- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1346 - เต๋อเซียน
1346 - เต๋อเซียน
1346 - เต๋อเซียน
1346 - เต๋อเซียน
เย่ฟ่านตกใจมากที่เขาสามารถพบภูเขาหลงซานเช่นนี้ ตอนที่เขาอยู่ในดินแดนดวงดาวเป่ยโต้วแม้กระทั่งภายในรังหมื่นมังกร เส้นเลือดมังกรที่อยู่ภายในยังไม่สามารถเปรียบเทียบแม้แต่เศษเสี้ยวของภูเขาหลงซานได้
“ข้าเคยเดินทางไปดวงดาวโบราณหลายดวง ยากนักที่จะได้เห็นฉากเช่นนี้ บางทีนี่อาจจะเป็นเส้นเลือดมังกรที่ใหญ่ที่สุดในจักรวาลก็ได้!”
เหล่าเหอและซุนหงอคงต่างคิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับคำพูดของมังกรวารีและเต่าดำ และพวกเขาเกิดความสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ บางทีสิ่งที่อยู่ภายในอาจมีอันตรายอย่างแท้จริง
“หากเป็นเช่นนี้เราควรหยุดการค้นหาจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นจะเกิดโชคร้ายที่แม้แต่เซียนโบราณยังยากจะเอาตัวรอดได้”
นี่คือคำพูดที่ถ่ายทอดมาจากบรรพชนของมังกรวารีและเต่าดำ คนเหล่านั้นในอดีตเราล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียนทั้งสิ้น แต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าเข้าไปสำรวจภูเขาหลงซาน สิ่งนี้เพียงพอที่จะยืนยันแล้วว่ามันอันตรายมากเพียงใด
“ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน แก่นแท้ของสวรรค์พิภพได้เหือดแห้งไปเป็นเวลานาน หรือว่าพวกมันทั้งหมดถูกดึงดูดเข้าสู่ภูเขาหลงซานแล้ว” ซุนหงอคงมีความสงสัยเป็นอย่างมาก
เย่ฟ่านนำเศษกระดูกที่เป็นมรดกของฉือซ่งจื้อออกมาสังเกตอีกครั้ง
“ไม่ ในแผนที่นี้ไม่มีภูเขาเก้าสิบเก้าลูกมันไม่ได้เชื่อมโยงกันกับภูเขาหลงซานอย่างแน่นอน แล้วแผนที่นี้จะพาข้าไปที่ไหน”
เป็นไปได้ไหมว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขาเดินหลงทางมาโดยตลอด?
เขารวมหยกโบราณเก้าชิ้นเข้าด้วยกันและสังเกตดูซ้ำๆ แน่นอนว่าสถานที่ทั้งสองแห่งไม่มีความเชื่อมโยงกันจริงๆ
เกิดอะไรขึ้นเย่ฟ่านสับสนเล็กน้อย สิ่งที่ฉือซ่งจื้อตามหาดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระดูกชิ้นนี้เลย
“เจ้าสังเกตสิ่งที่เหล่าเจียวและเหล่ากุ่ยกล่าวบ้างไหม ภูเขายาวเก้าสิบเก้าลูกถูกแยกออกจากกันตั้งแต่สมัยโบราณ มันไม่มีทางที่เราจะทำให้ภูเขาเหล่านั้นกลับสู่สภาพเดิมได้อีกแล้ว” เหล่าเหอกล่าว
ความจริงที่ว่าหยกโบราณทั้งเก้าชิ้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ มันน่าจะถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนที่ภูเขาหลงซานจะถูกแยกออกจากกันด้วยซ้ำ
เมื่อทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้การครอบครองหยกเหล่านี้ต่อไปจะมีประโยชน์อะไร?
“บางทีเราทุกคนอาจเดินมาผิดทางตั้งแต่แรก หยกเก้าชิ้นเหล่านี้จะมีประโยชน์อื่นอีกหรือไม่?”ซุนหงอคงกล่าว
“สำนักบ่มเพาะใดที่มีความเก่าแก่มากที่สุดในโลก เราต้องสอบถามพวกเขา”
เนื่องจากเย่ฟ่านไม่สามารถติดตามเบาะแสได้อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงต้องเริ่มค้นหาจากเส้นทางใหม่
“สำนักที่เก่าแก่ที่สุดน่าจะมีอายุมากกว่าล้านปีแล้ว” เหล่าเหอกล่าว
“เมื่อล้านปีก่อนมนุษย์ยังเป็นวานรอยู่ พวกเขาจะฝึกฝนเต๋าได้อย่างไร?”
