เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: สู่โลกย้อนยุค เซ่อจู้ซัดกับเหอตาชิ่ง

บทที่ 11: สู่โลกย้อนยุค เซ่อจู้ซัดกับเหอตาชิ่ง

บทที่ 11: สู่โลกย้อนยุค เซ่อจู้ซัดกับเหอตาชิ่ง


เมื่อเห็นเจ้าเซ่อจู้จูงมือหญิงสาวแปลกหน้าเดินเข้ามาในบ้านพักรวม เยี่ยนปู้กุ้ยก็รีบก้าวเข้ามาขวางทางทันที

"เซ่อจู้ แกไม่ได้ยินที่ฉันถามหรือไง?"

แววตาของซูว่านจินวับวาบด้วยความโกรธ แทนที่จะตอบคำถาม เขากลับตอกกลับเยี่ยนปู้กุ้ยตรงๆ ว่า "ตาแก่เยี่ยน แกไม่ได้ยินที่ฉันพูดเมื่อวานนี้รึไง?"

เยี่ยนปู้กุ้ยนึกถึงคำขู่ของเซ่อจู้เมื่อวันก่อนขึ้นมาได้ทันควัน เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางเอาเรื่องของชายหนุ่ม เขาก็รีบละล่ำละลักพูด "จู้จื่อ... อาเยี่ยนผิดเอง อาเยี่ยนขอโทษแกตรงนี้เลยแล้วกันนะ"

ซูว่านจินถึงยอมคลายสายตาดุดันลง เขาคิดในใจ: ตาแก่เยี่ยนนี่หัวไวดีเหมือนกัน ถ้ามันกล้าเรียกฉันว่าเซ่อจู้อีกคำเดียว ฉันไม่เกี่ยงที่จะคว้าก้อนอิฐฟาดหน้ามันแน่ๆ

"นี่เมียที่ฉันเพิ่งแต่งเข้าบ้าน"

เยี่ยนปู้กุ้ยอึ้งไป "เมียที่เพิ่งแต่งงั้นเรอะ?"

ซูว่านจินทำสีหน้าเหยียดหยามราวกับคร้านที่จะอธิบาย "จะเชื่อไม่เชื่อก็ช่าง ภรรยาจ๋า... ไปกันเถอะ" พูดจบเขาก็จูงมือฉินไหวหรูตรงไปยังลานกลางบ้านทันที

ฉินไหวหรูพยักหน้าให้เยี่ยนปู้กุ้ยเล็กน้อยก่อนจะเดินตามหลังซูว่านจินไป ท่าทางดูเป็นภรรยาผู้นอบน้อมและเชื่อฟังอย่างยิ่ง

ทันทีที่มาถึงลานกลางบ้าน ทั้งสองก็บังเอิญสวนกับป้าเจียและป้าอี้ที่กำลังยืนปรับทุกข์คุยกันอยู่พอดี

เมื่อเห็นซูว่านจินพาใครบางคนมาด้วย ป้าอี้ก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม "เซ่อจู้ ใครเดินตามหลังมาน่ะ? ญาติฝั่งไหนเหรอ? หน้าตาสะสวยเชียว!"

ซูว่านจินปรายตามองป้าอี้และป้าเจียแวบหนึ่ง แต่ก็เมินเฉยใส่พวกเธออย่างสิ้นเชิงแล้วเดินตรงไปยังประตูบ้านของตัวเอง

ฉินไหวหรูส่งยิ้มให้ป้าอี้และป้าเจียตามมารยาท จากนั้นก็รีบเดินตามหลังซูว่านจินไปติดๆ

ซูว่านจินหันมาบอกฉินไหวหรูว่า "ภรรยาจ๋า ห้องสามห้องตรงนี้เป็นของบ้านเราทั้งหมดเลยนะ"

เมื่อมองดูห้องขนาดใหญ่สามห้องที่มีหลังคากระเบื้องและก่อด้วยอิฐสีน้ำเงินเข้ม ฉินไหวหรูก็ลอบอุทานในใจด้วยความทึ่ง บ้านพวกนี้ช่างงดงามและดูดีกว่าบ้านดินซ่อมซ่อที่บ้านเกิดของเธอลิบลับ

พูดจบ ซูว่านจินก็ผลักประตูบ้านแล้วพานางฉินเดินเข้าไปด้านใน

ป้าอี้แสดงสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อย "เจ้าเซ่อจู้นี่มันเป็นอะไรของมันนะ?"

