- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1348 - โลงศพผู้อมตะ
1348 - โลงศพผู้อมตะ
1348 - โลงศพผู้อมตะ
1348 - โลงศพผู้อมตะ
เย่ฟ่านนิ่งเงียบแต่มีคลื่นพลังแหงความหวาดกลัวท่วมท้นอยู่ในใจ
“ไม่เหลือจิตสังหาร มีเพียงร่องรอยของเต๋าที่นี่” เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง
ทันทีที่เขาเข้าไปภูเขา ซุนหงอคงก็ตะโกนขึ้นด้วยความดีใจว่า
“ข้าเจอแล้ว ไม่คิดว่าจะง่ายขนาดนี้”
ใต้หน้าผามีรอยแตกขนาดใหญ่ มีโลงศพแขวนอยู่หลายพันโลง อัดแน่นไปด้วยปราณมังกร และส่วนลึกที่สุดของรอยแตกมีโลงศพหยกที่ถูกปกคลุมด้วยฝุ่นหนาซุกซ่อนอยู่
“ในที่สุดเราก็พบมัน”
กลิ่นที่หอมถึงแม้ว่าจะเบามาก แต่ก็ทำให้ผู้คนรู้สึกว่าร่างกายนั้นเบาหวิวราวกับจะลอยขึ้นจากพื้น
เย่ฟ่านตกตะลึง นี่เป็นยาเซียนแห่งความเป็นอมตะอย่างแน่นอน! เขาประเมินดินแดนแห่งนี้ต่ำเกินไป สถานที่แห่งนี้มีแม้กระทั่งยาเซียนแห่งความเป็นอมตะด้วยซ้ำ
เขาเปิดตาที่สามและเห็นว่ามีโลงศพหยกแวววาวอยู่ แม้จะสลัวไปด้วยฝุน แต่ร่องรอยนั้นเห็นได้ชัดว่าถูกทิ้งไว้ที่นี่มานานจนไม่อาจประเมินเวลาได้
“ต้นไม้อมตะ!”
เย่ฟ่านตกใจเป็นอย่างมาก ที่แท้ต้นกำเนิดของปานสวรรค์พิภพที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งกลับแผ่ออกมาจากต้นไม้ต้นหนึ่ง
ทั้งสามตรวจสอบอย่างแน่ชัดและว่าไม่มีค่ายกลปิดผนึกอยู่รอบนอก ดังนั้นพวกเขาจึงเดินเข้าไปในรอยแตกและยืนอยู่ด้านหน้าของโลงศพโบราณ
กลิ่นหอมอันจางๆ แผ่ซ่านไปถึงกระดูกผู้คนอย่างต่อเนื่อง ทำให้พวกเขาเกิดความตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุด
เหล่าเหอและซุนหงอคงได้ตรวจสอบโลงศพจำนวนมากอย่างระมัดระวัง ขณะที่เย่ฟ่านใช้ทักษะต้นกำเนิดสวรรค์ของเขาในการสังเกตภูมิประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ พวกเขาจำเป็นต้องทำด้วยความระมัดระวัง
“โลงศพทุกโลงถูกเรียงเข้าด้วยกันอย่างเป็นระเบียบ ดูเหมือนคนเหล่านี้จะเป็นศิษย์ของเต๋อเซียนที่อยู่ในโลงศพหยกนั้น”
รอยแตกบนหน้าผานั้นใหญ่มากมันเต็มไปด้วยความวิจิตรงดงาม ได้มีโลงศพซุกซ่อนอยู่ภายในหลายพันโลง
โลงศพแต่ละโลงทำด้วยไม้โบราณที่มีอายุหลายหมื่นปี ส่วนใหญ่มีรูปร่างคล้ายเรือ ซึ่งสอดคล้องกับบันทึก
คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตในโลกแต่มาจากดาวดวงอื่นด้วยเหตุผลบางอย่าง
“นี่คือซากศพของราชาผู้ยิ่งใหญ่เป็นอย่างน้อย!” เหล่าเหอตกใจมาก
ซากศพในโลงศพโบราณบางชนิดไม่สามารถทำลายได้ ผู้ที่อยู่ในขอบเขตต่ำสุดเป็นยอดฝีมือระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนคนที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นดูเหมือนจะเป็นเสมือนจักรพรรดิด้วยซ้ำ
“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นิกายนี้จะต้องมีพลังอย่างมากในตอน เพียงจำนวนของลูกศิษย์ภายในนิกายก็เพียงพอที่จะเขย่าทั้งจักรวาลได้แล้ว”
ในที่สุดพวกก็เดินมาถึงด้านหน้าของโลงศพหยกโบราณ อย่างไรก็ตามพวกเขาเพียงสังเกตจากรอบนอกเท่านั้นและยังไม่มีความกล้าที่จะเปิดโลงศพออก
เหนือโลงศพมีต้นไม้ขนาดเล็กที่มีความสุขเพียงครึ่งวา ลำต้นของมันใหญ่ประมาณแขนของเด็กทารกเท่านั้น
มันวางอยู่เช่นนี้บนโลงศพหยกโบราณ มีกลิ่นหอมที่ไม่อาจต้านทานได้ พร้อมกับเปล่งประกายด้วยแสงสีขาวนวลใยอย่างไม่รู้จบ
ต้นไม้อมตะ!
