เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1354 - ตามหาหยวนซื่อเทียนจุน

1354 - ตามหาหยวนซื่อเทียนจุน

1354 - ตามหาหยวนซื่อเทียนจุน


1354 - ตามหาหยวนซื่อเทียนจุน

หากสิ่งที่เย่ฟ่านคาดเดาเป็นความจริง การที่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวเสื่อมโทรมลงไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าพวกเขาได้ประสบความสูญเสียครั้งใหญ่จากสงครามบนโลกใบนี้

เย่ฟ่านตกใจเมื่อนึกถึงสิ่งนี้ ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ในสมัยนั้นทรงอำนาจมากจนเกือบจะครองโลก พวกเขาปกครองจงโจว และไม่มีมหาอำนาจใดในโลกสามารถเทียบเทียมพวกเขาได้

อย่างไรก็ตามผู้นำของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ เขาก็ไม่น่าจะแข็งแกร่งเทียบเท่าจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมได้

สตรีคนนี้มีความลึกลับเป็นอย่างมากนางมีอายุถึงสองแสนปี และในปัจจุบันเย่ฟ่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ บางทีนางอาจจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะไปแล้วก็ได้

“ความลับอันยิ่งใหญ่อย่างนั้นหรือ?” เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเองในใจ

มีความลับมากมายเกินไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่ และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอันไร้ขอบเขต เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าครั้งหนึ่งเคยมียักษ์ที่ครอบงำทั้งหมดนี้

เป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะมีพลังมากเพียงใดก็ไม่สามารถหยุดยั้งกาลเวลาได้

ผ่านไปหลายล้านปีแล้ว แม้แต่เทพเจ้าก็ยังต้องตายไม่มีทางอยู่ค้ำฟ้าได้ตลอดไป

“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์…”

ในอดีตมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ข้ามจักรวาลมาที่นี่ พวกเขาเป็นคนจากราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หรือไม่?

“ขอข้าดูหน่อยว่ายังเหลือร่องรอยอะไรอยู่ที่นี่!”

เย่ฟ่านตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าเขาจะต้องไปภูเขาคุนหลุนให้ได้ มีความลับมากมายที่ยังเหลือให้ตามหา แต่ก็เป็นไปได้ยากสำหรับเขาที่รู้ความลับทั้งหมดนี้

“แท้จริงแล้ว สิ่งที่พวกเราเรียกว่าเรียนอมตะกลับเป็นเพียงจักรพรรดิจากโรคอื่น...”

ซุนหงอคงทอดถอนใจ เขารู้สึกว่าบางทีอาจจะไม่มีผู้อมตะในโลกก็ได้

“อะไรคือจุดประสงค์ของผู้บ่มเพาะที่ยอมฝึกฝนมาทั้งชีวิต?”

เหล่าเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน แม้แต่ผู้ที่อยู่ในระดับจักรพรรดิก็มองไม่เห็นความหวังที่จะกลายเป็นอมตะ

“ผู้บ่มเพาะส่วนมากไม่มีสิทธิ์นึกถึงสิ่งเหล่านี้เลยด้วยซ้ำ หลายคนฝึกฝนอย่างหนักตลอดทั้งวัน ละทิ้งโลกของมนุษย์เพื่ออยู่อย่างสันโดษ สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับบรรพชนรุ่นก่อนๆ”

สิ่งนี้ทำให้จิตใจของพวกเขาสั่นไหว พวกเขารู้สึกเสียใจที่เลือกเดินบนเส้นทางนี้

“เมื่อพวกเราเลือกเส้นทางนี้แล้ว เราก็ควรจะมีความเชื่อมั่น อย่ารีบหมดหวังไปเสียก่อน”

เย่ฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา แน่นอนว่าเย่ฟ่านไม่ได้กล่าวเพื่อปลุกสติคนอื่น แต่กล่าวเพื่อดึงจิตใจของตัวเองกลับมา ไม่เช่นนั้นเต๋าของเขาอาจได้รับความเสียหายได้

