- หน้าแรก
- เกมออนไลน์ กวาดล้างปฐพีด้วยพรสวรรค์วิวัฒนาการสุดโกง
- บทที่ 4.1: โรคย้ำคิดย้ำทำกำเริบ! กวาดล้างลูกกระจ๊อกก่อนตีบอส
บทที่ 4.1: โรคย้ำคิดย้ำทำกำเริบ! กวาดล้างลูกกระจ๊อกก่อนตีบอส
บทที่ 4.1: โรคย้ำคิดย้ำทำกำเริบ! กวาดล้างลูกกระจ๊อกก่อนตีบอส
บทที่ 4.1: โรคย้ำคิดย้ำทำกำเริบ! กวาดล้างลูกกระจ๊อกก่อนตีบอส
ภายใต้ร่มเงาขนาดมหึมาที่ทอดทับลงมา ทุกชีวิต ณ ที่แห่งนั้นราวกับถูกแช่แข็ง สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังนกยักษ์ที่สยายปีกอยู่บนท้องฟ้าและร่างในชุดดำที่ยืนตระหง่านอยู่บนหลังของมัน ลมกระโชกแรงจากการตีปีกพัดเอาเศษกรวดทรายบนพื้นปลิวว่อน เงาร่างของบุคคลลึกลับดูพร่ามัวภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิด ทว่าดวงตาของเขากลับส่องประกายเจิดจ้าอย่างน่าประหลาด ราวกับนักล่าที่กำลังจ้องมองความโกลาหลเบื้องล่างอย่างเย็นชา
แม้แต่หมีพันลมกรดทมิฬที่กำลังคลุ้มคลั่งก็ยังชะงักฝีเท้า มันเงยหน้าขึ้นและแผดเสียงคำรามข่มขวัญ นัยน์ตาสีเลือดของมันเต็มไปด้วยความหวาดระแวง ชัดเจนเลยว่าบุคคลลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันผู้นี้ ทำให้มันสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามถึงชีวิต
"น... นั่นมันตัวอะไรกัน? เอ็นพีซีลับหรือว่าผู้เล่น?" เยี่ยนจู๋กวงที่หดหัวหลบอยู่หลังซากกำแพงพังๆ ดัดเสียงสั่นเครือ เขาเคยเล่นไดเมนชันนอล ริฟต์ ช่วงโคลสเบต้ามาแล้วทุกเวอร์ชัน แต่ไม่เคยเห็นตัวตนแบบนี้มาก่อนเลย แรงกดดันที่แผ่ซ่านมาจากนกยักษ์ตัวนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าหมีพันลมกรดทมิฬในสภาวะคลุ้มคลั่งเสียอีก
ทว่ามู่ชิงเฉินไม่มีเวลามานั่งสงสัยถึงตัวตนของบุคคลลึกลับ สถานะอมตะสามสิบวินาทีของเขาเหลือเพียงห้าวินาทีสุดท้ายเท่านั้น เขาต้องฉกฉวยโอกาสอันน้อยนิดนี้ไว้ เมื่อมองไปที่ฝูงผู้เล่นกิลด์ซิงถูที่ยืนออหนาแน่นอยู่รอบตัว สลับกับหมีพันลมกรดทมิฬที่กำลังกระสับกระส่าย โรคย้ำคิดย้ำทำที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดก็กำเริบขึ้นมาทันที
เช่นเดียวกับเวลาที่เขารวบรวมข้อมูลทำไกด์เกมที่จะปล่อยให้มีข้อบกพร่องแม้แต่นิดเดียวไม่ได้ ในการเผชิญหน้ากับบอส เขาก็ไม่อาจยอมให้มีลูกกระจ๊อกหน้าไหนมาเกะกะขวางทางเช่นกัน
"หร่วนซิงเหมียน หาจังหวะถอยไปที่ปากตรอกแล้วใช้สกิลฮีลสนับสนุนจากระยะไกล!" มู่ชิงเฉินออกคำสั่งรัวเร็ว พลังงานอุกกาบาตเริ่มไหลเวียนพล่านไปทั่วร่าง "ฉันจะเคลียร์ไอ้พวกเศษสวะพวกนี้ก่อน แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับบอส!"
หร่วนซิงเหมียนเข้าใจความหมายทันที เธออาศัยจังหวะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับบุคคลลึกลับ ค่อยๆ ขยับฝีเท้าถอยฉากไปหลบอยู่หลังกองฟืนที่ปากทางเข้าตรอก แสงสีเขียวจางๆ เริ่มควบแน่นที่ปลายคทาพิทักษ์โลกอีกครั้ง เธอพอจะจับนิสัยของมู่ชิงเฉินได้บ้างแล้ว ภายนอกเขาดูเยือกเย็นมั่นคง แต่แท้จริงแล้วกลับมีความหมกมุ่นในการควบคุมจังหวะการต่อสู้อย่างรุนแรง นิสัยการกวาดล้างลูกกระจ๊อกก่อนตีบอสนี้เอง ที่ทำให้เขารอดพ้นจากกับดักมฤตยูในการลงดันเจี้ยนมาได้นับครั้งไม่ถ้วน
[ติ๊ง!]