ในระยะใกล้นี้ เย่ฟ่านมั่นใจอย่างยิ่งว่านี่จะต้องเป็นต้นไม้อมตะ มันมีระดับสูงกว่ายาเซียนมังกรที่เขาเห็นภายในรังหมื่นมังกรถึงสองเท่า
นี่คือต้นไม้แห่งความเป็นอมตะที่ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคโบราณ! หรือว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในโลงศพจะเป็นผู้อมตะที่แท้จริง?
ตลอดยุคสมัย ยาเซียนแห่งความเป็นอมตะเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง แม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ส่วนมากยังไม่สามารถค้นหาต้นไม้อมตะเหล่านี้ให้กลายเป็นยาเซียนประจำตัวได้
ยาเซียนแต่ละชนิดมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ถูกเรียกว่ายาเซียนอมตะ สาเหตุก็เพราะพวกมันมีชีวิตยืนยาวอย่างไม่รู้จบจนกระทั่งมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนเช่นมนุษย์ทั่วไป
สาเหตุที่มียาเซียนหลายชนิดในดินแดนดวงดาวเป่ยโต้วก็เนื่องมาจากจักรพรรดิโบราณได้พาพวกมันไปที่นั่น ตั้งแต่เมื่อหลายพันปีก่อนจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ล้วนมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่เป่ยโต้วทั้งสิ้น
เป็นเพราะเหตุนี้เองที่ทำให้ดาวโบราณดวงอื่นๆ สูญเสียยาเซียนแห่งความเป็นอมตะไปทีละต้น ความจริงที่ว่ามีต้นไม้อมตะอยู่ที่นี่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าในอดีตโลกมนุษย์นั้นเป็นดินแดนแห่งการบ่มเพาะอันยิ่งใหญ่มากเพียงใด
พวกเขาทั้งสามไม่กล้าขยับตัวและเดินไปรอบๆ โลงศพโบราณ
ดินแดนอมตะในตำนานอยู่ที่นี่ จะเกิดอะไรขึ้นหากเกิดอะไรขึ้นหากพวกเขาเปิดโลงศพออกมา?
“ข้าได้ยินมาว่าแม้หลังจากการสิ้นชีวิตของเซียนอมตะมันก็ยังเป็นเรื่องยากที่พวกเราจะแตะต้องศพของพวกเขาได้ มันคงดีกว่าหากเราไม่เปิดโลงศพนี้” เหล่าเหอขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกกังวล
เย่ฟ่านพยักหน้า เมื่อพวกเขาพบโลงศพของจักรพรรดิอมตะ มันก็มีเหตุการณ์สั่นสะเทือนโลกทั้งใบเช่นเดียวกัน ดังนั้นเขาจึงไม่มีความคิดที่จะเปิดโลงศพออก
“โลงศพของผู้อมตะที่แท้จริงนี้มีความสงบอย่างมาก ไม่มีแรงกดดันใดๆ บางทีมันอาจจะเปิดออกได้?” ซุนหงอคงกล่าว เขายังคงไม่คิดจะยอมแพ้
โลงศพนี้มีความลึกลับเป็นอย่างมาก แม้ว่าเย่ฟ่านจะมีดวงตาของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์แต่เขาก็ยังไม่สามารถมองเห็นความลึกลับที่อยู่ภายในได้
“พวกเจ้าทุกคนถอยกลับมาข้างหลัง ข้าจะสำรวจโรงศพนี้เอง” เย่ฟ่านกล่าว
เขาปกป้องร่างกายของเขาด้วยหม้อของหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิด เขาผลักดันหม้อปราณปฐพีไปข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็นำเตาเทพอัคคีออกมาปกป้องตัวเองอีกชั้นหนึ่ง
“ปัง!”
