เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1353 - พี่ชายของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม

1353 - พี่ชายของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม

1353 - พี่ชายของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม


1353 - พี่ชายของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม

เหล่าเหอและซุนหงอคงยืนอยู่ในระยะไกลด้วยความกลัว ในขณะที่เย่ฟ่านกำลังศึกษาบางอย่างรอบคอบ และยังคงมองหาร่องรอยที่พอจะเป็นประโยชน์

ทะเลกลายเป็นทุ่งหม่อน ในฐานะผู้ยิ่งใหญ่จากชนเผ่าในสมัยโบราณ ก่วงเฉิงมีชีวิตอยู่จนถึงช่วงยุคชุนชิว เขาเข้าใกล้ความเป็นอมตะอย่างยิ่ง

แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ ด้วยแผนที่เพียงสองชิ้นของเขาไม่มีทางที่เขาจะสามารถกลายเป็นเซียนอมตะได้

ต่อมาเมื่ออายุยืนยาวของเขากำลังจะหมดลง เขาจึงบุกเข้าไปในสถานที่บูชายัญในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิต ซึ่งทำให้สิ่งต่างๆ แย่ลงไปอีก

เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง เขาเป็นจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ผู้อยู่ยงคงกระพัน

แม้แต่ก่วงเฉิงที่กำลังจะก้าวเข้าสู้ความเป็นอมตะยังทำได้เพียงดิ้นรนเอาชีวิตรอด เส้นทางของการบรรลุเป็นผู้อมตะจะอันตรายมากเพียงใด?

ก่วงเฉิงอยู่ในดินแดนบูชายัญนั้นเป็นเวลาหลายเดือน ร่างกายของเขาเหี่ยวเฉาและเกือบจะสูญเสียร่างมนุษย์ไป เขาพยายามดิ้นรนเพื่อแยกตัวออกมา

ไม่ว่าเขาจะทะลวงผ่านโลกไปไกลแค่ไหน ก็ยังไม่เห็นจะวี่แววของ “ดินแดนเซียน” ในตำนาน

สุดท้ายเขายังติดอยู่ในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตเป็นเวลาแปดสิบปีอีกด้วย

เส้นทางอมตะสามารถทำลายทุกสิ่งได้ อาวุธระดับครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วของเขายังไม่สามารถต้านทานได้ ทำให้ยากต่อการอยู่รอด

ในปีที่แปดสิบเอ็ดเมื่อไฟแห่งชีวิตของเขากำลังจะดับลง เขาก็พบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เขาค้นพบยาเซียนในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตซึ่งเป็นที่ที่ผู้เป็นอมตะได้ถือกำเนิดขึ้น

“โชคดีจริงๆ!” เย่ฟ่านถอนหายใจ ด้วยความรู้สึกโล่งใจ

“ภูเขาคุนหลุน!” เหล่าเหอตะโกนอย่างเร่งรีบ

ภายในโลงศพดิน นอกเหนือจากข้อความแล้ว ยังมีรูปแกะสลักซึ่งมีรายละเอียดชัดเจน รูปสลักนั้นแสดงให้เห็นถึงเส้นเลือดมังกรขนาดใหญ่ซึ่งกินพื้นที่มากกว่าหนึ่งในสี่ของภูเขาหลงซาน

ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าภูเขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูเขาหลงซานนั้นก็คือภูเขาคุนหลุนนั่นเอง

ก่วงเฉิงจื่อได้รับยาเซียนบนภูเขาคุนหลุน หลังจากเข้าไปในพื้นที่ต้องห้ามแห่งชีวิต เขาใช้เวลาเกือบร้อยปีแล้วเกือบจะเสียชีวิตที่นั่น สาเหตุเป็นเพราะเขาไม่ได้เดินตามเส้นทางที่ถูกต้องนั่นเอง

เขารู้สึกกลัว ท้อแท้ เมื่อกลับมาพบว่าลูกศิษย์ทุกคนจากไปแล้ว หลังจากกลบฝังลูกศิษย์ไว้ที่นี่เขาก็บันทึกเรื่องราวของตัวเองไว้ภายในโลงศพ

“สภาพจิตใจสุดท้ายของเขาดูจะเบื่อหน่ายโลกเต็มทน เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป แต่ทำไมที่นี่ถึงไม่มีศพล่ะ?” เหล่าเหอสงสัย