“บรรพชนรุ่นก่อนๆ ก็คิดเช่นเดียวกัน แต่พวกเรากลับไม่เห็นพวกเขาแม้แต่คนเดียว แต่ไม่เป็นไร ข้าจะให้ความหวังกับตัวเองอีกครั้ง”

“ตกลง เรายังมีหนทางอีกยาวไกล และเรายังคงมีความหวังอยู่ เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ยังคงอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าเราจะทำสำเร็จหรือไม่อย่างมากสุดชะตากรรมก็จบลงแบบเดียวกันกับบรรพชนเท่านั้น”

ทั้งสองคนตื่นตัวและปรับจิตใจอย่างรวดเร็ว

เย่ฟ่านเองก็เงียบไปสักพัก การกลายเป็นผู้อมตะคือเป้าหมายเดียวของเขา ไม่มีสิ่งใดสามารถคุกคามความมุ่งมั่นภายในใจของเขาได้

“ข้าต้องพิสูจน์เต๋า ข้าอยากเดินทางบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวไปยังสถานที่ที่ไม่มีใครเคยไป” เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเอง

พวกเขาเดินทางร่วมกันมานานจำต้องกลับไปเตรียมการบางอย่างเพื่อที่จะเข้าร่วมการประชุมเต๋า ซึ่งมันจะจัดขึ้นในภูเขาเหมาตาน

นี่คือสิ่งที่เจ้าของหุบเขาทั้งสองแจ้งกับเย่ฟ่าน

“เจ้าจะไปหรือไม่?”

เสี่ยวซงแสดงความต้องการที่จะไปอย่างชัดเจน อันที่จริงเย่ฟ่านเองก็อยากเห็นมันเหมือนกัน เพราะในงานชุมนุมครั้งนี้จะมีผู้บ่มเพาะทั่วโลกเข้าร่วมด้วย

สถานที่จัดงานคือนิกายซิงปาเทียนบนภูเขาเหมาซาน ในปัจจุบันพวกเขารวมเข้าด้วยกันกับนิกายซางชิงและมีชื่อใหม่เรียกว่านิกายเจิ้งอี้

นิกายซางชิงนี้เป็นนิกายแรกในจีนที่บูชา*หยวนซื่อเทียนจุนเป็นเทพสูงสุด

“นิกายที่บูชาหยวนซื่อเทียนจุนเป็นกลุ่มแรกอย่างนั้นหรือ? ข้าอยากจะเห็นพวกเขาจริงๆ”

หลังจากกลับมาถึงบ้านทันใดนั้น ยันต์สีเหลืองก็ปรากฏต่อหน้าเย่ฟ่าน มันเป็นยันต์ติดต่อที่ซุนหงอคงส่งมาแจ้งว่ามีคนต้องการฆ่าเขา

“คนที่ต้องการฆ่าข้ามาแล้วหรือ?…แล้วเราจะได้พบกันที่นั่น” เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเอง

เมื่อกล่าวถึงเหมาซานในโลกใบนี้ หลายคนคงนึกถึงนักพรตเหมาซานที่ไล่จับภูตผี เพราะเรื่องเล่าเหล่านี้ยังคงฝั่งอยู่ก้นบึ้งภายในใจของผู้คนมานาน

ด้วยเหตุนี้เหมาซานจึงไม่ศักดิ์สิทธิ์ในสายตาของหลายๆ คน นักพรตของที่นี่ส่วนใหญ่ใช้กระบี่ไม้ เลือดสุนัขสีดำ และผ้ายันต์สีเหลืองเป็นอาวุธ

ภูเขาเหมาซาน ชื่อเดิมว่าภูเขาจูฉู่ หรือที่รู้จักในชื่อภูเขาจินซานตี้เฟย

เนื่องจากการบิดตัวของภูเขาจนมีลักษณะคล้ายมังกร ผู้บ่มเพาะส่วนมากมักจะกล่าวถึงสิ่งนี้ว่า “จินซานแห่งจูฉู่คือซากปรักหักพังที่มีคุณค่าทางจิตใจ เปรียบเสมือนได้รับพรจากสวรรค์”

