เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1336 - ทำลายเผ่าเทพอสูร

1336 - ทำลายเผ่าเทพอสูร

1336 - ทำลายเผ่าเทพอสูร


1336 - ทำลายเผ่าเทพอสูร

เด็กน้อยคนนี้คือคนที่ไปภูเขาไท่ซานเมื่อยี่สิบปีก่อน เขาจากไปพร้อมกับโลงศพเก้ามังกรและหายสาบสูญไปจากโลกนับตั้งแต่นั้น

ป๋ออี้พยักหน้า บอกชื่อของเย่ฟ่านออกไปเพื่อเป็นการยืนยันสิ่งนี้

“มีคนกลับมาได้จริงๆ”

ป๋อเฟิงซึ่งเป็นพี่ใหญ่ของกลุ่มตกตะลึงเป็นอย่างมาก! โลงศพเก้ามังกรพาคนกลุ่มหนึ่งเดินทางข้ามจักรวาลและหายสาบสูญไปจากโลกนับ 20 ปี

ตอนนี้กลับมีใครบางคนรอดชีวิตกลับมา ต่อให้เห็นความจริงอยู่ตรงหน้าเขาก็ยากที่จะทำใจยอมรับได้

“พวกเราฝึกฝนกันมาหลายร้อยปียังไม่สามารถทะลวงผ่านอาณาจักรแปลงมังกรได้ เด็กน้อยคนนี้ใช้เวลาฝึกฝนเพียง 20 ปีก็มีความแข็งแกร่งเทียบเท่าเราแล้ว สิ่งที่เขาใช้ฝึกฝนมันจะทรงพลังมากเพียงใด!” ป๋ออี้กล่าวอย่างจริงจัง

ลึกเข้าไปในป่าภูเขาโบราณ เย่ฟ่านยังคงสงบนิ่งไม่ตื่นตระหนก เขาพากว๋อเจินและเสี่ยวซงเดินเข้าไปในค่ายกลสังหารเพื่อค้นหายาศักดิ์สิทธิ์ต้นนั้นอย่างจริงจัง

ระหว่างทางพวกเขาเจอบ่อโสมหลายแห่ง โสมบรรพชนฉางไป๋นี้เต็มไปด้วยพลัง มันมีสัญชาตญาณในการแสวงหาโชคดีและหลีกหนีจากความชั่วร้าย ไม่อย่างงั้น มันจะมีชีวิตรอดมาตั้งแต่ยุคโบราณได้อย่างไร

“ตราบใดที่มันยังอยู่ในภูเขาฉางไป๋ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ข้าจะนำตัวมันออกมา” เย่ฟ่านขมวดคิ้ว

กว๋อเจินพูดไม่ออก ตอนนี้พวกเขาอยู่ในค่ายกลสังหารโบราณ แต่เย่ฟ่านไม่ได้ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย

“ให้ข้าลองดูหน่อยได้ไหม”

เย่ฟ่านตะโกนเบาๆ จากนั้นพลังวิญญาณของเขาก็กวาดไปทั่วภูเขาเพื่อค้นหายาศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่า

เส้นเลือดมังกรในภูเขาฉางไป๋ที่กำลังจะตายได้รับการกระตุ้นอย่างรุนแรงและฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ภูเขาเริ่มสั่นสะเทือนและทำให้หิมะไหลลงมาจากด้านบน

เท้าของเยฟ่านยืนเชื่อมกับพื้นโลก ตาของเขาปิดลงและสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใต้ดินทั้งหมด

เย่ฟ่านลืมตาขึ้้นมาอีกครั้งหลังจากสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งเปล่งประกายด้วยแสงสีทอง เขารู้แล้วว่ามันอยู่ที่ไหน

“โสมโบราณนี่ช่างเป็นยาที่มมหัศจรรย์จริงๆ!”

เย่ฟ่านลืมตาขึ้น จากนั้นเขาบอกกว๋อเจินกับเสี่ยวซงว่าให้รออยู่ที่นี่ห้ามไปไหนเด็ดขาด

จากนั้นเย่ฟ่านก็หายตัวไปราวกับร่างของเขาสลายไปกับอากาศ

ทักษะต้นกำเนิดของเขานั้นก้าวหน้ามาก เขาอยู่ห่างจากขอบเขตของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์เพียงก้าวเดียวเท่านั้น

ลึกเข้าไปในส่วนลึกของโลก แสงสีทองนั้นราวกับมังกรที่เคลื่อนไหวอยู่ใต้พื้นดิน มันตระหนักได้แล้วว่าเย่ฟ่านกำลังไล่ล่ามาทางด้านหลัง ดังนั้นมันจึงรีบหลบหนีด้วยความกลัว

“โสมโบราณนี้ยากที่จะจัดการจริงๆ อาจต้องใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าที่จะจับมันได้”