เขาสร้างภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าลูกจำลองขึ้นที่นี่ เขาสร้างโลงศพดินสำหรับตัวเองแต่สร้างโลงศพหยกให้กับลูกศิษย์ทุกคน

เย่ฟ่านตรวจสอบอย่างระมัดระวัง และเห็นร่องรอยการเปลี่ยนแปลงที่ด้านล่างของโลงศพดิน

เขาคาดเดาว่าจะเป็นความลับเกี่ยวกับยาเซียน เขาจึงพยายามค้นหาความลับอย่างละเอียด แต่ไม่มีร่องรอยยาเซียนต้นนั้น

“ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับยาเซียน”

“ไม่ว่าเขาจะเป็นกลายเป็นเซียนอมตะหรือไม่ก็ตาม มันไม่มีทางที่เขาจะทิ้งยาเซียนอมตะต้นนั้นไว้ที่นี่”

เย่ฟ่านและคนอื่นๆ คุยกัน แต่ไม่มีข้อสรุปที่แท้จริง พวกเขาไม่รู้ว่าก่วงเฉิงหลังจากรับประทานยาเซียนอมตะต้นนั้นไปแล้วเขายังมีชีวิตอยู่หรือตาย จึงยากที่จะตามหาร่องรอยได้

เย่ฟ่านคาดเดาว่าเขาคงจะเหนื่อยและโศกเศร้า เขาคงไม่อยากอยู่คนเดียวในโลกนี้ เขาจึงนอนเงียบๆ ในโลงศพและรอความตาย

แต่หลังจากนั้นไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้ว เขายังคงนอนรอความตายจริงๆ หรือไม่?

หรือเขาอาจจะหนีออกจากโลงศพดินไปแล้ว หรืออาจจะหนีไปยังโลกใบอื่นแล้วก็เป็นได้

“ต้องไปดูที่ภูเขาคุนหลุนก่อน” เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเอง

“ภูเขาคุนหลุนคือภูเขามังกร(หลงซาน)ที่แท้จริง สถานที่แห่งนี้เป็นแบบจำลองเท่านั้น ในอดีตภูเขาคุนหลุนเป็นสถานที่ที่มีตำนานเกี่ยวกับเทพสิงสถิตอยู่มากที่สุด” เหล่าเหอกล่าว

“ขึ้น!”

เย่ฟ่านพึมพำพร้อมกับยกโลงศพดินขึ้น และเอาไปวางในอีกตำแหน่งหนึ่ง

เขาเห็นเศษกระดูกสองชิ้นปรากฏอยู่ด้านล่างของโลงหิน คล้ายกับที่พบในโลงฉือซ่งจื้อ เขาถือมันไว้ในมือ และสังเกตอย่างระมัดระวัง

แน่นอนว่าเศษกระดูกเหล่านี้มีแผนที่สลักอยู่ เป็นสิ่งที่ถูกสลักขึ้นอย่างประณีต และเป็นเส้นทางนำไปสู่ดินแดนแห่งความเป็นอมตะ

“ข้ามีชิ้นส่วนของแผนที่อยู่ห้าชิ้นแล้ว และข้าจะใช้มันเพื่อเข้าไปในภูเขาคุนหลุน” เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเองอีกครั้ง

แม้จะมีชิ้นส่วนของแผนที่มากกว่าครึ่งจากทั้งหมดที่มี แต่แน่นอนว่าเย่ฟ่านจะไม่ยอมเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยง แม้แต่จักรพรรดิยังไม่อาจต้านทานพลังชั่วร้ายของสถานที่แห่งนั้นได้ เขาไม่มีทางรอดชีวิตอย่างแน่นอน

ด้วยระดับการบ่มเพาะในปัจจุบันของเขา เขาทำได้เพียงจ้องมองไปที่ชิ้นส่วนแผนที่เท่านั้น และทำการสำรวจภูมิประเทศเบื้องต้นไปเรื่อยๆ

นั่นคือแดนสถิตย์เทพ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าใกล้ เว้นเสียแต่เขาจะรวบรวมแผนที่ได้ครบทั้งเก้าชิ้น

“ยังมีข้อความอยู่ที่ก้นโลงศพ!”

