- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1337 - อสูรงูเฒ่า
1337 - อสูรงูเฒ่า
1337 - อสูรงูเฒ่า
1337 - อสูรงูเฒ่า
“มีเรื่องร้ายเกิดขึ้น!” ทหารอสูรต่างตื่นตระหนก มีคนรีบวิ่งเข้าไปในถ้ำเพื่อรายงานสถานการณ์
“ชายที่ชื่อเย่ฟ่านออกมาจากค่ายกลสังหารโบราณได้ ตอนนี้เขากำลังฆ่าคนอยู่ข้างนอก” ทหารอสูรรายงานด้วยความกลัว
“ว่าอย่างไรนะ!” ป๋ออี้ตกตะลึง ร่างกายชาวาบ
อสูรผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ เองก็ตกตะลึงเช่นกัน ค่ายกลสังหารสังหารนั้นน่ากลัวมาก มันสามารถกวาดล้างสิ่งมีชีวิตระดับปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ได้เลย แต่มันกลับไม่มีปัญญาทำอะไรเย่ฟ่าน?
“ออกไปดูกันเถอะ”
ป๋ออี้และคนอื่นๆ รีบออกจากถ้ำและมองไปข้างหน้า เย่ฟ่านไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย ราวกับว่าเขายังคงสง่างามและลงมือสังหารผู้คนทำให้เลือดสีแดงสดปกคลุมภูเขาหิมะอย่างแน่นหนา
กระบวนท่าเดียว ฆ่าสิบคน!
ตอนนี้เย่ฟ่านเหมือนกับเทพแห่งการฆ่า หน้าตาที่เย็นชาไร้ความรู้สึก ใครก็ตามทีขวางทางจะถูกฆ่าด้วยนิ้วเดียวของเขา
“หยุด ข้ามีเรื่องจะพูด” อสูรพี่ใหญ่ตะโกนขึ้น
เย่ฟ่านเมินเฉยและชี้นิ้วข้างซ้าย ทำให้ศีรษะของเขาถูกปลดขยี้ร่างกายปลิวกระเด็นออกไป เสียชีวิตโดยที่ยังร่างไม่สัมผัสพื้นด้วยซ้ำ
“เย่ฟ่าน…หยุดก่อนเถอะ”
ป๋ออี้พูดด้วยความยากลำบาก ความรู้สึกขมขื่นในใจ เขาไม่เคยคิดว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นนี้
“ไม่ใช่ว่าเจ้าชอบการฆ่าฟันหรอกหรือ ตอนนี้ไม่มีอะไรจะต้องพูดกันอีกแล้ว” เย่ฟ่านพูดด้วยความสงบ
ตั้งแต่เขากลับมา ไม่ว่าจะผู้บ่มเพาะจะอ่อนแอแค่ไหนก็ตาม เขาจะปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเท่าเทียมโดยไม่ใช้พลังที่แข็งแกร่งครอบงำผู้อื่น
แน่นอนว่าหากอีกฝ่ายต้องการต่อสู้กับเขา เย่ฟ่านก็จะลงมือสังหารทุกคนอย่างไร้ความปรานีเช่นกัน
“ได้โปรดหยุดก่อน ข้าผิดเอง”
“เจ้ากำลังบอกให้ข้าหยุด แต่เจตนาฆ่าในหัวใจของเจ้ากลับเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ข้าสามารถสัมผัสได้ด้วยพลังวิญญาณของข้าเอง”
การเยาะเย้ยปรากฏขึ้นที่มุมปากของเย่ฟ่าน
เย่ฟ่านชี้ไปที่อสูรที่อยู่ในอาณาจักรสี่สุดขั้วอีกคน ศีรษะของคนคนนั้นกลายเป็นหมอกเลือดที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้น ความตายของเขาน่าสยดสยองอย่างมาก
เย่ฟ่านสะบัดแขนอีกครั้ง หนึ่งในพี่น้องของป๋ออี้ถูกแยกร่างออกจากกันอย่างง่ายดาย
“ถ้าอยากมีชีวิตรอดอย่าตั้งตัวเป็นศัตรูกับข้า ต่อให้รวบรวมผู้คนทั้งโลกนี้เข้าด้วยกันพวกเจ้ายังไม่คู่ควรที่จะยืนอยู่ต่อหน้าข้าด้วยซ้ำ”
เย่ฟ่านพูดอย่างใจเย็น เดินไปข้างหน้าอย่างสงบ มีศพอยู่ใต้เท้าของเขาจำนวนมาก
เมื่อเขาสะบัดนิ้วออก ผู้คนที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบวาถูกบดขยี้กลายเป็นหมอกเลือดทันที ตั้งแต่ที่เขาเดินออกมาจากค่ายกลสังหารเย่ฟ่านฆ่าฟันผู้คนไปมากกว่าร้อยแล้ว
คนเหล่านี้เปรียบเสมือนกระดูกันหลังของถ้ำเทียนหลิน แต่เย่ฟ่านกลับทำลายพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
“เจ้า…เป็นใครกันแน่?”