เย่ฟ่านคือปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ เขาไล่ล่ายาศักดิ์สิทธิ์อย่างกระชั้นชิด ความแข็งแกร่งของยาศักดิ์สิทธิ์ต้นนี้เพียงพอที่จะสังหารเซียนเทียมขั้นสองได้อย่างแน่นอน

แต่มันยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะหลบหนีจากการไล่ล่าเย่ฟ่านได้

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็พบกระดูกสัตว์อสูรชิ้นหนึ่งในดิน มันมีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างมาก

สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าต่อให้แก่นแท้ของสววค์พิภพจะเหี่ยวเฉา หมดสิ้น แต่โสมโบราณยังสามารถขุดค้นซากศพของสัตว์อสูรที่ถูกฝังอยู่ในดินมาแล้วหลายพันหลายหมื่นปีขึ้นมาบำรุงเลี้ยงตัวเองได้อย่างอิสระ นั่นทำให้ตัวตนของมันยังคงแข็งแกร่งอยู่เสมอ

มีแสงวาบในระยะไกลและกลุ่มแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเย่ฟ่าน ดูเหมือนว่ามันจะเบื่อการไล่ล่าเช่นนี้แล้ว

ต้นโสมสีทองนี้มีความสูงเพียงครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับไหล่ของมนุษย์ผู้ชาย รูปร่างของมันเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นมนุษย์แล้ว แต่ผิวพรรณของมันยังเห็นได้ชัดว่าเป็นโสมอย่างชัดเจน

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก มันทำให้เขาเกิดความรู้สึกราวกับมีชายชราคนหนึ่งกำลังยืนขวางหน้าของเขาอยู่ นี่เป็นโสมที่มีอายุเก่าแก่อย่างน่าเหลือเชื่อ

ยาศักดิ์สิทธิ์ครึ่งเซียนนี้ที่สืบทอดมาเป็นเวลานาน เย่ฟ่านมีลางสังหรณ์ว่าโสมโบราณที่อยู่ตรงหน้าอาจมีความสามารถในการควบคุมแก่นแท้แห่งสวรรค์พิภพได้ด้วย

สิ่งที่ทำให้เขาเชื่อมั่นเช่นนั้นก็เพราะโสมต้นนี้มีสติปัญญาสูงส่งอย่างยิ่ง มันต่อรองกับเย่ฟ่านโดยยินยอมมอบของเหลวโสมสีทองให้กับเย่ฟ่านยี่สิบห้าหยดเพื่อแลกกับการปล่อยมันไป

สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของมันมีความพิเศษอย่างถึงที่สุด เพราะหากมันตระหนักว่าเย่ฟ่านเป็นคนชั่วร้ายจริงๆ มันจะไม่มีทางหยุดการหลบหนีเพื่อหันกลับมาต่อรองกับเขาอย่างเด็ดขาด

โสมโบราณโค้งคำนับด้วยท่าทางน่าสงสารอย่างมาก สุดท้ายเย่ฟ่านก็ยอมรับข้อเสนอและกล่าวว่า “ความจริงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ข้ารู้ดีว่าท่านใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างยากลำบากมากเพียงใด”

โสมโบราณยังคงยืนกรานที่จะมอบของเหลวยาเซียนให้เย่ฟ่าน จากนั้นมันก็คงคำรับอีกครั้งและหายตัวไปทันที

เย่ฟ่านเก็บของเหลวทั้งหมดใส่ลงไปในขวดหยกด้วยความระมัดระวัง แสงและกลิ่นหอมที่ไหลออกมาแทรกซึมเข้าไปในจิตวิญญาณของเขา

สมุนไพรต้นนี้มีความล้ำค่าอย่างมาก หากรวบรวมพวกมันได้สี่ต้นรับรองว่าจะต้องมีระดับเทียบเท่ากับยาเซียนอย่างไม่ต้องสงสัย

เย่ฟ่านไม่ได้รับรางวัลโดยไม่ทำอะไร เขาเลือกที่จะปรับปรุงทัศนียภาพทำให้ปราณมังกรที่ซ่อนอยู่ในหุบเขานี้ก่อตัวเป็นวังวนขนาดใหญ่เพื่อที่จะหล่อเลี้ยงรังของโสมโบราณให้มีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น

จากนั้นเย่ฟ่านก็กลับออกมาข้างนอกอีกครั้ง

“พวกเราไม่เป็นอะไร ค่ายกลสังหารโบราณที่นี่ยังไม่ได้เคลื่อนไหว ดูเหมือนมันจะรอให้คุณออกมาก่อน”

กว๋อเจินกล่าวด้วยความกลัว เย่ฟ่านรู้ดีอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการทำอะไร หากเขาไม่ปรากฏตัวขึ้นรับรองว่าคนเหล่านั้นจะไม่มีทางกระตุ้นค่ายกลสังหารอย่างแน่นอน!

ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ประมาท และเคลื่อนไหวด้วยทักษะซิงจื่อเผื่อรื้อถอนค่ายกลที่อยู่ในบริเวณโดยรอบอย่างรวดเร็วราวสายฟ้า ธงหลายร้อยผืนถูกปลดออกมาโดยที่ผู้ควบคุมค่ายกลไม่ตระหนักถึงแม้แต่น้อย

ป๋ออี้ที่อยู่ห่างไกลพูดว่า “ตอนนี้มีหิมะถล่มลงมาจากการสั่นสะเทือนของยอดเขาเห็นได้ชัดว่าค่ายกลสังหารของเราถูกกระตุ้นแล้ว มันไม่มีทางที่เขาจะรอดชีวิตได้ รออีกสักสามวันเพื่อให้ธงค่ายกลปราบปรามวิญญาณของเขาก่อน จากนั้นเราค่อยกลับมาค้นวิญญาณเพื่อหาสิ่งที่เราต้องการ”

คนอื่นๆพยักหน้า พวกเขากลัวว่าเย่ฟ่านจะยังไม่ถูกฆ่าตายดังนั้นทุกคนจึงกลับไปรอที่ถ้ำโบราณอย่างเงียบๆ เพื่อให้ธงค่ายกลเผาผลาญพลังศักดิ์สิทธิ์ภายในวิญญาณเย่ฟ่านออกไปทั้งหมดก่อน

เย่ฟ่านทำลายค่ายกลสังหารสังหารโบราณอย่างไม่รีบร้อนพลางสำรวจทัศนียภาพบริเวณโดยรอบ แน่นอนว่าเขาเห็นแท่นบูชาขนาดใหญ่ซึ่งฮ่องเต้ราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่สักการะบรรพชนก็อยู่ที่นี่เช่นกัน

“เมื่อหลายร้อยปีก่อนมนุษย์เข้ามาในสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร มันเป็นโลกใบเล็กไม่ใช่หรือ?” กว๋อเจินกล่าว

เย่ฟ่านไม่ได้พูดอะไรแล้วเดินต่อไป ในตอนนี้เขากำลังจ้องมองไปยังศิลามังกรซึ่งตั้งอยู่บนแท่นบูชาขนาดใหญ่ สิ่งนี้ถูกทิ้งไว้โดยฮ่องเต้ราชวงศ์ชิง นั่นก็เพราะมังกรเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจของจักรพรรดิ

“แท่นบูชานี้ถูกสร้างขึ้นมาหลายพันปีแล้ว ดูเหมือนผู้คนของราชวงศ์ชิงจะค้นพบมันภายหลัง หรือไม่ผู้คนจากราชวงศ์ชิงก็อาจจะเป็นทายาทของเทพงูที่อยู่ในถ้ำเทียนหลินด้วยก็ได้”

กว๋อเจินไม่ใช่คนปัญญาอ่อน หากเป็นคนปกติใครจะมาไหว้บรรพชนที่เป็นเทพอสูรภายในสถานที่ลึกลับเช่นนี้ได้ แม้กระทั่งค้นหาแท่นบูชานี้ให้เจอก็ไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว

หลายวันต่อมาหลังจากสำรวจทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว กลุ่มของเย่ฟ่านก็ออกมาข้างนอกอีกครั้ง

“นี่…เจ้ารอดออกมาได้จริงๆ?!”

ชายหลายสิบคนที่สวมชุดเกราะแข็งแกร่งและมีกลิ่นอายชั่วร้ายปกคลุมทั่วทั้งร่างคำรามออกมาด้วยความตกใจ

เย่ฟ่านไม่ได้พูดอะไรมาก เขาชี้นิ้วออกไปครั้งเดียวผู้คนนับสิบเหล่านั้นต่างก็กลายเป็นหมอกเลือดในทันที

“เกิดอะไรขึ้น?”

ชายร่างกำยำปรากฎตัวขึ้น ร่างกายของเขาเป็นมนุษย์แต่มีเกล็ดปกคลุมทั้งตัวอย่างแน่นหนา เมื่อเห็นเย่ฟ่านยังมีชีวิตอยู่เขาก็กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว

“ไม่นะ เขากลับมาได้อย่างไร!”

“ฟังก่อน ข้าสามารถอธิบายเรื่องนี้ได้!” แม่ทัพอสูรตะโกน

“ปัง!”

เย่ฟ่านประกบนิ้วชี้และนิ้วกลางเข้าหากัน จากนั้นเขาก็กวาดไปข้างหน้าเหมือนกระบี่เล่มใหญ่และฟาดฟันทายาทของอสูรงูแห่งถ้ำเทียนหลินจนเสียชีวิตทั้งหมด

จากนั้นร่างของเขาก็พุ่งเข้าไปในถ้ำและเริ่มกวาดล้างผู้คน เจตจำนงของเย่ฟ่านชัดเจนอย่างยิ่ง ในเมื่ออีกฝ่ายรนหาที่ตายเขาก็จะกวาดล้างทายาทของเทพอสูรเหล่านี้ให้สิ้นซาก

……….

จบบทที่ 1336 - ทำลายเผ่าเทพอสูร

คัดลอกลิงก์แล้ว