- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1338 - สังหารเทพอสูร
1338 - สังหารเทพอสูร
1338 - สังหารเทพอสูร
1338 - สังหารเทพอสูร
“ปลุกบรรพชนเทพอสูรขึ้นมา ศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้นแล้ว!”
มีเสียงตะโกนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำเพราะมีผู้คนมากมายเสียชีวิตในวันนี้
“หยุด!”
เมื่ออสูรงูผู้เฒ่าได้ยิน เขาจึงตะโกนเพื่อขัดขวางทุกคนทันที
“บรรพชนเฒ่า ทำไมเราไม่ปลูกบรรพชนเทพอสูรขึ้นมา มีคนของเรามากมายต้องตาย เราต้องล้างแค้น!” อสูรงูหลายคนคำรามอย่างบ้าคลั่ง
เย่ฟ่านไม่ได้ลงมือโจมตีอีกต่อไป เพราะเขาสังหารผู้ที่แข็งแกร่งในเผ่าพันธุ์อสูรงูจนแทบหมดสิ้น ส่วนผู้ที่ยังรอดชีวิตก็เป็นเพียงลูกหลานอสูรงูที่อ่อนแอเท่านั้น
“โฮก!!!”
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามดังมาจากระยะไกล เสียงคำรามของมันเหมือนเสียงคำรามของงู
ในเวลาต่อมางูขนาดใหญ่ได้พุ่งออกมาจากถ้ำ ร่างของมันใหญ่โตเรากับภูเขาและมีความดุร้ายอย่างถึงที่สุด
กว๋อเจินที่อุ้มเสี่ยวซงอยู่ในมือรีบถอยหลังกลับมายืนอยู่ด้านหลังของเย่ฟ่านด้วยความหวาดกลัว
มันคืองูสีเงินขนาดใหญ่ ดวงตาของมันทั้งสองข้างเหมือนกองไฟที่ลุกโชน
งูยักษ์เหวี่ยงหางของมันลงมาจากด้านบน ภูเขาภายในถ้ำถูกแยกออกจากกันอย่างง่ายดาย หินทรายกระเด็นลอยขึ้นบนฟ้า น้ำแข็งมากมายถล่มลงเหมือนภัยพิบัติ ดินแดนแห่งนี้ดูเหมือนจะพังทลายลงทันที
งูยักษ์เป็นสิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณ พลังของมันมีมากมายมหาศาล และทันทีที่มันปรากฏตัวขึ้นผู้คนจำนวนมากก็คุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว
เย่ฟ่านสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ในโลกนี้จะมีงูที่แข็งแกร่งแบบนี้ได้อย่างไร?
งูตัวนี้น่าจะตายไปหลายพันปีแล้ว!
“ผิดปกติ!”
เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แม้ว่างูจะทรงพลังมาก แต่เนื้อหนังของมันกลับเย็นๆ เห็นได้ชัดว่าเลือดลมไม่ได้ไหลเวียนอย่างอิสระ ดูเหมือนนี่จะเป็นเพียงซากศพที่ถูกปลุกขึ้นมาเท่านั้น
“มันเป็นเพียงอสูรไร้วิญญาณที่ถูกควบคุมโดยใครบางคน” เย่ฟ่านส่ายหน้า
นี่คือบรรพชนเทียนหลิน ในอดีตมันเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเสมือนจักรพรรดิอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามหลังจากผ่านไปหลายพันปีวิญญาณของมันได้ดับสูญไปนานแล้ว มีเพียงร่างกายที่ยังปลูกฝังอยู่ที่นี่เพื่อคอยปกป้องลูกหลานในถ้ำเทียนหลิน
อย่างไรก็ตามในฐานะสิ่งมีชีวิตระดับเสมือนจักรพรรดิ ร่างกายของมันย่อมแข็งแกร่งมากกว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น ต่อให้ไม่มีวิญญาณอยู่ภายใน มันก็สามารถใช้ร่างกายนี้สังหารสิ่งมีชีวิตระดับเซียนได้อย่างง่ายดาย
ในครั้งนี้เผ่าเทียนหลินทุ่มสุดตัวแล้ว พวกเขาอัญเชิญแม้กระทั่งซากศพของบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ออกมาจัดการเย่ฟ่าน
เย่ฟ่านหันไปมองชายชราที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์และกล่าวว่า
“ถ้าต้องการฆ่าข้า พวกเจ้าต้องจ่ายด้วยด้วยชีวิต แม้ว่าเจ้าสิ่งนี้จะสามารถจัดการผู้อื่นได้ แต่ในเมื่อมันไม่มีทักษะเต๋าต่อให้มันแข็งแกร่งมากกว่านี้มันก็ไม่สามารถไล่ตามความเร็วของข้าได้อย่างแน่นอน”
เย่ฟ่านพยายามให้โอกาสกับเผ่าพันธุ์เทียนหลินเป็นครั้งสุดท้าย
“ฮู...”