เหล่าเหอและซุนหงอคงรู้สึกหวาดหวั่นกับกลิ่นอายของจักรพรรดิ กลิ่นอายอันน่าสพึงกลัวเหล่านี้มากพอที่จะทำให้พวกควบคุมสติไว้ไม่ได้

“ชิ้นส่วนของแผนที่เหล่านี้ อาจจะเป็นแค่เรื่องโกหก”

ข้อความที่ก่วงเฉิงทิ้งไว้ เขาไม่อยากให้เด็กรุ่นหลังตั้งความหวังกับเรื่องนี้มากเกินไป

“แม้แต่จักรพรรดิยังเข้าไปไม่ได้ และจะต้องรวบรวมชิ้นส่วนทั้งเก้าชิ้นให้ครบ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีโอกาสทำสำเร็จ!”

เย่ฟ่านนำเศษกระดูกทั้งสองออกไปแล้วย้ายโลงศพกลับไปยังตำแหน่งเดิม

“โลงศพดินเป็นสมบัติล้ำค่า คนธรรมดาไม่สามารถเคลื่อนย้ายมันได้ และการเก็บดูแลรักษาก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน” ซุนหงอคงกล่าว

เหล่าเหอกล่าวว่า “ก่วงเฉิงถูกฝังอยู่ที่นี่พร้อมกับเหล่าลูกศิษย์ นั่นคือความปรารถนาสุดท้ายของเขา ถ้าเราเอาโลงศพดินออกไป อาจเกิดภัยพิบัติได้”

แม้ว่าพวกเขาจะรู้ความลับเกี่ยวกับภูเขาหลงซาน แต่ก็เกิดคำถามขึ้นภายในใจ คำถามที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ

“เต๋อเซียนคนนั้นเป็นใคร? ก่วงเฉิงไม่ใช่แน่นอน เต๋อเซียนคนนั้นมีพลังเพียงพอที่จะเคลื่อนย้ายภูเขาคุนหลุนจากดาวอังคารมาที่นี่ได้ พลังของเขายิ่งใหญ่มากเพียงใด?”

เหตุการณ์เมื่อล้านปีก่อนมันไม่มีทางที่จะสืบค้นกลับไปได้เลย เพราะแม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่มีชีวิตยืนยาวมากที่สุดอย่างจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมยังต้องเกิดใหม่ถึงสี่ครั้งจึงจะมีชีวิตอยู่ได้สองแสนปี

หรือเขาจะเป็นเซียนอมตะจริงๆ?

ก่วงเฉิงก็มีข้อสงสัยเช่นกัน ตามการคาดเดาของเขา จะต้องหลงเหลือความลับอันยิ่งใหญ่ที่ยังไม่มีใครล่วงรู้อยู่ภายในภูเขาคุนหลุนอย่างแน่นอน

หลายปีต่อมาไม่มีสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเหมือนเช่นก่วงเฉิงหลงเหลืออยู่อีก จึงไม่มีใครสามารถสืบค้นความลับอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้

แม้ว่าภายหลังโลกจะถูกปกครองด้วยราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกเขาก็ยังไม่มีกำลังเพียงพอที่จะค้นหาความลับนี้เช่นกัน

“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นหรือ?”

เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเอง มีบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา และเขาก็นึกถึงราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวทันที

หัวใจของเย่ฟ่านเต้นแรง เป็นไปได้ไหมที่พี่ชายจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมได้รับภารกิจที่ท้าทายสวรรค์ให้เดินทางเข้ามาสำรวจความลับของภูเขาคุนหลุน

เขาตกใจมาก ความลับของภูเขาหลงซานโบราณเก้าสิบเก้าลูกอาจเกี่ยวข้องกับดวงดาวเป่ยโต้วอย่างลึกซึ้ง

“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัว!”

“ใช่ ต้องใช่แน่นอน เป็นพวกเขาจริงๆ” เย่ฟ่านจำได้ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุผลที่ราชวงศ์อวี้หัวตั้งชื่อเช่นนี้

น่าเสียดายที่พวกเขาไม่สามารถปกป้องชิ้นส่วนแผนที่ได้ กว่าสองแสนปีที่แล้ว พวกเขาถูกจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมบดขยี้ด้วยฝ่ามือขนาดใหญ่เพียงข้างเดียว

“ตกลงใช่พวกเขาหรือไม่?”

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ สิ่งมีชีวิตจากต่างโลกที่ต้องการแผนที่กลุ่มนั้นก็น่าจะเป็นคนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวด้วย

……….

จบบทที่ 1353 - พี่ชายของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม

คัดลอกลิงก์แล้ว