ป๋ออี้กล่าวอย่างน่าสมเพช ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
“เย่ฟ่าน ราชาสวรรค์ของโลกใบนี้”
เย่ฟ่านมีสีหน้าเคร่งขรึม กวาดปราณกระบี่ของเขาไปทั่วท้องฟ้า อาวุธทั้งหมดถูกทำลายกลายเป็นฝุ่นผง ศีรษะของป๋ออี้กระเด็นตกลงไปบนพื้น แม้แต่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ยังถูกบดขยี้ไปด้วย
ทุกคนตกตะลึง นี่เป็นเหมือนตำนาน แม้ว่าป๋ออี้จะเป็นเพียงผู้บ่มเพาะอาณาจักรแปลงมังกร แต่เขาก็คือหนึ่งในยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
อย่างไรก็ตามศีรษะของเขากลับถูกบดขยี้โดยไม่อาจดิ้นรนได้แม้แต่น้อย!
“ราชาสวรรค์…” ทุกคนพึมพำด้วยความกลัวถึงขีดสุด
แม้แต่กว๋อเจินเองก็ยังตัวสั่นเอามือปิดตาเสี่ยวซงไว้ ไม่ต้องพูดถึงคนในเผ่าเทียนหลิน ทุกคต่างพากันหวาดกลัว นี่คือตำนานของผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกมนุษย์ยุคปัจจุบันอย่างแน่นอน!
“ข้าเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายมาก ข้าปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจเสมอมา ผู้คนที่ให้ความเคารพข้า ข้าเองก็ให้ความเคารพพวกเขาเช่นกัน”
เย่ฟ่านพูดอย่างสงบก่อนจะเดินเข้าไปยังถ้ำมังกรโบราณ ในเมื่อสถานที่แห่งนี้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเขาแล้ว ทรัพย์สมบัติที่ถูกทิ้งไว้โดยบรรพชนเทพงูก็ไม่จำเป็นต้องหลงเหลือไว้ให้ฝ่ายตรงข้ามอีก
เย่ฟ่านมุ่งหน้าลงไปในถ้ำด้านล่างโดยไม่สนใจว่าบรรพชนเผ่าเทียนหลินจะอยู่ที่นี่หรือไม่
พื้นที่กว้างใหญ่ของภูเเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะตั้งตระหง่านสง่างาม ถ้ำมังกรโบราณใต้ภูเขาส่องสว่างด้วยแสงสีทองเจิดจ้า มีต้นสนโบราณหลายต้นหยั่งรากอยู่ข้างๆ มันลึกลับและเงียบสงบ
เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เผ่าเทียนหลิน ด้านหลังเขามีโครงกระดูกอยู่บนพื้น พื้นดินเป็นสีแดงเข้มจากเลือดของผู้คนที่ถูกสังหาร
ป๋ออี้ตายแล้ว อสูรผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรลับแปลงมังกรทั้งหมดเสียชีวิตจนหมดสิ้น ผู้ที่ยังรอดชีวิตอยู่ตอนนี้ก็คือผู้ที่ไม่ได้กระโดดออกมาขวางเย่ฟ่าน
เสือดสีแดงสดของศพทายาทเทพอสูรกระจัดกระจายอยู่ทุกหนแห่ง เกือบทั้งหมดถูกสังหารด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ทหารอสูรและขุนพลที่ยังรอดชีวิตล้วนคุกเข่าอยู่บนพื้นเพื่อร้องขอความเมตตา
เมื่อเย่ฟ่านมาถึงถ้ำมังกรโบราณ ในตอนที่เขากำลังจะเข้าไปข้างในก็มีเสียงร้องดังก้องไปทั่วภูเขา
“มีใครมาเยือนดินแดนบรรพชนฉางไป๋ของข้า?”
ในขณะนี้มีชายวัยกลางคนสองคนที่มีร่างกายใหญ่โตวิ่งลงมาจากภูเขาขนาดใหญ่เบื้องหน้า กลิ่นอายของพวกเขาเต็มไปด้วยความดุร้าย เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้แข็งแกร่งมากกว่าป๋ออี้ด้วยซ้ำ
ทั้งสองคนเป็นยอดฝีมือระดับผู้สูงสุด แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้เย่ฟ่านตกใจ เขากำลังจ้องมองศีรษะที่ล้านเลี่ยนของคนทั้งสองโดยมีผมเปียเส้นใหญ่อยู่ทางด้านหลัง นี่เป็นลักษณะการไว้ผมเหมือนเช่นคนในยุคราชวงศ์ชิงนั่นเอง
“พวกเจ้าเป็นใคร?”