บรรพชนงูผู้เฒ่าไม่ได้ตอบรับอะไร เขาเพียงถอนหายใจเบาๆเท่านั้น ในเวลาเดียวกันอสูรงูยักษ์ก็คำรามด้วยความโกรธและพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอีกครั้ง!
ทุกคนในเผ่าเทียนหลินรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก งูยักษ์ตัวนี้เป็นบรรพชนของพวกเขา ความแข็งแกร่งของมันมีมากเพียงใดทุกคนต่างรู้ดี
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่รู้ว่ามันจะสามารถฆ่าเย่ฟ่านได้จริงหรือไม่ หากมันลงมือล้มเหลวพวกเขาจะต้องพบกับหายนะอย่างแน่นอน
เสียงคำรามของอสูรงูดังก้องไปทั่วภูเขาฉางไป๋ จากนั้นศีรษะของมันก็กระแทกเข้ากับกำปั้นของเย่ฟ่านอย่างรุนแรง
โครม!
ตรงข้ามกับความคาดหวังทุกคน งูที่พวกเขาเชื่อว่าแข็งแกร่งและสามารถทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้ กลับถูกกำปั้นของเย่ฟ่านทุบศีรษะจนแหลกละเอียด
เลือดเนื้อของอสูรงูผู้ยิ่งใหญ่กระเด็นกระดอนออกไปทุกทิศทาง
“มันก็แค่ซากศพเท่านั้น” เย่ฟ่านกวาดสายตาไปรอบข้างและกล่าวอย่างเย็นชา
ทุกคนต่างตกตะตึง หลายคนที่ได้ยินคำพูดของเย่ฟ่านชาไปทั้งตัว
คนผู้นี้เป็นใครเหตุใดเขาจึงสามารถทำลายร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเหมือนบรรพชนของพวกเขาได้?!
“หลินเอ๋อรีบหนี!”
ชายชราที่เป็นผู้นำของเผ่าเทียนหลินตะโกนด้วยความหวาดกลัว
“บรรพชนไม่ต้องกังวล ข้าจะขอเสี่ยงชีวิตกับเจ้าหนูนี่เอง!”
ชายหนุ่มที่มีนามว่าหลินเจียวตะโกนด้วยความโกรธ เขาอ้าปากกว้างและเรียกกระจกขนาดเล็กที่เป็นอาวุธเซียนออกมาจัดการเย่ฟ่าน
แต่เย่ฟ่านไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย ร่างของเขาลอยขึ้นไปด้านบนพร้อมกับกระแทกหมัดหกสังสารวัฏไปข้างหน้าพร้อมกับบดขยี้กระจกโบราณจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
“แคร็ก”
กระจกสีม่วงแตกกระจายด้วยหมัดเดียว!
“เป็นไปได้อย่างไร? ทำลายอาวุธเซียนในการโจมตีเพียงครั้งเดียว!”
หลายคนในเผ่าเทียนหลินหวาดกลัวมาก พวกเขาแตกฮือไปคนละทิศคนละทางพร้อมกับกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง!