ทันทีที่เย่ฟ่านแต่ต้องโลงศพก็มีโซ่สีแดงเส้นนึงผุดขึ้นมาจากพื้น ขนาดของมันใหญ่โตราวกับมังกรยักษ์ และมันได้ฟาดเข้าหาร่างกายของเย่ฟ่านอย่างรุนแรง!
“ปัง!”
เย่ฟ่านใช้ทักษะซิงจื่อพาทั้งสองคนเข้าไปในหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดและหลบหนีออกจากรอยแตกของหน้าผา
ร่างของเขาถอยห่างออกจากภูเขาลูกนี้หลายหมื่นวาจนในที่สุดโซ่โลหิตก็เลิกไล่ตามพวกเขาทั้ง 3 คน
“นั่นมันอะไร?” เหล่าเหอกล่าวด้วยความหวาดกลัว
“นั่นเป็นปราณมังกรที่ก่อตัวขึ้นกลายเป็นโซ่ศักดิ์สิทธิ์ มันทำหน้าที่ปกป้องโลงศพโบราณ พลังของมังกรแต่ละตัวเทียบได้กับการโจมตีของราชาผู้ยิ่งใหญ่” เย่ฟ่านกล่าว
วิธีการของผู้อมตะนั้นน่าทึ่งอย่างมาก เขาสามารถเติมเต็มพลังให้กับค่ายกลของตัวเองโดยปราณมังกรที่อยู่ด้านล่าง
อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่าเขาทิ้งค่ายกลนี้ไว้นานกี่แสนปีแล้ว การที่มันยังคงทำงานได้ดีเพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพลังของเขายิ่งใหญ่มากเพียงใด?
“ไม่มีทางเข้าใกล้โลงศพได้…”
เหล่าเหอกล่าว พวกเขามาถึงที่นี่แล้ว มันคงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่งหากต้องกลับออกไปด้วยมือเปล่า
“เจ้าของหลุมศพไม่มีเจตนาฆ่าเขาเพียงต้องการขับไล่เราออกจากที่นี่เท่านั้น” เย่ฟ่านวิเคราะห์
เขาเฝ้าดูอย่างระมัดระวัง จากนั้นเข้าไปในรอยแยกหินและลงมืออีกครั้ง แน่นอนว่าเพียงเขาสัมผัสกับโลงศพหยก โซ่โลหิตก็ผุดขึ้นมาจากพื้นดินและพยายามขับไล่เขาออกไปข้างนอก
ในตอนแรกเขาจับกิ่งต้นไม้อมตะแล้วถือมันไว้ในมือ อย่างไรก็ตามต้นไม้นี้ได้แผ่ความหนาวเย็นออกมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เพียงสัมผัสอย่างแผ่วเบาก็แทบจะทำให้ร่างกายของเย่ฟ่านถูกแช่แข็งได้เลย
มันเป็นความหนาวเย็นที่แม้แต่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่สามารถทนได้ เย่ฟ่านรีบใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ไท่หยินเพื่อละลายพลังที่หนาวเย็นออกไป
“เกิดอะไรขึ้น?” เหล่าเหอถาม
“ใครเป็นคนทำสิ่งนี้ขึ้น ผู้อมตะคนนั้นทำด้วยตัวเองหรือมีใครช่วยเหลือเขา?” เย่ฟ่านกล่าว
ในเวลานี้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าทำไมจึงมีกิ่งก้านของต้นไม้เซียนอมตะถูกทิ้งไว้ที่นี่ มันกำลังดูดซับพลังแห่งความตายของศพที่อยู่รอบๆ มาบำรุงซากศพที่อยู่ในโลงศพหยกเพื่อทำให้เขากลายเป็นเทพหยินอมตะ
พลังแห่งความตายของซากศพนับพันถูกกิ่งก้านของต้นไม้นี้ดูดกลืนอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าวิญญาณภายในโลงศพหยกจะดับสูญไปแล้ว แต่ซากศพที่เป็นอมตะอย่างแท้จริงมีโอกาสสูงมากที่จะสร้างวิญญาณขึ้นมาใหม่
“ต้นไม้อมตะล้วนเป็นยาเซียนไม่ใช่หรือ มันจะดูดกลืนพลังของซากศพได้อย่างไร?” ซุนหงอคงทั้งสามเต็มไปด้วยความสงสัย
“ในโลกนี้มียาเซียนมากมายที่มีความเกี่ยวข้องกับพลังแห่งความตาย ในอดีตตัวข้าเคยเห็นมาแล้ว” เย่ฟ่านกล่าว
……….