วินาทีที่เสียงแจ้งเตือนสถานะอมตะสิ้นสุดลงดังขึ้น มู่ชิงเฉินก็เคลื่อนไหว ร่างของเขาพุ่งทะยานเข้าหาผู้เล่นกิลด์ซิงถูกลุ่มที่อยู่ใกล้ที่สุดราวกับลูกธนูที่หลุดจากแล่ง ดาบไม้เริ่มต้นในมือระเบิดออร่าสีทองอร่ามขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่คิดจะออมมืออีกต่อไป พลังของพรสวรรค์วิวัฒนาการสิบเท่าถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด
"ผ่าพสุธา!" มู่ชิงเฉินตวาดเสียงต่ำ เหวี่ยงดาบไม้กระแทกลงกับพื้นอย่างสุดแรง
รอยแยกสีทองความยาวหลายเมตรก่อตัวขึ้นในชั่วพริบตา ท่ามกลางเศษกรวดหินที่ปลิวว่อน ผู้เล่นสามคนถูกกระแทกจนปลิวกระเด็น หลอดเลือดของพวกมันลดเหลือศูนย์ในทันทีและสลายกลายเป็นแสงสีขาว การตอบโต้กลับอย่างกะทันหันนี้ทำให้กิลด์ซิงถูตั้งตัวไม่ติด วงล้อมของพวกมันเกิดช่องโหว่ขึ้นในทันตา
"ทุกคนตั้งสติไว้! มันก็แค่ตัวคนเดียว!" ผู้เล่นสายควบคุมไฟดึงสติกลับมาได้และรีบสะบัดมือออกคำสั่ง "ผู้เล่นโจมตีระยะไกลใช้สกิลเลย! สายประชิดเข้าไปพัวพันมันไว้! อย่าเปิดโอกาสให้มันเด็ดหัวพวกเราทีละคน!"
พูดจบมันก็ควบแน่นลูกไฟขนาดมหึมาและปาอัดเข้าใส่แผ่นหลังของมู่ชิงเฉิน
มู่ชิงเฉินเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้ว สองเท้าก้าวเบาหวิว ร่างกายเบี่ยงหลบเปลวเพลิงดุจภูตผี ในจังหวะเดียวกันนั้นเขาก็บิดข้อมือตวัดดาบไม้ออกไป ฟาดเข้าที่ข้อมือของผู้เล่นสายประชิดคนหนึ่งอย่างแม่นยำ เสียงกระดูกลั่นดังกร๊อบ ดาบเหล็กในมือของอีกฝ่ายกระเด็นหลุดร่วงลงพื้น ยังไม่ทันที่มันจะได้แหกปากร้อง ดาบไม้ของมู่ชิงเฉินก็แทงทะลุขั้วหัวใจของมันไปเรียบร้อยแล้ว
นี่คือตรรกะการต่อสู้ของมู่ชิงเฉิน มันเหมือนกับการจัดหมวดหมู่ข้อมูลเวลาเขียนไกด์ เขาจะล็อกเป้าหมายที่เป็นอันตรายที่สุดก่อน จากนั้นค่อยๆ กวาดล้างเป้าหมายรองลงมาทีละคน โดยไม่ยอมให้สนามรบเกิดความสับสนวุ่นวายเด็ดขาด สายตาของเขาจับจ้องไปที่ผู้เล่นสายควบคุมไฟที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนอย่างรวดเร็ว สกิลระยะไกลของหมอนั่นคือภัยคุกคามแฝงที่ใหญ่ที่สุดและต้องถูกกำจัดเป็นอันดับแรก
แต่ในขณะที่มู่ชิงเฉินกำลังจะพุ่งเข้าใส่ผู้เล่นสายควบคุมไฟ หมีพันลมกรดทมิฬก็แผดเสียงคำรามขึ้นอีกครั้ง ร่างอันใหญ่โตของมันพุ่งเข้าใส่ฝูงชนอย่างบ้าคลั่ง ดูเหมือนมันจะถูกกระตุ้นจนคลุ้มคลั่งจากการโจมตีก่อนหน้านี้ หรือบางทีอาจเป็นเพราะตัวตนของบุคคลลึกลับที่ทำให้มันหวาดระแวง มันจึงเริ่มโจมตีสะเปะสะปะไปทั่ว ทุกที่ที่อุ้งเท้าของมันตะปบลงไป ผู้เล่นกิลด์ซิงถูหลายคนที่หลบไม่ทันต่างถูกทุบจนแหลกเหลว หลอดเลือดลดเหลือศูนย์ในพริบตา
"บัดซบ! บอสตัวนี้มันบ้าไปแล้ว!" เยี่ยนจู๋กวงขวัญหนีดีฝ่อ มันลุกพรวดออกมาจากหลังกำแพงพังๆ แล้วโกยแน่บหนีไปยังเขตปลอดภัยที่อยู่ห่างออกไป เขาไม่คาดคิดเลยว่าหมีพันลมกรดทมิฬจะโจมตีแบบไม่เลือกหน้า แผนการที่จะปล่อยให้ทั้งสองฝ่ายสู้กันจนหมดแรงแล้วค่อยมาชุบมือเปิบพังทลายลงไม่เป็นท่า
สนามรบตกอยู่ในความโกลาหลทันที ผู้เล่นกิลด์ซิงถูต้องคอยหลบหลีกการไล่ล่าของมู่ชิงเฉิน และยังต้องระวังการโจมตีของหมีพันลมกรดทมิฬไปพร้อมๆ กัน เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว ทว่ามู่ชิงเฉินกลับไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย นัยน์ตาของเขากลับยิ่งทอประกายเจิดจ้า แม้ความวุ่นวายนี้จะทำให้แผนการของเขารวนไปบ้าง แต่มันก็ทำลายรูปขบวนของกิลด์ซิงถูจนพังพินาศ ทำให้เขาฉวยโอกาสกวาดล้างพวกมันทีละคนได้ง่ายขึ้น