อาชามังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว