- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1347 - ภูเขาหลงหู
1347 - ภูเขาหลงหู
1347 - ภูเขาหลงหู
1347 - ภูเขาหลงหู
ในช่วงเวลาต่อมา ทุกคนใช้เวลาส่วนใหญ่ในการสำรวจภูเขาต่างๆ ในแคว้นฉู่เพื่อมองหาโลงศพอย่างระมัดระวัง แต่หลังจากค้นหามาหลายเดือนพวกเขาก็ไม่พบอะไรเลย
“เป็นไปได้ไหมที่มันไม่ได้อยู่ในแคว้นฉู่? ไม่อย่างนั้นมันจะไม่มีทางหลบหนีจากสายตาของข้าไปได้?” เย่ฟ่านมีคำถามปรากฏขึ้นในใจ
หุบเขาหมื่นปีศาจใช้ทุกวิถีทางและส่งกำลังคนจำนวนมากไปตรวจสอบ และในที่สุดก็ค้นพบบางสิ่งบางอย่าง ในวันเดียวกันนั้น ทั้งสามคนก็ออกเดินทางโดยไม่หยุดยั้งจนกระทั่งไปถึงจุดหมายปลายทาง
นี่เป็นเทือกเขาอันคดเคี้ยวเหมือนมังกรจะพยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มีหน้าผาสูงตระหง่านคล้ายกับพยัคฆ์ตัวใหญ่กำลังมองดูทุกสิ่งทุกอย่างด้านล่างด้วยความหยิ่งผยอง
มังกรและเสือแข่งขันกันเพื่อชิงอำนาจสูงสุด รอบภูเขามีแม่น้ำขนาดใหญ่ บนภูเขามียอดเขาทั้งหมดเก้าสิบเก้ายอด สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่าภูเขาหลงหู(พยัคฆ์มังกร)
แม้ว่าลักษณะของมันจะค่อนข้างแตกต่างจากภูเขาหลงซานในแผนที่ แต่เพียงจำนวนที่บังเอิญเท่ากันพอดีก็ทำให้ทุกคนอดที่จะเข้ามาตรวจสอบไม่ได้
“มีค่ายกลปิดผนึกปิดบังสถานที่แห่งนี้ไว้ สุสานควรจะอยู่ข้างใน!”
“ค่ายกลปิดผนึกนี้ทรงพลังอย่างมาก เราจะฝืนเปิดมันด้วยความประมาทไม่ได้”
เย่ฟ่านปลดปล่อยพลังวิญญาณให้กวาดไปรอบๆ เขาสำรวจสถานที่แห่งนี้ด้วยความระมัดระวัง สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดว่านี่เป็นความยุ่งยากครั้งใหญ่
“ไม่แปลกใจที่เต๋อเซียนเลือกดินแดนแห่งนี้ พวกเราผู้ซึ่งเป็นปราชญ์แห่งเผ่าอสูรเคยคิดว่าเผ่าพันธุ์ของตัวเองแข็งแกร่งมากที่สุดมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนว่าเซียนเผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างหากที่เป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง” ซุนหงอคงกล่าว
เหล่าเหอถอนหายใจ “ใช่ ในสมัยโบราณดินแดนแห่งนี้ได้รับการปกป้องจากพลังอันยิ่งใหญ่ เป็นดินแดนที่มีเพียงเซียนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกเท่านั้นจึงจะครอบครองได้ การที่เต๋อเซียนสามารถแย่งชิงดินแดนแห่งนี้มาเป็นของตัวเองได้สำเร็จย่อมเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นแล้วว่าพลังของเขายิ่งใหญ่มากแค่ไหน”
เย่ฟ่านและคนอื่นๆต้องระวังเมื่อมาถึงดินแดนแห่งนี้ เพราะนี่คือที่อยู่ของบรรพชนเต๋อเซียน คนผู้นี้คือสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เย่ฟ่านเคยรู้จัก
หากกระทำบางสิ่งบางอย่างโดยขาดความระมัดระวังอาจทำให้พวกเขากลายเป็นศัตรูกับเซียนอมตะผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ได้
เย่ฟ่านและคนอื่นๆเข้าไปในภูเขา มองไปยังดินแดนบรรพชนเต๋อเซียนที่ถูกปกคลุมด้วยค่ายกลปิดผนึก และรูปร่างของภูเขาทั้งเก้าสิบเก้าลูกก็เกิดความเปลี่ยนแปลงไปแล้ว
“แก่นแท้ของสวรรค์พิภพแห้งเหือดแล้ว แต่ในสถานที่แห่งนี้มันยังคงอุดมสมบูรณ์ไม่เปลี่ยนแปลง เห็นได้ชัดว่ามันเกิดขึ้นเพราะค่ายกลปิดผนึกนี้นี่เอง” เหล่าเหอถอนหายใจ
แต่ทิวทัศน์ในอดีตหายไป ไม่ว่าค่ายกลปิดผนึกนี้จะแข็งแกร่งมากเพียงใดมันก็ไม่สามารถต้านทานการกัดกร่อนของอำนาจแห่งเวลาได้
ผู้บ่มเพาะทั่วโลกเชื่อว่าสาเหตุที่โลกเข้าสู่ยุคสิ้นสุดธรรมอย่างรวดเร็วถึงขนาดนี้ก็เพราะเหตุการณ์ที่ราชวงศ์หยวนและราชวงศ์ชิงเข้าปกครองประเทศจีน
ทั้งสองราชวงศ์นั้นนับถือพุทธศาสนาดังนั้นพวกเขาจึงปราบปรามลัทธิเต๋าอย่างหนัก เมื่อไร้ซึ่งความศรัทธาเต๋าย่อมเสื่อมโทรมลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลังจากนั้นโลกก็พบกับหายนะครั้งใหญ่และการบำเพ็ญเต๋าก็เข้าสู่สภาวะถดถอยมาเป็นเวลาหลายร้อยปี ต่อให้ยุคปัจจุบันจะมีผู้คนศรัทธาในลัทธิเต๋ามากขึ้น แต่มันก็ไม่อาจฟื้นคืนความยิ่งใหญ่ในอดีตได้อีกแล้ว
เย่ฟ่านและคนอื่นๆไม่กล้าเดินเข้าใกล้ค่ายกลปิดผนึก สถานที่แห่งนั้นเปี่ยมไปด้วยอันตราย พวกเขาจำเป็นต้องปฏิบัติต่อมันด้วยความระมัดระวัง
“หลังจากที่มังกรทั้งเก้าลากโลงศพออกจากไท่ซานก็มีการต่อสู้ครั้งใหญ่ของยอดฝีมือระดับสูงทั่วโลกเกิดขึ้น หากไม่ได้นักพรตจากภูเขาหลงหู ผลที่ตามมาคงคาดเดาไม่ได้”
จากการต่อสู้ครั้งนั้นเราได้เห็นแล้วว่าดินแดนแห่งนี้ยังมีผู้สูงสุดอาศัยอยู่ นั่นแสดงให้เห็นว่ามันมีปราณสวรรค์พิภพที่แข็งแกร่งมากผิดปกติ
“ที่นี่มีซากศพของผู้อมตะที่แท้จริงหลับไหลอยู่ มันเป็นเรื่องปกติที่สถานที่แห่งนี้จะมีบางอย่างพิเศษแตกต่างออกไป” ซุนหงอคงกล่าว
เหล่าเหอพูดต่อว่า “พอมาคิดดูแล้ว เต๋อเซียนช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ เขาครอบครองสถานที่แห่งนี้เพื่อใช้เป็นสุสานให้กับตัวเองนั่นแสดงให้เห็นว่าเขามีความปรารถนาจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง”
สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความลึกลับ อสูรทุกคนรู้ดีว่ามีนักพรตคู่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้มานานนับพันปีแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบย่างเข้ามาสร้างปัญหาอย่างเด็ดขาด
แม้กระทั่งความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกยังไม่ถูกเปิดเผยออกไป เพราะนักพรตผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นปิดบังมันไว้เป็นอย่างดี
เมื่อเย่ฟ่านสำรวจสถานที่อย่างระมัดระวังอีกครั้ง พวกเขายังคงวนเวียนอยู่รอบนอกและเกือบจะโดนค่ายกลปิดผนึกโจมตีหลายครั้ง
จนในที่สุดเย่ฟ่านก็ใช้หมัดหกสังสารวัฏโจมตีค่ายกลในบริเวณที่อ่อนแอที่สุดและทำให้พวกเขาสามารถได้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของภูเขาหลงหูได้
“มันมีรูปร่างเป็นมังกรจริงๆ มีเพียงเข้ามาข้างในเท่านั้นจึงรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ยอดเยี่ยมเพียงใด!” เหล่าเหออุทาน
ภูเขาที่สูงตระหง่านมีมีปราณสีม่วงกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างแน่นหนา ดินแดนนี้เป็นดินแดนที่ศักดิ์สิทธิ์ในสมัยโบราณอย่างแน่นอน ไม่น่าแปลกใจที่เต๋อเซียนเลือกสถานที่แห่งนี้เป็นสุสานให้กับตัวเอง
ยอดเขาที่สูงตระหง่านโอบล้อมด้วยปราณสีม่วง บนยอดเขามีวิหารเต๋าที่งดงามตั้งอยู่ และในบริเวณโดยรอบก็มีนักพรตมากมายกำลังทำกิจวัตรของตัวเอง
“มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ที่นี่มียอดฝีมือผู้ทรงพลังอยู่” เย่ฟ่านอยากขึ้นไปบนภูเขาเพื่อสอดส่องวิหารเต๋าแห่งนั้น อย่างไรก็ตามเหล่าเหอและซุนหงอคงกลับอุทานด้วยความหวาดกลัว
“จะทำแบบนั้นไม่ได้ หากถูกจับได้มันจะกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่ของพวกเรา!”
พวกเขาจึงเปลี่ยนมาสอดส่องในระยะหลายร้อยลี้แทน แต่สุดท้ายการค้นหาเช่นนี้ไม่มีทางค้นพบโลงศพของเต๋อเซียนได้
เหล่าเหอและซุนหงอคงมีความกังวลเป็นอย่างมาก พวกเขามีชีวิตมาหลายร้อยปีและรู้ว่าสถานที่แห่งนี้ซุกซ่อนไว้ด้วยยอดฝีมือผู้ทรงพลังมากเพียงใด
ดังนั้นต่อให้ไม่ได้รับอะไรเลยพวกเขาก็ยังพยายามชักชวนให้เย่ฟ่านกลับออกไปข้างนอก
เย่ฟ่านมีท่าทีเฉยชา เขาเปิดดวงตาที่สามเพื่อสอดส่องทัศนียภาพทั้งหมดของภูเขาหลงหู เมื่อมาถึงสถานที่แห่งนี้แล้วไม่มีทางที่เขาจะพลาดโอกาสในการค้นพบโลงศพของเต๋อเซียนอย่างแน่นอน
“เป็นอะไรที่น่าทึ่งจริงๆ มันเกือบจะหลอกลวงตาของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ได้”
เย่ฟ่านกล่าวอย่างเคร่งขรึม ด้วยขอบเขตปรมาจารย์ต้นกำเนิดปฐพีระดับสูงสุดในปัจจุบัน แทบไม่มีสิ่งใดสามารถปิดบังสายเย่ฟ่านได้
ภูเขาหลงหูมีปราณสวรรค์พิภพแข็งแกร่งอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามที่นี่ไม่ได้มีเพียงค่ายกลปิดผนึกเท่านั้น แต่มันยังมีค่ายกลสังหารที่จะโจมตีทุกคนที่พยายามบุกรุกวิหารเต๋าโบราณอย่างดุร้าย
“แม้แต่เซียนโบราณยังไม่สามารถวางค่ายกลที่ทรงพลังแบบนี้ได้”
ทันทีที่พวกเขาเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ก็รู้สึกได้ถึงพลังปราณอันกว้างใหญ่ ภูเขาที่เขียวชอุ่มโดยมีปราณมังกรพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง
แม้กระทั่งในเป่ยโต้วก็ดูเหมือนจะมีเพียงดินแดนบรรพชนของตระกูลอมตะเท่านั้นจึงจะมีความอุดมสมบูรณ์แบบนี้ได้!
“เจอแล้ว โลงศพอยู่ทางนั้น!”
หลังจากที่กวาดสายตาไปรอบๆ เย่ฟ่านก็ชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง
“มีผู้คนมากมายฝึกฝนอยู่ที่นี่มาหลายพันปีแล้ว มันจะยังเหลืออะไรให้เราหรือไม่” เหล่าเหอกล่าว
ผู้ยิ่งใหญ่ที่เข้าครอบครองสถานที่แห่งนี้จะต้องมองเห็นอะไรบางอย่าง ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่มีวันเลือกภูเขาหลงหูตั้งสำนักของตัวเองขึ้นมาอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็หยุดเคลื่อนไหว เพราะเห็นศพสวมชุดนักพรตกำลังนั่งสมาธิอยู่ด้านหน้าประตูภูเขา ซากศพของคนผู้นี้กลายเป็นก้อนหินไปแล้ว ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขานั่งอยู่ที่นี่มาหลายร้อยปีอย่างแน่นอน
“ผู้พิทักษ์แห่งดินแดนเจิ้งอี้!”
เหล่าเหอมองร่างที่อยู่ในเสื้อคลุมนักพรตซึ่งมีเอกลักษณ์พิเศษแตกต่างจากชุดของนักพรตจากที่อื่น
“นี่คือผู้ที่สามารถเอาชนะเต๋าและกลายเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่เมื่อหลายร้อยปีก่อนได้ เหตุใดเขาถึงตายอยู่ที่นี่” เหล่าเหออุทานด้วยความตกใจ
“ความลับของเต๋อเซียนจะต้องยิ่งใหญ่มาก ไม่เช่นนั้นราชาผู้ยิ่งใหญ่จะไม่มีทางถูกส่งมาเฝ้าประตูภูเขาแบบนี้”
เหล่าเหออดไม่ได้ที่จะมองไปหาเย่ฟ่านด้วยความหวาดกลัว ท่าทีของเขาชัดเจนอย่างมากว่าต้องการให้เย่ฟ่านถอนตัวออกจากที่นี่
“อย่ากังวลไปเลย คนผู้นี้ตายไปตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน การที่ยังไม่มีใครเก็บซากศพของเขาออกไปก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการใช้พลังที่แผ่ออกมาจากซากศพนี้ข่มขู่ผู้บุกรุก ดูเหมือนคนที่อยู่ข้างในจะไม่ได้ทรงพลังอย่างที่คิด” เย่ฟ่านยิ้ม
พวกเขาเดินทางต่อไปทันที จากนั้นบนยอดเขาพวกเขาก็เห็นป้ายหินตั้งตระหง่านอยู่ที่ทางเข้า
ภูเขาหลงซาน!
แม้ว่าตัวอักษรจะมีเพียงไม่กี่คำแต่ก็ทำให้จิตใจของทุกคนสั่นระรัวจากความตื่นเต้น
…………