เย่ฟ่านเป็นผู้คนยุคปัจจุบันแน่นอนว่าเขาย่อมได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์มากมาย ดังนั้นเขาจึงรู้ว่ามนุษย์เกิดขึ้นมาเพียงไม่กี่แสนปีเท่านั้น
“ต่อให้ค้นหาสำนักอื่นก็ไม่เป็นผล พวกเราควรไปที่สำนักกระบี่ซูซานจะดีกว่า เพราะจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดทั้งหมดล้วนอยู่ที่นั่น” ซุนหงอคงกล่าว
“ตกลง ไปค้นหาคำตอบจากที่นั่นกันเถอะ” เย่ฟ่านพยักหน้า
สำนักกระบี่ซูซานเป็นหนึ่งในหลายร้อยสำนักที่ตั้งอยู่ในภูเขาเอ๋อเหมย พวกเขากลับสู่สถานที่ที่ฉือซ่งจื้อเสียชีวิตและเริ่มสำรวจบริเวณโดยรอบอีกครั้ง
ในภูเขาเอ๋อเหมยนี้ ดูเหมือนที่ตั้งของสำนักกระบี่ซูซาน ศักดิ์สิทธิ์จะมีปราณสวรรค์พิภพแข็งแกร่งมากที่สุด มันแตกต่างจากสถานที่อื่นที่จมอยู่ในความแห้งแล้งโดยสมบูรณ์แล้ว
“เต๋าของฉือซ่งจื้อนั้นไม่สมบูรณ์ ไม่ว่ากระบี่ของเขาจะแข็งแกร่งแต่มันยังไม่ไปถึงจุดสูงสุดแห่งชีวิตได้”
เหล่าเหอดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงเจตจำนงค์ของกระบี่และตระหนักได้ทันทีว่าฉือซ่งจื้อยังขาดความสมบูรณ์แบบเช่นกัน
อย่างไรก็ตามคราวนี้เหล่าเหอเข้าใจจริงๆ ว่าเย่ฟ่านน่ากลัวเพียงใด เย่ฟ่านขอให้ทั้งสองคนรออยู่ที่นี่จากนั้นร่างของเขาก็กลายเป็นกระแสแสงที่พุ่งเข้าไปในอาคารโบราณหลายแห่ง
“แข็งแกร่งอย่างยิ่ง เป็นไปได้หรือไม่ว่าเขาเข้าสู่อาณาจักรเซียนแล้ว!”
เหล่าเหอเป็นผู้สูงสุดตั้งแต่เมื่อหลายร้อยปีก่อน อย่างไรก็ตามพลังของเขาไม่มีทางเทียบได้แม้แต่เศษเสี้ยวพลังเย่ฟ่านได้
ซุนหงอคงมีสภาพดียิ่งกว่า สาเหตุก็เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเย่ฟ่านมีความแข็งแกร่งมากเพียงใด เห็นได้จากการเดินทางเข้าสู่ภูเขาเอ๋อเหมยเมื่อครั้งก่อน
เย่ฟ่านเข้าไปในห้องโถงบรรพชนและเห็นรูปปั้นหินของเสินหนงประดิษฐานอยู่ข้างใน เขามองดูอย่างระมัดระวังและหยิบกระดูกเต๋าของฉือซ่งจื้อออกมาตรวจดู
อย่างไรก็ตามมันไม่ได้มีผลลัพธ์อะไรเกิดขึ้น
จากนั้นเขาค้นหาคัมภีร์ลับและสมบัติที่มีพลังวิญญาณแผ่ออกมาโดยให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ
เย่ฟ่านค้นหาเกือบทั้งวันจนในที่สุดก็ค้นพบห้องหินแห่งหนึ่งที่ถูกฝังลึกลงไปใต้ดินหลายร้อยวา
เย่ฟ่านใช้วิธีการพิเศษของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ดำลงไปใต้ดิน จากนั้นเปิดประตูลับอย่างเงียบๆ และเข้าไปในห้องหินที่เต็มไปด้วยฝุ่น
ในห้องนี้ไม่มีคัมภีร์โบราณทิ้งไว้ ไม่มียาศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงของใช้ส่วนตัวไม่กี่ชิ้น
นี่คือห้องลับที่ฉือซ่งจื้อเก็บตัวบ่มเพาะในอดีต ถือเป็นสถานที่ต้องห้าม มันถูกผนึกและปกป้องมาหลายชั่วอายุคน แม้กระทั่งเจ้าสำนักกระบี่ซูซานยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างในได้
เย่ฟ่านค้นหาภายในห้องอย่างละเอียด ในที่สุดเขาก็ค้นพบบางสิ่งที่น่าสนใจ
มันเป็นตัวหนังสือตัวเล็กๆที่ถูกเขียนในมุมห้อง ตัวหนังสือเหล่านี้เปิดเผยว่าสิ่งที่เสินหนงไล่ตามนั้นมีความเกี่ยวข้องกับภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าลูก
หากได้รับสมบัติที่อยู่ภายในภูเขาหลงซานนั้นมันจะทำให้ความยาวไวของเขาย้อนกลับ และดำรงชีวิตได้ตลอดกาล
ฉีซ่งจื้อมาที่แคว้นฉู่แต่ไม่ได้ค้นหาภูเขาหลงซานโดยตรง สาเหตุก็เพราะภูเขาเหล่านั้นถูกแยกออกจากกันตั้งแต่เมื่อหลายแสนปีก่อนแล้ว
ดังนั้นเขาจึงได้แต่ค้นหาเบาะแสจากสิ่งต่างๆ และความลับแห่งความเป็นอมตะนั้นก็คือซากศพของผู้อมตะคนหนึ่ง เขาถูกเรียกว่าเต๋อเซียน!