“ผู้พิทักษ์ดินแดนบรรพชนภูเขาฉางไป๋!”
เย่ฟ่านตกตะลึงเล็กน้อย ทั้งสองคนล้วนเป็นชายชราที่มีอายุหลายร้อยปี ไม่คิดว่าในยุคสิ้นสุดธรรมเช่นนี้จะยังมียอดฝีมือระดับผู้สูงสุดหลงเหลืออยู่
ทั้งสองเหลือบมองศพที่อยู่บนพื้นและตะโกนดังๆออกมาว่า นี่คือดินแดนอันเป็นมงคล ไม่อนุญาตให้ต่อสู้อย่างเด็ดขาด การกระทำของเย่ฟ่านจะต้องได้รับการลงโทษ
“คนที่ข้าต้องกาฆ่าคือผู้คนของเผ่าเทียนหลินเท่านั้น ข้าไม่ได้ต้องการทำลายดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นโปรดถอยกลับไปอย่าพยายามยั่วโทสะของข้า” เย่ฟ่านเปล่าอย่างเย็นชา
“พวกเขาและเรามีต้นกำเนิดจากบรรพชนเดียวกัน หากเจ้าเข้ามาดินแดนแห่งนี้เพื่อฆ่าพวกเขา เจ้าจะต้องเป็นศัตรูของเราด้วย!”
ทั้งสองก้าววเข้าหาเย่ฟ่านโดยไม่หวั่นเกรงความตายแม้แต่น้อย
เย่ฟ่านถอนหายใจไม่พูดอะไรอีก เขาดีดนิ้วสองครั้งและทำให้สมองที่อยู่ในกะโหลกศีรษะของผู้สูงสุดทั้งสองกระจัดกระจายออกไปรอบทิศทาง
ทหารอสูรและขุนพลอสูรที่อยู่รอบๆ ไม้กล้าแม้แต่จะเคลื่อนไหว พวกเขารู้ดีว่าทั้งสองนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
อย่างไรก็ตามหลังจากเห็นการกระทำของเย่ฟ่านพวกเขาค่อนข้างมั่นใจว่าผู้พิทักษ์ทั้งสองคนจะต้องตายอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าส่งเสียงเตือนออกมาแม้แต่คำเดียว
หลังจากที่เย่ฟ่านเข้าไปในถ้ำโบราณอีกครั้งเขาก็พบเจออสูรเฒ่าคนหนึ่งนั่งอยู่ด้านหน้าของซากศพงูยักษ์ เขาถอนหายใจและกล่าวว่า
“สหายเต๋าโปรดเมตตาด้วย”
นี่คืองูสวรรค์ที่มีอายุนับพันปี ถึงแม้ว่าฐานการบ่มเพาะของเขาจะยังไม่สามารถทะลวงเข้าสู่อาณาจักรปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่เขาดูเหมือนจะเป็นคนที่มีเหตุผลมากที่สุดในภูเขาฉางไป๋แล้ว
“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้ชีวิตในตอนที่เป็นงูมานานเท่าใด แต่หลังจากที่เจ้ากลายเป็นมนุษย์ก็คงบ่มเพาะมาไม่ต่ำกว่าห้าร้อยปีแล้ว อย่าทำให้ข้าต้องลงมือด้วยอำมหิต โปรดถอยกลับไป!” เย่ฟ่านคำรามเสียงดัง
“สหายเต๋าโปรดเมตตาและปล่อยให้เผ่าเทียนหลินมีชีวิตต่อไป เราผู้เฒ่ายินดีจะรับโทษแทนพวกเขา” งูสวรรค์พูดพร้อมกับโค้งคำนับเป็นการขอร้อง
“ข้าไม่ฆ่าแล้วก็ได้ อย่างไรก็ตามยังมีผู้คนจำนวนมากที่ยังมีความเครียดแค้นต่อข้า หากคนเหล่านั้นลอบลงมือในอนาคตเจ้าจะรับผิดชอบได้หรือ?” เย่ฟ่านกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“พวกเขาจะไม่ทำเช่นนั้น ข้ายินดีจะให้คำสาบานต่อสหายเต๋า”
“มันไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อในตัวเจ้า แต่ข้าไม่เชื่อในตัวพวกเขา เพราะแม้กระทั่งพูดกันอยู่ตอนนี้คนเหล่านั้นยังคงมีจิตสังหารเข้มข้นอยู่ภายในจิตใจ”
เย่ฟ่านกล่าวอย่างเย็นชาและชี้นิ้วไปทางด้านหลัง ในเวลาต่อมากะโหลกศีรษะของยอดฝีมืออาณาจักรสี่สุดขั้นสามคนก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
……..