ลัทธิเต๋ามีนิกายมากมาย แต่หลักๆสามารถแบ่งออกเป็น 2 นิกายประกอบด้วย ฉวนเจินอยู่ทางเหนือและเจิ้งอี้อยู่ทางใต้ มีเพียงการรวมทั้ง 2 นิกายนี้เข้าด้วยกันเท่านั้นจึงจะเป็นลัทธิเต๋าที่ชอบธรรมได้

สมัยโบราณนิกายซางชิงเคารพหยวนซื่อเทียนจุนเป็นเทพสูงสุด พวกเขาคือนิกายของลัทธิเต๋าที่มีชื่อเสียงอย่างมาก

แม้กระทั่งปัจจุบันพวกเขายังได้ยอมรับว่าเป็นนิกายของลัทธิเต๋าที่มีผู้คนนับถือมากที่สุด

เย่ฟ่านเดินทางจากทางเหนือหลายพันลี้เพื่อไปยังมณฑลเจียงซูในภาคใต้

เหมาซานไม่ได้สูงมากนัก มีป่าไม้เขียวชอุ่ม ยอดเขาเก้ายอด ถ้ำยี่สิบหกแห่ง และน้ำพุสิบเก้าแห่ง ภูเขามีความน่าหลงใหล และสะท้อนถึงความงามของสวรรค์พิภพ

“นี่คือสถานที่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋า” เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเอง

ในฐานะดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋า ต้องได้รับการคุ้มครองโดยสำนักเต๋าทั้งหมดในประเทศจีน

แม้ว่าผู้คนส่วนมากจะมองว่านักพรตของที่นี่เป็นตัวตลก แต่ในความเป็นจริงนักพรตที่เป็นผู้บ่มเพราะล้วนมองว่าสถานที่แห่งนี้เป็นหนึ่งในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก

เมื่อเย่ฟ่านไปถึงภูเขา เขาเดินช้าๆ ด้วยความระมัดระวัง เขาสังเกตภูเขาอย่างละเอียด และพยายามค้นหาสถานที่พิเศษที่เกี่ยวข้องกับหยวนซื่อเทียนจุน

ทันใดนั้น เขาก็หยุดเดินเมื่อถึงลำธาร เขายังคงอยู่ในพื้นที่ส่วนล่างของภูเขา เขาจึงไม่สามารถมองเห็นยอดเขาในระยะใกล้ได้

อย่างไรก็ตามต่อให้ยืนอยู่ในสถานที่แห่งนี้เขาก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่อุดมสมบูรณ์ของปราณสวรรค์พิภพ เขาอดไม่ได้ที่จะเดินไปข้างหน้าสู่ยอดเขา

แม้จะมาถึงที่นี่เป็นครั้งแรกแต่เขาก็ได้ยินผู้คนเรียภูเขาลูกนี้ว่าเป่าปู้

นี่คือสถานที่ที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เก่อหงผู้นำเต๋าในยุคต่อมาเคยอาศัยอยู่ยังสันโดษบนภูเขาลูกนี้เป็นเวลาหลายปี และเขียนคำภีร์เป่าปู้จื้อหมิงซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อผู้บ่มเพาะในรุ่นต่อมา

……

*หยวนซื่อเทียนจุนหรือหยกวิสุทธิ์ (Jade Pure 即玉清) : คือ เง็กเช็งหยวนสื่อเทียนจุน (จักรพรรดิหยก ผู้ปกครองสวรรค์)

เป็นลูกของผานกู่ผู้สร้างโลกและเคยเป็นจักรพรรดิหยกหรืออวี้หวงต้าตี้ (เง็กเซียนฮ่องเต้) ในสมัยหนึ่ง สุดท้ายพระองค์สละตำแหน่งเนื่องจากเบื่อหน่ายความเลวทรามของมนุษย์

พระองค์เป็นสัญลักษณ์ของพลังจักรวาล มือถือซือฮุดหรือลูกแก้วเป็นสัญลักษณ์

บางตำนานกล่าวว่าพระองค์ออกบวชและบรรลุเป็นปรางค์หนึ่งของพระยูไล

….

จบบทที่ 1354 - ตามหาหยวนซื่อเทียนจุน

คัดลอกลิงก์แล้ว