อย่างไรก็ตามร่างของเต๋อเซียนยังคงถูกซุกซ่อนไว้ภายในส่วนที่เหลือของภูเขาหลงซาน มีเพียงเข้าไปข้างในเท่านั้นจึงจะมีโอกาสได้รับมรดกอันยิ่งใหญ่ของเขา
เย่ฟ่านระบายลมหายใจอย่างโล่งอก หลังจากค้นหามาเป็นเวลาหลายเดือนในที่สุดเขาก็ค้นพบเบาะแสที่สำคัญจริงๆ เสียที
ภูเขาหลงซานเก้าสิบเก้าลูก ก่อให้เกิดความหวังในการเป็นอมตะ ฉือซ่งจื้อกำลังไล่ตามขอบเขตนี้ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ก็เช่นเดียวกัน
สาเหตุที่ฉือซ่งจื้อและเสินหนงมีความมั่นใจอย่างมากว่าขอบเขตแห่งความเป็นอมตะนั้นมีอยู่จริง ก็เพราะในอดีตผู้อมตะที่แท้จริงเคยปรากฏตัวในแคว้นฉู่นั่นเป็นเหตุผลให้พวกเขาทั้งสองมีความหมกมุ่นในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก
เย่ฟ่านอ่านบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ ส่วนมากจะเป็นบันทึกที่ฉือซ่งจื้อเขียนขึ้นด้วยตัวเอง เขาจดบันทึกตำนานมากมายเกี่ยวกับผู้อมตะคนนั้น
“ปรากฏว่าผู้อมตะที่แท้จริงคนนั้นคือคนที่ทำให้ภูเขาหลงซานถูกแยกออกจากกัน เขาทำเพียงเพราะต้องการใช้สถานที่แห่งนั้นเป็นสุสานให้กับตัวเอง!”
เย่ฟ่านออกจากนิกายเซียนกั๋วและบอกเหล่าเหอกับซุนหงอคงถึงสิ่งที่เขารู้ อย่างไรก็ตาม หลังจากพิจารณาอยู่เล็กน้อยในที่สุดเหล่าเหอก็กล่าวว่า
“อย่างมากสุดก็แค่ตายเท่านั้น เราต้องค้นหาสมบัตินั้นให้เจอ เพราะบรรพชนแห่งหุบเขาหมื่นอสูรหลายรุ่นล้วนต้องตายอย่างคับแค้นก็เพราะค้นหาความลับนี้ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องทำให้ได้!”
ดวงตาของเหล่าเหอเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่อาจปล่อยให้ความคาดหวังของเหล่าต้องถูกทำลายไปเพียงเพราะตัวเขาเกิดความหวาดกลัว
“ผู้เป็นอมตะคนนั้นตายไปแล้ว เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสจนกระทั่งเดินทางมาถึงโลกใบนี้และทนต่อไปไม่ไหว? หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเขาก็ยังไม่ใช่ผู้อมตะที่แท้จริง?” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง
“ไม่น่าแปลกใจเลยที่ฉือซ่งจื้อมุ่งมั่นในการค้นหาหลุมศพแปลกๆ อยู่เสมอ นั่นก็เพราะผู้อมตะคนนั้นเสียชีวิตไปแล้วและเขาจะต้องมีโลงศพสำหรับตัวเอง ภูเขาหมื่นอสูรก็น่าจะเป็นหนึ่งในภูเขาทั้งเก้าสิบเก้าลูกของภูเขาหลงซานเช่นกัน”
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นอีกพวกเขาจึงทำได้เพียงค้นหาซากศพของเต๋อเซียนภายในโลงศพโบราณที่อยู่ในหุบเขาหมื่นอสูรก่อน จากนั้นจึงเริ่มออกค้นหาสุสานที่กระจายตัวอยู่ทั่วภูเขามีชื่อเสียงซึ่งเคยเป็นหนึ่งในภูเขาหลงซาน
ในขณะนี้กลุ่มของพวกเขาถือได้ว่ามีความแข็งแกร่งมากที่สุดในโลก เพียงเหล่าเห่อคนเดียวก็อยากจะหาผู้บ่มเพราะคนใดเปรียบเทียบได้แล้ว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเย่ฟ่านซึ่งมีความแข็งแกร่งมากกว่าราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ
…….