ตอนแรกป้าเจียไม่ได้พูดอะไร เธอยืนมองฉินไหวหรูเดินตามเซ่อจู้เข้าบ้านไปตาปรอย ก่อนจะหันไปพูดกับป้าอี้ว่า "พี่สะใภ้อี้ พี่ดูแม่สาวที่เดินตามเจ้าเซ่อจู้คนนั้นสิ ท่าทางแบบนั้น... ถ้าเอามาแต่งงานเป็นเมียให้ดงซวี่ของฉันจะดีไหมนะ?"

ป้าอี้ชะงัก "แม่สาวที่มากับเซ่อจู้เมื่อกี้เนี่ยนะ?"

ป้าเจียพยักหน้ารับ ป้าอี้จึงค่อยๆ วิเคราะห์ "สะโพกผาย หน้าอกเต็มอิ่ม ดูท่าจะเป็นผู้หญิงที่ให้กำเนิดลูกได้ง่ายและสมบูรณ์ดีนะ"

ได้ยินดังนั้น ป้าเจียก็ตบมือฉาด "นั่นไงล่ะ! แม่สาวคนนี้ต้องคลอดลูกชายสืบสกุลให้เจ้าดงซวี่ของฉันได้แน่ๆ!"

ป้าอี้รีบท้วง "แต่เรายังไม่รู้เลยนะว่าแม่สาวคนนั้นมีคู่หมายหรือแต่งงานไปแล้วหรือยัง แกก็คิดจะเอาเขามาเป็นลูกสะใภ้ซะแล้วเหรอ?"

ป้าเจียโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ "ต้องเป็นญาติบ้านนอกของฝั่งเซ่อจู้อยู่แล้ว พี่ไม่เห็นเสื้อผ้าที่หล่อนใส่เรอะ? ชุดบ้านนอกคอกนาขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่คนต่างจังหวัดแล้วจะเป็นอะไรไปได้?"

ป้าอี้พยักหน้าช้าๆ "ฟังดูมีเหตุผล"

เมื่อเห็นป้าอี้เห็นพ้องด้วย ป้าเจียก็ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากขึ้นไปอีก

"พี่สะใภ้อี้ เดี๋ยวพอตาเฒ่าอี้กลับมา พี่ลองให้เขาไปเลียบๆ เคียงๆ ถามเหอตาชิ่งดูหน่อยสิ! ถ้าแม่สาวคนนั้นมาจากบ้านนอกเพื่อมาขอความช่วยเหลือจริงๆ เราจะได้เอามาเป็นเมียให้เจ้าดงซวี่"

"แถมพอถึงเวลานั้น เรายังจะให้เหอตาชิ่งยกห้องให้ห้องหนึ่งเป็นสินเดิมของฝ่ายหญิงด้วย"

"แบบนี้พอหล่อนแต่งกับดงซวี่แล้ว จะได้มีห้องส่วนตัวอยู่กันสองคน ส่วนฉันที่เป็นคนแก่คนเฒ่าจะได้ครองห้องเดิมคนเดียวไปเลยสบายๆ"

มุมปากของป้าอี้กระตุกในใจคิด: ยัยป้าเจียคนนี้มันช่างหน้าหนาเกินทน อยากจะแต่งญาติของคนอื่นเข้าบ้านแท้ๆ แต่ยังหน้าด้านหวังจะให้เขาแถมห้องพักให้อีกห้องหนึ่งฟรีๆ

ภายในบ้านของเซ่อจู้

ซูว่านจินวางห่อสัมภาระของฉินไหวหรูลง "ภรรยาจ๋า นี่คือบ้านของเรานะ"

