- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1352 - ความลับของยุคสิ้นสุดธรรม
1352 - ความลับของยุคสิ้นสุดธรรม
1352 - ความลับของยุคสิ้นสุดธรรม
1352 - ความลับของยุคสิ้นสุดธรรม
แม้ว่าโลงศพจะทำจากดิน แต่กลับมีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งแสนจิน หากไม่ใช่เพราะพลังศักดิ์สิทธิ์โดยกำเนิดของเย่ฟ่าน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดฝาโลงศพดังกล่าวได้
ถึงแม้เย่ฟ่านจะมีความตั้งใจมากขึ้น แต่เมื่อเขาเปิดฝาโลงศพได้เพียงเล็กน้อย แสงสว่างที่พวกเขาประสบก่อนหน้าก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
แต่ความตั้งใจของเย่ฟ่านในคราวนี้สูงมาก เขาไม่ยอมหยุด และต้องการพยายามทำให้สำเร็จ
ในขณะที่ฝาโลงศพกำลังเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในถ้ำโบราณก็ปรากฏลวดลายและตัวอักษรต่างๆ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวอักษรโบราณยากต่อการเข้าใจ พวกมันแวววาวอย่างไร้ขอบเขต
แม้จะเป็นเพียงฝาโลงศพที่ทำจากดิน แต่มันก็มีน้ำหนักมากพอสมควร เขาขยับมันออกไปด้วยความยากลำบาก และวางมันลงบนพื้นได้สำเร็จในเวลาต่อมา
เหล่าเหอและซุนหงอคงก็ตัวสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ สัญชาตญาณของพวกเขาสั่งให้ร่างกายคุกเข่าโดยไม่รู้ตัว และอดไม่ได้ที่จะเคารพอย่างนอบน้อม
ฝาโลงศพเต๋อเซียนถูกเปิดออกแล้ว!
เย่ฟ่านมองเข้าไปข้างในผ่านฝุ่นละอองที่ถูกสะสมมาอย่างช้านาน พร้อมแฝงความลึกลับที่ไม่อาจเปรียบได้
อย่างไรก็ตาม เย่ฟ่านยังไม่กล้าที่จะสัมผัสหรือตรวจสอบในเวลาอันสั้น เขาเกรงว่าถ้าเขาทำอะไรผิดพลาดโลกใบนี้อาจถูกทำลาย รวมถึงชีวิตของพวกเขาด้วย
“ไร้ซึ่งกลิ่นอายของความอันตราย มีเพียงพลังปราณจากผู้อมตะที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย”
เย่ฟ่านยืนตัวแข็งทื่อ หากเขาไม่ได้ถือเศษทองเหลืองสีเขียวไว้ในมือ เขาอาจไม่สามารถยืนได้อย่างปลอดภัย
เจ้าหุบเขาทั้งสองคนก็สูญเสียการควบคุมร่างกายเช่นกัน ศีรษะของพวกเขาจรดลงพื้นทันที พวกเขาควบคุมร่างกายไม่ได้
นี่คือพลังที่เหลืออยู่ของผู้ยิ่งใหญ่ที่บรรพชนโบราณเคารพนับถือ แม้ว่าจะผ่านไปหลายปี แต่เมื่อโลงศพถูกเปิดออก กินอะไรที่แผ่ออกมาเพียงเล็กน้อยเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัว
“มีคำกล่าวบนผนังถ้ำ!...เกี่ยวข้องกับความลึกลับของเทือกเขาหลงซานเก้าสิบเก้า”
เหล่าเหอตัวสั่นภายใต้แรงกดดันมหาศาลจากกลิ่นอายของผู้ยิ่งใหญ่
อักขระที่สายตาพวกเขาจับจ้องอยู่นั้น คือการเปิดเผยความลึกลับและตัวตนของเซียนอมตะ สำหรับโลกใบนี้พวกเขาไม่คิดว่าตัวตนของบุคคลเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นในหลงซาน
“ล้านปีก่อน…”
เย่ฟ่านรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวเมื่อเห็นคำกล่าวเหล่านี้
“เมื่อล้านปีก่อนมีมนุษย์แล้วหรือ?”
ทันใดนั้นโลงศพดินก็สั่นไหว ความโกลาหลเกิดขึ้นภายในถ้ำราวกับว่ามหาสมุทรอันกว้างใหญ่กำลังจะไหลท่วมบริเวณนี้
เย่ฟ่านตกใจรีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว เขารีบคว้าเหล่าเหอและซุนหงอคงแล้ววิ่งออกห่างไปยังระยะที่ปลอดภัย
ในที่สุดสถานการณ์ก็กลับมาสงบอีกครั้ง และโลงศพก็ดูเหมือนจะเต็มคลื่นพลัง ผนังภายในโลงศพเกิดรอยแยก คลื่นพลังสีเหลืองก็ไหลวนด้วยสีสันสดใส
รอยแยกที่เกิดภายในโลงศพดูดซับพลังปราณสีเหลืองเรื่อยๆ จนหมด
ในที่สุดความวุ่นวายในโลงศพก็หายไป เมื่อแสงสีเหลืองมันถูกกลืนหายไปโดยรอยแยกในโลงศพ โดยไม่เหลืออะไรอีกแล้ว
“ข้างในว่างเปล่าได้อย่างไร ร่างของเต๋อเซียนอยู่ที่ไหน?” เหล่าเหออุทาน เขามาที่นี่เพื่อเต๋อเซียน แต่ภายในโลงศพกลับว่างเปล่า
ภายในโลงศพมีภาพแกะสลักอย่างสวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย และยังมีอักขระเหมือนกับบนผนังถ้ำ เห็นได้ชัดว่าร่องรอยที่ยังเหลืออยู่เกิดจากฝีมือของคนคนเดียว
“เต๋อเซียนเป็นเซียนอมตะเขาจะคงอยู่ตลอดไปไม่สามารถทำลายได้” ซุนหงอคงกล่าว
เย่ฟ่านกล่าวว่า “เราไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เรามาที่นี่เพื่อไขความลับของเต๋อเซียน ข้อความบนผนังนั่น เขาต้องทิ้งอะไรไว้สักอย่าง เราเพียงต้องตรวจสอบอย่างละเอียด”
โชคดีที่พวกเขาล้วนเป็นคนพิเศษ พวกเขาเคยศึกษาคำภีร์มาก่อน หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว พวกเขายังสามารถเข้าใจแนวคิดได้
ยิ่งพวกเขาพยายามหาความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้มากเพียงใด ความลึกลับก็ยิ่งน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น น่าเสียดายที่ก่วงเฉิงจื่อไม่ได้ทิ้งข้อความที่ชัดเจนเอาไว้
แต่ข้อความบนผนัง กล่าวเป็นนัยว่าเมื่อถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พวกเขาจะรู้ความจริงเกี่ยวกับโลกใบนี้อย่างแน่นอน
“หายนะของดวงดาวจะเกิดขึ้นทีละดวง”
เมื่ออ่านสิ่งนี้ พวกเขารู้สึกถึงความหนาวเย็นที่ซึมซับจนถึงกระดูก ต้นกำเนิดอันน่าสะพรึงกลัวของภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าไม่ได้กำเนิดโดยธรรมชาติ
จากข้อความบนผนังที่พวกเขาได้ศึกษา คือเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แม้แต่พวกเขาเองก็ไม่อยากเชื่อความจริงที่เกิดขึ้น
เย่ฟ่านคาดเดาเกี่ยวกับภูเขาหลงซาน เขาคาดว่าเมื่อภูเขาหลงซานไปที่ใด มันจะดูดกินพลังชีวิตของโลกใบนั้นไปเรื่อยๆ ไม่เว้นแม้แต่สัตว์ที่อาศัยอยู่
เย่ฟ่านและคนอื่นๆ มองหน้ากัน ดูเหมือนว่าโลกทุกวันนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง ปราณสวรรค์พิภพกำลังเหือดแห้งลงเรื่อยๆ
ทั้งหมดนี้เกิดจากภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าลูกจริงหรือ?
พวกเขาศึกษามันอย่างละเอียด นี่อาจเกี่ยวข้องกับความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่พวกเขาโชคดีที่มีโอกาสได้ค้นพบมันและสัมผัสความลับนั้นได้
ภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าดูดซับแก่นแท้ของสวรรค์พิภพและดูดซับความงามของดาวอังคารจนกลายเป็นดินแดนปราศจากชีวิต
ครั้งหนึ่งมันเคยปรากฏตัวที่ดาวอังคารและนั่นเป็นสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดซึ่งทำให้เกือบทำให้ดาวโบราณทั้งดวงแห้งเหือด และดับสิ้นไป
เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี สงครามทำให้เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ ในที่สุดอังคารก็กลายเป็นดาวมรณะโดยสมบูรณ์
สมัยโบราณผู้ยิ่งใหญ่จำนวนมากบนโลกนี้ค่อยๆ ลดจำนานลงอย่างน่าใจหาย และผู้ที่ยังมีชีวิตรอดก็จากไปดาวดวงอื่น
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าลูกเต็มไปด้วยปราณและกลายเป็นแหล่งปราณที่อุดมสมบูรณ์ ในขณะที่ส่วนอื่นของโลกกลับแห้งเหือดไปแล้ว
เมื่อพวกเขาศึกษาข้อความบนผนังมากพอสมควร พวกเขามองหน้ากัน ทุกคนต่างรู้ดีว่ายุสมัยใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ท้ายที่สุดโลกได้ถูกทำลายจนเกินกว่าที่จะฟื้นฟู หากต้องการให้มันกลับมาเป็นปกติไม่ต้องใช้เวลากว่าสองแสนปีจึงจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามก่อนจะถึงช่วงเวลานั้นกลับมีเหตุการณ์ร้ายแรงอันน่าสะพรึงกลัว
มีคนพยายามแยกภูเขาหลงซานทั้งเก้าสิบเก้าออกด้วยกำลังที่ไม่สามารถจินตนาการได้ โดยหวังว่าจะป้องกันไม่ให้โลกเสื่อมโทรมลง
แต่มันก็สายเกินไป หากต้องทำเช่นนั้นอาศัยเพียงกำลังไม่มีทางทำได้
พวกเขาต้องมีแผนที่โบราณ และไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ หากเส้นทางถูกต้องจะไม่มีอันตรายใดๆ และพวกเขาจึงจะสามารถแก้ไขทุกอย่างตั้งแต่จุดเริ่มต้น
แต่ในขณะนี้ชิ้นส่วนแผนที่ดังกล่าวกระจัดกระจายไปทั่วทุกที่ และไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ชัดเจนได้ เนื่องจากมีผู้ที่ต้องการเป็นอมตะจำนวนมาก จึงเกิดเหตุการณ์แย่งชิงชิ้นส่วนแผนที่ตลอดหลายแสนปีที่ผ่านมา
สงครามจึงปะทุขึ้น!
ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ตระหนักได้ว่ามันจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ หากถูกผู้มาเยือนจากดาวอื่นแย่งชิงแผนที่ไปได้
พวกเขาจึงออกคำสั่งรวบรวมชิ้นส่วนแผนที่ทั้งหมด ผู้ที่ครอบครองชิ้นส่วนแผนที่หลายคนก็เห็นด้วยกับเหตุผลดังกล่าว
หลังจากผ่านไปไม่นาน สิ่งที่ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกคาดคำนวณก็เกิดขึ้นจริง ชายที่แข็งแกร่งจากดาวอื่นก็เข้ามายังโลก และประกาศขอต่อสู้เพื่อแย่งชิงแผนที่อย่างตรงไปตรงมา
ต่อมา มีผู้ยิ่งใหญ่หลายคนเข้าต่อสู้เพื่อปกป้องมัน แต่คุณสมัติของพวกเขานั้นไม่เพียงพอที่จะต้านทานผู้มาเยือนได้ และดับสูญไปอย่างง่ายดายหลายต่อหลายคน
สุดท้ายผู้ยิ่งใหญ่ของโลกก็ออกหน้าต่อสู้ด้วยตัวเอง ก่วงเฉิงก็เป็นหนึ่งในนั้น อีกคนคือจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้
เดิมทีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นเป็นผู้นำชนเผ่าโบราณ เขานั่งดูโลกกลายเป็นทุ่งหม่อน เขามีความหวังจะครอบครองแผนที่เพื่อที่จะกลายเป็นอมตะเช่นกัน
ด้วยความสามารถของผู้มาเยือนนั้นสูงส่งอย่างมากสุดท้ายผู้ยิ่งใหญ่ของโลกแย่งชิงชิ้นส่วนแผนที่กลับคืนมาได้เพียงสองชิ้นเท่านั้น
ตามตำนานเล่าว่า เดิมทีมีชิ้นส่วนแผนที่อยู่เก้าชิ้น และหนึ่งในนั้นถูกทำลายอย่างน่าเสียดาย ความหวังสุดท้ายของผู้มาเยือนจบลง เขาจึงทำได้เพียงถอนตัวกลับไปด้วยความผิดหวัง
ก่วงเฉิงเป็นผู้นำชนเผ่าโบราณ เมื่อโลกเหือดแห้ง และภูเขากลายเป็นที่ราบ หลังจากเวลาผ่านไปนาน ลูกศิษย์ของเขาทั้งหมดก็ตาย เหลือเพียงเขาเท่านั้น
ในท้ายที่สุด เขาเลือกที่จะเข้าไปในสถานที่ซึ่งมีความหวังที่จะเป็นอมตะอันริบหรี่ พร้อมกับชิ้นส่วนแผนที่เพียงสองชิ้น
อย่างไรก็ตาม บันทึกสิ้นสุดที่นี่ และไม่มีข้อความเพิ่มเติม
……