“เทพอสูรงูสวรรค์…”
เสียงกระซิบของเย่ฟ่านดังมาจากท้องฟ้า จากร่างของเขาพุ่งเข้าไปที่ซากศพงูขนาดใหญ่พร้อมกับกระแทกกำปั้นลงไปอย่างรุนแรง
“ปัง”
คลื่นที่เกิดจากการปะทะกันเมื่อครู่นี้กวาดออกไปรอบทิศทาง ในเวลาต่อมาร่างที่ใหญ่โตกว่าหมื่นกว่าของงูยักษ์ก็กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทันใดนั้นงูสีขาวตัวหนึ่งก็พุ่งออกมาจากร่างของงูยักษ์และพยายามหลบหนีท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวาย
เย่ฟ่านชี้มือไปข้างหน้าและทำให้อีกฝ่ายกลับคืนร่างเป็นมนุษย์ แน่นอนว่าคนคนนั้นคือหลินเจียว
“เจ้าเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์อสูรสวรรค์สินะ ไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยเห็นคนประเภทนี้มาก่อน สหายของข้ายังมีพรสวรรค์มากกว่าเจ้าหลายร้อยเท่า…”
เย่ฟ่านพูดกับตัวเอง เขานึกถึงดินแดนเป่ยโตว แน่นอนว่าสหายของเขาคนนั้นก็คือราชาอสูรสวรรค์น้อยเหยาเยว่กง
“เจ้าเป็นใคร?”
หลินเจียวคำรามด้วยความโกรธ ดวงตาของเขาแดงก่ำจากความเครียดแค้น
“ข้าพูดหลาครั้งแล้ว เย่ฟ่าน…ราชาสวรรค์”
คำพูดของเย่ฟ่านนั้นเบามาก แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกทีคนอื่นๆ ได้ยินคำพูดนี้ แต่ร่างกายของพวกเขายังคงสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“จริงๆแล้วข้าไม่ได้ต้องการที่จะฆ่าเจ้า แต่เจ้ามีจิตสังหารต่อข้ารุนแรงมากเกินไป”
“ไม่…” ผู้คนของเผ่าเทียนหลินกรีดร้อง
เย่ฟ่านไม่ได้สนใจ เขาบีบมือเข้าหากันและทำให้ศีรษะของหลินเจียวถูกบีบจนแหลกละเอียด สมองที่ผสมผสานไปด้วยเลือดกระจัดกระจายไปทั่วพื้น ร่างของชายหนุ่มล้มลงแทบเท้าของเย่ฟ่าน
แม้แต่แม่เฒ่าเทียนเหยาซึ่งเป็นอสูรสวรรค์ที่แข็งแกร่งอย่างมากตัวเขาก็ยังฆ่าทิ้งไปแล้ว นับประสาอะไรกับเด็กน้อยที่อยู่เพียงอาณาจักรแปลงมังกรเท่านั้น
แน่นอนว่าความตายของชายหนุ่มตรงหน้าย่อมเป็นเรื่องน่าเศร้าของโลกมนุษย์ที่มีร่างศักดิ์สิทธิ์หลงเหลืออยู่ในโลกเพียงไม่กี่คน
แต่ในสายตาของเย่ฟ่านที่พบเจอกับร่างศักดิ์สิทธิ์มานับครั้งไม่ถ้วน แม้แต่ตัวเขาก็ยังเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เขาย่อมไม่สนใจความเป็นความตายของมดปลวกตัวหนึ่ง
“มันเป็นความผิดของเราเอง เราไม่ควรปองร้ายเจ้าตั้งแต่แรก แต่เจ้าได้ฆ่าคนของเราไปสามร้อยเก้าสิบคนแล้ว หากเจ้ายังคงลงมือต่อไปเช่นนี้เกรงว่ามันอาจสร้างความเสียหายต่อสมดุลของโลกได้?” บรรพชนงูผู้เฒ่าทอดถอนใจ
เย่ฟ่านเพียงส่ายหน้าเบาๆ เขาไม่ได้มีเจตนาสังหารผู้ใดตั้งแต่แรก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายรนหาที่ตายเองมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องแสดงความเมตตา
……………