ฉินไหวหรูกวาดสายตาคู่งามมองสำรวจไปรอบๆ ห้อง

บอกตามตรงว่าสภาพห้องหับไม่ได้สะอาดสะอ้านเท่าไหร่นัก

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเธอแต่งงานเข้ามาแล้ว หน้าที่แรกของเธอก็คือการปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดที่นี่ให้เรียบร้อย

ซูว่านจินเกาหัวแก้เก้อพลางมองดูห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นเขรอะ ก่อนจะยิ้มแหยๆ "ภรรยาจ๋า ตั้งแต่แม่พี่เสียไป ในบ้านก็เหลือแค่พี่ พ่อ แล้วก็น้องสาว"

"น้องสาวยังเด็กเกินไป ส่วนพี่กับพ่อก็เป็นแค่ผู้ชายอกสามศอกสองคน เรื่องงานบ้านงานเรือนพวกนี้ไม่ประสีประสาเลยสักนิด..."

ฉินไหวหรูจ้องมองซูว่านจินด้วยดวงตาใสแจ๋วขณะที่เขาบ่นพึมพำ

เมื่อซูว่านจินหันมาสบตา เธอรีบก้มหน้าลงต่ำด้วยความขัดเขิน "หนู... เดี๋ยวหนูจะทำความสะอาดให้เดี๋ยวนี้แหละค่ะ" พูดจบเธอก็หยิบไม้กวาดที่อยู่หลังประตูแล้วเริ่มลงมือกวาดพื้นทันที

ซูว่านจินพยักหน้าอย่างพึงพอใจในใจ การแต่งงานกับภรรยาคนนี้ถือเป็นก้าวที่ดีที่สุดจริงๆ ทั้งรู้ความ ขยันขันแข็ง แถมเรื่องสืบทอดทายาทก็ดูไร้กังวล

นี่คือการตัดสินใจที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เขาข้ามมิติมาเยือนโลกใบนี้เลยทีเดียว

ระหว่งที่ซูว่านจินกำลังยืนเหม่อมองแผ่นหลังและทรวดทรงส่วนเว้าส่วนโค้งอันงดงามของฉินไหวหรูอยู่นั้น เหอตาชิ่งก็เข็นจักรยานพาน้องเล็กเหออวี่สุ่ยเดินเข้ามาในบ้านพอดี

ฉินไหวหรูยืดตัวตรงขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเหอตาชิ่งเธอก็เอ่ยทักทาย "คุณพ่อ กลับมาแล้วเหรอคะ!"

เหอตาชิ่งพยักหน้ารับ ส่วนอวี่สุ่ยน้อยวิ่งร่าเข้าไปหาฉินไหวหรูทันที "พี่สาว พี่คือภรรยาที่พี่ชายหนู่แต่งเข้ามาใช่ไหมจ๊ะ?"

ฉินไหวหรูมองเด็กหญิงตัวน้อยน่าตารักแล้วพยักหน้าช้าๆ พลางส่งยิ้มให้

อวี่สุ่ยน้อยเอ่ยชม "พี่สะใภ้ พี่สวยจังเลย!"

เมื่อเห็นว่าเปียผมบนหัวของอวี่สุ่ยเริ่มหลุดลุ่ย ฉินไหวหรูจึงบอกว่า "ผมหนูเริ่มยุ่งแล้ว มาเถอะ เดี๋ยวพี่สะใภ้จะถักเปียใหม่ให้นะจ๊ะ!"

เด็กน้อยพยักหน้าหงึกๆ ด้วยความดีใจ

หลังจากจอดจักรยานเข้าที่เรียบร้อย เหอตาชิ่งก็หันมาบอกซูว่านจิน "มานี่ ตามพ่อมาที่ห้องโน้นหน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย"

ซูว่านจินพยักหน้ารับแล้วเดินตามพ่อไปยังห้องข้างๆ

"จู้จื่อ ตอนนี้แกก็แต่งงานมีเมียเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว พ่ออาจจะออกเดินทางในอีกวันสองวันนี้แหละ"

ซูว่านจินจ้องหน้าเหอตาชิ่ง "พ่อครับ แล้วเรื่องงานของผมล่ะ?"

"พรุ่งนี้แกก็แค่เดินตามอาจารย์อี้ไปที่โรงงานรีดเหล็กก็พอแล้ว"

(ในปี 1951 โรงงานรีดเหล็กยังคงเป็นวิสาหกิจเอกชน การจะรับใครเข้าทำงานเพียงแค่มีคำสั่งคำเดียวจากผู้อำนวยการโหลวก็ถือว่าสิ้นสุด)

ซูว่านจินอึ้งไป: จะให้ฉันไปโรงงานรีดเหล็กกับตาแก่จอมเสแสร้งคนนั้นเนี่ยนะ? ตาแก่นี่กำลังแกล้งฉันอยู่ชัดๆ!

"ไม่มีทาง พ่อยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่าง"

เหอตาชิ่งมองหน้าซูว่านจิน "จู้จื่อ พ่อหมดเงินไปเกือบห้าร้อยหยวนเพื่อสู่ขอเมียคนนี้มาให้แกเลยนะ"

"เกือบห้าร้อยหยวนเลยเหรอครับ?"

เหอตาชิ่งพยักหน้ายืนยัน "ค่าจักรยานสองร้อย ค่าสินสอดอีกสี่สิบ แล้วพ่อยังรับปากว่าจะซื้อจักรยานเย็บผ้าให้อีกราคามากกว่าสองร้อยหยวน รวมๆ แล้วมันไม่เกือบห้าร้อยหยวนรึไง?"

(ในยุคสมัยนั้น สินสอดทองหมั้นตามชนบทปกติจะอยู่ที่ประมาณห้าหยวนเท่านั้น)

ซูว่านจินมองสำรวจเหอตาชิ่งตั้งแต่หัวจรดเท้า "พ่อครับ พ่อน่าจะยังเก็บเงินติดตัวไว้อีกใช่ไหม?"

เหอตาชิ่งรีบเอามือกุมกระเป๋าเสื้อทันควัน "แกจะทำอะไร?"

"ก็รั้งพ่อไว้ไงครับ!"

"ไม่ยอมโว้ย"

ซูว่านจินหรี่ตาลง "เหอตาชิ่ง พ่ออย่าบีบให้ผมต้องไปแจ้งคณะกรรมการควบคุมทหารนะ!"

เมื่อเหอตาชิ่งได้ยินว่าเจ้าลูกบื้อกล้าอ้างชื่อคณะกรรมการควบคุมทหารขึ้นมาขู่เด็ดขาดขนาดนี้ เขาก็บันดาลโทสะตบผัวะเข้าใส่ทันที

ทว่าซูว่านจินก็ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มให้ใครมาเคี้ยวเล่นในโลกเดิมเขาคือเด็กหนุ่มผมเหลืองสายลุยที่คลุกคลีอยู่กับพวกนักเลงหัวไม้มาก่อน มีหรือที่เขาจะยอมยืนนิ่งๆ เป็นกระสอบทรายให้โดนซ้อมอยู่ฝ่ายเดียว

ดังนั้น ทั้งคู่จึงแลกหมัดแลกแข้งกันนัวเนีย ผลัดกันรุกรับจนดูสูสีคู่คี่กันอยู่ครู่ใหญ่

เมื่อฉินไหวหรูอุ้มอวี่สุ่ยน้อยเปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น เหอตาชิ่งกำลังนั่งกุมขาตัวเองแน่น ส่วนซูว่านจินยืนหอบแดกพร้อมกับขอบตาทั้งสองข้างที่เขียวช้ำเป็นหมีแพนด้า

อวี่สุ่ยน้อยรีบดิ้นหลุดจากอ้อมแขนของฉินไหวหรูแล้ววิ่งตรงไปหาเหอตาชิ่งทันที "คุณพ่อ พี่จ๋า อย่าตีกันเลยนะ!"

เหอตาชิ่งทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งอย่างหมดสภาพ "ไม่ตีกันแล้ว... พวกแกสองคนออกไปข้างนอกก่อนเถอะ!"

จบบทที่ บทที่ 11: สู่โลกย้อนยุค เซ่อจู้ซัดกับเหอตาชิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว